F-Hunter (ภาคแรก โลกวิบัติ+ภาค 2 เมืองศูนย์กลาง)

    105.การเรียนรู้

     ของที่มีขายอยู่ใน Shop พวกนี้เรียกว่าเทคโนโลยีเวทมนตร์ มันถูกพัฒนาขึ้นจากวิญญาณวิวัฒน์ ความสามารถของมันใกล้เคียงกับ วิญญาณวิวัฒน์มาก แต่ไม่สามารถพัฒนาได้ มันเป็นอีกขั้นของ อักขระเวทมนตร์ที่มนุษย์สร้างขึ้นเมื่อนานมาแล้วแก่นแท้วิญญาณ คือจุดสูงสุดที่วิญญาณวิวัฒน์จะสามารถพัฒนาไปถึงได้ นี้คือข้อดีของวิญญาณวิวัฒน์ที่มีชีวิต มันสามารถหลอมรวมและเติบโตขึ้นได้ หรือกลายเป็นสิ่งใหม่ที่เหนือชั้นขึ้นกว่าเดิม มีบันทึกการทดลองมากมายเกี่ยวกับ แก่นแท้วิญญาณ การล่าและการค้นหาพวกมันในที่ต่างๆ และข้อมูลที่สำคัญกว่านั้น คือ วิญญาณวิวัฒน์จะเกิดและพัฒนาขึ้นในโลกที่กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ดังเช่น มิติโลกตอนนี้ เมื่อพวกมันเกิดขึ้นมามันจะอยู่ในรูปแบบวัตถุวิญญาณ เป็นส่วนใหญ่“มันคือวัตถุ เควส ระบบต้องการมัน นี้เป็นข้อมูลที่ไม่มีใครรู้ และมนุษย์โลกที่โง่เขลาก็จะส่งพวกมันทั้งหมดให้กับระบบ เพื่อแลกกับ วิทยาการเวทมนตร์ แต่ทำไมข้อมูลเหล่านี้ถึงได้ถูกขายอยู่ในระบบกัน ทั้งที่มันควรจะเป็นความลับ” วิทย์คิด นี้เป็นอีกหนึ่งข้อ ที่มันไม่สมเหตุสมผล หากระบบ หรือคนที่สร้างระบบ ต้องการพวกมันทั้งหมด ข้อมูลนี้ก็ไม่ควรหลุดรอดออกมา“หึๆ จะอย่างไร มันไม่ใช่ปัญหาที่เราต้องคิดในตอนนี้ ในเมื่อได้มันมาแล้ว เราก็ต้องใช้มันให้ดีที่สุด นี้ถือเป็นข้อดีสำหรับเราตอนนี้” รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของวิทย์ ไม่ว่ามันจะหลุดออกมาด้วยเหตุผลอันใด แต่ตอนนี้มันเป็นโอกาสของเขาวิทย์เพ่งสมาธิของเขาไปยังทะเลวิญญาณ ตอนนี้มีวิญญาณวิวัฒน์ สองดวงที่นอนอยู่ก้นทะเลวิญญาณของเขาอย่างสงบ น้ำทะเล สาดซัดกระทบกำแพงอาณาเขต เกิดเป็นระลอกคลื่นซัดกลับไปกลับมา แต่ดวงวิญญาณสองดวงยังคงนอนอยู่ที่เดิม ไม่เปลี่ยนแปลง วิญญาณดวงแรกอยู่ในรูปเจดีย์ 7 ชั้น โปร่งใสเหมือนแก้ว มันคือ วิญญาณหนังเหนียว ที่มีกฎอักขระ 9 ยอดที่เขาได้รับมาเมื่อสองเดือนก่อน ดวงที่ 2 มันคือวิญญาณจำแลงร่าง ปักษาที่ได้จาก มยุระเวนไตย ตัวที่เขาพบอยู่ในป่าหิมพานต์แค่กระตุ้นด้วยพลังวิญญาณเพียงนิด กำแพงแก้ว บางๆ ก็ปรากฏขึ้นคลุมร่างกายของเขาทันที ชั้นที่ 1 ชั้นที่2 ชั้นที่ 3 ชั้นที่ 4 ชั้นที่ 5 ตอนนี้พลังวิญญาณของเขาถูกดูดออกไปเร็วมาก ชั้นที่ 6 มันเร็วขึ้นอีก เร็วจนน่าใจหาย ตอนนี้พลังวิญญาณ ในทะเลวิญญาณของเขา ลดลงจนเหลือ เพียง 10 เปอร์เซ็นต์ เพล้ง!! กำแพงแก้วถูกยกเลิกเอง ร่างของวิทย์ทรุดลงไปกับพื้น นั่งยองยองก้นจ้ำเบา หอบหายใจราวกับคนที่กำลังจะขาดใจตาย“โฮก!! เหนื่อย นี้เหรอ ไม่คิดเลยว่า มันจะกินพลังวิญญาณมากมายขนาดนี้” ร่างของเขาสั่นเท่า ขณะที่ดวงตาเริ่มหนักอึ้ง พลังวิญญาณ 10 เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ช่วยอะไรเขาเลยตอนนี้ ร่างของเขาร่วงลงไปกับพื้น และหลับไปในที่สุด“เฮ้อ! นายท่านทำอะไรไม่ปรึกษา ลูน่าเลย ดูซิ ฝืนตัวเองขนาดนี้...”นานเท่าไรไม่ทราบได้ วิทย์ รู้สึกตัวขึ้น ที่เตียงนอนของเขา ร่างกายที่เหนื่อยล้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อาการปวดหัวตุบๆ เกิดขึ้นเป็นพักๆ“อ่าลูน่า ฉันมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง” วิทย์ถามขึ้น“แม่บ้าน เอานายท่านขึ้นมาเจ้าคะ คราวหน้าจะทำอะไรให้ปรึกษาลูน่าก่อนนะคะ อย่าฝืนตัวเองอีก”“ยังต้องปรึกษาอยู่อีกเหรอ ปกติเห็น พอฉันคิดอะไรขึ้นมา เธอก็รู้ไปซะหมดทุกเรื่อง” วิทย์บ่น“นั้นมันปกติเจ้าคะ แต่ตอนนี้ลูน่ามีงานหลายอย่างให้ทำ ให้คำนวณให้ประมวลผล อาจจะละเลยหรือตอบสนองช้าไปบ้างเจ้าคะ”“โอ้ว!! พึ่งรู้นะเนื้ย ว่าเธอเองก็มีขีดจำกัดกับเขาด้วย”“ทุกอย่างมันก็ต้องมีขีดจำกัดของตัวมันเองเจ้าคะ ลูน่าก็ไม่เว้น”“ก็จริงของเธอ ว่าแต่ ลูน่า ใน Shop อาวุธ ที่เป็นวิทยาการเวทมนตร์มากมาย แล้วฉันสามารถสร้างมันขึ้นมาเองได้หรือเปล่า” วิทย์ถาม ในความคิดของเขา มันจะดีแค่ไหนถ้า สามารถสร้าง อาวุธขึ้นมาเองได้ ถึง วิทยาการเวทมนตร์จะดี แต่เทคโนโลยีของมนุษย์ก็ใช่ว่าจะอ่อนแอ เช่น อาวุธ ปืน มันรวดเร็ว และรุนแรง แต่อำนาจของมันตอนนี้อาจจะยังไม่ดีพอ แต่ถ้าหากมันถูกอัพเกรดขึ้น ด้วยวิทยาการเวทมนตร์ละก็ไม่แน่“แน่นอนว่าได้เจ้าค่ะ ขอแค่มีพิมพ์เขียว นายท่านสามารถทำได้ทุกอย่างเจ้าคะ”ณ โลกวิญญาณ สิ้นสุดการล่า ร่างของ หมวย เต็มไปด้วยเลือดของเหล่าผีกองกอย เลือดเหล่านี้เต็มไปด้วยกลิ่นคาว เหม็นเน่า ชวนอวกเป็นที่สุด ร่างของ ราชาผีกองกอยตัวคล้ำซีด นอนอยู่แทบเท้าของเธอ รอบกายเธอตอนนี้เต็มไปด้วยกองซากศพ ผีกองกอย กว่า ร้อยตัว มีทั้งตัวผู้ตัวเมีย ตัวเด็ก หรือกองกอยแก่ ที่นี่เป็นหมู่บ้านกองกอยแห่งที่ สามที่ถูกกวาดล้าง ในมือของเธอ ถือดวงตา ที่ควัก ออกมาจากราชากองกอย ที่นอนอยู่แทบเท้าเธอตอนนี้ อักขระสีดำหมุนวนอยู่ในดวงตาของมัน พลังวิญญาณสีขาวถูกควบคุมด้วยกระแสจิตอันเชี่ยวกรากของเธอ ถ่ายเทเข้าไปในดวงตาอย่างสม่ำเสมอ มันกินพื้นที่ กว่า หนึ่งใน สองส่วนของดวงตา ตอนนี้ซีกหนึ่งของดวงตา ปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงอันร้อนแรงไปแล้ว เจตจำนงของเจ้าของเดิมของมัน กำลังต่อสู้กับพลังวิญญาณของ หมวย อย่างดุเดือด ของเหลวสีดำเหมือนเลือดเน่า กำลังต่อต้านเปลวไฟที่กำลังรุกล้ำเผาไหม้มันอยู่ อย่างไม่ยอมแพ้ แต่กำลังของมันค่อยๆ อ่อนลง เจตจำนงของเจ้าของที่ตายไปแล้ว มิอาจถูกเติมเต็มได้อีก เหมือนกองทัพที่ไม่มีกำลังเสริม มีหนทางเดียวเท่านั้นที่รอมันอยู่ คือความพ้ายแพ้ปั้ง!! ของเหลวสีดำถูกผลักออกมาจากดวงตา มันศูนย์สลายไปในอากาศทันที ดวงตาสีขาวนวลถูกเผาผลาญด้วยเปลวเพลิงอันร้อนแรง อยู่ในมือของหมวยในที่สุด อักขระสีดำหมุนวนไปรอบๆ ดวงตาอย่างอิสระ เธอรู้สึก ถึงการเชื่อมต่อ ระหว่างจิตของเธอ กับดวงตาที่อยู่ในมือของเธอ อย่าน่าอัศจรรย์“นี้นะหรือ จิตวิญญาณวิวัฒน์ ที่พี่วิทย์บอก วิเศษ มันน่าทึ่งมาก!!” เพียงแค่ความคิดเดียว ดวงตานั้นก็อันตระทานหายไป มันถูกเก็บเข้าไปในทะเลวิญญาณสีแดงเพลิงของเธอเรียบร้อย แล้วดวงตาเล็กๆ นอนนิ่งอยู่ใต้ทะเลเพลิงอันเชี่ยวกราก แต่ไม่มอดไหม้ไปราวกับหนึ่งประติมากรรม ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ กำแพงอากาศที่กั้นอาณาเขต ของทะเลวิญญาณ ยังคงสงบนิ่งอยู่แม้เปลวเพลิงจะร้อนแรงซักแค่ไหน มันไม่มีทีท่าว่าจะถูกทำลายลงไปในเร็วๆ นี้ นี้เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ทะเลวิญญาณของเธอ อยู่ในระดับหนึ่งขั้นต้น เธอไม่ได้มีทะเลตบะบรรพต เหมือนกับวิทย์ เธอบ่มเพาะ เฉพาะ ทะเลจิต กับทะเลวิญญาณเท่านั้น ไม่มีใครที่เลือกบ่มเพาะ ได้3 เส้นทางดังเช่นเขาแค่ สองเส้นทางก็ถือว่าเหนือกว่าชั้นมาตรฐานไปไกลโขแล้ว แพรและแพรวเองก็เช่นกัน ทั้งสามคนต่างมีเดทไนท์เป็นอาจารย์เช่นเดียวกันกับวิทย์“เป็นยังไงบ้าง หมวย มันได้ผลไหม” เสียงของแพรดังขึ้น ในมือของเธอถือ วิญญาณวิวัฒน์ อีกดวง มันอยู่ในรูปลักษณ์ของหนามน้ำแข็งชิ้นหนึ่ง“อืม มันได้ผล” เธอพูดออกมาด้วยความตื่นเต้น พรึบ! วิญญาณวิวัฒน์ถูกกระตุ้นด้วยพลังวิญญาณของเธอ ละอองก๊าซ ปรากฏขึ้นปกคลุมไปทั่วพื้นที่ 50 เมตรทันที แป๊ก! ซูม!!! เพียงแค่ดีดนิ้ว เปลวไฟมหากาฬก็ลุกไหม้ขึ้นอย่างกะทันหันฟ้าว!!! โดมน้ำแข็งสีขาว ปรากฏขึ้นปกป้องร่างของ แพรอย่างทันท่วงที เปลวไฟมหากาฬไม่อาจทำอันตรายไดๆ แก่เธอได้ ชั่วอึดใจต่อมา เสียงสบถด่าดังออกมาจากโดมน้ำแข็งอย่างแสบสัน“ยัยหมาบ้า!! นี้เธอคิดจะเผาฉันจริงๆ ใช่ไหม” แพรร้องเอ็ดออกมาอย่างหัวเสีย“คิกๆ เอาน่าพี่แพร หมวยแค่หยอกเล่น ยังไงไฟของหนูก็เผ่าคนหนั่งเหนียวอย่างพี่ไม่ตาย หรอก!!” หมวยหัวเราะคิก ออกมา พร้อมกับคำเย้ยต่อท้ายประโยค“หึ ฉันเป็นพี่เธอแค่สองปี ไม่ได้แก่หนังเหนียวขนาดนั้น รู้จักไหมวัยกำลังมันนะ” เธอกระแทกเสียงตอกกลับมา“เหรอ!! มันกับใครละนั่น ระวัง หนูจะฟ้องพี่วิทย์”“หึ ก็ต้องมันกับพี่วิทย์นะสิ ผู้ชายคนอื่นเหรอ ฉันไม่ชายตาแลหรอกยะ” แพรด้องสวนกลับมา“แหมๆ ทีต่อหน้าพี่วิทย์ ทำเป็นเรียบร้อย ไม่เห็นปากเก่งแบบนี้เลย!!” หมวยเย้ยกลับ มันจี้จุดอ่อนตรงกลางหัวใจของแพรพอดี ไม่มีเสียงใดๆ ตอบกลับมา ใช่แล้ว เธอไม่ได้เก่งอย่างปากว่า ตอนที่อยู่ต่อหน้าเขา เธอมันก็แต่น้องสาวที่เรียบร้อยคนหนึ่ง ถึงใจจะคิด แต่เธอเองก็ไม่กล้าทำอะไรที่มันเกินงาม เพราะกลัว กลัวว่าวิทย์จะเกลียด จะไม่ชอบ กลัวว่าถ้าทำอะไรตามใจตนเองออกไป เขาอาจจะไม่ชอบเธอก็เป็นได้ จะทำยังไงถ้าเขาไม่รัก ถ้าเขาไม่ต้องการเธอ เธอเองรู้ดีอยู่แก่ใจว่าวิทย์คิดยังไงกับเธอ “เขาคิดกับเธอแค่ น้องสาวคนหนึ่ง”“เอาละ เอาละ ฉันไม่แกล้งเธอแล้ว ว่าแต่ทางเธอเป็นยัง วิญญาณดวงนั้นดีไหม” หมวดเปลี่ยนเรื่อง เธอเองก็ไม่ยากตอกย้ำจุดด้อยของใครเพื่อให้ตัวเองดูดีขึ้น คนเรามันไม่ได้ดีไปซะทุกอย่าง แม้แต่ตัวเธอเองก็มีจุดอ่อนที่เก็บซ่อนเอาไว้ ลึกลงไปในหัวใจ“มันก็ดี.. เหมาะกับฉันดี วิญญาณหนามน้ำแข็งระดับ สอง เสียแต่มันกินพลังวิญญาณของฉันมากไปหน่อย” แพร ตอบ“หึ ก็เธอพึ่งจะทะลวงผ่านระดับหนึ่งขั้นกลางมาได้หมาดๆ ใช้วิญญาณระดับ สองมันก็เป็นอย่างนั้นแหละ” หมวยกระแซะ“แล้วของเธอละ ระดับไหน”“สอง!!”“เหอะ! มันก็พอกันละหว่า ว่าแต่คนอื่น ของตัวเองก็เป็นเหมือนกัน” แพรกระแทกเสียง“ไม่เหมือน ฉันไม่ได้บ่นเหมือนเธอ”“ใครบ่น ก็เธอถามฉันก็ตอบ ไม่ได้พูดออกมาเองซะหน่อย”“โอ้ งั้นเหรอ แล้วไง ใครสนละ หึๆ” หมวยยียวนคนหัวร้อน ให้พอหายเหงา ก่อนจะเดินออกไปโดยไม่สนใจแพรที่เอ็ดตะโลไล่หลังเธอมา“นี้อย่าหนีนะคน พาลนี่มันหาเรื่องกันชัดๆ หยุด!!! ....”“เลิกบ่นได้แล้ว เรายังมีงานที่ต้องทำอีกมากนะ ถ้าไม่รีบเดี๋ยวพี่วิทย์โกรธเอานะ!!” หมวยพูดปัด ทั้งคู่ได้รับมอบหมายโดยวิทย์ให้ ออกล่า ในโลกวิญญาณ เพื่อค้นหา วิญญาณวิวัฒน์ ให้ได้มากที่สุด โดยมี ลูน่า เป็นกุนซือ คอยชี้เป้า อยู่เบื้องหลังแผนการ

    คล้ายกับเรื่องF-Hunter (ภาคแรก โลกวิบัติ+ภาค 2 เมืองศูนย์กลาง) ที่คุณอ่าน