เลือกหนังสือเพลินจนตอนนี้ล่วงเลยเข้าสู่ยามโหย่วแล้ว หวังว่าเจี้ยนกั๋วคงจะยุ่งจนไม่มีเวลาตามหาฉัน
“เ้ารีบเดินสิลี่อิน ขืนกลับช้ากว่านี้ มีหวังฮ่องเต้จับได้พอดีว่าเราแอบออกมาข้างนอก”
ทางสะดวงตำหนักฮองเฮาเงียบกริบไม่มีคนเดินผ่านไปมาแถวนี้
ฉันและลี่อินตกลงว่าจะแยกย้านกันตรงนี้เลย จะได้ไม่เสียเวลามาก
[เจี้ยนกั๋ว]
กลับมาจากท้องพระโรงก็มีซูเฟยหงมารออยู่ก่อนแล้ว เหม่ยเหมยน่าจะกลับมาถึงก่อนข้ามองหานางไม่เจอข้าเลยเข้าไปพูดคุยกับซูเฟยหงให้เรียบร้อยเสียก่อน
“ถวายพระพรฝ่าา”
“อืม เ้ามาถึงตำหนักเรามีอะไรงั้นหรอ”
“ข้ามีหลายเื่เลยเ้าค่ะ ที่จะคุยกับฝ่าา”
ดูแล้วนางน่าจะคุยหลายเื่จริงๆ ข้าจึงนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ข้างๆ
“เื่สนมเหม่ยเหมยเพคะ วันนี้ข้ารออยู่ที่ตำหนักเสียนานไม่เห็นนางจะมาคารวะข้าเลย จึงตามมาดูที่นี่เผื่อว่านางไม่สบาย แล้วอีกเื่พระองค์จะประทานตำหนักไหนให้นางเพคะข้าจะได้ให้เหล่านางกำนัลไปปัดกวาดเช็ดถู”
“เื่นี้เองหรือข้าไม่ได้บอกให้นางไปคารวะเ้าเองแหละธรรมเนียมเก่าแก่ อันไหนไม่เกิดประโยชน์ก็ไม่ต้องทำก็ได้ ส่วนตำหนักข้าว่าจะให้นางอยู่ที่ตำหนักหลงเจี้ยนนี่แหละ”
“อะไรนะเพคะ ให้อยู่ที่ตำหนักหลงเจี้ยน”
“ใช่ ข้าขอบใจเ้านะที่คอยเป็ห่วง”
“งั้นหม่อมฉันขอตัวกลับก่อนแล้วกันเพคะ”
นางเดินออกไปจากโถงรับแขกข้าจึงให้ขันทีไปส่งนางด้านนอก เวลานี้มีเื่จะคุยกับเหม่ยเหมย เดินตามหานางภายในตำหนักอยู่นานไม่มีวี่แววของนางเลย
จึงสั่งองค์รักษ์ไปตามนางที่ห้องเครื่อง ปรากฎว่านางไม่ได้อยู่ห้องเครื่อง วันนี้ซีงกุงห้องเครื่องยังไม่เจอหน้านางเลย
ความสับสนวุ่นวายนี้กำลังก่อกวนใจข้า กลัวว่าจะมีอันตรายเกิดขึ้นกับนาง ข้าตัดสินใจจะไปถามซังกุงห้องเครื่องให้แน่ชัดอีกครั้ง
[เหม่ยเหมย]
ฉันวิ่งเข้ามาถึงที่ตำหนักหลงเจี้ยนก็เห็นเจี้ยนกั๋วกำลังหยิบเสื้อคลุมเดินออกมาด้านนอก
“เจี้ยนกั๋ว ท่านจะไปไหนกัน นี่ยามโหย่วแล้วนะ”
“อะ เหม่ยเหมย”
เรียกชื่อฉันเสร็จใบหน้าของเขาก็มืดคล้ำมาเล็กน้อย รู้สึกถึงความหนาวเย็นในทันที
“ใช่นี่มันยาวโหย่วแล้ว ทำไมเ้าพึ่งกลับ”
“เอ่อ คือข้า”
“อย่าโกหกข้า ว่าเ้าอยู่ที่ห้องเครื่องนะ”
“อ่า นี่ท่านไปตามข้าที่นั่นมาหรอ”
“ตอบข้ามา”
“คือ ข้าออกไปเที่ยวที่ตลาด ด้า..น ด้านนอกวังมาน่ะ”
ทันทีที่พูดจบเจี้ยนกั๋วก็รีบหันหลังเดินเข้าไปในตำหนักทันที ตอนนี้ทำอะไรไม่ถูก รู้แต่ว่าต้องรีบคุยกันให้เข้าใจเท่านั้น
“เจี้ยนกั๋ว เจี้ยนกั๋วรอข้าด้วยสิ”
เขาเดินเข้าไปยังห้องนอนฝั่งของเขา ฉันไม่รอช้ารีบตามเข้าไป ตอนนี้เขากำลังโกรธมาก ซึ่งไม่เคยเป็แบบนี้มาก่อน
ฉันเลือกนั่งลงข้างๆ เขาก่อนจะเอ่อขอโทษไปอย่างจริงจัง
“ท่านอย่าโกรธข้าเลยนะ ต่อไปข้าจะไม่ออกไปโดยไม่บอกอีกแล้ว”
“เ้ารู้ไหมมันอันตรายขนาดไหม ถ้าเกิดเ้าเป็อะไรไปข้าจะทำยังไง เ้าออกไปกับใคร”
“ลี่อินเ้าค่ะ”
“พรุ่งนี้ข้าจะลงโทษเ้ากับนาง”
“อย่างนะเจี้ยนกั๋ว นางไม่ผิดข้าอยากออกไปเองต่างหาก”
“งั้นเ้าก็ไปเลี้ยงม้าสองวัน เ้าทำได้งั้นรึ”
“ทำได้สิ ข้าทำได้ท่านอย่าโกรธอีกเลยนะ”
หลังจากที่รับปากเจี้ยนกั๋วว่าจะไปเลี้ยงม้า 2 วันเป็การไถ่โทษที่แอบออกจากพระราชวังโดยพละการเขาก็อบรมสั่งสอนฉันไปอีกพักใหญ่ กว่าจะได้ทานอาหารเย็นก็เลยเวลาไปมาก
เหล่านางกำนัลขันที เมื่อเห็นเจี้ยนกั๋วทำหน้าโหดๆ ก็พากันถอยหนีจากห้องนอนออกไปกันหมด
“ท่านชิมอันนี้สิ” ฉันพยายามเอาใจเขาโดยการคีบอาหารใส่ชามให้จนเต็ม
“พอแล้ว เ้าทานบ้างสิเอาแต่คีบให้ข้า” เขาคียหมูน้ำแดงมาให้ฉันแทน
“รอบหน้าข้าจะทำให้ท่านทานนะ รับรองรสชาติดีกว่านี้แน่”
เขาส่งยิ้มมาให้ฉันก่อนจะลูบศรีษะเบาๆ เท่านี้ก็ทำให้ฉันอุ่นใจขึ้นมาบ้าง
*** ยามโหย่ว คือ 17.00 – 18.59 น. ***