เซนมองภาพเบื้องหน้าด้วยความตกตะลึง และปากที่อ้าค้างเป็นเวลานานไม่ใช่แค่เซนเท่านั้นเผ่ามนุษย์กิ้งก่าทั้งสองรวมถึงเอลลี่นับว่าตกตะลึงยิ่งกว่าเสียอีก เพียงแค่สะเก็ดเปลวเพลิงเล็กๆ กลับสามารถสร้างบาดแผลอันน่าหวาดหวั่นให้กับปีศาจแดงที่ครั้งนั้นแม้แต่เซนที่ทุ่มสุดตัวเองยังยากที่จะเอาชนะได้
ยิ่งมองบาดแผลของมันเท่าไหร่เซนก็ยิ่งรู้สึกว่าพลังของสมบัติสวรรค์นั้นขี้โกงจริงๆ โดยเฉพาะสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าวิหคอัคคีสวรรค์ที่หลอมประสานเข้ากันกับวิญญาณของหญิงสาวเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังไม่อยากจะคิดเลยว่าหากหลอมผสานกันอย่างสมบูรณ์จะไร้เทียมทานขนาดไหน
ปีศาจแดงที่ร้ายกาจนั้นยิ่งมายิ่งเต็มไปด้วยความโกรธออร่ารอบตัวของมันดูเหมือนจะเกิดความปั่นป่วนและดุดันขึ้นในพริบตา อกของมันขยายขึ้นลงเป็นจังหวะ ก่อนที่มันจะเริ่มอ้าปากอีกครั้งพร้อมปรากฏดวงไฟสีม่วงซึ่งบ่งชี้ว่ามันกำลังจะโจมตีด้วยเปลวเพลิงที่สังหารกองทัพมนุษย์ก่อนหน้านี้ และแน่นอนว่าไม่มีใครคิดว่าหญิงสาวจะรับมันได้
“รีบถอยเร็วเข้า พลังเปลวเพลิงของมัน….”
อิลกิพยายามจะกล่าวเตือนมารีน อย่างไรก็ตามคำกล่าวของมันกลับติดค้างอยู่อีกครั้ง ตัวมันและภรรยาได้ดึงร่างของเอลลี่และกำลังจะหลบหนีแต่ในขณะนั้นเองสายตาของพวกมันก็ต้องพบกับภาพที่ตลอดทั้งชีวิตของพวกมันไม่มีทางเป็นไปได้
“บึ้มมมมมมมม!”
เปลวเพลิงสดใสลูกใหญ่ปรากฏขึ้นเพียงการขยับนิ้วเบาๆ ของมารีน พุ่งใส่หัวของสัตว์ประหลาดที่สามารถทำลายล้างกองทัพของมนุษย์ได้อย่างง่ายดายก่อนหน้านี้ ท่าทางของหญิงสาวราวกับเทพเซียน แต่ไม่ใช่แค่ท่าทางเท่านั้นพลังเองก็เป็นเทพเซียนไม่ต่างกัน
ปีศาจแดงนั้นไม่ทันได้ปลดปล่อยการโจมตีของมัน อยู่ๆ ใบหน้าของมันก็ร้อนวูบพร้อมกับเปลวเพลิงกลุ่มใหญ่ระเบิดขึ้นเบื้องหน้า การระเบิดและการเผาไหม้นั้นทำให้เกิดกลุ่มควันมากมายกระจายไปโดยรอบบดบังทัศนียภาพของผู้คน แต่ทันทีที่กลุ่มควันนั้นจางหายไป
ทุกคนที่อยู่บริเวณนี้ต่างแข็งค้างและหลงลืมการขยับร่างกายไปชั่วขณะ อิลกิและเมรีเองก็ดูเหมือนจะลืมไปแล้วว่าตนเองต้องรีบหนี
กลุ่มควันจากการเผาไหม้ด้วยความร้อนอันสูงส่งค่อยๆ สลายตัวไปช้าๆ พร้อมกับปรากฏภาพของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ตัวสีแดงที่ขณะที่ร่างท่อนบนของมันได้ขาดครึ่งและหายไปแม้แต่เศษซากร่างเองก็ยังหาไม่พบ
“บริวารปีศาจก็มีเท่านี้”
ทั่วบริเวณต่างตกอยู่ในความเงียบเป็นเวลานาน เสียงอันยิ่งยโสที่มีที่มาจากนกเพลิงตัวเล็กๆ บนไหล่ของมารีนก็ได้ดังขึ้นในโสตประสาทของทุกผู้คน หากนำเรื่องราวที่เห็นในวันนี้ไปบอกกับผู้คนแน่นอนย่อมไม่มีใครเชื่อแน่ๆ ว่าปีศาจที่แข็งแกร่งนั้นกลับตกตายภายในการโจมตีง่ายๆ ของหญิงสาวผู้หนึ่ง โดยลำบากเพียงการขยับนิ้วเท่านั้น
“ตูมมมมมมมมม!”
เสียงของร่างครึ่งหนึ่งของปีศาจแดงได้ล้มลงพร้อมกับฝุ่นทรายที่กระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ ในเวลานั้นราวกับสติของทุกผู้คนได้ฟื้นคืนมาอีกครั้ง
“ทะ…ท่านเทพ!”
อิลกิเผลออุทานออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจเมื่อปีศาจที่แข็งแกร่งตนนั้นตกตายอย่างรวดเร็วเมื่อเผชิญหน้ากับหญิงสาวปริศนายังไม่ทันถึงนาทีด้วยซ้ำ
“พลังขี้โกงจริงๆ เปลวเพลิงนั่นแค่บริสุทธิ์ไม่พอยังรุนแรงและดุดัน ทำไมข้าไม่ได้พลังแบบนี้บ้างนะ”
เซนกล่าวขึ้นด้วยท่าทางที่แสดงออกถึงความอิจฉาเล็กน้อย ในขณะนั้นเองวิหคอัคคีสวรรค์ที่เกาะอยู่บนไหล่ของมารีนก็ได้ขยับตัวพร้อมกับหันมาเหลือบมองเซนด้วยหางตาก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยวาจาที่แฝงไว้ด้วยความเหยียดหยามและความเย่อหยิ่งยากจะหาผู้ใดเปรียบ
“เปลวเพลิงของข้าคือเปลวเพลิงที่อยู่บนจุดสูงสุดในโลกหล้า ยากที่จะหาผู้ใดเปรียบ หากเปลวเพลิงของข้าไม่ได้เป็นที่หนึ่งย่อมไม่มีใครเป็นที่หนึ่งแน่นอน!”
“เหอะ!”
เพียงวิหคอัคคีสวรรค์กล่าวจบเซนก็แค่นเสียงอย่างดูถูกออกมาทำให้ท่าทางของวิหคสวรรค์เปลี่ยนเป็นสั่นโกรธอย่างช่วยไม่ได้ กิริยาของเซนนั้นนับว่ายิ่งมายิ่งแดกดันมันไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว หลังจากกลับมาจากยมโลกลักษณะนิสัยของเซนก็เปลี่ยนไปราวกับคนละคน แม้ว่าวิหคอัคคีสวรรค์ยังไม่เห็นอย่างชัดเจนแต่มันมั่นใจว่าเซนในตอนนี้กับเซนในตอนก่อนไปยังยมโลกนั้นแทบจะเป็นคนละคนกัน
“เปลวเพลิงอันดับหนึ่ง? ต่อให้เจ้าจะเป็นจิตวิญญาณของสมบัติสวรรค์ก็ไม่ควรจะกล่าวเช่นนั้นได้…อัคคีสวรรค์ของเจ้านั้นหากพูดถึงเรื่องความศักดิ์สิทธิ์นับว่าเป็นอันดับหนึ่งจริงๆ แต่หากพูดถึงการทำลายล้างยังห่างไกลนัก….”
คำกล่าวของเซนยิ่งทำให้วิหคอัคคีสวรรค์ที่เป็นตัวตนบรรพกาลต้องสั่นด้วยความโกรธแม้มันจะมีชีวิตอยู่มาหลายหมื่นหลายแสนปี แต่สิ่งที่มันไม่ยอมให้ดูถูกเด็ดขาดคือเปลวเพลิงที่แสนภาคภูมิใจของมันดังนั้นเซนจึงกล่าวถูกจุดอ่อนของมันเต็มๆ
“บนร่างของเจ้ามีตราประทับอเวจี เจ้าคงหนีหัวซุกหัวซุนไปทั่วยมโลกสินะ เจ้าเองก็คงถูกเปลวเพลิงกระจอกที่มีแต่ความดุดันของจ้าวพิภพอเวจีรนก้นจนหวาดกลัวไปแล้ว…”
สีหน้าของเซนเปลี่ยนไปเป็นน่าเกลียดอย่างไรก็ตามสีหน้าของชายหนุ่มก็เปลี่ยนเป็นเรียบเฉยอย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา แต่เพียงการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ นี้ก็ทำให้วิหคอัคคีสวรรค์รู้สึกเหมือนเอาคืนชายหนุ่มได้สำเร็จแล้ว มารีนที่เห็นท่าไม่ดีของทั้งสองฝ่ายจึงรีบกล่าวออกมาทันที
“พวกเจ้าทั้งสองควรจะหยุดทะเลาะกันเป็นเด็กได้แล้ว…โดยเฉพาะท่านวิหคน้อย ท่านไม่ควรกล่าววาจาแดกดันด้วยท่าทางน่ารักของท่านเช่นนั้น”
มารีนกล่าวเรียกวิหคอัคคีสวรรค์ว่าวิหคน้อยแทนที่มันจะโกรธแต่กลับตรงกันข้ามมันกลับไม่ได้มีท่าทีต่อต้านและชอบที่จะให้หญิงสาวเรียกมันด้วยชื่อนั้นเสียด้วย เมื่อหญิงสาวกล่าวเช่นนั้นแน่นอนมันย่อมเชื่อฟังหญิงสาวอยู่แล้ว แต่ในขณะนั้นเองเสียงของเซนก็ได้ดังขึ้น
“ข้าไม่ได้หนีหัวซุกหัวซุน!”
น้ำเสียงของเซนนั้นแฝงไว้ด้วยความอำมหิตหลายส่วน แม้ว่าชายหนุ่มจะกล่าวด้วยใบหน้าและน้ำเสียงที่เรียบนิ่งราวกับผิวน้ำที่ไม่ขยับไหวก็ตามแต่หญิงสาวมั่นใจว่าเซนนั้นไม่พอใจอย่างมาก
“เจ้าเจออะไรมากันแน่ในยมโลก เหตุใดบุคลิกและท่าทางของเจ้าถึงได้เปลี่ยนไปเป็นเช่นนี้…”
มารีนกล่าวถามออกมาเบาๆ ด้วยสีหน้าท่าทางที่ไม่มั่นใจมากนัก อย่างไรก็ตามชายหนุ่มกลับไม่ได้กล่าวตอบสิ่งใดเพียงหลับตาลงเท่านั้นราวกับว่าคำถามของหญิงสาวนั้นไม่มีค่าพอให้ชายหนุ่มต้องตอบ ในเวลานั้นเสียงของวิหคอัคคีสวรรค์ก็ได้ดังขึ้นข้างหูของหญิงสาวโดยเสียงนั้นเพียงพอให้มารีนได้ยินแค่คนเดียวเท่านั้น
“ตัวมันในตอนนี้ไม่รู้เปลี่ยนไปมากแค่ไหน แต่ย่อมไม่ได้เปลี่ยนไปในทางที่ดีแน่ๆ เจ้าควรจะระวังตัวไว้ดีกว่า เพราะตราประทับอเวจีที่อยู่บนร่างของมันนั่นไม่มีวันลบเลือนหายไปและเป็นตราประทับที่ระดับจ้าวพิภพอเวจีประทับด้วยตนเอง หมายความว่ามันเป็นเป้าหมายของแดนอเวจีและยั่วยุพวกนั้นจนโกรธมากเสียด้วย…สำหรับมนุษย์อย่างมันนับว่าเกินไปจริงๆ”
“บางทีมันอาจไม่สามารถเหยียบที่ยมโลกได้ตลอดชีวิต และยมโลกนั่นไม่ควรยั่วโทสะด้วยเด็ดขาด ตัวมันในตอนนี้ไม่ต่างกับดาววิบัติ!”
มารีนได้รับฟังวิหคอัคคีสวรรค์อย่างตั้งใจ เธอนั้นเกิดความสงสัยอย่างมาก ว่าตลอดเวลาที่เซนอยู่ในยมโลกนั้นเกิดสิ่งใดขึ้นกับชายหนุ่มกันแน่ แต่มีแต่ตัวของชายหนุ่มเท่านั้นที่รู้ หากเซนไม่ต้องการบอกเล่าเรื่องราวแน่นอนว่าหญิงสาวไม่มีวันที่จะรับรู้มันได้
“ติ้ง!”
ในขณะนั้นเองเสียงเหมือนกับแก้วกระทบกันฟังดูหวานใสก็ดังขึ้นในหูของทุกคนที่อยู่ในดินแดนแห่งการทดสอบแห่งนี้
[ผู้พิทักษ์ดินแดนได้ถูกสังหาร ดินแดนจะปิดตัวลงในอีกห้านาที! การทดสอบแห่งทวีปเอวาได้จบลงเพียงเท่านี้ จงมุ่งหน้าเข้าสู่ดินแดนแห่งหายนะในครั้งต่อไป ขอให้พวกท่านโชคดี]
เซน : “….”