ตอนที่หนึ่งร้อยสี่ Machine Spirit
ความจริงแล้วการจะที่มีคนสามารถบินบนฟ้าในยุคหกศูนย์นั้นไม่แปลกอะไรเพราะว่ากันตามความจริง
เรามีระเบิดนิวเคลียร์ไปบอมบ์แดนอาทิตย์อุทัยได้มามากกว่ายี่สิบปีแล้วแต่เรายังต้องมีชีวิตอยู่ในสถานที่ที่ไร้ไฟฟ้าและสิ่งก่อสร้างพื้นฐานในดินแดนแถบนี้ด้วยเหตุผลบางประการ
การมีเฮลิคอปเตอร์หรือคเรื่องบินหรือแม้แต่ไฟฟ้าไม่ควรจะเป็นสิ่งที่น่าแปลกใจเหนือธรรมชาติแต่อย่างใด
แต่ด้วยสาเหตุบางประการ
ประชาชนนั้นรังเกียจควายเหล็กเครื่องจักรต่างๆราวกับผีป่าซาตาน
ถึงขนาดยอมรับเรือเหาะที่ผลิตโดยอาจารย์คงที่มีผีตัวเป็นๆสิงอยู่ในเรือเหาะได้ง่ายกว่าควายเหล็กที่ช่วยในการทำนา
และผมต้องค้นพบว่าการบังคับเรือเหาะนั้นยากกว่าที่คิด
เผอิญผมไม่ได้เคยฝึกในศูนย์การบินพลเรือนที่กว่าจะจบออกมาได้ต้องใช้เงินหลายล้านเสียด้วย
แต่ไอ้เจิดนั้นน่าจะมีพรสวรรค์ด้านการขับขี่ยวดยานพาหนะอยู่พอสมควรถึงจะได้เป็นเสือที่อาละวาดในพระนครได้
ผมยังงงเหมือนกันว่ามันอาละวาดในพระนครได้อย่างไรเพราะพระนครแม้จะมีเจ้าทรัพย์ที่ร่ำรวยมากกว่าแต่ถนนหนทางนั้นดีกว่า การคมนาคมดีกว่า ตำรวจก็ตามจับเราได้ง่ายกว่า
ปรกติเสือนั้นจะหลบตามป่าตามเขากันทั้งนั้นที่เจ้าหน้าที่ต้องลุยน้ำลุยโคลน
ถึงบ้านชาวบ้านตอนมืดและขอนอนกับบ้านของชาวบ้านที่อยู่และแวกนั้นเพื่อตามจับพวกเสือในเช้าวันถัดไป
แต่ไอ้เจิดดันไปอาละวาดในเมืองปล้นร้านทองเยาวราชได้นี่
จะเรียกว่ามันเก่งหรือมันโง่ดีนะ?
ซ้าย ซ้าย
เรือเหาะนั้นตีวงทางซ้ายอย่างช้าๆก่อนที่จะหลบยอดมะพร้าวไปเพียงเฉียดฉิว
ลง ลง
เรือเหาะค่อยๆลงกับพื้นก่อนที่จะลอยอยู่เหนือพื้นเพียงหนึ่งนิ้วเพราะผมไม่กล้ากระแทกลงไป
“ฟู่ คงต้องฝึกอีกสักพักล่ะนะ”
ผมกล่าวกับพวกไอ้ห้อยไอ้โหนที่กอดกันแน่ทางด้านหลังผมเพราะพวกนี้มันไม่เชื่อเรื่องของการที่จะมีเรือเหาะลอยบนอากาศได้
“ลูกพี่ สุดยอด ทำให้มันบินได้ด้วยสูงเท่ายอดมะพร้าวเลย”
ไอ้ห้อยไอ้โหนแม้จะหวาดกลัวจนกอดกันก็ไม่ลืมหน้าที่ที่จะต้องชมผม
ครับ
แค่การลอยอยู่บนอากาศก็ทำให้พวกนี้กลัวได้แล้วนั่นล่ะ
“ชั้นบินได้ดีไหมจ๊ะ นายจ๋า”
นางตะเคียนทองโผล่หน้ามาจากคันบังคับที่ผมทำเอาไว้ให้คล้ายกับการบินปรกติมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
และผมคิดว่าเราควรจะกลัวผีวิญญาณตัวเป็นๆที่สิงอยู่ในเรือเหาะมากกว่าก็ตาม
Machine spirit
วิญญาณของเครื่องจักร