เมื่อจัดการเรื่องการเดินทางได้แล้วสมิธออกมาจากถ้ำแล้วพาพวกชูออกจากป่าเพื่อเตรียมตัวกับบ้านในทันที่
หลังจากที่สมิธออกมาจากป่าเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น...
“เป็นไงไอหนุ่มสมหวังหรือเปล่าล่ะ? อย่าผิดหวังทุกคนล้วนผิดหวังเหมือนเอ็งหมดนั้นแหละข้าเห็นมาแล้วหลายร้อยคน” ชายผู้พบเจอฟีนิกซ์คนแรกและบ้านพังเพราะฟีนิกซ์พูดออกมาเมื่อเห็นฟีนิกซ์กลับออกมาจากป่าโดยไม่มีนกสีแดงตามมาด้วยหรือความสุขบนใบหน้า
“เอ่อ...ก็ดีครับ” สมิธก็ได้แต่ตอบไปแบบส่งๆ ถ้าโม้ได้โม้ไปแล้วว่าตัวเขาได้เจอสิ่งมีชีวิตที่พังบ้านลุงแถมยังชวนเจ้าตัวนั้นกลับไปอยู่ที่บ้านได้ด้วย
“โชคดีแล้วกันไอ...” ในขณะที่มันกำลังจะบอกลา สายตาของมันเหลือบไปเห็นเงาขนาดใหญ่ชนิดที่ว่าบดบังแสงแดดบริเวณบ้านมันจนหมด มันจึงเงยหน้าไปดูว่าอะไรกันที่บังแสงแดดและมันก็พบเข้ากับ
“ไอนกบ้า! แกทำบ้านฉันพัง แกรู้ไหมว่าบ้านนั้นใช้เงินเท่าไหร่กว่าจะสร้างได้” เมื่อมันเงยหน้าขึ้นดูแล้วเห็นนักสีแดง นกที่พังบ้านมัน ขโมยสัตว์มัน มันรีบวิ่งเข้าไปในบ้านเพื่อหยิบปืนและเมื่อมันได้ปืนมาแล้วมันรีบวิ่งออกมานอกบ้านเพื่อหวังยิงนกบ้านั้นทันที แต่...หายไปแล้วนกบ้านั้น หายไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหนุ่มที่มาพร้อมกับต้นไม้แปลกประหลาดนั้นก็หายไปแล้วเช่นเดียวกัน
ในตอนนี้บนรถมีผู้ตื่นเต้นแทนกรีนชิลดแล้วซึ่งนั้นคือพวกชูนั้นเอง กรีนชิลดที่มักจะยื่นหน้าออกทางหน้าต่างเพื่อรับลมแต่พวกชูคือนอนเรียงกันตรงกระจกหน้าเพื่อรับแสงแดดอย่างเต็มที่ ภาพที่สมิธเห็นในตอนนี้คือเหมือนพวกชูนอนอาบแดดอยู่ริมชายหาด
สมิธขับรถมาเรื่อยๆด้วยความเร็วคงที่ ไม่ใช่สมิธไม่รีบแต่เพราะเขากลัวพวกชูจะได้รับอันตรายและไม่อยากจะขัดความสุขของพวกนี้ด้วย สมิธลองคิดว่าตัวเองโดนก็คงไม่ชอบเหมือนกันอย่างตัวเขาที่ชื่นชอบในการเล่นเกมคอมพิวเตอร์เป็นอย่างมากแต่จู่ๆมีใครมาดึกปลั๊กออกสมิธก็คงรู้อารมณ์เสีย พวกชูก็เหมือนกันที่ตอนนี้กำลังนอนอาบน้ำพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้าเคลิบเคลิ้มอย่างที่สุดอยู่
.............................................................
2 วันผ่านไปในที่สุดสมิธก็มาถึงเมืองที่ตั้งมหาลัยเมืองที่ซึ่งสมิธต้องเอารถมาคืน สมิธทำเรื่องคืนรถอย่างรวดเร็วก่อนจะรีบตรงดิ่งมาที่รถไฟเพื่อกลับบ้าน ซื้อตั๋ว รอรถไฟ ขึ้นรถไฟ ถึงปลายทาง ลงรถไฟ เดินถึงบ้าน...
“เป็นไงบ้างลูก หิวไหมเดี๋ยวแม่ทำอะไรให้กิน”
สมิธเข้ามาภายในบ้านได้ไม่กี่ก้าวแม่ของเขาก็โผล่เข้ากอดพร้อมกับถามด้วยความเป็นห่วง ซึ่งสมิธก็ตอบว่าหิวแม้เขาจะไม่ค่อยหิวสักเท่าไหร่แต่เพื่อความสบายใจของแม่เติมท้องอีกสักหน่อยจะเป็นไรไป
ในขณะที่กินอาหารอยู่สมิธก็ปล่อยให้พวกชูได้ทำความรู้จักกับสมาชิกในครอบครัวและดูเหมือนมิโนว่าวัวสาวน้อยของเราเหมือนจะชอบเป็นพิเศษ ไม่รู้ว่าที่ชอบเพราะมองว่าน่ารักน่าเอ็นดูหรือมองพวกชูเป็นอาหารแสนวิเศษกันแน่!?
หลังจากินอาหารฝีมือแม่และพูดคุยกับครในครอบครัวเรียบร้อยแล้วสมิธก็มาที่ฟาร์มพร้อมพวกชูในทันที
ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู
ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู
ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู
พวกชูร้องเพลงสรรเสริญอีกครั้งเมื่อได้เห็นฟาร์มของสมิธอย่างใกล้ชิด สมิธที่เห็นภาพตรงหน้ายิ้มออกมาอย่างมีความสุขเพราะมันช่างเป็นบรรยากาศที่แสนวิเศษราวกับอยู่ในโลกนิทานที่มันไร้ซึ่งพิศสงและแสนจะบริสุทธิ์
“พวกเธอเลือกเอาเลยว่าจะอยู่ตรงไหน ภูเขาและฟาร์มแห่งนี้เป็นของพวกเธอแล้ว” สมิธบอกกับพวกชูก่อนจะเดินไปหากรีนชิลดที่กำลังเก็บเกี่ยว [สตรอว์เบอร์รีเมล่อน] อยู่ ใช่แล้ววันนี้เป็นวันที่ผลสตรอว์เบอร์รีเมล่อนออกผลผลิต
ด้วยรูปร่างของผลชนิดนี้เมื่อโตเต็มที่ก็ทำให้สมิธเข้าใจสักทีว่าทำไมถึงชื่อผลสตรอว์เบอร์รีเมล่อน เพราะรูปทนงของมันไม่ใช่ผลสตรอว์เบอร์รีหากแต่เป็นรูปทรงของผลเมล่อนแทน แม้จะมีรูปทรงเป็นผลเมล่อนแต่ผิวด้านนอกยังคงเป็นสตรอว์เบอร์รีอยู่ สมิธไม่รอเช้าเขาเด็ดผลออกมาหนึ่งผลพร้อมกับกัดเข้าไปที่ผลสตรอว์เบอร์รีเมล่อนทันที!...
ความหอมของเมล่อนเตะจมูกออกมาอย่างละมุน ความหวานอมเปรี้ยวของสตรอว์เบอร์รีอบอวนไปทั่วปาก การผสมผสานระหว่างกลิ่นของเลม่อนละมุนอ่อนๆกับรสหวานอมเปรี้ยวของสตรอว์เบอร์รีช่างลงตัวเหนือความคาดหมาย
“กรีนชิลดนายลองกินยัง โคตรอร่อยฉันบอกเลย”