โปรแกรมสร้างนักรบ

    นักเวทย์ผู้เก่งกาจ 21 – แค่ครั้งเดียว!

            “ไป! ไปต่อ! กะอีแค่สายฟ้า เฮอะ! จะกี่เขาก็เข้ามา ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะเอาชนะไม่ได้!”


            ออสการ์ไม่พักผ่อนเลยด้วยซ้ำหลังจากที่จัดการกับไทรเซอราทอปส์เก้าเขาตัวสุดท้ายที่อยู่หน้าห้องบอสได้ เด็กหนุ่มแค่ควักเม็ดยาฟื้นฟู เม็ดยาแก้หิว และเม็ดยาเติมมานามายัดใส่ปาก ก่อนจะขยับตัวพุ่งผ่านเข้าไปด้านในทันที


            ความมั่นใจของเขาเต็มเปี่ยม ประสาทสัมผัส ความเข้าใจ และการจับจังหวะการใช้เวทย์ม่านวารีกำลังอยู่ในจุดสูงสุด ออสการ์ต้องการกำจัด ‘บอส’ แบบรวดเดียวจบ ไม่อยากเสียเวลารอให้โมเมนตัมที่กำลังดีอยู่ในตอนนี้ลดน้อยถอยลงไป


            “เชี่ย!! …”


            เด็กหนุ่มสบถออกมาเสียงหลง ดวงตาเบิกกว้างกับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า และต้องรีบกระตุ้นใช้ทักษะท่องไพรแปดทิศเคลื่อนไหวเปลี่ยนทิศทางอย่างเร่งด่วน


            เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!…


            “เวรเอ้ย! อะไรกันวะเนี่ย!!! ไทรเซอราทอปส์สิบเขาไปไหน!??”


            ความตั้งใจดั้งเดิมของออสการ์คือถ้ามีโอกาสเขาจะผ่าเจ้ายักษ์สิบเขาให้ขาดเป็น 2 ท่อนก่อนที่มันจะได้ใช้สายฟ้า แต่เมื่อโผล่เข้ามาให้ห้องบอส เด็กหนุ่มก็พบว่า…


            ไม่มีเขา! ไม่มีไทรเซอราทอปส์! บนพื้นไม่มีอะไรอยู่เลย


            มีแต่สายฟ้าที่ฟาดลงมาจากเบื้องบน! และบอสใหญ่ที่อยู่ในห้องนี้คือนกอินทรียักษ์ขนสีทองที่บินวนอยู่กลางอากาศ


            นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!!?

            …


            เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!…


            ยิ่งกว่าอยู่ท่ามกลางพายุสายฟ้า เอ่อ… ออสการ์บอกไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะอธิบายสถานการณ์ในตอนนี้ของตนเองอย่างไรดี?


            มันเรียกว่าพายุสายฟ้าได้อย่างไม่กระดากปาก แต่มันเป็นพายุสายฟ้าที่ไม่ได้มีต้นกำเนิดมาจากก้อนเมฆ จุดกำเนิดของมันไม่ได้ลอยสูงอยู่กลางท้องฟ้า และไม่ต้องรอเวลาให้ประจุไฟฟ้าอิ่มตัวก่อนจึงจะฟาดลงมาใส่พื้นดิน


            และความถี่ของสายฟ้าที่ต้องเผชิญอยู่ตอนนี้มากกว่าพายุสายฟ้าตามธรรมชาติเป็นสิบเป็นร้อยเท่า


            ส่วนความรุนแรง!? เด็กหนุ่มบอกไม่ได้ เขาไม่กล้าเอาตัวเข้าไปเสี่ยงทดสอบความรุนแรงของมัน


            แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่เรียกได้ว่าแทบจะสิ้นหวัง แต่ออสการ์ก็ยังไม่ต้องการที่จะตายเร็วนัก


            และอย่างที่บอก มันแค่ ‘แทบจะ’ เท่านั้น


            เขายังคงพอมีความหวังในการเอาชนะอยู่บ้าง แม้ว่ามันจะน้อยนิดเหลือเกินก็ตาม แต่ 0.1287 เปอร์เซนต์ก็ยังถือว่าเป็นความหวังใช่หรือไม่?


            “… 1 … 2 … 3”


            ระหว่างที่เคลื่อนตัวหลบสายฟ้าไปรอบ ๆ เด็กหนุ่มก็พึมพำนับจังหวะอยู่อย่างต่อเนื่อง เขาไม่คิดว่าตัวเองจะมีโอกาสลงมือเป็นครั้งที่ 2 เพราะฉะนั้นทุกอย่างต้องแม่นยำ รวดเร็ว และที่สำคัญที่สุด!


            อินทรียักษ์ขนสีทองต้องตายในดาบเดียว!


            ‘อินทรียักษ์’ เพราะมันเป็นนกหน้าตาแปลก ๆ ที่มีตรงคอเป็นแผงเหมือนนกอินทรี และมีขนาดตัวที่ใหญ่โตพอ ๆ กับเครื่องบินรบ F-35 วัดระยะจากปลายปีกทั้ง 2 ข้างตอนที่มันกางอย่างเต็มที่ก็ต้องมีความกว้างไม่ต่ำกว่า 10 เมตร วัดจากหัวถึงหางน่าจะยาวไม่ต่ำกว่า 15 เมตร ถ้าไม่เรียกใส่คำว่ายักษ์ต่อท้ายก็จะถือว่ามีความผิดแน่นอน ส่วน ‘ขนสีทอง’ คงไม่ต้องอธิบายอะไรให้มากความ


            การโจมตีของบอสตัวนี้เรียกได้ว่า ‘สิ้นคิด’ ที่สุด บินโฉบวนอยู่เหนือหัว แล้วปล่อยสายฟ้าฟาดลงมาที่พื้นดินจากขนสีทองที่ปกคลุมอยู่ทั่วทั้งตัว ไม่มีการโฉบโจมตีด้วยกงเล็กหรือจะงอยปากอันแหลมคม ไม่มีการโฉบลงมากระพือปีกโจมตี


            แค่บินแล้วปล่อยสายฟ้า! แค่นั้นจริง ๆ


            “… 1 … 2 … 3 … 4 … 5”


            เหตุผลที่การโจมตีสิ้นคิดแบบนี้ทำให้ออสการ์แทบจะหมดหวัง!? ก็เพราะว่าสายฟ้าที่ปล่อยออกมาไม่เคยหยุดเว้นช่องว่างให้ตอบโต้เลย เหมือนกับว่ามันเป็นเครื่องกำเนิดสายฟ้าอัตโนมัติที่ไม่มีวันน้ำมันหมด 


            ทุกที่ที่เจ้าอินทรียักษ์ขนสีทองตัวนี้บินผ่าน พื้นดินจะกลายเป็นหลุมบ่อที่มีควันลอยกรุ่นออกมา ราวกับถูกระดมปูพรมด้วยปืนใหญ่ก็ไม่ปาน จุดที่ออสการ์เคยอยู่จะกลายเป็นตำบลกระสุนตกไปในเวลาเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น


            “… 1 … 2 … 3 … 4 … 5”


            ในเมื่อมันไม่โฉบลงมา ออสการ์ก็ต้องไต่ขึ้นไปจัดการกับมันกลางอากาศ หรือไม่ก็วิ่งวนอยู่บนพื้นดูว่าฝ่ายไหนจะหมดแรงก่อนกัน ซึ่งอย่างหลังไม่ใช่ความคิดที่ดีเท่าไร เขาไม่คิดว่า ‘บอส’ จะหมดแรงได้


            เพดานของห้องบอสสูงแค่ประมาณตึก 10 ชั้น พื้นที่โดยรวมไม่น่าจะใหญ่กว่าสนามฟุตบอลมากนัก มันเป็นโถงถ้ำที่เหมาะสมกับการโจมตีของเจ้าอินทรียักษ์ขนสีทองมากที่สุด


            โดยเฉพาะเมื่อดูจากการร่อนเปลี่ยนทิศทางกลางอากาศได้อย่างเป็นอิสระของมัน


            เวลานานสุดที่ออสการ์คือไม่เกิน 3 วินาที แล้วสายฟ้าก็จะผ่าลงมาจากเหนือหัวอีกครั้ง


            ถ้าจะจู่โจมสวนกลับเขาต้องลงมือในช่วงเวลาสั้น ๆ เพียงเท่านั้น ไม่สิ! อาจจะเหลือให้ใช้เพียงแค่ 1-2 วินาทีก็ได้ ถ้าเจ้านกบ้าขี้โกงตัวนี้สามารถปล่อยสายฟ้าออกมาในแนวระนาบได้ เพราะมันจะกลับตัวหันหัวมาหาเขาได้ในเวลาไม่ถึง 1 วินาที


            เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!…


            ฟุ่บ! ฟุ่บ!


            หลังจากที่หลบพายุสายฟ้าชุดล่าสุดได้ ออสการ์ก็ตัดสินใจลงมือ เขาไต่เมฆาขึ้นไป 2 ครั้งเพื่อไปปรากฏตัวดักหน้าเจ้านกอินทรียักษ์ขนสีทองในจุดที่สูงกว่าระดับการบินของมันเล็กน้อย มือทั้งสองข้างจับอยู่ที่ด้ามดาบยักษ์ แล้วปล่อยให้ตัวเองตกลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลก


            เปรี้ยง!!


            “ม่านวารี!”


            เปรี๊ยะ!!!


            “ดาบ! ผ่า! ปฐพี!”


            เปรี๊ยะ!!!


            ฉั๊วะ!!!!


            ตึง!! ตึง!! ตึง!


            ร่างที่ไหม้เกรียมของเด็กหนุ่มตกลงกระแทกพื้นอย่างแรง และหลังจากก็เป็นเสียงซากทั้ง 2 ซีกของอินทรียักษ์ขนสีทองตกกระแทกพื้นตามลงมา แผนการของออสการ์ประสบความสำเร็จ เขาสังหาร ‘บอส’ ของถ้ำที่ 4 ลงได้


            มันผิดพลาดเพียงจุดเดียว! และมันเป็นความผิดพลาดที่ถึงตาย เด็กหนุ่มไม่คิดว่าอินทรียักษ์ขนสีทองจะมีสายฟ้าปกคลุมขนทุกเส้นของมันอยู่ด้วย


            ออสการ์สันนิษฐานว่าอีกฝ่ายควรจะสามารถปล่อยสายฟ้าโจมตีตรงหน้าได้ เขาเตรียมพร้อมรับมือเอาไว้อย่างเต็มที่ จะรอจนถึงเสี้ยววินาทีสุดท้าย แล้วค่อยออกกระบวนท่าผ่าปฐพี! เด็กหนุ่มไม่ต้องการแลกการโจมตีกับบอสในถ้ำบนชั้นที่ 2 แม้แต่ตัวเดียว เขาไม่มั่นใจว่าตัวเองจะรอด


            อินทรียักษ์ขนสีทองปล่อยสายฟ้าออกจากจะงอยปากใส่ออสการ์ได้จริง ๆ อย่างที่คิดเอาไว้ และปะทะเข้ากับม่านวารีเวอร์ชั่นใหม่ที่เด็กหนุ่มเพิ่งฝึกฝนสำเร็จ ‘กรงฟาราเดย์’ จนสลายหมดฤทธิ์ไป


            มันไม่ใช่ ‘กรงฟาราเดย์’ ที่ป้องกันสายฟ้าได้จริง ๆ ออสการ์แค่ได้ไอเดียการประยุกต์ใช้ม่านวารีมาจากหลักการของมันเท่านั้น สร้างม่านวารีปกคลุมร่างกายตามปกติ และใช้มันนำกระแสไฟฟ้าอ้อมตัวไปทางด้านหลังให้หมด


            หลักการแสนง่าย แต่! โดยพื้นฐานแล้ว ‘ม่านวารี’ ไม่ใช่เวทย์ที่จะใช้แบบนี้ได้ ม่านน้ำต้องเชื่อมติดกับร่างกายไม่ส่วนใดก็ส่วนหนึ่งจึงจะคงสภาพอยู่ได้ มันเป็นเวทย์ติดตัวไม่ใช่เวทย์ระยะไกล!


            แต่ออสการ์ก็ฝืนฝึกฝนจนสำเร็จได้ในที่สุด!


            และมันไม่ได้กลายเป็นเวทย์ระยะไกล แต่แค่ต้องกระตุ้นและหยุดใช้ให้ได้ภายในเสี้ยวของเสี้ยววินาที โดยที่ม่านน้ำที่สร้างขึ้นต้องหนาแน่นในระดับที่ป้องกันแรงกระแทกของสายฟ้าได้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายในการจับจังหวะเพียงเสี้ยววินาทีแบบนี้ มันเป็นการต่อสู้กับความเร็วของสายฟ้า!


            ถ้าหยุดใช้เร็วเกินไปม่านน้ำจะไม่ก่อตัว ถ้าหยุดช้าเกินไป!? ระยะห่างจากม่านน้ำกับร่างกายจะไม่มากพอ และสายฟ้าจะยังกระโดดเข้าสู่ร่างกายได้เหมือนเดิม


            ตรงจุดนี้เด็กหนุ่มไม่ได้ทำพลาด และเขาก็ตวัดดาบยักษ์ด้วยกระบวนท่าผ่าปฐพีทันทีที่สายฟ้าหมดฤทธิ์ ก่อนจะพบว่าตัวเองต้องเผชิญกับสายฟ้าที่มีความรุนแรงมากกว่าผ่านเข้ามาทางดาบกำลังผ่าตัวของเจ้านกยักษ์


            โชคดีที่กระบวนท่านี้มีแรงเฉื่อยมากพอสำหรับการผ่าให้ขาดเป็น 2 ท่อน เพราะถ้าดาบยักษ์ติดอยู่ที่ตัวของอินทรียักษ์ขนสีทองนานกว่านี้


            ออสการ์คงจะไม่รอดจริง ๆ


            “วะ-วารี บะ-บำบัด!”


    คล้ายกับเรื่องโปรแกรมสร้างนักรบ ที่คุณอ่าน