หนึ่งฝันพันจักรวาล

    ตอนที่ 37 คลื่นสะท้อนแรก (The First Resonance)

    สติของเซ็นกลับคืนมาสู่ความเงียบงัน...เสียงสัญญาณเตือนที่เคยดังลั่นได้เงียบหายไปแล้ว เหลือเพียงเสียงทุ้มต่ำที่สั่นสะเทือนเป็นจังหวะ...ตุบ...ตุบ...ตุบ...

    เขาลืมตาขึ้นช้าๆ ร่างกายรู้สึกหนักอึ้งราวกับถูกกดทับด้วยแรงมหาศาล เขายันกายลุกขึ้นนั่ง ภาพแรกที่เห็นคือสภาพห้องวิจัยที่ข้าวของกระจัดกระจายจากการถูกแรงอัดกระแทก แต่ใจกลางห้องนั้น... "แก่นพลังงานมีชีวิต" ยังคงลอยอยู่อย่างสงบนิ่ง แสงสีทองและสีฟ้าภายในเต้นเป็นจังหวะราวกับหัวใจ เขารู้สึก...แตกต่างออกไปจากเดิม พลัง Resonance ของเขาคมชัดขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาสามารถ "รู้สึก" ถึงตัวตนของคนอื่นๆ ที่นอนสลบอยู่รอบตัวได้จางๆ

    "อึก..." เสียงครางดังขึ้นจากข้างๆ ซาเรียค่อยๆ ได้สติ เธอลุกขึ้นนั่งด้วยความมึนงง "เกิด...เกิดอะไรขึ้น..." ทันใดนั้น ร่างของเธอก็เปล่งแสงสีทองอ่อนๆ สว่างวาบขึ้นมา! "หา!?" ซาเรียร้องออกมาด้วยความตกใจ เธอยกมือขึ้นมาดูแสงที่แผ่ออกมาจากผิวของตัวเองอย่างไม่เชื่อสายตา

    "เฮ้! เงาฉัน! เงาฉันมันขยับเอง!" เสียงของคาเรสที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาดังจากอีกฟากของห้อง เขาลุกขึ้นยืนแล้วชี้ไปที่เงาของตัวเองบนพื้นที่กำลังบิดเบี้ยวและนั่งลงทั้งๆ ที่ตัวเขายังยืนอยู่

    ฟุ่บ! ร่างของ ดร.อาริส ที่กำลังจะลุกขึ้นก็หายวับไปปรากฏอีกทีที่มุมห้อง ก่อนจะหายไปอีกครั้งแล้วโผล่ขึ้นมาบนโต๊ะทดลอง "ควบคุม...ควบคุมไม่ได้!" เขาร้องอย่างตื่นตระหนก

    "ทุกคนเงียบ! ได้โปรดเงียบที!" ลีน่าที่กุมขมับอยู่กรีดร้องออกมา น้ำตาของเธอไหลเป็นทาง "เสียง...เสียงความคิดของทุกคนมัน...มันดังเกินไป!"

    เซ็นรีบลุกขึ้นยืนท่ามกลางความโกลาหล เขาพยายามทำความเข้าใจสถานการณ์ ก่อนจะหันไปทางซาเรีย "ซาเรีย...เธอไม่เป็นไรนะ?"

    ซาเรียส่ายหน้า แสงที่ตัวเธอกะพริบก่อนจะค่อยๆ จางหายไป "ฉันไม่เป็นไร...แต่เมื่อกี๊มันอะไรกัน...แล้วทุกคน..."

    ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้ข้อสรุป เสียงสัญญาณเตือนฉุกเฉินจากระบบสื่อสารหลักก็ดังขึ้นพร้อมกันทุกช่องทาง หน้าจอโฮโลแกรมฉายภาพจากกล้องวงจรปิดทั่วทั้งศูนย์บัญชาการและยาน "Aurora's Path" ที่อยู่ในวงโคจร...ภาพของความโกลาหลที่เกิดขึ้นกับทุกคน

    "ปิดระบบสื่อสารภายนอกทั้งหมดก่อน!" ซาเรียสั่งการอย่างรวดเร็ว "ดร.อาริส, ลีน่า, คาเรส...มารวมกันตรงนี้!"

    เมื่อทีมหลักทั้งห้าคนมารวมตัวกันอีกครั้งท่ามกลางซากปรักหักพังของห้องแล็บ ซาเรียก็หันไปถามคำถามที่ทุกคนอยากรู้ที่สุด "เซ็น...นายพอจะอธิบายได้ไหม ว่ามันเกิดอะไรขึ้น?"

    เซ็นพยักหน้าช้าๆ สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่แก่นพลังงานมีชีวิตนั้น "ผม...ผมคิดว่าผมพอจะเข้าใจแล้ว" เขากล่าว "มันน่าจะเกิดจากรูนโซเลน...รูนที่ผมเป็นคนคิดขึ้นมาเองจากการศึกษาภาษารูน"

    เขาใช้นิ้ววาดสัญลักษณ์ Ƨ ขึ้นกลางอากาศ มันปรากฏเป็นเส้นแสงสีทองจางๆ คล้ายกับที่โทนี่ สตาร์คใช้สร้างแบบจำลอง "ผมเรียกมันว่า 'โซเลน'...'โซ' จากจิตวิญญาณ... 'เลน' จากการมองเห็น...เมื่อเรามองเห็นจิตวิญญาณ เราก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ทุกสิ่ง"

    เขาอธิบายต่อ "พลังของมันเหมือนกระจก มันสะท้อนสิ่งที่เป็น สิ่งที่คนใช้คิด และเปลี่ยนแปลงความเป็นจริงให้เกิดขึ้นตามความคิดนั้นได้ถ้าเรามี 'ความเชื่อ' ที่มากพอ...การทดลอง Runic Cell ของเรา...สมการของมันคือ สมอง > แร่ > รูน แร่เรโซเน็กเซียมทำหน้าที่เหมือน BCI รับคลื่นความคิดจากสมอง ส่งไปที่รูปแบบรูนที่สลักไว้ แล้วรูนก็ดึงพลังงานฟิวชันมาแสดงผลให้เป็นจริง"

    "และที่พวกเราทุกคนมีพลังขึ้นมา...ก็น่าจะเพราะตอนที่รูนิกพาวเวอร์คอร์หลอมรวมกับ Eidolon...รูนโซเลนได้ปลดปล่อยพลังงานออกมาพร้อมกับขยาย 'คลื่นความคิด' ของพวกเราทุกคนในเสี้ยววินาทีนั้นให้กลายเป็นความจริง เพราะมันคือสิ่งที่เราคิดพอดีในตอนนั้น"

    เขาหันไปทางคาเรส "คาเรส...ตอนที่แสงวาบออกมา นายคิดอะไรอยู่?"

    "ก็คิดหนีสิวะจะอยู่ทำไม!" คาเรสตอบทันควัน "ฉันคิดว่ามันจะระเบิดก็ต้องหนี!"

    ดร.อาริสเสริมขึ้น "ใช่! ผมก็คิดแบบนั้นว่ามันระเบิดแน่ๆ ถ้าวาร์ปออกไปได้คงหนีทัน!"

    "ฉันคิดว่าต้องพุ่งเข้าไปหานาย..." ซาเรียพูดพลางมองหน้าเซ็น "แต่ทำไมฉันไม่เห็นได้ปีกเลยล่ะ?" เธอยิ้มออกมาอย่างขบขัน

    "มันอาจจะเป็นสิ่งที่อยู่ลึกๆ ในจิตใจ หรือนิสัยจริงๆ ของเธอก็ได้ว่าเธอต้องการอะไร...คือการ 'ปกป้อง'" เซ็นตอบ ตอนนี้พวกเขาเข้าใจแล้ว...ว่าพลังที่เพิ่งตื่นขึ้นมานั้น มาจากส่วนที่ลึกที่สุดในจิตใจของพวกเขาเอง

    ทันใดนั้น ประตูห้องวิจัยที่เสียหายก็เลื่อนเปิดออก ซิลเวสเตอร์และลีเซร่าเดินเข้ามาพร้อมกับทีมคุ้มกันอีก 4 คนที่ยังคงมีท่าทีระแวดระวัง

    "เอาล่ะ ในเมื่อพอจะเข้าใจสถานการณ์กันตอนนี้แล้ว" ซิลเวสเตอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "เราไม่รู้ว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้นบ้างจากสัญญาณเตือนเมื่อครู่ ไม่รู้ว่าพวกคนงานข้างนอกมีอะไรแปลกๆ เหมือนพวกเธอหรือเปล่า...ซาเรีย...ลูกไปประกาศให้คนข้างนอกและบนยาน มารวมตัวกันที่โถงประชุมกลางเดี๋ยวนี้"

    ซาเรียพยักหน้ารับ "ทุกคน! ไปที่โถงประชุมกลางเดี๋ยวนี้!" เสียงของเธอประกาศผ่านระบบสื่อสารทั่วทั้งศูนย์บัญชาการ "ย้ำว่าทุกคนต้องมาเดี๋ยวนี้!"

    เมื่อผู้ตื่นพลังกลุ่มแรกทั้ง 198 ชีวิตมารวมตัวกันในโถงประชุมใหญ่ บรรยากาศก็เต็มไปด้วยความสับสนและหวาดกลัว เสียงโวยวายดังระงมไปหมด เซ็นพยายามจะอธิบายแต่เสียงของเขาก็ถูกกลืนหายไปในความโกลาหล แต่แล้วเมื่อลีเซร่าก้าวออกมาข้างหน้าและเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สงบเพียงประโยคเดียว "ทุกคนคะ...โปรดฟังทางนี้" ทุกอย่างก็เงียบลงด้วยพลังโน้มน้าวที่น่าประหลาดของเธอ

    เซ็นจึงได้โอกาสอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและทฤษฎีที่เขาเพิ่งค้นพบ ก่อนที่ซิลเวสเตอร์จะปรากฏตัวขึ้นบนจอโฮโลแกรมหลัก สีหน้าของเขาเคร่งขรึมและเด็ดขาด

    "สิ่งที่เกิดขึ้นนี้คือความลับระดับสูงสุด" เขากล่าว "นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ดาวนี้จะเข้าสู่สภาวะปิดตาย การสื่อสารทั้งหมดกับโลกภายนอกจะถูกตัดขาด พวกคุณทั้งหมดจะโดนย้ายงานมาเป็นบุคลากรของโซเลนเดล คอร์ปอเรชั่น...และการฝ่าฝืนคำสั่งหรือพยายามติดต่อคนนอก...จะส่งผลร้ายแรงถึงชีวิต"

    คำขู่ที่เยือกเย็นนั้นทำให้ทุกคนเงียบกริบ...พวกเขาตระหนักได้ในทันทีว่าชีวิตของพวกเขาได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว...ตลอดกาล

     

     

     

     

     

     

    จากผู้เขียน:

    คลื่นลูกแรกมาถึงแล้วแต่กลับต็มไปด้วยความโกลาหลและความไม่แน่นอน

    ทีมโซเลนเดลจะจัดการกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันนี้ได้อย่างไร? และพลังที่เพิ่งตื่นขึ้นของแต่ละคนจะนำพาพวกเขาไปสู่เส้นทางไหน?

    การเดินทางบทใหม่ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งทางศีลธรรมได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ!

    คล้ายกับเรื่องหนึ่งฝันพันจักรวาล ที่คุณอ่าน