10. เยว่ชิงเอ๋อที่ได้ยินหมางกั่วเรียกว่าน้องหญิงนางชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็มิได้ว่าอะไร นางทำสีหน้าจริงจังแล้วกล่าวตอบ “ข้าไม่มั่นใจเ้าคะ ข้าไม่เคยต่อสู้มาก่อน “ หมางกั่วได้ยินเช่นนั้น แล้วยืดอกขึ้น “น้องหญิงไม่ต้องเป็กังวลมีข้าทั้งคน หากดูท่าไม่ดีข้าจะเข้าไปช่วยเ้าเอง” เยว่ชิงเอ๋อได้ยินเช่นนั้นนางพยักหน้าอย่างจริงจัง
เยว่ชิงเอ๋อชักกระบี่ออกมา แล้วทำการรวมลมปราณไว้ที่เท้า แล้วพุ่งตัวออกจากที่ซ่อน ปลายกระบี่ชี้ไปที่คอของหมาป่า หมายจะแทงคอของมันให้ดับในการโจมตีเดียว
เ้าหมาป่าที่กำลังฉีกไก่อยู่ มันรู้สึกได้ถึงการบางอย่างที่พุ่งเข้ามา มันจึงะโหลบไปด้านข้าง
ตอนนี้เยว่ชิงเอ๋อรู้ประหม่าเล็กน้อย นางไม่รอให้หมาป่าตั้งตัวได้รับพุ่งเข้าไปแทงอีกครั้ง แต่หมาป่าก็สามารถะโหลบได้อีกครั้ง
จากนั้นนางกระหน่ำฟาดฟันไปหลายสิบคนรั้ แต่ก็ไม่โดนหมาป่าสักครั้ง ผ่านไปครึ่งชั่วโมงลมปราณของเยว่ชิงเอ๋อเริ่มหมด การโจมตีเริ่มช้าลงจังหวะนางฟันกระบี่วืดจนเสียหลัก นางไม่สามารถโจมตีได้อย่างต่อเนื่อง
หมาป่าเห็นจังหวะนั้นจึงพุ่งกระโจมพร้อมกับกรงเล็บเท้าหน้า เตรียมจะตะพบไปที่หน้าเยว่ชิงเอ๋อ ในจังหวะนั้นเยว่ชิงเอ๋อ ได้เอากระบี่มารับไว้ทัน แต่ทำให้นางถอยหลังไปประมาณสองก้าว
จากนั้นกรงเล็บหมาป่ารัวตะพบมาที่เยว่ชิงเอ๋อ ตอนนี้นางทำได้เพียงยกกระบี่มากันไว้เท่านั้น ผ่านไปสิบนาที เยว่ชิงเอ๋อเริ่มหมดแรงแขนขาสั่นไปหมดและกรงเล็บได้ตะพบมาที่นางอีกครั้งนางได้เอากระบี่รับ
เมื่อกรงเล็บกระทบกับกระบี่ ด้วยความแรงของการโจมตรและอ่อนล้าทำให้กระบี่หลุดจากมือนาง และนางก็เสียหลักล้มลง
หมาป่าเห็นเช่นนั้นจึงแยกเขี้ยวกระโจมเข้าหวังจะกัดไปที่คอในตอนที่หมาป่ากำลังจะถึงตัว ของเยว่ชิงเอ๋อ มีร่างเงาสองร่บบางพุ่งมาอย่างรวดเร็ว ปรากฏหมางกั่วและฉีไป๋ พุ่งไปตัดคอหมาป่าขาดสองท่าน
จากนั้นทั้งสองเข้ามาดูเยว่ชิง เอ๋อด้วยควมเป็ห่วง เมื่อทั้งสองยืนอยู่หน้าเยว่ชิงเอ๋อ พวกเขาย่อตัวลงแล้วยื่นมือออกไปพร้อมกันเพื่อให้เยว่ชิงเอ๋อจับมือขึ้นมาประคองตัว
เยว่ชิงเอ๋อเลือกจับมือฉีไป๋ แล้วพยุงตัวขึ้น เมื่อหมางกั่วเห็นเช่นนั้น ชิ! เขาแค่นเสียงออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ แล้วสะบัดแขนเสื้อแล้วเดินหันหลังจากไปด้วยความโมโห
ฉินโม่ที่มองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มอย่างชั่วร้ายออกมา ในใจเขาคิดว่าดูเหมือนว่าหมาจากตระกูลหมาง หัวของมันจะลุกเป็ไฟแล้วซินะ ฮะฮ่า”