ลี่จินรีบตื่นั้แ่ฟ้ายังไม่สว่างดี เธอเดินหาลู่ชิงเพื่อจะได้ไปบ้านหัวหน้าหมู่บ้าน เธอพบลู่ชิงที่ห้องครัวเขากำลังต้มข้าวให้เธอ ลี่จินจึงรีบกินรีบออกจากบ้านเพราะถ้าหากไม่ยอมกินคงต้องนั่งฟังลู่ชิงว่านล้อมอยู่ดี
"ลุงฉางคะ ลุงฉางอยู่รึเปล่าคะ"ลี่จินเรียกหัวหน้าหมู่บ้าน
"อยู่ๆ มีอะไรรึลี่จิน มากาลุงั้แ่ฟ้ายังไม่สว่างเลย"กัวหน้าหมูบ้าน
"ลุงฉางคะ ลู่เสียนเข้าป่าไปได้2วันแล้วยังไม่กลับออกมาเลยค่ะ"เมื่อหัวหน้าหมู่บ้านได้ฟังดังนั้นจึงไปเกณฑ์ชาวบ้านออกช่วยตามหาลู่เสียน ตามหาอยู่ 3 วันก็ไร้วี่แวว หัวหน้าหมู่บ้านจึงต้องยกเลิกการตามหาเพราะชาวบ้านจะต้องเริ่มพลิกหน้าดินกันแล้วเพื่อเริ่มปลูกพืช ลี่จินล้มป่วยอย่างหนัก กินไม่ได้นอนไม่หลับ ชาวบ้านบอกให้เธอทำใจ ถึงทุกคนจะสงสารเธอแต่ไม่มีใครสามารถช่วยเหลือเธอได้ แค่อาหารหรือเงินบ้านตนยังประหยัดแล้วประหยัดอีก การเงินของลู่ลี่จิน และลู่ชิงเริ่มขัดสน เงิน 3บาทนั้นกมดไปกับค่ายารักษาลี่จิน แต่อาการก็ไม่ดีขึ้นเท่าไหร่ ทุกวันลู่ชิงต้องไปเก็บผักป่าที่มีน้อยนิดมาต้มกินกับพี่สะใภ้ และลู่ชิงก็เริ่มไม่แรงและป่วยตามลี่จิน เนื่องจากลี่จินขาดคนดูแล ไม่สามารถทำอะไรได้ เธอขาดน้ำขาดอาหารบวกกับอาการป่วยทำให้เธอทนได้แค่3วัยเท่านั้น เทอก็จากโลกอันโหดร้ายใบนี้ไป
(ต่อไปจะเป็ไป๋ลี่จินที่เข้ามาอยู่ในร่างของลู่ลี่จินนะคะ)
ลี่จินที่นั่งเรียบเรียงความทรงจำของตนดีแล้วจึงพยายามลุกขึ้นเพื่อทำอาหารและกินยา เมื่อจัดการตนเองเสร็จ และยังต้องไปดูลู่ชิงที่ป่วยเหมือนกันด้วย เพราะกลัวเด็กชายตัวน้อยอีกคนจะจากไปเช่นลู่ลี่จินคนเก่า เธอจึงพยายามหอบร่างอันอ่อนแรงของเธอไปดูลู่จิน เธอเห็นเขานอนหายใจรวยรินเพราะพิษไข้กับอดอาหาร เธอรีบนำยาในมิติแบบน้ำมาป้อนเขารอสักพักให้ยาออกฤทธิ์ ลี่จินนำโจ๊กหมูที่เทอทำออกมาและกำลังจะปลุกเขามาขึ้นมาป้อนโจ๊กให้
"พี่ใหญ่ ท่านอยู่ไหน" ลู่ชิงเพ้อออกมา ลี่จินได้แต่สงสารจับใจ นึกถึงตอนที่ตนเสียพ่อและแม่ไป เธอเข้าใจความรู้สึกของลู่ชิงดี
"ลู่ชิง ตื่นมากินข้าวก่อนเถอะ"เสียงของเธออ่อนโยนมาก เธอจะดูแลเด็กคนนี้ให้ดี เหมือนที่เธออยากให้มีคนมาดูแลตอนขาดที่พึ่งในชีวิต
ลู่ชิงได้ยินเสียงเรียกของพี่สะใภ้ก็ค่อยๆลืมตาที่หนักอึ้งขึ้นมาอย่างยากลำบาก ลี่จินพยุงลู่ชิงพิงหัวเตียงและป้อนโจ๊กแกเขา
ลู่ชิงที่รับโจ๊กเขามาในปาก ได้ัักับรสชาติของข้าวและเนื้อหมู ตอนแรกเขายังไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร จึงมองไปที่ชามโจ๊ก เขาเห็นข้าวข้นๆและเนื้ออะไรไม่รู้ในนั้นเขาไม่รู้จักรสชาติของหมู ถึงบ้านลู่จะกินเนื้อหมูปีละครั้งแต่ เพราะมีหมูน้อยเกินไปจึงทำให้เขาไม่ได้กิน
"มันคืออะไรหรือครับ พี่สะใภ้" ลู่ชิงถามพร้อมชี้ไปที่ชามโจ๊ก
"มันคือโจ๊กหมูสับ" ลี่จินตอบ ลู่ชิงเมื่อได้ยินคำว่าหมูเขาใมาก
"พี่ ด ได้ ห หมูมาจากไหน ค ครับ ผม ผม ได้ยินมาว่ามันแพงมาก และ และๆบ้านเราไม่มีเงินเหลืออยู่แล้ว"ลู่ชิงละล่ำละลักออกมาอย่างติดๆขัดๆ
"เดี๋ยวพี่จะอธิบายให้ฟัง แต่ต้องเป็ตอนที่ เสี่ยวชิงหายป่วยแล้วนะ" ลี่ชิงพูดอธิบายอย่างเอ็ดดู แต่ลู่ชิงก็ต้องสับสนอีกครั้ง พี่สะใภ้เรียกเขาว่าเสี่ยวชิง ถึงตนจะคุ้นเคยกับลี่จินั้แ่เด็ก แต่พี่สะใภ้ไม่เรียกตนเช่นนี้ ทำให้รู้สึกอบอุ่นแปลกๆ เขารู้สึกเหมือนมีคนรัก และเอ็นดูเขา ถึงเขาจะได้พี่ใหญ่ค่อยแบ่งอาหารให้แต่พี่ใหญ่ก็ไม่ได้อ่อนโยนกับเขาเท่าพี่สะใภ้ในตอนนี้
เมื่อป้อนโจ๊กเสร็จลี่จินบอกให้ลู่จินพักผ่อนตนเองก็จะพักเหมือนกัน ทั้งคู่หลับไปจนถึงเย็น เพราะฤทธิ์ยาทำให้ทั้งคู่หายไข้ ตื่นมาสดชื่น ลี่จินจึงเดินมาดูอาการของลู่ชิงแต่ไม่พบเขาที่ห้องนอน จึงเดินไปที่ครัว เห็นเขากำลังจุดเตาเพื่อทำอาหาร
"เสี่ยวชิง ทำอะไรอยู่นะ"ลู่ชิงที่กำลังจุดเตาเพลินๆโดยเรียกจึงใสะดุ้งโหยง
"5555ใหรอ"ลี่จินหัวเราะที่แกล้งเสี่ยวชิงสำเร็จ
"พ พี่สะใภ้ ผมในะครับ"ลู่ชิงบอกอย่างเขินอาย
"ไม่แกล้งแล้วๆ"ลี่จิน
"มาเดี๋ยวพี่ทำอะไรให้กิน"ลี่จิน
"แต่พี่ทำอาหารไม่เป็นี่ครับ"ลู่ชิงถามอย่างสงสัย
"ความลับจ้ะ"ลี่จินพูดพร้อมกับขยิบตาให้ ลู่ชิงเริ่มรู้สึกว่าพี่สะใภ้เข้าแปลกไป ั้แ่ที่มาป้อนยาเขาแล้ว
"กินข้าวเสร็จเดี๋ยวพี่จะเล่าให้ฟัง ดีไหม"ลี่จินเห็นเสี่ยวชิงทำหน้าสงสัยจึงบอกไปแบบนั้น
อาหารมื้อเย็นลู่ชิงตัดสินใจทำข้าวต้มกุ้ง เพราะทั้งคู่พึ่งหายป่วยควรทานอาหารที่อ่อนๆก่อน
ลู่ชิงมองดูพี่สะใภ้ของตนทำอาหารอย่างชำนาญและคล่องแคลว
"มากินเถอะ"ลี่จินบอก
❤️ยังไม่ได้ตรวจคำผิดค่ะ❤️
❤️❤️กดติดตาม กดหัวใจ กดแชร์ เป็กำลังใจให้ส้มด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ❤️❤️