แจ๊คได้กลายเป็นนักขว้างระเบิดขึ้นมา ขว้างลูกกลมแรงสั่นสะเทือนออกไปหาฝูงหมีกรงเล็บ
ครืน ครืน บูม บูม
ทว่าความจริงมันโหดร้ายแรงการขว้างของแจ๊คนั้นช้ากว่าที่สร้างของอัดอากาศมากทำให้หมีทั้งหมดหลบการโจมตีของแจ๊คได้อย่างไม่ยากเย็น
หมีกรงเล็บได้พุ่งมาในระยะการโจมตีของมันแล้วจึงได้ข่วนกรงเล็บออกมันมากัน แสงสีเงินนั้นไม่ทวนพุ่งมาหาแจ๊คราวกับกระสุนปืน
แจ๊คไม่อยู่ในหมีกรงเล็บข่วนจึงเดินข้ามมิติหนีไป อยู่บนต้นไม้ที่ผิดพลาดก่อนจะโยนลูกกลมแรงสั่นสะเทือนไป
บูม บูม
หมีกรงเล็บบางตัวโจมตีอยู่จึงไม่สามารถหลบได้ทน
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
มันร้องออกมาก่อนจะสลายหายไป ต้นไม้ที่ผิดพลาดที่แจ๊คได้ยืนอยู่พยายามจะเอากิ่งไม้มาทิ่มแทงแจ๊คทว่าแจ๊คได้หนีหายไปแล้ว
แจ๊คได้มาปรากฏตัวตรงหน้าหมีกรงเล็บตัวหนึ่งในขณะกำลังจะปาเข้าหน้าหมีกรงเล็บตัวนี้ ได้มีเสียงของตัวอะไรที่แจ๊คก็ไม่รู้
บูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
เสียงของมันร้องราวกับว่าฟ้าดินได้แตกสลาย หมู่เมฆได้กระจายหายไปทันทีที่โดนคลื่นเสียงนี้ แผ่นดินไหวราวกับพิโรธ ตามออกมาด้วยเสียงของต้นไม้ที่ผิดพลาด เสียงลิง เสียงหนอนและเสียงของหมีกรงเล็บตรงหน้าแจ๊คก่อนจะมีเสียงอีกนับล้าน ๆ ตามมาแจ๊คไม่รู้ว่ามันคือเสียงอะไรทว่าจำนวนมันน่ากลัวมาก
ต้นไม้ที่ผิดพลาดได้ขยายร่างกายของตนเองจากสูงแค่5-6เมตร มันได้สูงขึ้นมาถึง 100เมตรราวกับยักษ์ใหญ่และกลายมาเป็นกรงขังขนาดใหญ่และได้พันกันจนกลายมาเป็นกำแพงไม้ สิ่งนี้แม้แต่แจ๊คเห็นยังตกใจ
..............................
ย้อนกลับไปหลังจากที่แจ๊คกำลังพักผ่อนอยู่ในเมืองอาริโซได้มีผู้คนเข้ามากมายราวกับมีสมบัติที่ผู้คนหมายตามอง จำนวนคนที่เข้ามามีถึง1/3ของคนในเมือง ลองคิดคนในเมืองระดับสูงมี 2-4ล้านคนทว่าการเข้ามา1/3เท่ากับล้านกว่า
คนที่มีตำแหน่งสูงในเมืองได้ยิ้มขึ้นมาเพราะเงินได้เข้ามาในเมืองไม่ต่ำมาก 10ล้านเหรียญทองภายในไม่กี่วันนี้
คนจากภายนอกไม่พอใจกับค่าเข้าเมืองมากนักทว่าไม่มีใครหาเรื่องเข้าตัวเพราะมีเจ้าเมืองระดับสูงอย่างน้อยต้องเป็นจอมนักรบที่เก่งมากแน่และที่สำคัญเป้าหมายที่มาในตอนนี้คือผู้นำพาแห่งความมืด
ไม่มีใครอยากจะเสียเวลากับเมืองแห่งนี้จึงพักกันแค่1วันก่อนจะออกเดินทางเมื่อไม่ให้คนอื่นได้ตัดหน้าของตนเอง
ฟู่ฉางที่นั่งอยู่ในตำหนักเจ้าเมืองได้ถามทหารไปว่า
“เป็นวันนี้ใช่ไหมที่ผู้คนที่มาตามล่าผู้นำพาแห่งความมืดจะออกไปป่าแห่งความเงียบ”
ทหารคนนี้พอได้ยินคำว่าป่าแห่งความเงียบขึ้นมาได้แสดงสีหน้าที่หวาดกลัวออกมา ในเมืองอาริโซได้มีตำนานที่เล่าต่อกันมาว่า ถ้าเจ้าไปป่าแห่งความเงียบเจ้าจะถูกยักษ์ขนาดใหญ่กลืนกินเข้าไป
ทว่าตำนานนี้ต่อมาจึงกลายเป็นนิยายที่สอนให้เด็กดื้อว่าถ้าเจ้าดื้อข้าจะจับเจ้าไปให้ยักษ์กิน
แม้ว่าผู้คนในเมืองจะพูดว่าเรื่องนี้ไร้สาระทว่าป่าแห่งความเงียบยังจัดอยู่ 1 ใน 5 ป่าต้องห้ามอยู่ดีจึงไม่มีใครกล้าลองว่าตำนานนี้เป็นจริงหรือไม่เพราะอีกอย่างคนที่ลองดีมันยังไม่ได้กลับออกมาจากป่าแห่งความเงียบ
ทหารคนนั้นจึงได้ถามกลับไปว่า
“ตำนานป่าแห่งนี้เป็นเรื่องจริงหรือครับ”
ฟู่ฉางมองกลับไปแล้วตอบว่า
“ฉันพึ่งจะมาอยู่ในเมืองแห่งนี้ได้ 8 ปีเองจะไปรู้ได้ยังไง”
ทหารคนนี้กลัวจึงไม่ได้นึกว่าเจ้าเมืองคนใหม่ไม่ได้เป็นคนที่นี้ตั้งแต่เกิดจึง
“ขอโทษสำหรับคำถาม และผู้คนจะออกไปในวันนี้ครับ”
ทหารคนนี้พูดจบได้ออกไป ฟู่ฉางได้ลุกขึ้นมาก่อนจะเดินไปที่ชั้นหนังสือของเจ้าเมืองคนเก่า ชั้นหนังสือนี้ดูธรรมดาอาจจะมีหนังสือแนะนำต่าง ๆ ที่ไม่มีประโยชน์มากทว่าถ้าไม่ใช่ว่าฟู่ฉางใช้เลือดสำรวจทั่วห้องคงจะไม่เจอห้องลับหลังชั้นหนังสือแน่นอน
ฟู่ฉางได้ยกหนังสือขึ้นมา 19เล่มตามลำดับก่อนชั้นหนังสือจะก่อนการสั่นสะเทือนขึ้นมาแล้วมีประตูโผล่ออกมาแทนชั้นหนังสือนี้คือเวทมนตร์และเทคโนโลยีที่ผสมผสานกันจึงเกิดเป็นแบบนี้ ถ้าใช้แต่เวทมนตร์พอมีเวทมนตร์ตรวจจับจะเจอได้ ถ้ามีแต่เทคโนโลยีช่างฝีมือจะรู้ได้ทันทีจึงได้เอาทั้ง2อย่างมาผสมกันทำให้หายากกว่าเดิมมากนักถ้าไม่ใช้เลือดค้นหาจะไม่มีวันเจอ
ประตูนี้ต้องใช้กุญแจเข้าไปทว่ากุญแจคือตราประทับเจ้าเมืองนี้ ถ้าฟู่ฉางเปลี่ยนชื่อเมืองตราประทับเจ้าเมืองจะถูกเปลี่ยนไปด้วยและประตูนี้จะไม่มีวันเปิดออกมาเลย ตราประทับเจ้าเมืองถูกสร้างมาจากอาณาจักรถ้าตราประทับเจ้าเมืองออกนอกเมืองไปถึง5วัน ตราประทับจะกลับมาเองโดยอัตโนมัติ
ฟู่ฉางเอาตราประทับเจ้าเมืองออกมาก่อนจะใส่ไปที่ช่องว่างของประตู
ครืน ครืน
ประตูได้ส่องแสงออกมาก่อนที่จะเปิดประตูขึ้นมาเผยให้เห็นห้องที่มีขนาดเท่ากับห้องนอนขนาดเล็กที่นี่ไม่ได้ใหญ่โตมากนักทว่ามีหนังสือที่เก่าแก่อยู่เท่านั้นส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เมืองนี้ การก่อตั้งและประวัติมืดของอาริโซ ฟู่ฉางไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้ทว่าการเข้ามาครั้งนี้คือหนังสือเกี่ยวกับป่าแห่งความเงียบ
ฟู่ฉางเดินเข้าไปหยิบหนังสือที่ชื่อว่า ความลับของป่าแห่งความเงียบก่อนจะออกมาในห้องลับแล้วมานั่งอ่าน
เปิดดูหน้าแรกมีทบว่า
“ฉันมีชื่อว่าอาริโซ เป็นคนเร่ร่อนเมืองของฉันได้ถูกทำลายไปจากสงครามภายในของอาณาจักรยะเซ็นระหว่างผู้ที่ยินยอมก้มหัวให้กับศาสนาแห่งแสงกับผู้ที่ต่อสู้เพื่ออิสรภาพของอาณาจักร ในตอนสุดท้ายผู้ที่ชนะคือผู้ที่ยินยอมก้มหัวให้กับศาสนาเพราะว่าศาสนาให้คนในอาณาจักรฆ่าฟันกันเองซึ่งผู้ที่ต่อสู้เพื่ออิสรภาพของอาณาจักรไม่ต้องการจึงเป็นฝ่ายยอมแพ้และโดนประหารไป”
“ฉันที่กำลังจะหลบหนีเพราะว่าอาณาจักรยะเซ็นไม่ต้องการให้ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์มีชีวิตรอดเพราะจะเขียนประวัติศาสตร์ใหม่ขึ้นมา ฉันจึงหลบหนีไปที่ป่าแห่งความเงียบซึ่งตอนนั้นทหารของอาณาจักรได้ตามมาด้วย จึงได้ปะทะกับสัตว์นานาชนิดส่วนฉันมีผ้าคลุมที่มีเวทมนตร์หายตัวจึงรอดมาได้ ทว่าฉันรู้ดีว่าพวกสัตว์นั้นไม่ได้สนใจฉันแต่สนใจทหารที่มีคนเยอะกว่ามาก”
“ฉันได้หนีรอดในที่สุดส่วนพวกทหารที่ติดตามมาตายหมด ฉันไปเจอกับขอนไม้ที่มีธาตุไม้อยู่เต็มเปี่ยมฉันในตอนนั้นไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไรเพราะมันรักษาบาดแผลที่ถูกทหารไล่ล่าจนหายดี พอหายดีฉันจึงนำเอามันไปขายจึงรู้ว่ามันคือขอนไม้ต้นไม้หมื่นต้นด้วยเงินจำนวนมากมายนี้ทำให้ฉันสามารถสร้างเมืองขึ้นมาได้”
“จนมีอยู่มันหนึ่งตอนที่ฉันกำลังจะไปเอาขอนไม้ต้นไม้หมื่นต้นนั้นอีกฉันได้เจอกับพวกศาสนาแห่งแสงเข้าพวกมันยกกองทัพเยอะมาก ๆ ถึงฉันจะเกลียดแค้นกับศาสนาแห่งแสงที่มันทำให้เกิดสงครามกลางเมืองทว่าฉันยอมรับว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกมันฉันจึงทิ้งความโลภไปแล้วกลับมาที่เมืองของฉันที่ตั้งใหม่”
“ทว่าผ่านไป 5 วันได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมา ป่าแห่งความเงียบได้มียักษ์ขนาดใหญ่สูงถึง 60 เมตรโผล่ขึ้นมาแม้ว่าฉันอยู่ในเมืองยังเห็นยักษ์ได้ชัดเจน คนในเมืองตอนนั้นยังมีไม่มากพอจึงได้ตกใจนึกว่าพระเจ้าพิโรธมีแค่ฉันเท่านั้นที่รู้ว่ามันเกิดขึ้นเพราะพวกศาสนาไปปลุกมันหลังจากตอนนั้นฉันไม่กล้าเข้าไปอีกเลย”
พออ่านหนังสือบันทึกจบฟู่ฉางยังไม่อยากจะเชื่อเลยมาป่าแห่งความเงียบมียักษ์ขนาดใหญ่อาศัยอยู่และทำไมศาสนาแห่งแสงในเมืองอาริโซถึงได้ถูกสังหารมากนักเป็นเพราะแบบนี้เอง
ฟู่ฉางได้ออกมานอกตำหนักและเดินทางไปที่กำแพงตรงทิศที่ป่าแห่งความเงียบอยู่ วันนี้จะได้เห็นกันว่ามีสิ่งใดอยู่ในป่าแห่งความเงียบกันแน่
....................................................
ด้านนอกป่าแห่งความเงียบได้มีผู้คนเข้ามากันเป็นล้านยืนเรียงรายกันอยู่ ผู้คนได้มองดูป่าแห่งความเงียบแล้วพูดคุยกัน
“นี้หรือป่าแห่งความเงียบ”
“ฉันไม่เห็นรู้สึกได้ถึงอันตรายอะไร”
คนที่พูดขึ้นมาว่าไม่รู้สึกถึงอันตรายจนทำให้ผู้คนหันหน้าไปมอง คือ ชายชราที่แก่มากทว่าเขามีตาเพิ่มมาอีกอันตรงหน้าผาก และด้านหลังของพวกมันมีกลุ่มวัยรุ่นที่มีตาที่หน้าผากอีกหลายคน
“นั้นมันเผ่า 3 ตา”
พอได้ยินชื่อของเผ่า 3 ตาทำให้ผู้คนหวาดกลัวมากเพราะว่าเผ่า3ตาเป็นเผ่าที่ได้รับการคุ้มครองจากศาสนาแห่งแสงและเผ่า 3 ตามีความสามารถในการรวบรวมพลังต่าง ๆ ได้ดีมากจึงทำให้ศาสนาแห่งแสงใช้เผ่า 3 ตาในการรวมพลังแสงจากดวงดาวต่าง ๆ
ทันใดนั้นมีคนพูดขึ้นมาว่า
“เหอะมันก็แค่ทาสของศาสนาแห่งแสงเท่านั้น”
คนที่พูดคำนั้นขึ้นมาคือ ชายที่สวมผ้าคลุมทั้งตัว ร่างสูงกำยำมากผู้คนได้มองมาทางเข้าอย่างเวทนาเพราะศาสนาแห่งแสงเป็นกองกำลังที่ใหญ่ที่สุดในดวงดาวแห่งนี้แล้ว
ชายชราเผ่า 3 ตาโกรธมากที่มีคนพูดคำนี้ออกมา แม้ว่าจะได้รับการคุ้มครองทว่ามันเหมือนกับการใช้เป็นทาสมากกว่าเพราะต้องรวบรวมแสงจากดวงดาวอื่นมามันกินพลังงานของคนในเผ่ามากนักทว่าอย่างน้อยพวกศาสนาก็ยังให้ของตอบแทนเขาบ้าง
“แกเป็นใคร”
ชายที่สวมผู้คลุมได้ต่อยออกไปทางชายชรา 3 ตาได้รวบรวมลมปราณในตาที่ 3ก่อนจะยิงออกมา
ครืน ครืน บูม ปัง
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก
ผู้คนที่อยู่ใกล้หลบไม่ทันโดนโดยหลงไปด้วยจึงร้องออกมา ส่วนชายสวมผ้าคลุมไม่ได้ถอยหลังออกมาแต่ชายชรา 3 ตาได้กระเด็นออกไปก่อนจะกระอักเลือดออกมาแล้วมองชายสวมผ้าคลุมด้วยความกลัว
ชายสวมผ้าคลุมได้เอาผ้าคลุมออกปรากฏตัวเขาเป็นโอเกอร์สูงใหญ่ ทำให้ผู้คนที่มองด้วยสายตาเวทนาเขากลายเป็นความกลัวแทนราวกับว่าจะถูกเขาฆ่า
“นั้นมัน เมะพี โอเกอร์ผู้กระหายเลือดของอาณาจักรอาบูโน”
“เมะพีมาด้วยงั้นหรือ”
ผู้คนได้กระซิบกันทว่าเมะพีไม่ได้ฆ่าชายชรา3ตานั้นเพราะมีพวกของศาสนาแห่งแสงอีกมากมายที่รวมตัวกันอยู่ตรงนี้ถ้าสู้ไปไม่คุ้มค่าที่เขาปรากฏตัวขึ้นมาเพราะจะทำให้ผู้คนอยู่ว่ามีเขาอยู่ถ้าจะแย่งเหยื่อของเขาไปเมะพีจะฆ่าพวกมัน
การปรากฏตัวของเมะพีทำให้ผู้คนลังเลใจที่จะไปต่อทันใดนั้นได้เกิดเสียงคำรามของสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่ขึ้นมา
บูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
ผู้คนที่อยู่ด้านนอกป่าได้ถูกดูดเข้ามาให้ป่าอย่างทำอะไรไม่ได้เลย
“อะไรกันฉันกำลังจะถูกดูดเข้าไป”
“ช่วยด้วย”
ต้นไม้ที่ผิดพลาดได้โตขึ้นมาจาก5-6เมตรกลายมาเป็น 100เมตรและความสยองกำลังจะเริ่มขึ้น
...........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................