‘ เอาละ วันนี้กินนกย่างดีกว่า ’
หวังเฟยหลงเรียกกองไฟถาวรออกมาจากนั้นก็เริ่มการย่างเนื้อนกที่ริมบ่อแล้วก็กินอย่างเอร็ดอร่อย หลังจากกินเสร็จแล้วหวังเฟยหลงก็เดินทางต่อไปที่ยอดเขา ถึงจะมีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งมากกว่าอันตรายมากกว่า แต่เขามั่นใจว่าจะสามารถเอาตัวรอดด้วยตัวเองได้
ยิ่งยอดเขาสูงเท่าไหร่ สัตว์อสูรที่เจอก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น เมื่อมันอันตรายมากขึ้น สมุนไพร ทรัพยากรที่เจอก็จะยิ่งมากขึ้นเช่นกัน เขาออกเดินทางตามหาสมุนไพรและทรัพยากรอื่นๆต่อ หวังเฟยหลงใช้เวลาสองวันอยู่บนเขาเก้ายอด เขาเดินทางไปถึงยอดที่สี่ และตอนนี้เอง เขาก็ตัดสินใจที่จะกลับเมืองฮวา
ในระหว่างที่หวังเฟยหลงกำลังจะลงจากเขาเก้ายอดนั้น ที่ตีนเขาเก้ายอดทางกลับเมืองฮวา ได้มีชายฉกรรจ์สองคนกำลังดักซุ่มอยู่กำลังคุยกันถึงหวังเฟยหลง
“ นี้ก็หลานวันแล้วนะ!! เมื่อไหร่เจ้าเด็กนั่นจะกลับมาเสียที ”
“ เอาหน่า อีกไม่นานหรอก เดี๋ยวมันก็กลับมาแล้ว…พวกเราต้องรอแค่ 15 วันเท่านั้น หากนานกว่านั้นก็ไม่จำเป็นต้องรอแล้ว ”
“ แค่เด็กระดับรวบรวมคนเดียวถึงกับต้องให้เรามาจัดการถึงสองคนเช่นนี้ มันไม่มากเกินไปหรือ? ”
……….
ที่สถาบัน ที่ศาลาผู้นำ ลู่หยางกำลังพูดคุยอยู่กับชิงเหมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ เจ้าว่าอย่างไร มีการเคลื่อนไหวอะไรไหม!? ”
“ พวกเขาไม่ได้เคลื่อนไหว แต่เหมือนมีคนอื่นที่หมายปองชีวิตของหวังเฟยหลงอยู่ มีคนจ้างนักฆ่าให้ไปสังหารหวังเฟยหลง ขอรับ!! ”
“ ว่าไงนะ!! แล้วใครคือคนว่าจ้าง!? ”
“ ข้าพยายามสืบอยู่ขอรับ แต่ยังไม่ได้ความเลย คงต้องใช้เวลาอีกหน่อย ”
“ แล้วเจ้าได้ส่งคนไปปกป้องหวังเฟยหลงยัง!! ”
“ ข้าส่งผู้อาวุโสไปช่วยแล้วขอรับ…แต่ใช้เวลาสักหน่อยในการตามหา เพราะไม่แน่ใจว่าหวังเฟยหลงอยู่ที่ไหน เราได้แต่หวังว่าพวกเขาจะไปทันก่อนที่หวังเฟยหลงจะเจอพวกนักฆ่า ”
“ เจ้าไปสืบมาว่าใครที่หมายจะเอาชีวิตหวังเฟยหลง ”
“ ขอรับ!! ”
“ ไปสืบมาด้วยว่าคนที่ว่าจ้างกับพวกเขามีความเกี่ยวข้อกันอย่างไร ”
“ ขอรับ ”
……….
กลับมาที่หวังเฟยหลง เมื่อเขามาถึงตีนเขา หวังเฟยหลงก็ต้องชะงัก เพราะอยู่ๆก็มีชายฉกรรจ์สองคนมาขวางเขาเอาไว้ พร้อมกับกระดาษแผ่นหนึ่ง หวังเฟยหลงเห็นแบบนี้ก็รู้สึกรางสงหรณ์ไม่ดีอย่างบอกไม่ถูก
‘ อย่าบอกนะว่าพวกนั้นที่ท่านอาจารย์บอกเริ่มลงมืออีกแล้ว!? ’
เขามองดูชื่อและข้อมูลของชายฉกรรจ์ทั้งสอง พบว่าทั้งสองอยู่ในระดับหลอมรวมระยะกลางแล้ว หวังเฟยหลงมองไปรอบๆเพื่อดูว่ามีคนอื่นอีกไหม แต่เขาก็ไม่เห็นคนอื่นอีก เขาจึงคิดว่ามีเพียงสองคนนี้เท่านั้น
“ เจ้าหนู เจ้าชื่ออะไร!! ”
“ หวงฟู่เทียน!! ”
“ หวงฟู่เทียน? น่าเสียดายจริงๆที่เจ้าหน้าตาเหมือนหวังเฟยหลงขนาดนี้ เอาเป็นว่าข้าจะคิดว่าเจ้าคือหวังเฟยหลงก็แล้วกัน!! ”
พูดจบหนึ่งในชายฉกรรจ์ก็พุ่งเข้าใส่หวังเฟยหลงพร้อมกับหมัดของเขา ความเร็วของชายคนนั้นถือว่าเร็วมาก หวังเฟยหลงเรียกโล่กับดาบออกมา จากนั้นก็เปิดใช้สกิล [ ก้าวไร้เสียง ] กระโดดถอยหลังเพื่อหลบการโจมตี
“ เจ้าสามารถหลบได้!? ถือว่าไม่เลว ไม่แปลกที่จะโดนหมายหัว!! ”
“ เลิกเล่นได้แล้ว รีบจัดการเสียจะได้กลับกันสักที!! ”
เมื่อเห็นว่าหวังเฟยหลงสามารถหลบการโจมตีได้ พวกเขาทั้งสองคนก็รู้สึกประหลาดใจ แต่มันก็เท่านั้น เพราะไม่ว่าอย่างไรหวังเฟยหลงก็ต้องตายอยู่ดี มันเป็นไปไม่ได้เลยที่หวังเฟยหลงจะสามารถรอดจากพวกเขาทั้งสองคนไปได้
“ หมายหัว!? พวกเจ้าเป็นนักฆ่า?? ใครส่งพวกเจ้ามา!? ”
“ เจ้าคิดว่าพวกข้าจะบอกพวกเจ้าหรอ? ถึงพวกข้าจะเป็นนักฆ่า แต่ก็พี่สัจจะที่จะไม่เปิดเผยผู้ว่าจ้างหรอกนะ!? ”
“ ข้าให้พวกเจ้าสองเท่า ปล่อยข้าไปและบอกว่าใครจ้าง ”
“ มันน่าสนใจอยู่นะ!!....แต่พวกข้ารับงานมาแล้วก็ต้องทำให้สำเร็จ ไม่เช่นนั้นจะมีใครมากล้าจ้างพวกข้ากันเล่า? ”
พูดจบฝ่ายนักฆ่าคนหนึ่งก็โจมตีต่อ หวังเฟยหลงเอี้ยวตัวหลบการโจมตีพร้อมกับฟาดดาบสวนกลับไป แต่อีกฝ่ายก็หลบได้อย่างหวุดหวิด แต่หวังเฟยหลงก็โจมตีต่อเนื่องด้วยสกิล [ ดาบเมฆาเคลื่อน ] ความเร็วในการโจมตีของหวังเฟยหลงเพิ่มขึ้นอย่างมาก และนั่นก็ยิ่งทำให้ความสถานการณ์ของนักฆ่าที่กำลังปะทะกับหวังเฟยหลงอยู่ลำบากมากยิ่งขึ้น เขาหลบและป้องกันการโจมตีของหวังเฟยหลงอย่างยากลำบากด้วยสีหน้าสับสน
ส่วนนักฆ่าอีกคนที่กำลังมองดูการต่อสู้อยู่ก็ประหลาดใจ เขาไม่คิดเลยว่าหวังเฟยหลงจะแข็งแกร่งขนาดที่สามารถไล่ต้อนนักฆ่าที่มีประสบการณ์สังหารผู้ฝึกยุทธ์เช่นนี้ เขาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดถึงต้องถูกหมายหัวและต้องใช้นักฆ่าถึงสองคน
“ พวกเราต้องร่วมมือกันแล้วละ!! ”
“ ถึงจะน่าขายหน้าแต่ก็ต้องทำแบบนั้นจริงๆแหละ ”
หวังเฟยหลงได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยและคอยสังเกตการเคลื่อนไหวของนักฆ่าอีกคน ขณะที่กำลังไล่ต้อนนักฆ่าอีกคน ตอนนี้เอง นักฆ่าอีกคนก็ปาอาวุธลับในจังหวะที่หวังเฟยหลงกำลังโจมตี ทำให้เขาต้องเปลี่ยนจากโจมตีมาป้องกันอาวุธลับที่ถูกปามา
ส่วนนักฆ่าอีกคนก็อาศัยจังหวะที่หวังเฟยหลงต้องป้องกันอาวุธลับ โจมตีไปที่ช่องโหว่ของหวังเฟยหลง หวังเฟยหลงกระโดดหลบไปข้างหลังพร้อมกับปาอาวุธลับด้วยสกิล [ วงล้อมตาข่าย ] ไปที่นักฆ่าคนหนึ่ง และในขณะที่หวังเฟยหลงกำลังปาอาวุธลับ นักฆ่าอีกคนก็พุ่งเข้าโจมตีหวังเฟยหลงจากด้านหลัง
ไม่รอช้าหวังเฟยหลงเรียกมีดออกมาและใช้สกิล [ ตัดเงา ] ไปที่นักฆ่าที่กำลังป้องกันอาวุธลับจากหวังเฟยหลง พริตตาเดียวหวังเฟยหลงหายตัวไปจากสายตาของนักฆ่าที่พุ่งไปด้านหลัง และหวังเฟยหลงก็ไปโผล่ที่ด้านหลังของนักฆ่าที่กำลังปัดอาวุธลับอยู่ เมื่อเขาปัดอาวุธลับเสร็จ เขาก็ได้ยินเสียงตะโกนจากเพื่อนนักฆ่าของเขา
“ ข้างหลัง!! ”
เขาขมวดคิ้ว และขณะที่เขากำลังจะหันหลังกลับไปมอง หวังเฟยหลงก็ใช้มีดาดไปที่คอของเขาทำให้เลือดสาดกระเซ็น ไม่นานเขาก็สิ้นลมหายใจทันที นักฆ่าอีกคนที่เห็นเพื่อนถูกฆ่าก็ร้องตะโกนด้วยความตกใจ ตอนนี้เองที่เขาได้ตัดสินใจที่จะกลับหนี ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเขาไม่สามารถทำภารกิจให้สำเร็จได้
แต่มันก็สายไปแล้ว หวังเฟยหลงปาอาวุธลับใส่มากมาย ทำให้เขาไม่สามารถหนีได้ ทำได้เพียงหลบและป้องกันอาวุธลับ และเมื่อสกิลของหวังเฟยหลงคูลดาวน์เสร็จแล้ว เขาก็ใช้สกิลตัดเงาไปโผล่ที่ด้านหลังของนักฆ่าแล้วปาดที่คอเช่นกัน
“ ไข่จักรพรรดิอสูร!! ร่างกายของผู้ฝึกยุทธ์น่าจะเหมือนร่างกายของสัตว์อสูรนะ!! ”
หวังเฟยหลงมองไปที่ศพทั้งสองของนักฆ่า ก่อนจะคิดอะไรได้ เขาเรียกไข่จักรพรรดิอสูรออกมา วางไว้บนศพของนักฆ่า และเป็นอย่างที่หวังเฟยหลงคิด ไข่จักรพรรดิอสูรดูดซับร่างกายของนักฆ่าทั้งสองทั้งหมด แต่มันก็เพิ่ม EXP สำหรับการฝักมาไม่ถึง 1% ด้วยซ้ำ
“ เฮ้อ!! หนทางการฝักไข่ยังคงอีกยาวไกลสินะ!? ”
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จแล้วเขาก็เตรียมที่จะกลับเมือง แต่ก่อนที่หวังเฟยหลงจะทันได้ไปไหน ก็ได้มีกลุ่มคนมาปรากฏตัวอยู่ข้างหน้าหวังเฟยหลงเสียก่อนแล้ว หวังเฟยหลงขมวดคิ้วและเมื่อสังเกตชุดที่พวกเขาใส่ เขายิ่งขมวดคิ้ว เพราะมันคือชุดของสถาบัน หวังเฟยหลงไม่ได้รู้จักใครในกลุ่มคนพวกนี้เลย
สิ่งที่หวังเฟยหลงกังวลคือกลุ่มคนพวกนี้มาจากฝ่ายที่เป็นศัตรูของหวังเฟยหลง และพวกเขาตามมาจัดการหวังเฟยหลง หากเป็นเช่นที่หวังเฟยหลงคิด เขาอาจจะต้องตายที่นี้ เพราะจากพลังที่หวังเฟยหลงสังเกตเห็นแล้ว พวกเขาส่วนมากก็อยู่ระดับหลอมรวมระยะปลาย แต่มีอยู่คนหนึ่งที่นำหน้าพวกเขามามีระดับกลั่นปราณระยะต้น
เขาอาจจะสามารถเอาตัวรอดจากหลอมรวมระยะปลายได้ และหากต้องการเอาชนะเขาอาจจะต้องทุ่มสกิลทั้งหมดที่มี แต่หากต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่อยู่ระดับกลั่นปราณ เขาจะไม่มีทางเอาชนะได้ แม้แต่จะหนีก็คงไม่สามารถทำได้ เขาจึงยืนและมองด้วยสายตาจริงจัง ในมือของเขา เขาเพิ่งไปที่แหวนมิติจักรพรรดิ หากเป็นศัตรูและต้องการมาจัดการกับหวังเฟยหลงจริงๆ เขาจะเข้าไปอยู่ที่โลกภายในแหวนทันที
ไม่นานกลุ่มนั้นก็มาหยุดอยู่ที่หน้าหวังเฟยหลง พวกเขามากันทั้งหมด 4 คน คนที่มีระดับกลั่นปราณนั้นเดินออกมาสำรวจรอบๆเห็นรอยเลือดแต่ไม่เห็นศพ เขามองไปที่หวังเฟยหลง และถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ เจ้าเจอกับนักฆ่าแล้ว? แล้วพวกมันไปไหนเจ้าไล่พวกมันหรือว่าหนีมาได้!! ”
“ พวกท่านเป็นใคร? ”
“ โทษที เจ้าจะระแวงก็ไม่แปลก ข้าคือ ต้วนหลิงเทียน ศิษย์สายตรงของผู้อาวุโสชิงเหมา อีกสามคนคือศิษย์น้องของข้าเอง ท่านอาจารย์ของรู้ว่าเจ้าถูกพวกนักฆ่าหมายหัว ท่านอาจารย์จึงส่งพวกข้ามาช่วยเจ้า แต่ดูเหมือนว่าจะไม่จำเป็นสินะ!! ”
“ ผู้อาวุโสชิงเหมาส่งพวกท่านมาช่วย!! อ่าขอบคุณที่มาช่วยนะขอรับ…มีนักฆ่าทั้งหมดสองคน แต่ข้าสังหารไปแล้วทั้งสอง ”
“ สมแล้วจริงๆ ที่เป็นศิษย์สายตรงของท่านผู้นำ จากที่ดูร่องรอยที่เหลืออยู่ ดูท่าว่านักฆ่าทั้งสองคนจะอยู่ระดับหลอมรวมระยะกลางสินะ ”
“ ใช่แล้วขอรับ ”
มันไม่แปลกที่ต้วนหลิงเทียนจะรู้ว่านักฆ่าทั้งสองมีระดับพลังเท่าไหร่ เพราะการต่อสู้พวกเขาจะต่อสู้กันด้วยพลังปราณ และร่องรอยการต่อสู้จะเหลือพลังปราณเอาไว้ ทำให้สามารถรู้ได้ว่าร่องรอยนั้นเกิดจากพลังระดับไหน และร่องรอยพลังปราณที่หลงเหลือใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะหายไป
“ แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าใครเป็นคนจ้างพวกนักฆ่า ”
“ ไม่เลย พวกมันไม่ปริปากใดๆ และข้าไม่สามารถต่อสู้กับพวกมันโดยไม่สังหารไม่ได้ ”
“ อืม ก็เข้าใจได้ ใครจะคิดกันละว่าระกับรวบรวมระยะปลายจะสามารถสังหารระดับหลอมรวมระยะกลางได้ แล้วเจ้าทำภารกิจเสร็จหรือยัง จะได้เดินทางกลับสถาบันพร้อมพวกข้าเลย ”
“ ผู้อาวุโสชิงเหมารู้ว่ามีการจ้างนักฆ่าหมายความว่าเขาก็ต้องรู้คนที่อยู่เบื้องหลังน่ะสิขอรับ!? ”
“ ท่านอาจารย์ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ตอนนี้คนภายในสถาบันยังไม่มีใครเคลื่อนไหวใดๆ ดังนั้นที่คิดได้คงจะมีแต่คนที่อยู่ข้างนอก เจ้าได้สร้างศัตรูที่ไหนไว้บ้าง!? ”
“ อ่า เช่นนั้นตัวเลือกก็แคบลง ขอบคุณพวกท่านมากศิษย์พี่ที่มาช่วยข้า ข้ามีผู้ต้องสงสัยบ้างแล้ว เดี๋ยวข้าจะกลับสถาบันที่หลัง พวกศิษย์พี่กลับก่อนเถอะขอรับ ฝากขอบคุณและรายงานท่านผู้อาวุโสด้วยว่าข้าสบายดี ”
“ อืม เข้าใจแล้ว ระวังตัวด้วยแล้วกัน ถ้าเจ้ากลับเมืองมันนั้นคงจะรู้ว่าการนักฆ่าทั้งสองที่ส่งมาล้มเหลวในการสังหารเจ้า…เอาแบบนี้แล้วกัน น่าจะช่วยเจ้าปิดบังความสามารถของเจ้าได้ ”
พูดจบ ต้วนหลิงเทียนเขาก็รวบรวมพลังปราณไว้ที่ฝ่ามือแล้วสบัดไปรอบๆ สร้างร่องรอยการต่อสู้ใหม่ทับร่องรอยการต่อสู้เก่าของหวังเฟยหลง เพื่อสร้างความสับสนให้กับคนที่จะมาตรวจสอบที่เกิดเหตุที่หลังได้
“ พวกเราจะเดินทางกลับแล้ว เจ้าก็ระวังตัวด้วย ”
“ ขอคุณขอรับ ”