ภายใต้ทุ่งหิมะ กองร้อยแสงและเงาเริ่มต้นการเดินทางอันยากลำบาก จุดหมายแรกคือระยะห้าสิบกิโลเมตรแรกทางตะวันตกของค่ายหลัก
ทว่าการไม่ชีต้าร์ทำให้ขุดถ้ำเชื่องช้า ทั้งต้องขุดเส้นทางด้วยตนเอง การดำเนินงานจึงล่าช้าอย่างน่าใจหาย
หลังหารือกันไม่นาน จิมมี่,ซูคิม,เรโซ่เป็ผู้นำกองร้อยตัดสินใจเปลี่ยนแผน ละทิ้งการขุดทาง เปลี่ยนเป็เดินเท้าอย่างระมัดระวังแทน หาทำเลเหมาะสมตั้งแคมป์ลับตา เสริมด้วยค่ายกลป้องกัน ก่อนจะย่ำเท้าลึกเข้าไปในป่า
ในขณะที่กองร้อยยังยุ่งกับการเตรียมการ
ฝั่งฤทธาก็กำลังเผชิญหน้ากับเื่ใหม่ในพระราชวัง
สิงห์เพลิงผู้สูงศักดิ์ได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับเขาอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางเหล่าเผ่าสิงห์เพลิงนับร้อย ปีศาจและสัตว์ิญญาอีกหลากหลายชนิด
าาสิงห์เพลิงเอ่ยปากเชื้อเชิญฤทธาให้ประลองกับองค์ชายโดโนแวน
ก่อนการต่อสู้จะเริ่ม าาคำรามแ่เบา
ทว่ากลับก่อเกิดกระแสลมกระแทกเข้าใส่ฤทธา จนเขารู้สึกถึงพลังบางอย่างที่บีบรัดพลังิญญาของตนไม่ให้ใช้งานได้
"ห้ามใช้พลังิญญา ใช้ได้แค่อาวุธกับพลังปราณ" าากล่าวย้ำ
ฤทธาพลันเข้าใจ หรือนี่เป็กฎการประลองของเผ่าสิงห์เพลิง
เหล่าสิงห์เพลิงทั้งหลาย ที่แม้สามารถแปลงกายเป็มนุษย์ได้ แต่กลับภาคภูมิใจในสายเื ไม่ยอมละทิ้งร่างอันแท้จริง ยังคงลักษณะรูปร่างสิงโตไว้ เริ่มล้อมวงมาดู
การประลองเริ่มขึ้น ฤทธาโล่แสงใช้ไม่ได้ ค่ายกลิญญาใช้ไม่ได้ ว่ากันด้วยปราณยุทธ
ข้าต้องไม่ประมาท ฤทธาต่อยหมัด ปะทะกับการโจมตีรวดเร็วเกินคาดขององค์ชาย สิงโตร่างใหญ่กระโจนตะปบ ทั้งสองผลัดกันรุกผลัดกันรับ เสียงปะทะดังสนั่นราวพายุ
กระนั้นเอง ความแตกต่างของระดับก็เผยให้เห็น องค์ชายโดโนแวนอยู่ในระดับเจ็ด ขณะที่ฤทธายังอยู่ในระดับหก ทำให้เริ่มตกเป็ฝ่ายเสียเปรียบในกำลังและความเร็ว
ฤทธาจึงเรียกเชือกรัดิญญาที่พันรอบหมัดทั้งสองข้างออกมา พร้อมกับใช้งานเคล็ด "เงาอัสนีย์" เร่งความเร็วเป็เงาลวง แล้วใช้หมัดอัสนีชกไปเต็มสีข้างของสิงโตหนุ่ม
สถานการณ์พลิกกลับมาสู่ความสูสี
ทว่าฝ่ายองค์ชายก็ตระหนักว่าคงหยามอีกฝ่ายไม่ได้อีกต่อไป เขาแยกเขี้ยว คำรามเบาๆ กล้ามเนื้อขยายชัดเจน เล็บสีแดงยาวขึ้นและแหลมคมกว่าเดิม
ฤทธาสังเกตุเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้น
* ความเร็วและพลังเพิ่มขึ้นอีกระดับสินะ* ฤทธาคิดคำนวณ
เขาััแรงปะทะที่หนักหน่วงยิ่งขึ้น ในใจคิดวิเคราะห์ตลอดเวลา
ถ้าสิงห์เพลิงเหล่านี้้าฆ่า เขาคงตายั้แ่แรกแล้ว การต่อสู้นี้จึงมีจุดประสงค์อื่นแน่นอน
เขาไม่ให้ชีต้าร์กับนิลๆต้องออกมาร่วมสู้ เพราะรู้ว่านี่คือการดวล
“ใช้แค่นี้ข้าคงสู้ไม่ได้แน่ ดีล่ะ”
ในสถานการณ์ไม่แน่นอน ฤทธาตัดสินใจใหม่
เขาเรียก "เจดีย์ทมิฬ" ออกมา
แม้ในใจรู้ว่าตนยังเอาชนะมหิงส์แดงในเจดีย์ไม่ได้ แต่การฝึกควบคุมใน่ปีที่ผ่านมา ทำให้เขาสามารถสั่งการเจดีย์ได้อย่างคล่องแคล่ว
เจดีย์ลอยวนรอบกายฤทธา ราวกับอาวุธมีชีวิต ย่อขนาดเหลือเท่ากำปั้น
เจดีย์ช่วยเสริมแนวป้องกันและการบุกโจมตีได้มาก
องค์ชายเริ่มตั้งรับยากขึ้น แต่ไม่นานเขาก็โต้กลับ พ่นะุเพลิงเล็กๆออกมาอย่างรวดเร็ว เปลวเพลิงแม้ขนาดเล็ก ทว่าพลังทำลายรุนแรงเกินคาด
ฤทธาหลบได้อย่างฉิวเฉียด
ฤทธาจึงใช้อีกไม้ตาย "ทัณฑ์อัสนีย์" เคล็ดวิชานี้ถ้าเมฆก่อตัวแล้ว ไม่ว่าจะหนีไปไหนมันก็ตามไป เสริมการบุก พร้อมกับเจดีย์ทมิฬโจมตีอีกทาง ทำให้องค์ชายเริ่มเพลี่ยงพล้ำ
เมื่อได้จังหวะเหมาะ กระแสไฟฟ้าแล่นเต็มฝ่าเท้าฤทธา ร่างพุ่งทะยานด้วยเคล็ดก้าวพริบตา หลบเปลวไฟที่พุ่งมา แล้วอัดลูกเตะสายฟ้าที่เป็ทักษะติดตัวจากกระดูกิญญาส่วนขาเต็มแรงเข้าที่แก้มซ้ายขององค์ชาย
เสียงปะทะดังสนั่นราวฟ้าผ่า
องค์ชายล้มลงกับพื้น แล้วรีบลุกขึ้นมา องค์แผ่พลังมีไอสีแดงเพลิงรอบตัว
ทันใดนั้นาาสิงห์เพลิงก็ลุกขึ้น
ฤทธาเลือกที่จะหยุดมือ ทั้งที่ยังมีกำลังต่อสู้พอเหลืออยู่
“เอ่าล่ะโดโนแวน ถ้าเ้าแปลงร่างมันจะไปสนุกอะไร พอแค่นี้แหละ”
าาสิงห์เพลิงยิ้มกว้าง เอ่ยสั่งให้ทุกคนกินเลี้ยงกันต่อ ขณะตนเองพาฤทธาและองค์ชายโดโนแวนเดินลับหายเข้าไปหลังท้องพระโรง
ด้านนอกป่าหิมะเพลิง ณ สำนักเย่วจี และหอคอยิญญายุทธ ทราบข่าวการหายตัวของฤทธาที่เริ่มแพร่กระจาย อาจารย์เกาส่งข่าวไปถึงหลงจู๊และต้าหวังของสมาคมหอการค้า ทั้งสองคนต่างร้อนใจจนต้องส่งหน่วยเงาออกค้นหาอย่างเร่งด่วน
ทางหอิญญายุทธก็ส่งหน่วยข่าวออกไปเช่นกัน
หลังม่านท้องพระโรงของาาสิงห์เพลิง
ในห้องลับที่ประดับด้วยผนังหินแกะสลักเื่ราวโบราณ
าาสิงห์เพลิงเปิดเผยประวัติศักดิ์สิทธิ์ของสายเืตนให้ฤทธารับรู้
“ที่นี่คือป่าหิมะเพลิง แดนของสัตว์อสูรและปีศาจผู้บำเพ็ญเซียน”
าาเล่าจนเดินทางมาถึงภาพสลักของตระกูลสิงห์เพลิง
"ตระกูลสิงห์เพลิง... หรือที่โลกเรียกขานในอดีตว่า ผู้พิทักษ์..." าาเอ่ยเสียงก้อง
“ั้แ่สมัยบรรพชนรุ่นแรก ผู้พิทักษ์เทพา บัวเก้าสี และ เทพเซียนอีกหลายรุ่น จนกระทั่งาเทพอสูร พวกเราร่วงหล่นมาที่นี่
มหาจักรพรรดิฉู่หลง พ่อของข้าเคยเป็ผู้พิทักษ์ให้เขา ตระกูลนี้ได้ปกป้องดอกบัวมาหลายชั่วอายุคน
และวันนี้ ข้าหวังจะฝากภารกิจนี้ต่อให้เ้า เขาหันไปทางลูกชาย
ข้าอยากให้เ้ารับลูกข้าเป็ผู้พิทักษ์" าากล่าวกับฤทธาหนักแน่น
"เพื่อเป็เกียรติ์แก่สายเืแห่งตระกูลข้า..."
ฤทธาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มบางๆ
"ข้าไม่้าผู้รับใช้" ฤทธากล่าวช้าๆ
"แต่หากเป็เพื่อนที่ร่วมสู้ ร่วมเดินไปด้วยกัน ข้ายินดี"
าาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนแย้มรอยยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ
"เช่นนั้นก็ดีที่สุด"
หลังจากนั้น ฤทธาและองค์ชายโดโนแวน ทำพิธีสัญญาิญญา ผูกพันธ์กันเป็สหายร่วมรบกันต่อไป แม้ฤทธายังไม่ค่อยเข้าใจเื่อัตลักษณ์ดอกบัวสักเท่าไหร่ พลังเร้นลับบางอย่างเชื่อมโยงทั้งสองเข้าด้วยกัน
“จากนี้ไปข้าฝากตัวด้วยนะ โดโนแวน เรียกข้าว่าฤทธานะ”
ฤทธาเดินไปหาโดโนแวน พร้อมตบหลังเบาๆ
“ข่ะ..ข้าพูดไม่ค่อยเก่ง นะ” โดโนแวนตะกุกตะกัก “เรียกข้าว่าดอนนี่เถอะ”
“ไม่ต้องห่วง อีกหน่อยเ้าจะพูดเก่งขึ้นแน่”
ฤทธายิ้มพร้อมกับเรียกชีต้าร์และนิลๆออกมา
“นี่ชีต้าร์เป็เพื่อนเช่นกันและนี่นิล ๆ น้องชายข้า”
ฤทธาแนะนำทั้งสองให้ดอนนี่รู้จัก
“สวัสดี ข้าแอบฟังอยู่ ที่นี่มีกลิ่นสมบัติเยอะจัง หอมมากเลย” ชีต้าร์ทำจมูกฟุดฟิด
“กรู๊ววว” นิล ๆ ส่งเสียงพร้อมวิ่งเอาตัวไปถูลีโอ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า าาหัวเราะ ดีจริง เ้าจะได้มีเพื่อนสักที การผจญภัยของพวกคนหนุ่มคงสนุกน่าดู” าาหัวเราะชอบใจ
“แต่ภารกิจยังไม่จบ...ต้องผ่านบททดสอบสุดท้าย” การฝ่าป่าหิมะเพลิงที่เต็มไปด้วยอสุรกาย และอันตรายนับไม่ถ้วน
เพื่อไปเอาเพลิงเหมันต์ ต้องมีเพลิงเหมันต์เ้าถึงออกจากที่นี่ได้ แต่มันไม่ง่ายแน่ ป่าอีกฝั่งเต็มไปด้วยสัตว์อสูรดุร้าย ระดับเจ็ดขึ้นไปทั้งนั้น พวกเ้าต้องเตรียมตัว”
าาบอกพวกฤทธา
และเพื่อก้าวไปยังเส้นทางใหม่ ที่รออยู่เบื้องหน้า พวกเขาต้องเตรียมตัวฝึกฝน
(จบตอน)