เกิ่งจื๋อลดเสียงต่ำลงเอ่ยอย่างเชื่องช้า “คุณชายหกมีความลับเยอะมากได้ยินว่ากระทั่งฉินซุ่นชังก็ถูกเขาเกลี้ยกล่อมให้จำยอม สรุปแล้วมียอดฝีมือคนไหนคอยหนุนหลังเขาอยู่พวกเราไม่กล้าทึกทักโดยไม่ดูตาม้าตาเรือหรอก”
“อะไรนะ”
เจียงไป๋หย่งตกตะลึง“ฉินซุ่นชังจะถูกเขาเกลี้ยกล่อมให้จำยอมได้อย่างไร”
“ตามข่าวที่ข้าได้รับมาคุณชายหกมอบตำรับยาเดี่ยวใบหนึ่งให้หัวหน้าฉิน ตำรับยาเดี่ยวใบนั้นมูลค่ามหาศาลสามารถทำให้หัวหน้าฉินเลื่อนระดับกลายเป็นักหลอมยาขั้นสี่ระดับบนได้ในเมื่อคุณชายหกสามารถหยิบตำรับยาเดี่ยวที่เหนือธรรมชาติขนาดนี้ออกมาได้ท่านว่ายอดฝีมือที่อยู่เื้ัเขาคนนั้น พวกเราสามารถล่วงเกินได้อย่างนั้นหรือ”
สีหน้าของเจียงไป๋หย่งเปลี่ยนแปลงไปร้อยแปดพันเก้ายากเกินกว่าจะคาดเดาผ่านไปเนิ่นนานจึงผ่อนลงหายใจออกยาวๆ พูดขึ้น “พอพูดแบบนี้เกรงว่าอิทธิพลที่อยู่เื้ัคุณชายหกจะน่ากลัวกว่าที่พวกเราคิดเอาไว้ซะอีกเ้าให้เกิ่งเปียวผูกมิตรกับเขาไว้ก็ถูกแล้วละ ประมุขในอนาคตของจวนสกุลเซียวไม่ช้าหรือเร็วก็คงเป็เขา”
เกิ่งจื๋อเอ่ยด้วยรอยยิ้ม“สาเหตุที่ข้าบอกความลับกับพี่รองก่อน เพราะไม่อยากให้พี่รองถูกฮูหยินสามทางด้านนั้นมัดตัวยังไงซะท่านก็ยังเป็อาจารย์ของเซียวตงหลิว”
เจียงไป๋หย่งหัวเราะเยาะเอ่ยขึ้นว่า“ลูกศิษย์ของข้าคนนั้นไม่ได้เื่ถึงแม้ฮูหยินสามจะพยายามปลูกฝัง แต่สุดท้ายก็ยังไม่ใช่คู่ต่อกรของคุณชายหกข้าจะรนหาเหาใส่หัวทำไม”
รุ่งสางของวันต่อมา ตอนที่เซียวอวี้และพรรคพวกนั่งสัตว์ิญญาบินได้มุ่งไปยังเมืองหลวงข่าวทีู่เาหมั่งหนิวปรากฏประตูั์ทองสัมฤทธิ์ก็ค่อยๆ กระจายออกไปแล้ว
ผู้มีอำนาจมากมายในเมืองเหลียงโจวพอจะเดาได้รางๆว่านั่นอาจจะเป็แดนิญญาอริยะ ไม่มีใครหน้าไหนกล้าไปดูทีู่เาหมั่งหนิวโดยพลกาลเพราะเกรงว่าจะเกิดภัยไม่คาดฝัน
ไม่กี่วันให้หลังกลิ่นอายแข็งกร้าวโเี้แต่ละกลุ่มลอยละล่องผ่านกลางอากาศเมืองเหลียงโจวแสงกระบี่เจิดจ้าราวกับห่านหงส์บินเตลิดสวนกันไปมาหลายร้อยหลายพันลี้ก่อเกิดเป็ทิวทัศน์อันเป็เอกลักษณ์บนท้องฟ้าของเมืองเหลียงโจว
โดยรอบูเาหมั่งหนิวถูกเมฆหมอกปกคลุมหนาทึบหมอกหนาสีม่วงปกคลุมเทือกเขาบริเวณนี้จนหมดสิ้น
ภายในเมืองประกาศกฎใหม่ห้ามไม่ให้ใครหน้าไหนเดินทางไปยังูเาหมั่งหนิว ผู้ฝ่าฝืนจะโดนโทษปะาชีวิตจริงๆ แล้วต่อให้ไม่มีคำสั่งข้อนี้ คนธรรมดาทั่วไปก็ไม่กล้าไปอีกแล้ว
คนที่มีความรู้มากมายต่างรับรู้กันแล้วว่ายอดฝีมือที่สำนักกระบี่เสวียนหวงส่งตัวมา มาถึงกันแล้วหมายจะ่ชิงแดนิญญาอริยะแห่งนี้
แต่ทั้งหมดนี้ล้วนไม่เกี่ยวข้องกับเซียวอวี้อีกทั้งด้วยความสามารถของเขาในตอนนี้ ก็ไม่มีคุณสมบัติใดๆที่จะไปคิดโลภในคลังสมบัติของแดนิญญาอริยะด้วยเช่นกัน
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือแดนิญญาอริยะแห่งนี้ปรากฏขึ้นได้แปลกประหลาดจนเกินไป น่าเหลือเชื่อจนเกินเหตุทำให้นึกระแวงสงสัย
ห้าวันต่อมาพวกเขามาถึงเมืองหลวงของแผ่นดินต้าถัง ฉังอาน
เมืองฉังอานเมืองหลวงโบราณนับพันปีของแผ่นดินต้าถัง มีเสน่ห์และความลึกลับไร้สิ้นสุด กำแพงเมืองที่สูงเป็ร้อยจั้งแผ่กระจายพลังที่ยิ่งใหญ่ออกมา
ภายในฉังอานห้ามบินเซียวอวี้และคนอื่นๆ ร่อนลงหยุดตรงที่ไม่ห่างออกไปบริเวณนอกเมืองสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าของพวกเขาก็คือเมืองโบราณที่สูงตระหง่าน ใหญ่โตโอฬารและเรียบง่าย
ถนนสายหลักนอกเมืองค่อนข้างกว้างขวางนอกจากพวกเขาแล้ว ยังมีผู้คนมากมายนั่งสัตว์ิญญาบินได้บินมาจากที่ห่างไกล แต่ล้วนลงจอดตรงนอกเมืองเช่นเดียวกัน
คนหนุ่มสาวผู้มากด้วยความสามารถโดดเด่นแต่ละคนทยอยมากันอย่างต่อเนื่องล้วนแต่เป็ผู้กล้าคนหนุ่มสาวที่มาจากทั้งสองอาณาจักร ที่มาเข้าร่วมการประลองใหญ่สองแคว้นอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้
ยังไม่ทันเข้าเมืองบรรยากาศความตึงเครียดก็แผ่กระจายไปทั่วอากาศผู้กล้าคนหนุ่มสาวเหล่านี้ล้วนเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังทั้งสิ้นใบหน้าส่อความทระนงองอาจ แววตายั่วยุแต่ละคู่มองปะทะในกลางอากาศ
ฟึบ!
สายตาเหยียดหยามคู่หนึ่งพุ่งมาที่พวกเซียวอวี้ในแววตาเ็ายังเต็มไปด้วยความทระนงตนอย่างแรงกล้านี่คือเด็กหนุ่มที่อยู่ในอาภรณ์สีม่วง แบกหอกยาวเหล็กกล้าเอาไว้ด้านหลัง
“ลูกหลานตระกูลเซียวของก้วนจวินโหวอย่างนั้นหรือแค่เท่านี้เองเนี่ยนะ แต่ละรุ่นมีแต่จะย่ำแย่ลงเรื่อยๆ” เด็กหนุ่มในชุดสีม่วงเผยสีหน้าไม่แยแสและยิ้มเยาะแววตาเ็ากวาดมองเซียวอวี้และเซียวตงหลิว
เซียวอวี้จ้องกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉยเสื้อท่อนบนของเด็กหนุ่มในชุดสีม่วงเป็ลวดลายตัวอักษร ‘หวง’ พลันเดาได้ถึงฐานะของเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า
ตระกูลหวงฉังเซิ่งโหว!
ฝ่ายกลาโหมของแผ่นดินต้าถังในบัดนี้ตระกูลเซียวและตระกูลหวงต่างต่อสู้กันทั้งต่อหน้าและลับหลังอย่างดุเดือดเมื่อสิบปีก่อนเซียวฉีสยงรับอำนาจทางทหารของกองทัพเขี้ยวหมาป่าสามแสนนายมาจากมือของหวงเวยหลินประมุขของตระกูลหวงความสัมพันธ์ของสองตระกูลย่ำแย่ลงจนถึงจุดแตกหักหวงเวยหลินพูดต่อหน้าสาธารณะไม่ใช่แค่ครั้งเดียวว่า ตนเองไม่ยอมรับเซียวฉีสยง
เพียงแต่เซียวฉีสยงมีอำนาจฝ่ายกลาโหมยิ่งใหญ่คับฟ้าหลายปีมานี้หวงเวยหลินยิ่งสูญเสียอำนาจลงไปเรื่อยๆ คนบนโลกรู้จักแค่ก้วนจวินโหวใครไหนเลยยังจะรู้จักฉังเซิ่งโหวในอดีตกันบ้าง
“ตระกูลเซียวเป็อย่างไรเ้าไม่มีสิทธิ์มาออกความคิดเห็น” เซียวอวี้ก้าวออกมาด้วยสีหน้านิ่งสงบ
“หึ!”
เด็กหนุ่มในอาภรณ์สีม่วงหัวเราะเยาะกลิ่นอายวางอำนาจบาตรใหญ่อันแรงกล้ากระจายออกมาจากภายในร่างของเขายิ้มหยันอย่างดูแคลน “แค่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นก่อนกำเนิดสามชั้นฟ้ายังมาเข้าร่วมการประลองใหญ่ตระกูลเซียวของพวกเ้าตกต่ำแล้วจริงๆ”
แววตาเซียวอวี้สว่างโรจน์ราวกับสายฟ้าตอบกลับด้วยความแข็งกร้าว “จัดการเ้าก็เพียงพอแล้วละ”
“คนห่วยแตกอย่างเช้นเ้าไม่ต้องเข้าร่วมการประลองใหญ่หรอกข้าจะคัดคนห่วยแตกแบบเ้าให้ตกรอบแทนการประลองใหญ่เอง” เด็กหนุ่มในชุดสีม่วงสีหน้าอึมครึมเยียบเย็นไหล่สั่นไหวเล็กน้อย หอกยาวเหล็กกล้าลอยมาจากเื้ัตกอยู่ในมือของเขา
“ตายซะเถอะ!”
โครม!
จิตสังหารอันน่าประหวั่นพรั่นพรึงตรึงอยู่บนตัวเซียวอวี้เด็กหนุ่มในชุดสีม่วงคนนี้พุ่งปรี่เข้าไปอยากจะกำจัดเซียวอวี้ด้วยความโเี้เห็นได้ชัดว่าความขัดแย้งระหว่างสองตระกูลดำเนินไปถึงขั้นน้ำกับไฟไม่อาจอยู่ร่วมกันได้เป็ที่เรียบร้อย
“สวบ!”
หอกยาวที่อยู่ในมือของเด็กหนุ่มชุดม่วงราวกับัแหวกว่ายกลายเป็ภาพเงาติดตาแทงพรวดใส่คอของเซียวอวี้
ครั้งนี้เซียวอวี้ลุกขึ้นออกหน้าแทนสกุลเซียวเดิมทีแค่อยากสร้างบารมี ดวงตาพลันเปร่งประกาย ลมปราณทั้งสรรพางค์กายปั่นป่วนภาพมายาัคะนองน้ำลอยออกมาจากกลางฝ่ามือของเขา พุ่งปะทะเข้าใส่ด้วยความร้ายกาจ
พลังต่อสู้ของเขาในตอนนี้น่ากลัวระดับไหนเด็กหนุ่มในชุดม่วงคนนั้นแม้จะอยู่ขั้นก่อนกำเนิดแปดชั้นฟ้าแต่จะเป็คู่ต่อสู้ได้อย่างไร
“ปึ้ง!”
ภาพมายาัคะนองน้ำพุ่งปะทะใส่อย่างแรงเด็กหนุ่มในชุดสีม่วงเผยสีหน้าเหลือเชื่อขึ้นก่อน จากนั้นสีหน้าหมองคล้ำลงทันทีแหงนหน้ากระอักโลหิตสด ทั้วตัวกระเด็นลอยออกไป
“อะไรกัน!”
“นี่...คนคนนี้เป็ใครกันแน่”
ผู้กล้าคนหนุ่มสาวที่ดูฉากสนุกอยู่รอบๆต่างตะลึงงัน ทั้งหมดต่างทำหน้าตกตะลึง
ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นก่อนกำเนิดสามชั้นฟ้าตัวเล็กๆเอาชนะผู้ฝึกยุทธ์ขั้นก่อนกำเนิดแปดชั้นฟ้าได้ในกระบวนท่าเดียว สถานการณ์เช่นนี้ทำให้คนไม่อยากเชื่อสายตา
“เ้ายังไม่ได้เื่!”
เรือนผมดำขลับของเซียวอวี้ราวธารน้ำตกรูปร่างองอาจผึ่งผายยืนอยู่ใต้แสงอาทิตย์สายตาที่ห้าวหาญไร้ผู้ใดเทียบเทียมทำให้คนมองแล้วหายใจไม่ออก จ้องมองจนตกตะลึง
เด็กหนุ่มในชุดสีม่วงเปรอะไปด้วยหยาดโลหิตทั่วทั้งตัวในระหว่างที่ยอดฝีมือของสกุลหวงเข้ามาช่วย เขามองเซียวอวี้ด้วยสีหน้าแข็งทื่อ จู่ๆก็กระอักเืสดออกมาจากปากอีกครั้ง
“หึ!”
ยอดฝีมือขั้นลูกกลอนนิลคนหนึ่งของสกุลหวงโกรธเป็ฟืนเป็ไฟจิตสังหารเพิ่งแผ่กระจายออกมา เงาร่างเจียงไป๋หย่งก็กะพริบวูบมาปรากฏตรงหน้าของเซียวอวี้เอ่ยด้วยความเฉยเมย “เ้าจะลงมือกับคุณชายของข้าอย่างนั้นหรือ”
เซียวอวี้รูปร่างสูงตระหง่านลมปราณราวัร้ายพุ่งทะยานสู้ท้องฟ้าทำให้คนมากมายตกตะลึงเรือนผมดำขลับราวสายน้ำตกของเขามีความสง่างามแห่งยุคสายตาของผู้กล้าคนหนุ่มสาวมากมายล้วนแต่แปรเปลี่ยนไปแล้ว
ถึงแม้เขาเป็เพียงนักพรตขั้นก่อนกำเนิดสามชั้นฟ้าแต่ไม่มีใครหน้าไหนกล้าดูแคลนเขาในใจของผู้กล้าคนหนุ่มสาวทั้งหมดที่อยู่ในเหตุการณ์มีเพียงความคิดแค่อย่างเดียวนี่คือศัตรูตัวฉกาจคนหนึ่ง
เจียงไป๋หย่งขวางอยู่ตรงหน้าของเซียวอวี้สายตาเ็าจ้องยอดฝีมือของสกุลหวง อีกฝ่ายเป็แค่นักพรตขั้นลูกกลอนนิลสองชั้นฟ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจียงไป๋หย่ง
“ข้าต้องอธิบายให้ท่านโหวรับรู้คุณชายคนนี้คือใคร” ยอดฝีมือของสกุลหวงค่อนข้างหวาดกลัวเจียงไป๋หย่งแต่ยังเอ่ยปากถาม
“บุตรชายคนที่หกของสกุลเซียวเซียวอวี้!”
เซียวอวี้เดินออกมาด้วยสีหน้าเฉยเมยเผชิญหน้ากับนักพรตขั้นลูกกลอนนิลไม่มีความหวาดกลัวเลยด้วยซ้ำยอดฝีมือของสกุลหวงจ้องมองเขาอย่างลุ่มลึกทีหนึ่งรีบร้อนพาตัวเด็กหนุ่มในชุดสีม่วงที่หมดสติจากไป
วันนี้เซียวอวี้เอาชนะลูกหลานสกุลหวงตรงนอกเมืองได้ด้วยกระบวนท่าเดียวนี่จะต้องแพร่กระจายไปทั่วทั้งเมืองฉังอานอย่างรวดเร็วแน่นอน ไม่ว่าจะเป็แผ่นดินต้าถังหรือจักรวรรดิเหมิ่งหยวนผู้กล้าคนหนุ่มสาวของสองแคว้นล้วนแต่จะต้องรู้จัก ‘เซียวอวี้’ ชื่อนี้อย่างแน่นอน
เซียวตงหลิวที่อยู่เื้ัของเขาสีหน้าซับซ้อนสุดขีดเขารู้ว่าชั่วชีวิตนี้ของตนเองคงเทียบกับเซียวอวี้ไม่ได้แถมช่องว่างระหว่างเขานับวันก็ยิ่งห่างไกลออกไปเรื่อยๆ
บางที...การประลองใหญ่สองแคว้นในคราวนี้อาจจะเป็่เวลาเริ่มต้นดีๆ ของเซียวอวี้แล้ว!
“นี่สหาย เ้านี่ใช้ได้เลยนะเนี่ยลมปราณทั่วร่างเทียบได้กับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นก่อนกำเนิดสมบูรณ์เ้าฝึกบำเพ็ญเพียรอย่างไรกันแน่เนี่ย” เด็กหนุ่มผมสั้นเกรียนสวมชุดจิ้นจวงสีเขียวคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับหัวเราะคิกคัก
เื้ัของเด็กหนุ่มมีองครักษ์สองคนที่เดินติดตามด้วยสีหน้าจนปัญญา ต่างเป็นักพรตขั้นลูกกลอนนิลสองชั้นฟ้า
“ซูเฮ่าจักรวรรดิเหมิ่งหยวน” เด็กหนุ่มคนนี้เดินเข้ามาเหมือนคุ้นเคยทั้งที่เพิ่งเคยเจอกันเป็ครั้งแรก เอ่ยพร้อมติดเสียงหัวเราะแหะๆ “เดิมทีข้าคิดว่าอาณาจักรถังมีแต่พวกกินๆ นอนๆที่แท้ก็มียอดฝีมือเหมือนกันแฮะ”
“หึ!”
เสียงของซูเฮ่าไม่เบาเลยก่อให้เกิดเสียงกระฟัดกระเฟียดไม่พอใจแต่ละเสียงดังขึ้นทันทีมีบางคนเผยสีหน้าดุดัน ยังอยากจะวัดความสามารถของจักรวรรดิเหมิ่งหยวนดูสักตั้ง
ดีที่ซูเฮ่าไม่ได้ยั่วยุไปยิ่งกว่านี้ผู้กล้าคนหนุ่มสาวพวกนี้ก็ไม่อยากสร้างปัญหาเพิ่ม หลังจากขึงตามองเขาด้วยความดุดันก็ต่างทยอยเดินเข้าไปในเมือง
เซียวอวี้ยิ้มแย้มรู้สึกประทับใจในตัวซูเฮ่าอย่างมาก