ฝักที่4
จากที่ได้พูดคุยกับภูตตัวน้อยอยู่พักใหญ่จึงได้รู้ว่าในยามนี้ตัวเขาเองนั้นสามารถดึงเอาพลังเวทย์จากเหล่าภูตทั้งหลายมาเป็ของตนได้ชั่วคราวในยามที่้าซ้ำยังมีพลังเวทย์อีกสายหนึ่งที่อยู่ในตัวซึ่งมาจากเถาวัลย์ิญญาแห่งชีวิตซึ่งพลังของมันนั้นสามารถรักษาโรคจนถึงขั้นชุบชีวิตสิ่งมีชีวิตทั้งหลายได้และในทางกลับกันยังสามารถสร้างความเจ็บป่วยหรือทำลายสิ่งมีชีวิตทุกอย่างบนโลกนี้ได้เช่นกันนับว่าเป็พลังเวทย์ชั้นสูงที่หาได้ยากมากซึ่งยังไม่เคยมีจอมเวทย์คนใดมีพลังเวทย์ถึงขั้นนี้มาก่อน
แต่พลังที่ยิ่งใหญ่ย่อมต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนอันเหมาะสมด้วยเช่นกันนั่นก็คือทุกครั้งที่มีการใช้พลังเวทย์ของมันตัวเขาจะต้องได้รับความทุกข์ทรมานทางกายเป็การแลกเปลี่ยนความเ็ปในแต่ละครั้งที่จะได้รับนั้นย่อมจะไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับพลังเวทย์ที่ใช้ไปในแต่ละครั้งรวมถึงหากเป็การฝืนโชคชะตาอย่างร้ายแรงก็ย่อมต้องแลกกับความเ็ปทุกข์ทรมานในระดับที่อาจจะกล่าวได้ว่าตายเสียดีกว่าอยู่เลยก็ว่าได้แต่หากใช้พลังเพียงแค่รักษาหรือทำให้ใครสักคนเป็ไข้หวัดเท่านั้นผลที่ได้รับก็จะมีเพียงน้อยนิดซึ่งอาจจะเพียงแค่ปวดเมื่อยเนื้อตัวเท่านั้น
ส่วนการที่เขาจะหยิบยืมพลังของเหล่าภูตมาใช้นั้นก็ทำได้ง่ายดายเพียงแค่ตั้งสมาธิในขณะที่้าใช้พลังนั้นแต่หากดึงเอาพลังของเหล่าภูตนั้นมาใช้มากเกินไปก็จะทำให้ภูตเ่าั้อ่อนแอลงและต้องใช้เวลาในการพักฟื้น
แล้วก่อนที่ดินจะออกจากโพรงไม้พวกภูตยังได้เอ่ยปากอาสากันว่าหากมีงานอะไรให้ช่วยเหลือขอให้บอกพวกตนได้เลยอย่าได้เกรงใจเพราะตัวเขานั้นเปรียบเสมือนาาของเหล่าภูตทุกหมู่เหล่าอยู่แล้วเพียงแค่สั่งการภูตทุกตนก็พร้อมจะทำให้ทันที
ในที่สุดดินก็สามารถออกมายืนด้านนอกได้สำเร็จเขาได้มองกลับไปที่โพรงไม้ซึ่งเป็สถานที่ที่ครั้งหนึ่งนั้นเคยเป็ดั่งที่ใช้ทรมานตนแต่ในขณะเดียวกันก็เป็ดั่งผู้ให้ด้วยเช่นกันเพราะการที่เขาสามารถใช้เวทย์ได้นั้นย่อมจะนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่จะทำให้ตัวเขาเองและครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างมากเท่าที่ปรารถนาอยากจะให้เป็เลยทีเดียวแต่ดินคิดว่ารู้จักครอบครัวตัวเองดีมากพอที่จะรู้ว่าทุกคนนั้นชอบความสงบเรียบง่ายเพียงไร
สิ่งที่พวกเขา้าและอยากจะได้นั้นก็คงจะมีเพียงแค่อาหารเครื่องนุ่งห่มที่จำเป็ต้องใช้ในหน้าหนาวที่กำลังจะมาถึงและการซ่อมแซมบ้านหลังน้อยที่กำลังจะพังแหล่มิพังแหล่จนตัวเขาเองยังแอบหวั่นใจว่านั่งๆนอนๆ อยู่ดีๆหลังคาก็ถล่มลงมาทับตายไม่วันใดก็วันหนึ่งล่ะนะ
แถมท่านพ่อก็บ่นกลุ้มใจเื่นี้ให้ได้ยินอยู่บ่อยๆเพราะกังวลว่าโครงสร้างของบ้านที่ไม่แข็งแรงนั้นจะไม่สามารถทนลมแรงในฤดูหนาวปีนี้ได้หากเป็เมื่อก่อนเขาคงทำได้เพียงแค่รับฟังเฉยๆแต่วันนี้เขาสามารถใช้พลังที่มีสร้างบ้านที่แข็งแรงให้ทุกคนอาศัยได้แล้ว
ดินกวาดตามองสำรวจต้นไม้ั์อีกครั้งนึงก่อนที่จะกลับไปและนั้นทำให้เขาประหลาดใจนักเพราะต้นไม้ที่เคยเป็เพียงต้นไม้ที่ยืนต้นตายนั้นบัดนี้กลับแตกกิ่งก้านสาขาผลิใบออกดอกพรั่งเสียเต็มต้นอยู่ท่ามกลางหมอกที่กำลังก่อตัวหนาอย่างรวดเร็วเพียงไม่นานนักต้นไม้ั์นั้นก็หายไปในหมอกหนาและเป็การหายไปตลอดกาลเพราะหลังจากนั้นตนก็ไม่เคยเห็นมันอีกเลย
หลังจากเดินมาถึงบ้านที่เวลานี้ไร้แสงสว่างซึ่งหมายความว่าทุกคนภายในบ้านนั้นได้เข้านอนกันหมดแล้วเขาจึงลงมืองัดหน้าต่างในห้องนอนซึ่งใช้เวลาเพียงไม่นานก็สำเร็จอย่างง่ายดายดินก็ค่อยๆ ย่องเข้ามาในห้องนอนเหมือนพวกตีนแมวและดูเหมือนตัวเขานั้นน่าจะมีพร์ในด้านนี้มากเลยทีเดียวถึงทำให้คนในบ้านไม่ตื่นขึ้นมาสักคนเมื่อมาถึงเตียงนอนแล้วเขาจึงรีบสอดตัวเข้าในผ้าห่มผืนบางที่ผ่านการปะชุนเสียจนดูไม่ออกว่าแท้จริงแล้วผ้าผืนนี้เคยเป็สีอะไรมาก่อนเพราะตอนนี้มันเต็มไปด้วยเศษผ้าหลากสีที่ใช้เพื่อซ่อมแซมให้มันยังใช้งานได้ต่อไป
ใน่ที่กำลังจะหลับตาลงนั้นเองก็มีแสงจากเทียนเล่มหนึ่งถูกจุดขึ้นมาที่มุมห้องข้างหน้าต่างแล้วคนที่จุดนั้นก็คือบิดาของเขาเองที่มีใบหน้าดูเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัดส่วนมืออีกข้างของท่านกำลังประคองมารดาที่ในยามนี้นั้นมีดวงตาแดงก่ำคล้ายกับคนที่ผ่านการร้องไห้อย่างหนักมานาน
“ท...ท่านพ่อท่านแม่~”เมื่อเจอกันเหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดคิดไว้ก่อนดินก็เกิดความสับสนว่าควรจะจัดการกับสถานการณ์ตรงหน้านี้อย่างไรถึงจะดีจะโกหกหรือเล่าความจริงให้พวกท่านฟังดี
“ดิน...ไปไหนมาลูกพ่อกับแม่เป็ห่วงมากรู้มั้ย..”น้ำเสียงของมารดาเต็มไปด้วยความเป็ห่วงเป็ใยไม่มีร่องรอยของความโกรธเคืองหรือตำหนิตัวเขาแม้แต่น้อยนั่นยิ่งทำให้ดินนั้นรู้สึกผิดที่ทำให้พวกท่านนั้นเป็ห่วงยิ่งขึ้นทั้งๆ ที่เมื่อตอนกลางวันที่ผ่านมาพวกท่านทั้งสองก็ออกไปรับจ้างทำงานหนักกันมาแต่แทนที่จะได้พักผ่อนกลับต้องมาอดหลับอดนอนเพราะตนเองอีกเมื่อคิดได้เช่นนั้นน้ำตาก็ไหลออกมาพร้อมกับเสียงสะอื้นไห้เหมือนเด็กตัวน้อยๆจนมารดาต้องรีบนั่งลงแล้วดึงตัวเข้าไปกอดพร้อมเช็ดน้ำตาให้เขาไปด้วย
“เ้าลูกโง่!แม่เ้ายังไม่ได้ดุเ้าสักแอะแล้วจะร้องไห้ทำไมเล่าห๊า..”นายมั่นเอ่ยปลอบบุตรชายแล้วเอามือโยกหัวเล็กๆของเ้าตัวเบาๆ‘เ้าลูกคนนี้แม้ว่าจะโตเป็หนุ่มแล้วก็ยังขี้แยไม่เปลี่ยนไปเลยแล้วอย่างนี้จะไปดูแลหญิงสาวที่ไหนได้สงสัยต้องหาคนมาดูแลเ้าตัวเสียมากกว่าล่ะมั้ง’
ยิ่งดินได้เห็นบิดามารดาแสดงออกถึงความห่วงใยมากเท่าไหร่ความตื้นตันใจมันยิ่งทะลักออกมาเป็น้ำตาสำหรับคนที่มีครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อมอาจจะไม่เข้าใจนักแต่คนที่ไม่มีนั้นพอได้รับมันแม้เพียงเล็กน้อยก็สุขใจเหลือพรรณนาแล้ว
หลังจากหยุดร้องไห้ได้แล้วเขาจึงขอให้ท่านทั้งสองไปพักผ่อนกันเสียก่อนเพราะยามนี้เวลาล่วงเลยมาจนจะถึงเช้าของอีกวันแล้วส่วนเื่ราวทุกอย่างจะยกไปเล่าให้ท่านฟังในวันพรุ่งนี้แทนดินตัดสินใจแล้วว่าจะเล่าเื่ที่พบมาวันนี้ให้พวกท่านได้รับรู้ตามจริงทั้งหมด
ในตอนเช้านัทซึก็อาสาที่จะมาปลุกพี่ชายด้วยตัวเองพอเปิดประตูห้องได้แล้วเ้าตัวเล็กก็ชะโงกหน้าเข้ามามองดูว่าพี่ชายตนนั้นได้ตื่นนอนหรือยังเมื่อเห็นว่ายังไม่ตื่นก็รีบพุ่งตัวไปที่เตียงนอนแล้วจึงะโขึ้นไปนั่งทับหน้าอกของคนบนเตียงในทันทีก่อนที่จะออกแรงขย่มทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงบนตัวพี่ชายที่ยังนอนไม่ตื่น
“ท่านพี่ตื่นๆ ๆ ๆ ท่านพี่ตื่นได้แล้วขอรับ..”ดินสะดุ้งตื่นทันทีจากการปลุกของเ้าน้องชายตัวแสบขืนเขายังไม่ยอมตื่นมีหวังกระดูกซี่โครงของตนคงได้หักสักซี่สองซี่เพราะวิธีการปลุกของเ้านัทซึเป็แน่
“นัทซึนี่เ้าตั้งใจมาปลุกพี่จริงๆหรือว่าแอบเข้ามาลอบทำร้ายข้ากันแน่ห๊ะ เ้าเด็กแสบ..”เ้าน้องชายหัวเราะชอบใจแล้วทิ้งตัวลงซบไหล่ของตน
“ท่านพี่อ่า..ตอนเย็นเมื่อวานท่านพี่ไปไหนมาขอรับข้าไม่ชอบเลยที่ท่านไปไหนแล้วไม่ยอมบอกข้ารู้มั้ยว่าตอนนี้ข้ากำลังงอนท่านอยู่น๊าท่านพี่รีบหาของมาง้อข้าเร็วๆด้วยล่ะ ข้ารออยู่นะขอรับ..”นี่ตกลงเ้าเป็ห่วงข้าจริงๆหรืออยากได้ของกันแน่ ห๊ะ!เ้าน้องชายตัวดี
ที่โต๊ะอาหารนั้นทุกคนกำลังรอดินอยู่คนเดียวเมื่อเขานั้นนั่งลงแล้วทุกคนก็เริ่มทานมื้อเช้ากันทันทีเ้านัทซึกินไปคุยไปเจื้อยแจ้วอยู่คนเดียวจนอาหารกระเด็นออกมาเขาเลยดุให้เคี้ยวข้าวให้หมดก่อนแล้วจึงค่อยคุยส่วนเ้าตัวดีก็หันมามองค้อนแล้วส่งสายตามาบอกประมาณว่า‘ข้ากำลังงอนท่านอยู่ข้าไม่คุยด้วยหรอกนะ รีบๆหาขนมมาง้อซะ ข้ารออยู่’แล้วทำหน้าเชิดใส่เขาเอากับเ้าน้องชายเขาสิมันน่านักเชียว
เมื่อมื้อเช้าผ่านไป…ก็ถึงเวลาที่จะต้องเล่าเื่ราวที่เกิดใน่เย็นของเมื่อวานให้ท่านทั้งสองได้ฟังตอนนี้ท่านพ่อท่านแม่นั่งอยู่ที่เตียงนอนอยู่เขาส่วนนัทซึก็ออกไปวิ่งไล่จับผีเสื้อด้านนอกเหมือนที่เ้าตัวทำอยู่ทุกเช้าเมื่อเริ่มเล่าให้ท่านทั้งสองฟังตอนที่โดนเ้าเถาวัลย์พันรัดตัวจนกลายเป็ดักแด้นั้นพวกท่านก็ใกันยกใหญ่จับเขาหมุนซ้ายหมุนขวาพลางมองหาร่องาแที่อาจจะมีแต่เมื่อเล่าไปจนจบทั้งสองก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกัน
“การที่มีพลังเวทย์ที่สามารถรักษาสิ่งมีชีวิตจนถึงขั้นชุบชีวิตได้นั้นมันช่างวิเศษยิ่งแถมยังสามารถทำลายล้างชีวิตได้อีกด้วยผู้ที่มีพลังเวทย์เช่นนี้ย่อมเป็ที่้าตัวของผู้มีอำนาจบารมีหากมีผู้ล่วงรู้เข้าข้าเกรงว่าชีวิตนี้เ้าจะหาความสุขสงบไม่ได้อีกแล้วหรือบางทีอาจจะนำภัยมาให้ด้วยซ้ำเพราะคนโลภนั้นสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อให้บรรลุประโยชน์ของตนเฮ้อ~”บิดาร่ายยาวออกมาด้วยความเป็กังวล
“เื่นี้ข้าเห็นด้วยกับท่านพ่อขอรับข้าจะไม่แพร่งพรายเื่ออกไปแน่นอนขอรับ..”
สิ่งที่เขากังวลที่สุดคือความปลอดภัยของคนในครอบครัวเพราะอย่างที่ท่านพ่อกล่าวไว้ว่าคนโลภนั้นสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่้าต่อให้เขามีพลังเวทย์ที่ยิ่งใหญ่เพียงใดแต่ก็ไม่ได้เป็เครื่องรับประกันความปลอดภัยให้ตนเองและคนในครอบครัวได้ทั้งหมดและตลอดเวลาทุกอย่างย่อมต้องมีช่องโหว่งทั้งสิ้นเพราะฉะนั้นเขาจะไม่ยอมเอาความปลอดภัยของคนที่ตนรักมาเสี่ยงเด็ดขาด
“ดีแล้วลูกแม้ว่าคนทั่วไปบางคนนั้นจะสามารถใช้เวทย์ได้หากแต่มีคนรู้ว่าเ้ามีพลังเวทย์ที่แข็งแกร่งเป็อย่างมากแล้วล่ะก็ย่อมไม่ใช่เื่ดีแม่ขอให้เ้าจงระวังอย่าได้ใช้พลังเวทย์ให้ใครได้เห็นจะดีกว่าเพราะการที่คนรากหญ้าอย่างพวกเรามีพลังเวทย์นั้นไม่ใช่เื่ปกติอย่างยิ่งเ้าก็รู้..”มารดาเขาก็มีสีหน้าไม่สบายใจพอๆกัน
การพูดคุยกันใน่เช้าจบลงด้วยการที่เขารับปากท่านทั้งสองอย่างแข็งขันว่าเื่นี้จะรู้กันเพียงคนในครอบครัวและจะไม่ใช้เวทย์พร่ำเพรื่ออย่างเด็ดขาดจึงทำให้พวกท่านพอเบาใจไปได้บ้างแล้วหลังจากนั้นดินจึงชวนบิดาไปดูแปลงผักที่วันนี้เขาวางแผนว่าเริ่มปรับพื้นที่ทำนาข้าวด้วยเลยเมื่อมีพลังเวทย์อุปสรรคทั้งหลายจึงไม่มีอีกต่อไปแม้กระทั่งข้อจำกัดเื่ฤดูกาลในการปลูกด้วยเช่นกัน
เมื่อมาถึงดินก็หยุดยืนอยู่ริมแม่น้ำพลางมองย้อนกลับไปในเส้นทางที่แม่น้ำสายนี้ไหลมาซึ่งแม่น้ำสายนี้นั้นไหลมาจากูเาสูงลูกใหญ่ลูกหนึ่งและน้ำทั้งหมดของแม่น้ำสายนี้ก็คงจะมาจากการละลายของหิมะที่มีอยู่บนยอดเขาตลอดทั้งปีซึ่งมองจากที่นี่ก็รู้เลยว่ามันไกลมากๆเห็นเป็เพียงแค่เงาลางๆเท่านั้น แต่ก็ยังรู้ว่าเป็ูเาลูกใหญ่แน่และที่นั่นคงไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่เพราะมันห่างไกลจากตัวเมืองมากหากเจ็บไข้ได้ป่วยหนักๆมาก็คงจะต้องตายอยู่ที่นั้นจะซื้อหาสิ่งใดก็ต้องเดินทางเข้าเมืองเป็แรมเดือนคงไม่มีใครอยากจะไปอยู่ในที่เช่นนั้นแน่นอน
“ท่านพ่อท่านว่าทีู่เาลูกนั้นเป็เช่นไรขอรับ..”
“อืม...ข้าเองก็ไม่เคยไปที่นั้นหรอกนะแต่ดูแล้วอากาศที่นั้นน่าจะหนาวกว่าที่นี่สักหน่อยนะเกิดคิดอะไรเพี้ยนๆขึ้นมาอีกล่ะเ้าลูกคนนี้ถึงได้อยากรู้เื่ที่นั่นขึ้นมาข้าล่ะกลัวความคิดของเ้าเสียจริงเชียว..”นายมั่นหรี่ตามองหน้าเ้าลูกชายที่ต้องคิดจะทำอะไรอยู่แน่ๆ
“ท่านพ่อข้าว่าเราย้ายไปอยู่ที่นั่นกันเถอะขอรับที่นั่นไม่มีผู้คนให้ต้องระวังข้านั้นจำเป็จะต้องใช้เวทย์ในการปลูกข้าวหรือแม้แต่ทำอย่างอื่นพลังเวทย์จะช่วยให้เรามีความเป็อยู่ที่ดีขึ้นนะขอรับแต่หากอยู่ที่นี่จะทำสิ่งใดก็ต้องลำบากคอยระแวงระวังท่านเชื่อข้าในครั้งนี้เถอะขอรับ..”ดินบอกบิดาไปด้วยน้ำเสียงที่จริงจังอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนส่วนสายตาก็ยังไม่ละจากูเาที่อยู่ไกลๆลูกนั้น
“เ้า้าเช่นนั้นจริงหรือมันไม่เื่เล็กๆ เลยนะเ้าคงรู้ใช่มั้ยว่าปัญหาไม่ได้มีแค่การเดินทางที่ไกลแสนไกลจากที่นี่เท่านั้น..”
“ข้าทราบดีขอรับท่านพ่อแต่ข้าคิดว่าสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆที่ท่านนั้นกังวลได้ขอรับ..”ดินมองสบตากับบิดาตนเพื่อให้ท่านได้เห็นถึงความมั่นใจในการตัดสินใจครั้งใหญ่นี้
“ก็ได้..ถ้าเ้ามั่นใจขนาดนั้นงั้นข้าว่าเรากลับไปคุยเื่นี้กันต่อที่บ้านเถอะแล้วไหนยังจะต้องบอกแม่ของเ้าในเื่นี้อีกไม่รู้ว่านางจะคิดเห็นอย่างไรบ้างเ้าไปอธิบายความให้แม่เ้าฟังเองแล้วกันนะ..”นายมั่นเห็นสายตาที่มั่นใจของบุตรชายก็รู้สึกว่าบุตรชายของตนโตแล้วจริงๆแม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกยังจะดูเป็เด็กที่ต้องคอยให้พ่อแม่คอยปกป้องอยู่แต่ตอนนี้กลับมีความคิดเป็ของตนเองทั้งยังกล้าคิดกล้าตัดสินใจในเื่ใหญ่ๆแล้วด้วยการที่จะย้ายไปอยู่ที่นั่นเขาเองก็ไม่ได้มองว่าเป็เื่ที่เลวร้ายแต่อย่างใดเพียงแต่แค่กังวลกับการเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่ยังไม่รู้ก็เท่านั้น
เมื่อมาถึงหน้าบ้านดินก็เจอมารดาที่เพิ่งจะตากผ้าเสร็จพอดีเลยรีบพามารดาเข้ามาด้านในบ้านทันทีเ้าน้องชายที่เห็นตนกำลังดึงลากแขนท่านก็นึกว่าพวกเราสองคนกำลังเล่นกันอยู่ก็รีบวิ่งตามเข้ามาทันที
“ท่านแม่ขอรับพวกเราย้ายไปอยู่ทีู่เาลูกนั้นกันเถอะขอรับ..”ดินชี้นิ้วไปทางหน้าต่างที่เปิดอยู่ซึ่งทิวทัศน์ด้านนอกหน้าต่างบานนั้นคือูเาลูกใหญ่ที่ตน้าจะย้ายไปอยู่พอดี
“ย้าย!ย้ายไปไหนนะลูก?..”นางพิมคิดว่านางอาจจะหูฝาดไป
“พวกเราทั้งหมดย้ายไปอยู่ทีู่เาลูกใหญ่ลูกนั้นกันเถอะนะท่านแม่ท่านแม่ไม่ต้องเป็ห่วงกังวลอะไรเลยเพราะข้ามีทางออกทุกอย่างไว้แล้วล่ะขอรับ..”ดินพยายามเกลี้ยกล่อมมารดาให้ตกลงเพราะตอนนี้เหลือแต่เพียงการตัดสินใจของท่านเพียงคนเดียวเท่านั้น
“ท่านแม่...พวกเราย้ายไปกันเถอะนะท่านแม่ข้าอยากไปเล่นหิมะท่านพ่อเคยบอกข้าว่าที่นั่นมีหิมะตลอดทั้งปีเลยด้วย..”ทำดีมากน้องพี่เดี๋ยวพี่ชายคนนี้จะเอาหิมะเย็นมาราดน้ำหวานให้เ้ากินเอง
“รู้กับเขาด้วยเหรอเ้าลูกคนนี้...เก่งจริงๆนะตัวเล็กของแม่ ฟอดดดด~”มารดาก้มลงไปหอมแก้มเ้าตัวเล็กที่นั่งอยู่บนตัก
“ข้ารู้..ข้ารู้..ข้าเก่ง~”เ้าเด็กหลงตัวเองรีบชูไม้ชูมือตอบเหมือนตัวเองรู้เื่กับเขาจริงๆ
“งั้นคนเก่งต้องนั่งเงียบก่อนนะรู้มั้ยจ๊ะ..”เ้าน้องชายได้ยินท่านแม่ชมว่าเก่งก็รีบพยักหน้าตอบรับทันที นอกจากจะหลงตัวเองแล้วเ้ายังบ้ายออีกต่างหากนะเ้าเด็กโง่ของพี่ อิอิอิ
“แล้วเ้าได้ถามบิดาของเ้าหรือยังล่ะลูก..”
“ท่านพ่อตกลงแล้วขอรับแต่ท่านให้ข้ามาถามความเห็นท่านแม่อีกทีขอรับ..”
“หากเป็เช่นนั้นแม่ก็ตกลง..”นางพิมเมื่อรู้ว่าสามีและลูกชายตัดสินใจเช่นนั้นแล้วนางก็ไม่ขัด การไปอยู่ในที่ไกลๆนั้นก็อาจจะเป็การดีสำหรับบุตรชายของตนที่ตอนนี้ได้กลายเป็จอมเวทย์ไปแล้ว
“เย้~เย้~เย้~~ข้าจะได้เล่นหิมะแล้วท่านพี่ท่านต้องมาเล่นกับข้าด้วยนะขอรับ..”ดูเหมือนเ้านัทซึจะดีใจมากกว่าเขาเสียอีกนะ
“แต่เ้ากำลังงอนข้าอยู่นะเผื่อเ้าจะลืม..”เ้าน้องชายอึ้งไปครู่นึงเพราะลืมไปว่าตัวเองนั้นกำลังงอนตนอยู่
“ท่าน...ท่านพี่ก็รีบมาง้อข้าสิเอาตอนนี้เลยก็ได้นะเนี่ยข้าพร้อมให้ท่านพี่ง้อแล้วด้วยเอาเลยสิขอรับแล้วข้าจะหายงอนท่านทันทีเลยนะ..”นัทซึรีบเสนอทางออกให้พี่ชาย
“เฮ้อ~แย่จัง!ที่ตอนนี้ข้ายังไม่ว่างที่จะง้อเ้าน่ะสิทำไงดีน๊า~อืม...งั้นเอาไว้ก่อนแล้วกันนะเ้าน้องชายสงสัยเ้าต้องเล่นหิมะคนเดียวแล้วล่ะน่าสงสารจังเลยนะ หึหึหึ..”เมื่อมีโอกาสเอาคืนเ้าน้องชายตัวแสบเขาก็จะไม่ยอมปล่อยให้มันผ่านไปอย่างแน่นอนอิอิอิ
“ท..ท่านพี่อ่า~”นัทซึกระทืบเท้าเต้นเร่าๆด้วยความขัดใจพี่ชายแต่ทำอะไรไม่ได้แล้วเมื่อดินได้เห็นอาการของน้องชายตนนั้นก็รู้สึกพออกพอใจยิ่งนักจึงได้เดินผิวปากเข้าครัวไปช่วยมารดาเตรียมอาหารเที่ยงอย่างอารมณ์ดีเพราะนานๆทีที่เขาจะสามารถหาโอกาสแกล้งเ้าน้องชายได้สักครั้งนึงอ่ะนะ