ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 82 ไม่มีใครรอดชีวิต
คาลอสชะงักไปครู่หนึ่งทันทีที่ได้ยินเสียงเหล่านั้น มันเป็นเสียงที่เบามาก ทั้งยังมีเสียงคลื่นบางอย่างแทรกเข้ามาอยู่ตลอดเวลา เหมือนมันปิดกั้นไม่ให้เสียงจากด้านในเล็ดลอดออกมาได้ นี่เป็นสถานการณ์ที่แปลกมาก
เมื่อรับรู้ว่าอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ คาลอสก็ระวังตัวเต็มที่ พยายามมองรอบตัว และสำรวจทางเดินเบื้องหน้าไปด้วย ดูเหมือนว่าจะมีร่องรอยแปลกๆ ระหว่างทาง และรอยเท้าของคนกลุ่มเดิมนั้นก็ตามร่องรอยแปลกๆ นี้ไป?
ชายหนุ่มขมวดคิ้วเป็นปมจ้องมองรอยเท้าสี่คู่ตรงหน้า นี่คือภารกิจลาดตระเวนชายป่าครั้งแรกของเขา มาครั้งแรกก็เจอเรื่องราวแปลกๆ เลยหรือ? คนอื่นที่มาลาดตระเวนก่อนหน้านี้ได้เจออะไรแบบนี้บ้างหรือเปล่า? คาลอสได้แต่คิดในใจ
ร่างชายหนุ่มในชุดเทาค่อยๆ เดินตามรอยเท้าทั้งสี่คู่เข้าไป พยายามย่องไปด้วยเสียงที่เบาที่สุด ฟังจากเสียงการต่อสู้ที่ดังแว่วเข้ามา เห็นได้ชัดว่ามีปัญหา
คาลอสเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ ในที่สุดเขาก็เห็น กลุ่มคนจำนวนมากกำลังต่อสู้กันอยู่ และที่สำคัญพื้นที่การต่อสู้ทั้งหมดเรืองแสงออกมาตลอดเวลา ขอบเขตของแสงที่ส่องออกมาค่อนข้างกว้าง มีลักษณะเป็นวงกลม มีอักขระเรืองแสงด้านใน เหมือนเป็นพิธีกรรมอะไรบางอย่าง
ชายหนุ่มเพ่งมองอักษรเรืองแสงแต่ก็ไม่ได้รู้อะไรเพิ่มเติม เขาไม่มีความรู้ด้านพิธีกรรมหรือวิชาแปลกๆ พวกนี้เลย จึงแอบอยู่หลังที่กำบังคอยมองสำรวจกลุ่มคนที่สู้กันอยู่
ฝั่งหนึ่งเป็นกลุ่มคนชุดดำที่ปกปิดใบหน้ามิดชิด มีจำนวนทั้งสิ้นแปดคน ทุกคนล้วนเป็นอเวกระดับกลางที่มีระดับตั้งแต่สี่ไปจนถึงหก นับเป็นกลุ่มที่แข็งแกร่งมากในเมืองขนาดเล็กอย่างเมืองปากัส ไม่แปลกใจว่าทำไมถึงกล้าเข้ามาในป่าตะวันตก
อีกกลุ่มเป็นวัยรุ่นสี่คน สวมใส่ชุดเครื่องแบบที่คล้ายๆ กัน ครึ่งหนึ่งเป็นอเวกระดับที่ห้า อีกครึ่งเป็นอเวกระดับที่หก กำลังต่อสู้รับมือกลุ่มคนชุดดำอย่างยากลำบาก มีบาดแผลน้อยใหญ่อยู่ทั่วร่างกาย
'เดี๋ยวก่อน...นั่นมันเครื่องแบบของสถาบันอเวกเคนเนอร์นี่?' คาลอสหรี่ตาลงมองไปที่คนทั้งสี่ซึ่งอยู่ใจกลางวงล้อม
ตัวของคาลอสเองครั้งหนึ่งก็เคยเป็นคนที่มีความสามารถเพียงพอจะเข้าไปอยู่ในรั้วสถาบันอเวกเคนเนอร์ได้ไม่ยาก ไม่น่าแปลกใจที่เขาจะรู้จักเครื่องแบบของสถาบันนี้เป็นอย่างดี เห็นเพียงแวบแรกก็สามารถระบุได้แล้วว่าคนทั้งสี่มาจากไหน
เหตุผลที่คนทั้งสี่ใส่ชุดเครื่องแบบจากสถาบันอเวกเคนเนอร์ออกมาทำภารกิจไม่ใช่แค่เพราะความภูมิใจในสถาบันเท่านั้น แต่เครื่องแบบมาตรฐานของสถาบันอเวกเคนเนอร์ทุกชุดสร้างขึ้นมาอย่างพิถีพิถัน
เส้นใยผ้าทอมาจากใยของแมงมุมทุนดรา สัตว์อสูรระดับสี่ มีความเหนียวทนทาน สามารถปรับตัวได้ทุกสภาพอากาศ ชุดทั้งหมดถูกลงตราประทับป้องกันก่อนจะส่งมอบให้กับนักเรียนทุกคน เพราะฉะนั้นเครื่องแบบนักเรียนของสถาบันอเวกเคนเนอร์ไม่ได้ต่างไปจากเกราะที่มีน้ำหนักเบามากๆ ไม่แปลกที่นักเรียนของสถาบันจะสวมใส่พวกมันไว้ตลอดเวลาอย่างภาคภูมิใจ เป็นทั้งเครื่องเชิดหน้าชูตา และเป็นเครื่องป้องกันที่ยอดเยี่ยม
คาลอสจินตนาการภาพตนเองสวมใส่ชุดของสถาบันอเวกเคนเนอร์ แต่สิ่งที่เขาเคยต้องการ กลับรู้สึกว่ามันไม่เหมาะสมกับเขาอีกแล้ว ด้วยอำนาจของบรรพบุรุษ สามารถดลบันดาลให้เขามาไกลถึงจุดนี้ จุดที่สถาบันอเวกเคนเนอร์ก็ให้เขาไม่ได้
ชายหนุ่มลอบยิ้มกับตนเองเล็กน้อยก่อนจะกลับมาคิดถึงสถานการณ์ตรงหน้า
ถ้าเพียงแค่มองดู ก็จะเห็นว่ากลุ่มคนชุดดำนั้นปิดบังตัวตนเอาไว้ ดูมีลับลมคมใน ส่วนกลุ่มวัยรุ่นทั้งสี่คนจากสถาบันอเวกเคนเนอร์เป็นฝ่ายที่ตกอยู่ในอันตราย
สถาบันอเวกเคนเนอร์นับเป็นสถาบันหลักของมนุษยชาติ มีสาขาอยู่หลายเขตการปกครอง บ่มเพาะต้นกล้ามากมายเพื่อปกป้องเผ่าพันธุ์มนุษย์ แม้ว่าจะไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นตอนนี้ แต่หากจำเป็นต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือ เขาก็ควรจะช่วยเหลือกลุ่มสถาบันอเวกเคนเนอร์ที่เสียเปรียบ นี่นับเป็นสามัญสำนึก
ร่างของชายหนุ่มพุ่งตัวออกมาจากที่ซ่อนทันที หลังจากที่เขาประเมินความแข็งแกร่งของกลุ่มคนตรงหน้าเรียบร้อยแล้ว ด้วยระดับพลังในปัจจุบันของเขา ไม่น่ามีปัญหาหากจะจัดการกลุ่มคนชุดดำ
คาลอสสะบัดตัว ขวานสีแดงเพลิงเปล่งประกายราวอัญมณีลอยขึ้นจากหลัง โค้งเข้าหาฝ่ามือข้างขวาที่รอรับอยู่ก่อนแล้ว
ร่างของคาลอสวิ่งไปพลางรับขวานเข้าไว้ในมืออย่างลื่นไหลไม่มีติดขัด เพียงพริบตาเขาก็เข้ามาอยู่ในระยะสายตาของกลุ่มคนที่ต่อสู้กันอยู่
ฝับ!
เมื่อถึงระยะโจมตี ขวานสีแดงเพลิงฟาดออกเป็นแนวยาวทันที คนชุดดำสามคนที่หลบไม่ทันถูกฟันเข้าด้านหลังเต็มๆ
“อึกกก” คนชุดดำทั้งสามพยายามกลั้นเสียงร้องจากความเจ็บปวดทรมาน มันเหมือนมีเปลวไฟลามเข้าไปในแผลของพวกมันอย่างไรอย่างนั้น เจ็บปวดจนร่างชะงัก สิ้นความสามารถในการต่อสู้ไปในทันที
กลุ่มคนที่กำลังต่อสู้กันชะงักไปในทันที ไม่รู้ว่าทำไมถึงมีคนเข้ามาแทรกแซงการต่อสู้ในตอนนี้ได้
แต่กลุ่มนักเรียนจากสถาบันอเวกเคนเนอร์ที่เสียเปรียบกลับใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ตรงนี้ปลิดชีพคนชุดดำที่เพิ่งถูกลอบโจมตีทันที
ฉับ ฉับ! ฉึก!
กริชในมือเอดิสันกวาดตัดเส้นเลือดใหญ่บริเวณลำคอของคนชุดดำสองคนที่อยู่เบื้องหน้าภายในชั่วพริบตา ไม่ปล่อยโอกาสให้อีกฝ่ายสามารถหลบหนีไปได้แม้แต่น้อย
อีกเสียงเป็นเสียงการโจมตีของหญิงสาวผู้เคร่งขรึมที่สอดดาบยาวแทงทะลุลำคอส่วนบน พุ่งขึ้นไปถึงกะโหลก ตัดโอกาสรอดชีวิตของอีกฝ่ายในอึดใจเดียว
คาลอสมองการกระทำเหล่านั้นด้วยหางตา ในโลกที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ผู้แข็งแกร่งย่อมเป็นผู้ที่อยู่รอด เรื่องโหดร้ายเช่นนี้นับเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่สิ่งที่ทำให้คาลอสสนใจคือหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งอยู่ใจกลางวงล้อม
หลังจากกำจัดคนชุดดำสามคนที่ยืนล้อมเอาไว้ได้ ทัศนวิสัยที่มองจากภายนอกเข้าไปภายในก็ชัดเจนขึ้น และด้วยระยะที่ใกล้ขนาดนี้ เขาสามารถเห็นใบหน้าของคนที่อยู่ด้านในได้ชัดแจ้ง
“ไอด้า...” คาลอสพึมพำกับตนเองด้วยเสียงแผ่วเบา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ หยุดการกระทำทุกอย่างที่กำลังทำอยู่ ตอนนี้เขาลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าตนเองตั้งใจจะมาทำอะไร เรื่องไม่คาดฝันทำให้สมองของเขาลัดวงจรไปชั่วครู่
หญิงสาวฝั่งตรงข้ามเองก็อยู่ในอาการตกใจ เธอไม่คิดมาก่อนว่าจะได้กลับมาเจออดีตคู่หมั้นของตนเองอีกครั้งในสถานการณ์เช่นนี้ แถมอีกฝ่ายยังดูทรงพลังอย่างมาก
สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นเป็นเพียงแค่ชั่วพริบตา แต่ก็นับเป็นโอกาสของกลุ่มคนชุดดำที่จะฉวยโอกาสโจมตี
กลุ่มคนชุดดำบางคนเปลี่ยนเป้าหมายมาโจมตีคาลอสที่ดูจะเป็นภัยร้ายต่อพวกตนก่อนทันที
คาลอสที่จ้องไอด้าด้วยความตกใจไม่ได้สนใจพวกมันเลยแม้แต่น้อย มือขวาของเขาขยับไปตามสัญชาตญาณ สับชายชุดดำสองคนที่เข้ามาใกล้จนร่างของพวกมันแยกเป็นสองส่วนโดยไม่ตั้งใจ
สติของมันค่อยๆ ดับลง ก่อนตายพวกมันทั้งสองคงได้แต่ร่ำร้องในใจว่าพลาดแล้วที่คิดโจมตีชายหนุ่ม หากมันมีชีวิตกลับมาได้อีกครั้ง พวกมันคงสาบานว่าจะไม่เข้าไปเฉียดใกล้ชายหนุ่มผู้นี้อีก ขนาดจิตใจไม่ได้อยู่กับการต่อสู้ พวกมันยังทำอันตรายชายหนุ่มตรงหน้าไม่ได้เลย
การโจมตีเมื่อครู่ทำให้คาลอสละออกจากความประหลาดใจได้ เมื่อรู้ตัวอีกที สองร่างที่หมายโจมตีเขาให้แดดิ้นก็กลายเป็นศพอยู่ในวงแหวนอักขระเรืองแสงเสียแล้ว
ทั้งกลุ่มนักเรียนจากสถาบันอเวกเคนเนอร์และกลุ่มชายชุดดำต่างหันไปมองคาลอสด้วยความหวาดผวา เพียงอีกฝ่ายโผล่เข้ามาไม่ถึงสิบวินาที ก็มีคนตายไปแล้วถึงห้าคน ตอนนี้กลุ่มคนชุดดำเหลือเพียงสามคนเท่านั้นตอนนี้นับว่าพวกมันเสียเปรียบอย่างมาก แม้จะยังเหลืออเวกระดับที่หกอยู่อีกสองคน แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะสู้กับคนหมู่มากเท่านี้
เมื่อมองให้ชัดเจน กลุ่มคนชุดดำที่เหลือก็ทราบว่าใครคือผู้มาใหม่... มันคือคาลอส อัจฉริยะจากตระกูลพีไรซ์
“ก่อนหน้านี้อาจจะเป็นฝีมือของพวกตระกูลพีไรซ์!” หนึ่งในกลุ่มชายชุดดำโพล่งขึ้นมาทันที ก่อนหน้านี้พวกมันตรวจสอบข้อมูลของตระกูลพีไรซ์มาอย่างดี วางแผนจะจับตัวสมาชิกตระกูลพีไรซ์มาสืบสวนเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสองเดือนก่อน
แต่ความสามารถของชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าพิสูจน์แล้วว่าตระกูลพีไรซ์อาจเป็นผู้ที่สังหารคนของพวกมันไปจริงๆ นอกเหนือจากเจ้าเมืองปากัสและหัวหน้าสมาคมนักล่า ไม่มีใครมีความสามารถมากพอจะสังหารกลุ่มนักฆ่าได้หมดจดเช่นนั้นอีกแล้ว ฉะนั้นตอนนี้ตระกูลพีไรซ์จึงน่าสงสัยอย่างมาก
“หนีก่อน! ภารกิจของพวกเราคืบหน้าแล้ว” ชายชุดดำอีกคนตะโกนขึ้นมา ก่อนจะพยายามพุ่งตัวหนี
ร่างของคาลอสตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวของพวกมันทันที พุ่งตรงเข้ากลางวงแสง หมายจัดการพวกมันทั้งสามให้สิ้นความสามารถในการต่อสู้ อาจจะไว้ชีวิตพวกมันสักคนเพื่อจับมาสอบถาม
วูม
เมื่อคาลอสเข้ามาในขอบเขตของวงแสง เขารู้สึกได้ทันทีว่าร่างของเขาเหมือนจมเข้ามาในของเหลวหนืด ทุกการเคลื่อนไหวถูกจำกัดไปหมด การเคลื่อนที่ของเขาช้าลงมาก เรี่ยวแรงก็เหมือนค่อยๆ ถูกสูบออกไปทีละน้อย
ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมกลุ่มนักเรียนจากสถาบันอเวกเคนเนอร์ถึงดูอ่อนปวกเปียกนัก ที่แท้อักขระแปลกๆ บนพื้นส่งผลให้พวกเขาใช้พลังได้ไม่เต็มที่!
คาลอสมองคนชุดดำที่เหลืออีกสามคนกำลังหลบหนีก็เร่งความเร็วขึ้นในทันที ถึงจะถูกลดพลังลง แต่ความสามารถของอเวกระดับเจ็ดก็ไม่ใช่สิ่งที่จะดูถูกได้ คาลอสมาถึงด้านหลังของคนที่ช้าที่สุดภายในเสี้ยววินาที ขวานในมือสับลงไปตรงๆ โดยไม่ลังเล
บาดแผลไหม้เกรียมทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวดเจียนตาย ไม่สามารถเคลื่อนที่ไปไหนได้อีก
คาลอสติดตามอีกสองคนที่เหลือแต่ดูเหมือนว่าอักขระเบื้องล่างจะส่งผล ตอนนี้ความเร็วของทั้งสองฝ่ายแทบไม่ต่างกัน พวกมันทั้งคู่สามารถหนีออกนอกวงไปไกล ในขณะที่คาลอสเพิ่งพ้นออกจากวง
ชายหนุ่มจ้องมองชายชุดดำทั้งสอง อย่างไรเขาก็ไม่สามารถปล่อยให้พวกมันหนีไปได้ เขารู้สึกแปลกๆ ตอนที่พวกมันโพล่งบางอย่างขึ้นมาก่อนหน้า ดูเหมือนจริงๆ แล้วเป้าหมายของพวกมันจะเป็นตระกูลพีไรซ์?
คาลอสโยนเม็ดโอสถรักษาเข้าปาก ก่อนจะเร่งเร้าพลังตามเคล็ดเผาโลหิต พลังของเขาพวยพุ่งขึ้นมาทันที ระดับพลังที่แผ่ออกมารุนแรงน่ากลัว มันอยู่กึ่งกลางระหว่างอเวกระดับที่เจ็ดและระดับที่แปด
ชายหนุ่มรวบรวมพลังไว้ที่ขวานแล้วส่งคลื่นพลังงานออกไปเป็นวง
ความเร็วของคลื่นพลังงานสีแดงสูงมาก มันตามชายชุดดำทั้งสองคนทันด้วยความรวดเร็ว
ฉึก!
ร่างของคนทั้งสองเสียการทรงตัวทันที ล้มลงกับพื้น ตอนที่มันพยายามจะลุกขึ้นอีกครั้ง คาลอสซึ่งเต็มไปด้วยพลังอันน่าหวาดกลัวก็พุ่งตามมาถึงด้านหลังเรียบร้อย ขวานสีแดงในมือโบกสะบัดเตรียมจะจัดการพวกมัน
ชายชุดดำทั้งสองคนหันมองหน้ากันแล้วตัดสินใจในทันที เมื่อเห็นว่าหนีไม่พ้นแล้ว พวกมันหยิบอาวุธขึ้นมาแทงใส่ลำคอตนเองทันที เพียงไม่นานทั้งคู่ก็ขาดใจตายไป
พวกมันยอมตามดีกว่ายอมถูกจับตัวโดยคาลอส อย่างน้อยๆ ภารกิจของพวกมันก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว หวังเพียงว่าดวงวิญญาณของมันจะไม่ถูกทรมานจากตราประทับของสมาคม
“หะ?” คาลอสที่โบกขวานในมือเตรียมต่อสู้ถึงกับหยุดชะงักไป เขาเคยต่อสู้กับคนมาพอสมควร เคยเห็นคนรักตัวกลัวตายมามากมาย แต่ไม่เคยเห็นใครเลยที่ยอมปลิดชีวิตตัวเองง่ายๆ เช่นนี้
คาลอสสูญเสียเป้าหมายในการต่อสู้ ยืนงงอยู่กับที่ครู่หนึ่ง ก่อนจะแผ่พลังงานออกไปจนแน่ใจว่าทั้งสองคนตายแล้วจริงๆ จึงเลิกใช้เคล็ดเผาโลหิต
ชายหนุ่มหอบเหนื่อยเล็กน้อย เมื่อครู่เขาใช้เคล็ดเผาโลหิต เผาเลือดภายในกายไปไม่มาก พอดีกับที่โอสถรักษาชนิดเข้มข้นของตระกูลพีไรซ์ช่วยฟื้นพลังให้เขาได้พอดี อาการบาดเจ็บจึงไม่เด่นชัดนัก
ร่างของชายหนุ่มวกกลับไปที่เดิม เพื่อสอบถามข้อมูลจากชายชุดดำคนสุดท้าย
แต่เมื่อกลับมาก็พบว่าชายชุดดำคนนี้ก็ฆ่าตัวตายเช่นเดียวกัน ทั้งกลุ่มของพวกมันไม่มีใครเหลือรอดแม้แต่ชีวิตเดียว