แสงอ่อนลอดผ่านช่องไม้แตกของผนังห้อง อาเรสรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาบนเตียงไม้แข็งทื่อ ในห้องเล็กที่ผนังทั้งสี่ทำจากไม้เปลือย ไร้ซึ่งเครื่องประดับใด ๆ
“ท่านโชคดีมากเลยนะ ที่ข้าพบท่านกลางป่าแบบนั้น”
เสียงทุ้มหนักดังขึ้นจากชายวัยกลางคนร่างใหญ่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ใกล้เตียง
“ข้าอยู่ที่ไหน... ท่านเป็คนช่วยข้าไว้?”
อาเรสพยายามยันตัวลุกขึ้นแม้กล้ามเนื้อยังอ่อนแรง
“หากข้าไปช้ากว่านี้อีกนิด พวกปีศาจคงลากร่างท่านไปแล้วล่ะ”
ชายคนนั้นว่าขณะยื่นน้ำให้ “ป่าแถวนั้นอันตราย พวกปีศาจชั้นต่ำชุกชุม ข้ากับลูกบ้านต้องคอยลาดตระเวนทุกวัน”
เขาหยุดไปเล็กน้อย ก่อนจ้องหน้าอาเรสด้วยสายตาคมกริบ
“แต่สิ่งที่ข้าสงสัยคือ ร่องรอยไหม้บนต้นไม้กับพุ่มหญ้ารอบที่พบท่าน...มันไม่ใช่ฝีมือของพวกปีศาจพวกนั้นแน่”
“…”
“แถมเสื้อผ้าท่านก็ดูแปลก ไม่ใช่ของชาวบ้านเรา… ท่านเป็ใครกันแน่?”
อาเรสลังเล เขาอยากจะพูดความจริง แต่บางอย่างในใจะโห้าม—โลกนี้ยังไม่ใช่ที่ไว้ใจใครได้
“เอาเถอะ ถ้าไม่อยากพูดตอนนี้ก็ไม่เป็ไร ข้าจะให้ท่านคุยกับ ‘ทางการ’ เอง”
ชายผู้นั้นลุกขึ้นในจังหวะเดียวกับเสียงจอแจจากนอกบ้าน
“ดูเหมือนท่านอิกซีลจะมาถึงแล้ว ท่านไปคุยกับเขาเองเถอะ”
อาเรสโผล่หน้าออกจากประตู เห็นชายในชุดคลุมขาว เดินลงจากรถม้าอย่างสง่างาม ใต้ผ้าคลุมนั้นคือชุดเกราะสีเงินส่องประกาย ฝูงชนต้อนรับเขาด้วยความเคารพอย่างเห็นได้ชัด
“ชายคนนี้หรือ?” อิกซีลเอ่ยขึ้นเมื่อสบตากับอาเรส
“ใช่ เขาหมดสติอยู่ที่บ้านข้าถึง 7 วัน”
“ข้าขอคุยกับเขาตามลำพัง”
ในห้องรับแขกอันเงียบงัน สายตาอิกซีลแทงลึกเข้ามาในจิตใจของอาเรส ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักบางสิ่ง อิกซีลหยิบแผนที่เก่า ๆ ออกมากางบนโต๊ะ
“ข้าจะไม่ถามถึงอดีตของท่าน เพราะจากเื่ที่ข้าได้ฟังมาและสัญชาตญาณของข้าบอกว่า—ท่านไม่ใช่คนธรรมดา”
อาเรสเงียบ ไม่กล้าบอกว่า พลังที่เขาใช้ไม่ได้เป็ของเขา…แต่เป็ของ “มัน” ที่ยังสิงสถิตอยู่ในร่างเขา
เขาชี้ไปยังจุดสีแดงหลายแห่ง
“ใน่สองเดือนที่ผ่านมา มีการรายงานว่าปีศาจเริ่มรวมกลุ่ม เคลื่อนไหวอย่างมีแบบแผน วางกับดัก และที่สำคัญ—มัน เรียนรู้”
“หมายความว่ายังไง?”
“มันไม่เคยเกิดขึ้นมากว่า พันปี” อิกซีลตอบ “ั้แ่เราร่วมกันโค่นาาปีศาจองค์ก่อน—ผู้เดียวที่มีสติปัญญาเทียบเท่ามนุษย์”
เขาหันกลับมาสบตาอาเรส
“หากปีศาจที่มีสติปัญญาเริ่มฟื้นคืนจริง ๆ…นั่นหมายความว่าเรากำลังจะเผชิญหน้ากับาที่ร้ายแรงยิ่งกว่าครั้งใดในประวัติศาสตร์”
แววตาของอาเรสสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะก้มหน้าลงช้า ๆเพราะสิ่งนี้ทำให้เขาตระหนักได้ถึง"าาปีศาจ"ทีี่มีสติปัญญานั้นได้สิงสู่อยู่ในร่างของเขาเช่นกัน
“ซึ่งตอนนี้พวกเราขาดแคลนนักรบที่มากความสามารถเพราะฉะนั้น แม้ไม่รู้ว่าท่านเป็ใคร…ข้าขอเสนอให้ท่านร่วมมือกับข้าเพื่อปกป้องบ้านเกิดของข้าแห่งนี้”
แม้เขาจะถูกยื่นข้อเสนอมาแต่ก็ยังตัดความลังเลทิ้งไปไม่ได้
"ถ้าท่านยังไม่ไว้ใจข้าล่ะก็”
เขาลุกขึ้นยืนและหันหลัง พลิกชายเสื้อคลุมให้เห็นหมายเลข 9 เย็บด้วยด้ายทองคำบนผืนผ้าสีขาวบริสุทธิ์
“ลำดับ... 9?”
“ใช่แล้ว” เขายิ้มบางๆ
“ในดินแดนนี้—ข้าคือผู้แข็งแกร่งอันดับที่เก้า”