เมื่อจูเยว่ได้ยินคำถามอย่างที่คาดคิดเอาไว้ จึงกล่าวตอบกลับไปทันที
“หากพรสวรรค์เจ้าด้อยกว่าข้า เช่นนั้น…เมื่อการทดสอบจบลง เจ้าต้องเปลื้องผ้าวิ่งรอบเมืองแสงอรุณแห่งนี้สามรอบ และหากข้าแพ้ก็จะทำเช่นเดียวกันกับเจ้า”พร้อมกับยกมุมปากยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมา
เมื่อฝูงชนทุกคนได้ยินในสิ่งที่นายน้อยจูเยว่กล่าวก็อดที่ริมฝีปากจะกระตุกขึ้นมาไม่ได้ เพราะมันเหมือนกับว่านายน้อยผู้นี้ต้องการที่จะเปลื้องผ้าวิ่งรอบเมืองแสงอรุณเสียเองไม่ใช่เรอะ?!
เสียงจากฝูงชนเสียงหนึ่งกล่าวคาดเดาออกมาด้วยความมั่นใจ
“หรือนายน้อยผู้นี้..จะจิตวิตถารต้องการวิ่งแก้ผ้ารอบเมือง แต่หาข้ออ้างที่จะทำไม่ได้ จึงได้เข้าร่วมการทดสอบเพื่อหาข้ออ้างที่จะทำมัน”
ฝูงชนทั้งหลายต่างหันไปมองยังผู้ที่กล่าวประโยคเมื่อครู่ พร้อมกับครุ่นคิดและเริ่มพยักหน้าอย่างเห็นด้วย เพราะพวกมันก็คิดไม่ออกเช่นกันว่าทำไมนายน้อยที่ไร้พลังยุทธ จึงกล้ากล่าวเดิมพันเช่นนี้ออกมา
เสียงที่คุ้นหูเสียงหนึ่งดังขึ้นมาพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงกดดันไปยังนายน้อยจูเยว่
“ข้ามั่นใจ ว่าเจ้าต้องเป็นโรคจิตวิตถาร เช่นที่ผู้คนคาดเดา!หากไม่เป็นจริงดังที่ข้าพูด เช่นนั้นนายน้อยจูเยว่..ท่านกล้าเดิมพันกับข้าหรือไม่! หากพรสวรรค์ของท่านเหนือกว่านายน้อยชิวอี้เหวินจริงๆ ข้าสาบานต่อสวรรค์จะกลืนกินกองอุจจาระต่อหน้าผู้คน! และหากไม่เป็นเช่นนั้นท่านต้องกระทำเช่นเดียวกันกับข้า!!”มันรีบกล่าวในสิ่งที่คิดออกมารวดเดียวอย่างไม่เกรงกลัวราวกับเห็นโอกาสที่จะได้แก้แค้น!
ฝูงชนต่างตกตะลึงจนอ้าปากค้าง ในการกระทำของบุรุษผู้นี้ที่ถึงขั้นกล้าท้าทายนายน้อยจูเยว่ต่อหน้าผู้คนมากมายสายตาทั้งหมดต่างหันไปมองตามเสียงดังกล่าว ก็พบเจอร่างอันคุ้นตาของบุรุษผู้หนึ่งที่เคยถูกนายน้อยจูเยว่แย่งชิงว่าที่คู่หมั้นไป ทำให้ผู้คนภายในเมืองที่พอทราบเรื่องราวอยู่ก่อน เข้าใจความรู้สึกของชายผู้นั้นทันที
เมื่อมีผู้เปิดก็ย่อมมีผู้ตามผู้ที่มีความแค้นต่อนายน้อยจูเยว่ต่างกล่าวสาบานขึ้นมา เพื่อกดดันให้เขานั้นยอมรับการเดิมพันดังกล่าวเพราะนี่คงเป็นโอกาสเดียวที่พวกมันจะได้แก้แค้นในสิ่งที่นายน้อยผู้นี้เคยกระทำต่ำช้าเอาไว้กับพวกมัน
จูเยว่ที่ไม่คาดคิด ว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นมาเพราะตนแค่ต้องการลงโทษนายน้อยตระกูลชิวเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเพื่อไม่ให้มันกล้าที่จะมากวนใจเขาอีก
ตอนนี้จูเยว่เริ่มรู้สึกเห็นใจกับผู้คนภายในเมืองที่ได้กล่าวสาบานเพื่อให้เขารับการเดิมพันขึ้นมา เพราะหากตนชนะเดิมพันไม่ใช่ว่าวันนี้เมืองแสงอรุณ จะมีงานเลี้ยงอุจจาระมื้อใหญ่หรอกรึ? เพียงแค่คิด ตัวเขาก็รู้สึกขนลุกชูชันขึ้นมา กับภาพเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นใบหน้าจึงบิดเบี้ยวดูไม่ได้ พร้อมกับส่ายศีรษะเมื่อนึกถึงเรื่องดังกล่าว
ในตอนแรกชิวอี้เหวินยังคงรู้สึกไม่มั่นใจเล็กน้อย ที่จะรับเดิมพันแต่เมื่อเห็นท่าทีที่แสดงออกมาอย่างเป็นกังวล กลับเข้าใจผิดคิดว่านายน้อยจูเยว่ถูกต้อนจนมุมจากฝูงชนให้ต้องรับเดิมพัน จึงรีบกล่าวเสริมออกไป
“ในเมื่อแม้แต่ผู้คนในเมืองยังกล้าที่จะวางเดิมพันข้างข้าถึงเพียงนั้นแล้วตัวข้าจะทำให้พวกท่านผิดหวังไปได้เยี่ยงไร! เช่นนั้น เดิมพันที่เจ้าเสนอ... ข้าชิวอี้เหวิน ยินดีรับไว้ด้วยความเต็มใจ!” ไม่เพียงจะกล่าวรับเดิมพันที่จูเยว่เสนอมามันกลับกล่าวต่อไปว่า
“แต่ในเมื่อพี่น้องภายในเมืองแห่งนี้กล้าที่จะเสนอเดิมพันออกมา หากข้าไม่ร่วมด้วยคงถูกกล่าวหา ว่าข้านั้นหวาดกลัวเจ้าดังนั้นเดิมพันที่ว่า หากพรสวรรค์ข้าด้อยกว่าเจ้าต้องกลืนกินอุจจาระ ข้าจะร่วมด้วยเช่นกัน!!”เพราะด้วยการเดิมพันที่ตนไม่มีโอกาสพ่ายแพ้เช่นนี้ย่อมเป็นโอกาสอันดีที่ตัวมันจะสร้างชื่อเสียงขึ้นมา
เพียงจบคำกล่าวนั้น ฝูงชนที่โกรธแค้นต่อจูเยว่ที่ได้กล่าวคำสาบานออกไป ต่างส่งเสียงโห่ร้องออกมาสนับสนุนชิวอี้เหวินอย่างมากมาย
ตอนนี้จูเยว่ใบหน้าบิดเบี้ยวเหยเกอย่างที่สุดเพราะไม่คิดว่าการที่ตนต้องการสั่งสอนนายน้อยชิวอี้เหวินกลับกลายเป็นเรื่องราวเช่นนี้ไปได้ แต่ในเมื่อพวกมันต้องการหาเรื่องใส่ตัวหากตัวเขาปฏิเสธ คงมิใช่เรื่องที่ดีเท่าใดนัก
“ได้..ข้ายอมรับเดิมพัน เช่นนั้น ก็เอาตามที่พวกเจ้าได้เสนอมา”จูเยว่กล่าวตอบกลับไปด้วยสีหน้าพะอืดพะอม คล้ายเห็นภาพในอนาคตอันใกล้ที่จะเกิดขึ้น
หลี่ฟางซิ่นที่อยู่ข้างๆจูเยว่อยากจะกล่าวเตือนแต่เมื่อเห็นท่าทางมั่นอกมั่นใจ ที่แสดงออกมาจากนายน้อยชิวอี้เหวินและผู้คนภายในเมือง หากนางกล่าวขัดออกไป ก็คงไม่สามารถเปลี่ยนใจพวกเขาได้อยู่ดีจึงทำได้เพียงก้มหน้าลง ด้วยความรู้สึกเห็นใจ
เฟยซิ่วที่เห็นเหตุการณ์ดังกล่าวจึงครุ่นคิดอยู่ภายในด้วยความไม่อยากเชื่อ!
“ที่นายน้อยจูเยว่มิตอบโต้พวกชาวเมืองยามที่ด่าทอตนเองตลอดเวลาที่ผ่านมา เป็นเพราะได้วางแผนการเช่นนี้เอาไว้? แต่เพื่อแก้แค้นชาวเมืองที่ก่นด่าตนหลับหลังกลับวางแผนล่อลวงผู้คนให้ตกหลุมพราง ถึงขั้นยอมกลืนกินกองอุจจาระด้วยความยินดีปรีดาเช่นนี้! พัฒนาการทางด้านความเลวทรามของนายน้อย เรียกได้ว่าทำให้แม้แต่ตัวข้าที่ติดตามท่านมานาน ยังรู้สึกหวาดกลัว!!” เม็ดเหงื่อได้ผุดซึมขึ้นมาพร้อมกับสันหลังที่เย็นวาบ เพราะหากเป็นศัตรูกับนายน้อยจูเยว่เรียกว่าจุดจบของมันผู้นั้น ช่างน่าอเนจอนาถยิ่งนัก!
เฟยซิ่วได้แต่ชื่นชมในความหัวไวของตนเพราะหากไม่ใช่ตัวมันที่ติดตามนายน้อยมาตั้งแต่ยังเยาว์คงไม่สามารถคาดเดาสถานการณ์เช่นนี้ออกมาได้ เรียกได้ว่านายน้อยจูเยว่ช่างเป็นอัจฉริยะผู้บัดซบโดยแท้!
เมื่อชิวเหวินจางเห็นเรื่องราวเบื้องหน้าชักบานปลายมันจึงเร่งหันไปถามผู้นำตระกูลเฟย ที่ยังคงนั่งหลับตาไม่สนใจสิ่งใด
“ผู้นำตระกูลเฟย...ท่านไม่คิดจะห้ามปรามเรื่องราว ที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าหรืออย่างไร?” ถึงแม้ผู้นำตระกูลชิวมั่นใจว่าบุตรชายตนจะชนะอย่างแน่นอนแต่ว่าหากทำให้เฟยหรงบันดาลโทสะ จนสังหารบุตรชายตนเล่าอนาคตที่มันวาดหวังเอาไว้ คงต้องมลายหายไปในพริบตาแล้วมันจะไปเอาความจากผู้ใดได้!!
เฟยหรงจึงลืมตาขึ้นมา พร้อมหันไปกล่าวกับชิวเหวินจางด้วยน้ำเสียงไม่ทุกข์ร้อน
“หากเป็นความต้องการของบุตรชายข้าตัวข้าก็ไม่คิดยุ่งเกี่ยวอันใด” หากมันไม่ทราบถึงพรสวรรค์ของบุตรชายมาก่อนคงเป็นกังวลใจจนท้องไส้ปั่นป่วนไปแล้วตอนนี้ แต่ตัวมันทราบเป็นอย่างดี เช่นนั้นต้องกังวลใจด้วยเหตุใดกัน? เฟยหรงจึงกล่าวออกไปด้วยความมั่นใจ
“แต่หากผู้ใดได้ลั่นวาจาเอาไว้ แล้วไม่ทำตาม...ข้าจะเป็นผู้จัดการมันด้วยตนเอง!”
ผู้นำตระกูลชิวและผู้นำตระกูลหลี่ต่างมองไปยังเฟยหรงที่เอ่ยคำเหล่านั้นออกมา ด้วยสีหน้าประหลาดใจเพราะมันเป็นบุตรชายท่านไม่ใช่รึ ที่ต้องกลืนกินอุจจาระ!!