ตอนที่ 77 — เสียงสะท้อนแห่งสายน้ำ: บทเพลงส่งท้ายบนชานเรือน
ฉาก: ชานบ้านของเฉิน ยามค่ำคืน — เวลา 19.30 น. (เฉินในวัย 62 ปี)
ความมืดมิดของยามค่ำคืนเข้ามาโอบล้อมเรือนไทยไม้สักโบราณ ท้องฟ้าเหนือผืนน้ำระยิบระยับไปด้วยดวงดาวนับพันดวง แสงไฟสีส้มอ่อนจากตะเกียงน้ำมันบนชานเรือนส่องกระทบใบหน้าของเฉินและลูกศิษย์ทั้งสิบคน บรรยากาศเต็มไปด้วยความสงบ สง่า และเปี่ยมล้นด้วยปีติสุขภายใน
บนชานเรือนไม่มีคำพูดใดๆ เอ่ยออกมาอีก ทุกคนต่างดื่มด่ำกับความเงียบงันที่ลึกซึ้ง ราวกับเสียงดนตรีอันไพเราะที่บรรเลงโดยธรรมชาติ รอบตัวพวกเขามีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรและสายลมแผ่วเบาที่พัดผ่านยอดไม้
ฉาก: การเดินทางที่ไม่มีวันสิ้นสุด
เซบาสเตียนค่อยๆ วางถ้วยชาลงอย่างแผ่วเบา ไม่ให้เกิดเสียงกระทบกับโต๊ะไม้ เขามองออกไปที่ผืนน้ำเบื้องหน้าที่สะท้อนแสงดาวระยิบระยับ แล้วหันมาสบตากับเฉินด้วยรอยยิ้มที่สงบอย่างแท้จริง
เฉินสังเกตเห็นแววตานั้น ท่านจึงค่อยๆ ขยับตัวตรงขึ้นเล็กน้อย ยกมือขึ้นประสานกันบนตัก แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวล และก้องกังวานไปทั่วบริเวณ
เฉิน:
"การเดินทางบนชานเรือนแห่งนี้... ได้เดินทางมาถึงจุดที่สมบูรณ์แบบแล้ว ไม่ใช่เพราะเราพบคำตอบสำเร็จรูปทั้งหมดของโลกใบนี้ แต่เพราะพวกเธอได้ค้นพบ 'ประทีปแห่งสติภายในใจของตนเอง'"
เฉินกวาดสายตามองหน้าลูกศิษย์ทีละคน—ตั้งแต่เซบาสเตียน, ลูคัส, ฮันส์, มาเรีย, ดิมิตตรี จนถึงสมาชิกทุกคนในทีมอาสาสมัครผู้ตื่นรู้
เฉิน:
"จากนี้ไป พวกเธอไม่ใช่ผู้เดินทางที่แสวงหาคำตอบอีกต่อไปแล้ว แต่พวกเธอคือ 'ผู้ให้คำตอบ' ด้วยการกระทำ ด้วยความนิ่งสงบ ด้วยความเมตตา และด้วยกำลังจิตที่สะอาดบริสุทธิ์... จงก้าวเดินออกไปในโลกกว้าง ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ และปล่อยให้ความงดงามของธรรมชาติชี้นำทาง"
ฉาก: การอำลาที่ไม่เคยจากลา
สมาชิกทุกคนลุกขึ้นยืนพร้อมเพรียงกันอย่างพร้อมใจ พวกเขาไม่ได้แสดงอาการโศกเศร้าหรืออาลัยอาวรณ์ เนื่องจากการจากลานี้ไม่ใช่การพลัดพราก แต่เป็นการกระจายตัวออกไปเพื่อทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่บนผืนแผ่นดิน
ทีละคน ก้าวเข้าไปกราบลงแทบเท้าของเฉินด้วยความนอบน้อมและสำนึกในพระคุณอันหาที่สุดมิได้ เฉินวางมือลงบนศีรษะของแต่ละคนเบาๆ ส่งมอบพลังแห่งความเมตตาและความนิ่งสงบเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ทั้งหมดจะทยอยก้าวเดินลงจากชานเรือน หายลับไปในความเงียบสงบยามค่ำคืนอย่างมั่นคงและสง่างาม
ฉาก: บทเพลงแห่งธรรมชาติบนชานเรือน
บนชานเรือนไม้สักโบราณ บัดนี้เหลือเพียงเฉินในวัย 62 ปี เพียงลำพัง ท่านนั่งขัดสมาธิอยู่บนเก้าอี้หวายตัวเดิม แววตาทอประกายความสุขสงบอย่างที่สุด
เฉินเอนกายพิงพนักเก้าอี้ หลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้ลมหายใจเข้าออกสอดประสานไปกับเสียงลมและสายน้ำรอบเรือน... เรื่องราวของชานเรือนแห่งนี้ได้จารึกไว้ในกาลเวลาแล้ว กลายเป็นตำนานแห่งสติ ปัญญา และความเมตตา ที่จะไหลรินหล่อเลี้ยงโลกใบนี้... ตราบนานเท่านนาน