ตอนที่ 41
เป๊าะ!
ไม่ใช่เพียงแค่ขู่เท่านั้น อยู่ๆอิชก็ดีดนิ้วครั้งหนึ่งก่อนที่ผิวพรรณของรินรดาจะเริ่มเหี่ยวย่นอย่างรวดเร็ว ความสวยความสาวที่มีก่อนหน้านี้ราวกับเรื่องโกหกไม่มีผิด แม้แต่ความรู้สึกเจ็บปวดตามร่างกายที่ไม่ได้สัมผัสมานานก็เริ่มกลับมาจนรินรดาต้องย่อตัวนั่งลงกับพื้น และหากมานาที่อยู่ในร่างยังไหลออกไปเรื่อยๆแบบนี้เธอก็อาจจะตายจริงๆก็ได้
“คุณยาย” ยูที่อยู่ใกล้ๆวิ่งเข้าไปประคองร่างของรินรดาเอาไว้ทันที แขนที่เคยเต่งตึงของคุณยายตอนนี้เหลวจนสัมผัสได้ถึงกระดูกที่อยู่ภายใต้ผิวหนัง แม้แต่ดวงตาที่เคยเป็นสีทองสวยงามก็ยังกลับไปเป็นสีดำขุ่นมัวที่สะท้อนออกมาได้เพียงความตื่นตระหนกเท่านั้น
“บอกตามตรงนะปาน ข้าขี้เกียจหาหมากตัวใหม่ที่จะมาแทนเจ้าอยู่เหมือนกัน เอาอย่างนี้ดีไหม ถ้าหลานๆเจ้ายอมมาเป็นหมากของข้า ข้าก็จะไม่ริบพลังของเจ้าคืน แล้วยังจะมอบพลังให้เจ้ากับหลานของเจ้ามากกว่าที่เคยให้ก่อนหน้านี้อีก” อิชเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมาระหว่างกำลังดึงดาบของจูนออกมาจากร่างของมัน ยามมันดึงดาบออกมาบาดแผลบนร่างของมันก็ผสานกลับไปเป็นเหมือนเดิม แม้แต่เสื้อผ้าที่ขาดเป็นรูก็ยังผสานเข้าหากันอย่างกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายมันไม่มีผิด
“อย่า… อย่าคิดแม้แต่จะแตะต้องหลานฉันเชียวนะ แกอยากได้อะไรคืนไปก็เอาไปเลย แต่ห้ามแตะต้องหลานๆของฉันเด็ดขาด” รินรดาที่กำลังสับสนพอได้ยินเงื่อนไขของอิชกลับเรียกสติคืนมาได้ในพริบตา พอบอกว่าจะให้หลายไปเป็นหมากของมันสมองของรินรดาก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
“อยากปกป้องหลานงั้นเหรอ แล้วคนข้างนอกล่ะปาน ตอนนี้เจ้าผนึกเกทเอาไว้กี่อันกันนะ ถ้าเจ้าเสียพลังไปเจ้าคิดว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นกับเกทพวกนั้นล่ะ” อิชหัวเราะในลำคอพร้อมทั้งมองร่างของรินรดาด้วยท่าทีสนุกสนาน เจ้าพวกโง่ตรงหน้าคิดว่ารู้ความจริงแล้วจะทำอะไรได้
“ไม่นึกเลยว่าฉันจะหลงเชื่อปีศาจอย่างแก ข้างนอกน่ะไม่เป็นไรหรอก ส่วนฉันก็ไม่เสียดายอะไรทั้งนั้น จะพลังหรือความเยาว์ก็เอาคืนไปได้เลย ตอนนี้ฉันเลี้ยงหลายคนเล็กจนโตเป็นหนุ่มแล้วแถมยังได้เจอกับหลานคนโตอีกครั้งด้วย ไม่มีอะไรให้เสียดายหรอก ถึงแกจะตั้งใจหลอกฉันแต่ก็ขอบคุณมากเลยนะที่ทำให้ฉันตายตาหลับได้” รินรดาหัวเราะออกมาก่อนจะพยายามฝืนลุกขึ้นยืนเพื่อจะมองจ้องหน้ากับอิชตรงๆ ถึงจะไม่รู้ว่าอิชวางแผนอะไรไว้แต่แผนของมันก็ยังไม่สำเร็จ แถมมันยังต้องการตัวหมากเพิ่มด้วย แม้เธอจะรับข้อเสนอของมันมาด้วยความไม่รู้แต่ถ้าแผนของมันไม่สำเร็จพลังที่เธอได้มาก่อนหน้านี้ก็ถือว่าทำให้มันขาดทุนแล้วล่ะ
“ปากเก่งดีนี่ ไหน…ขอข้าดูหน่อยว่าถ้าอยู่ระหว่างความเป็นและความตายจะยังปากเก่งเหมือนตอนนี้ไหม” สีหน้าที่กำลังสนุกสนานของอิชเปลี่ยนเป็นสีหน้าไม่พอใจทันทีเมื่อรินรดาไม่ยอมเล่นตามที่มันคิด แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังคิดว่ารินรดาแค่ยังไม่เคยเจอความรู้สึกใกล้จะตายจริงๆเท่านั้น มันก็เลยดึงพลังของรินรดากลับมาให้มากขึ้นและปล่อยให้ร่างของรินรดาแก่ชราลงจนสภาพย่ำแย่กว่าตอนที่เจอมันครั้งแรกเสียอีก
ฉึก!!
ก่อนที่อิชจะดึงพลังคืนไปมากกว่านี้ จูนที่เฝ้ามองท่าทีของมันและคุณยายมาตั้งแต่เมื่อครู่ก็เริ่มลงมือเสียที หอกโลหิตจำนวนมากที่แทงเข้าไปในร่างของอิชจนพรุน แต่ร่างกายของมันกลับเหมือนไม่ได้รับบาดเจ็บเลย
“โง่เง่า… คิดว่าสกิลแค่นี้จะทำอะไรร่างของข้าได้อย่างนั้นเหรอ…” อิชหัวเราะเสียงดังลั่นก่อนจะเดินผ่านหอกโลหิตของจูนออกมาหน้าตาเฉย ร่างกายของมันทะลุผ่านออกมาอย่างกับดินเหนียวไม่มีผิด เพียงแค่ฉีกออกแล้วกลับมารวมตัวกันใหม่โดยไม่มีเลือดไหลออกมาเลยสักหยด ทว่า…
“อึก…” แม้ร่างกายจะไม่ได้รับความเสียหายทางกายภาพ แต่ท่าทางร่างที่เหมือนโคลนของมันก็ยังเป็นชิ้นส่วนร่างกายอยู่ดี ขอเพียงมันโดนเลือดที่ใช้สร้างหอกของจูนเข้าไปร่างกายของมันก็ได้รับเชื้อซอมบี้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เจ้าอิชคงกำลังได้รับข้อความแจ้งเตือนเรื่องไวรัสอยู่แน่ๆ
“ยัยโง่ ถ้าข้าตายยายของแกก็ต้องเสียพลังไปด้วยนะ รีบหยุดไอ้เจ้าไวรัสอะไรนี่เดี๋ยวนี้” อิชยังคงโวยวายต่อหน้าจูนที่กำลังยืนมองร่างของมันที่กำลังบิดเบี้ยวเหมือนงานปั้นดินน้ำมันของเด็กอ่อนไม่มีผิด ท่าทางเผ่าของมันจะเป็นเผ่าที่ไม่มีรูปร่างตายตัวและใช้การเปลี่ยนร่างเพื่อหลอกเผ่าอื่นๆสินะ
ติ๊ง!
[ ทำการเปลี่ยน ปีศาจจำแลงร่าง เลเวล 4,228 เป็นซอมบี้ได้สำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์…. ]
“ส่งพลังคืนไปซะ” แม้เลเวลของอิชจะต่ำกว่าที่จูนคิด แต่จูนก็ไม่ได้สนใจเรื่องนั้นเสียเท่าไหร่ ก่อนที่ร่างของคุณยายจะเสียหายไปมากกว่านี้จูนทำการปรับแต่งพันธุกรรมของอิชให้สามารถใช้มานาได้อย่างรวดเร็วพร้อมสั่งให้มันคืนพลังให้คุณยายในทันที
“ขอรับ” ร่างกายที่เปลี่ยนเป็นสีเทาของอิชก้มลงคุกเข่าอย่างว่าง่ายก่อนจะใช้สกิลของมันส่งคืนพลังให้กับรินรดาจนกลับมาเป็นสาวเหมือนเดิมในพริบตา แถมพลังที่หลั่งไหลเข้ามาในร่างของรินรดายังมากกว่าเดิมเสียอีก
“ไหนดูสิ… สกิลนี้มันส่งมอบพลังถาวรได้นี่นา ส่งไปให้หมดซะ” จูนเปิดหน้าต่างค่าสถานะของอิชออกมาก่อนจะอ่านรายละเอียดสกิลของอิชอย่างละเอียด สกิลพันธสัญญาของอิชเป็นสกิลที่สามารถแบ่งความสามารถของตัวเองให้กับอีกฝ่ายได้ แต่ความสามารถที่มอบให้จะต้องหักเอาจากความสามารถของตัวเอง มิน่าล่ะมันถึงให้คุณยายแค่สกิลป้องกันกับมานาสำหรับใช้สกิลจำนวนหนึ่งเท่านั้น
“ขอรับ” อิชที่กลายเป็นซอมบี้ไปแล้วตอบรับองค์ราชินีของมันอย่างว่าง่ายก่อนที่มันจะส่งค่าสถานะของมันไปให้กับรินรดาทั้งหมดตามที่รินรดาสั่ง ยิ่งมันส่งค่าสถานะให้รินรดามากเท่าไหร่ ร่างกายของมันก็ยิ่งหดเล็กลงทั้งยังแห้งขึ้นเรื่อยๆจนร่างกายของมันย่อขนาดลงจนกลายสภาพเป็นเหมือนหัวไชเท้าแห้งๆเท่านั้น
“พอแล้ว” แต่ถึงร่างกายจะเหลือขนาดเท่าฝ่ามือแต่อิชก็ยังส่งพลังและสกิลของตัวเองให้กับรินรดาต่อไปโดยไม่สนว่าร่างกายจะสลายหายไปหรือเปล่า ความจริงจูนก็อยากจะให้มันมอบพลังให้คุณยายจนสลายไปเลยอยู่หรอก แต่ตอนนี้จูนอยากจะรู้ว่าแผนที่มันตั้งใจจะทำกับโลกใบนี้คืออะไรกันแน่…
“ไหนลองตอบคำถามมาสิ พวกแกวางแผนอะไรถึงมอบพลังให้คนบนโลกใบนี้ ดูจากความสามารถของพวกแกแค่จะยึดครองโลกใบนี้มันก็ไม่น่าจะยากนี่นา” จูนย่อตัวลงนั่งบนเก้าอี้สีแดงฉานที่สร้างขึ้นมาในชั่วพริบตาก่อนจะเอ่ยปากถามไปทางร่างของอิชที่เหมือนจะไม่เหลือแรงตอบเสียเท่าไหร่ ดูเหมือนเธอจะปล่อยให้มันส่งพลังคืนคุณยายเยอะเกินไปหน่อยละมั้ง…
วูบ
ต่อหน้าท่าทีตกใจของรินรดากับยู อยู่ๆร่างของอิชก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นมาเสียอย่างนั้น เพียงแต่ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความต้องการของตัวอิชเองแต่เป็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากสกิลปรับแต่งพันธุกรรมของจูนต่างหาก แค่ปรับให้ร่างกายของอิชใหญ่ขึ้นมาหน่อยแล้วขยายปากให้มันสามารถพูดได้สะดวกขึ้นหน่อยเท่านั้นไม่ได้เป็นการปรับแต่งที่ละเอียดอ่อนอะไรเลย แถมระหว่างนั้นจูนยังมีเวลาว่างเหลือพอจะสร้างเก้าอี้ให้คุณยายกับยูได้นั่งอีกต่างหาก
“พวกเรา…ได้รับคำสั่งมาให้เพิ่มระดับของโลกใบนี้ให้เร็วที่สุดขอรับ นายเหนือหัวของพวกเราต้องการจะให้โลกใบนี้เข้าสู่สนามรบที่เหนือชั้นกว่านี้ให้เร็วที่สุด เขาก็เลยสั่งให้พวกเราเร่งการพัฒนาของโลกใบนี้ให้เร็วขึ้นขอรับ” อิชเปิดปากที่สร้างขึ้นมาใหม่ของมันก่อนจะดึงเอาความทรงจำภายในสมองออกมาอย่างรวดเร็ว แถมคำตอบของมันก็ทำเอาจูนต้องขมวดคิ้ว ที่แท้พวกมันก็ไม่ได้ต้องการยึดกลืนกินดาวดวงนี้ให้กลายเป็นพลังของโลกตัวเอง แต่พวกมันต้องการจะเพิ่มระดับของโลกก็เลยต้องทำเรื่องยุ่งยากอย่างการมอบพลังของตัวเองให้กับคนในโลกใบนี้สินะ มิน่าล่ะในช่วงสิบกว่าปีนี้ฮันเตอร์ถึงพัฒนาขึ้นเร็วมาก
“เจ้านายของพวกแกนี่เป็นคนที่ว่างจริงๆเลยนะถึงได้ทำเรื่องยุ่งยากขนาดนี้ได้ แสดงว่าเจ้านายของพวกแกต้องการอะไรบนดาวดวงนี้สินะถึงได้ลงทุนขนาดนี้” จูนได้ฟังคำตอบก็พอจะเดาเรื่องราวได้นิดหน่อย การที่อีกฝ่ายเลือกจะเพิ่มระดับดวงดาวดวงนี้ก็หมายความว่าอีกฝ่ายไม่สามารถเชื่อมต่อกับดาวดวงนี้ได้โดยตรง นั่นก็หมายความว่าเจ้านายของพวกมันเป็นผู้ปกครองของดวงดาวที่อยู่สูงกว่าระดับ 3 ขึ้นไป เป็นดวงดาวที่เข้าไปในสนามระดับกลางที่ไม่สามารถเข้ามายุ่มย่ามกับสนามระดับเริ่มต้นของโลกระดับ 1 - 3 ได้นั่นเอง และการที่เจ้านั่นทำแบบนั้นก็หมายความว่าในโลกใบนี้มีอะไรบางอย่างที่มันต้องการถึงขั้นต้องลงทุนส่งคนมาเพิ่มระดับโลกของพวกเธอแบบนี้
“เรื่องนั้นกระผมเองก็ไม่ทราบขอรับ ท่านผู้นั้นไม่ได้บอกอะไรพวกเราเท่าไหร่ พวกเรามีหน้าที่แค่ทำตามคำสั่งเท่านั้น” ร่างกายผิดรูปของอิชดูสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อพูดถึงคนที่สั่งการลงมา ท่าทางการยุ่งเกี่ยวกับความทรงจำส่วนนี้จะดึงเอาความหวาดกลัวของอิชออกมาด้วยสินะ
“แล้วคนที่สั่งพวกแกคือใครล่ะ บอกรายละเอียดมาให้หมด” น่าเสียดายที่สมัยก่อนจูนไม่ได้มีความรู้อะไรมากมายนัก โลกที่เธออยู่อาศัยจนเติบใหญ่ซ่อนอะไรเอาไว้จนไปดึงดูดความสนใจของโลกระดับกลางเข้าเธอก็นึกไม่ออกเลยสักนิด แต่อย่างน้อยตอนนี้ก็มีสิ่งหนึ่งที่เธอมั่นใจขึ้นมาก นั่นก็คือโลกของเธอกำลังโดนไอ้บ้าที่ไหนก็ไม่รู้จ้องจะเล่นงาน ถ้าอย่างนั้นเธอก็ขอรู้สักหน่อยเถอะว่าไอ้บ้านั่นมันเป็นใครเธอจะได้จัดการมันตอนนี้เลย
“ขะ..ขอรับ ท่าน…”
เปรี้ยง!!
อิชยังไม่ทันพูดอะไรต่อ อยู่ๆบนหัวของมันก็มีสายฟ้าสีขาวผ่าลงมาใส่ร่างของอิชเข้าอย่างจัง ร่างกายที่จูนยังไม่ได้ใส่สกิลสำหรับฟื้นฟูเข้าไปโดนเผาทำลายในพริบตาราวกับตรงหน้าไม่เคยมีอะไรมาก่อนเลยด้วยซ้ำ
“...” ไม่ใช่แค่ยูกับคุณยายเท่านั้นที่ตกใจ ครั้งนี้แม้แต่จูนเองก็ไม่ได้ตั้งตัวเหมือนกัน สกิลเมื่อครู่ไม่มีร่องรอยอะไรก่อนจะทำงานเลยสักนิด แถมความรุนแรงก็สามารถฆ่ามอนสเตอร์ของโลกระดับ 3 ได้ในครั้งเดียวอีกต่างหาก ทั้งๆที่เธอก็ควบคุมอิชเอาไว้แล้วทั้งยังอ่านข้อมูลสถานะของเขาทั้งหมดแล้วแต่ในข้อมูลที่สกิลของเธอแสดงออกมาก็ไม่มีอะไรเชื่อมโยงกับสายฟ้าสีขาวนั่นได้เลย ถึงจะรู้ว่ามันเป็นสกิลที่ฝังเอาไว้สำหรับปิดปากอิช แต่มันก็เป็นสกิลที่ลึกลับจนจูนยังต้องขนลุก ดูเหมือนศัตรูที่กำลังซ่อนอยู่จะไม่ใช่พวกที่เคี้ยวได้ง่ายๆสินะ…
“จูน…” แม้จะไม่ทราบสถานการณ์ทั้งหมด แต่พลังที่หลั่งไหลเข้ามาในร่างก็ทำให้รินรดารู้ตัวว่าเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้านั้นมันใหญ่เสียยิ่งกว่าเหตุการณ์เกทระดับสูงเกิดถี่ขึ้นเรื่อยๆเสียอีก ตอนนี้หลานสาวของเธอกำลังมองเห็นภาพรวมแบบไหนอยู่กันแน่เนี่ย
“พวกเรากลับไปคุยกันที่บ้านเถอะ เดี๋ยวหนูจะเล่าเรื่องที่หนูเจอมาให้คุณยายกับยูฟัง” จูนหันกลับไปมองตรงจุดที่อิชสลายหายไปครู่หนึ่งก่อนจะชวนคุณยายกับน้องชายกลับไปที่บ้านหลังเดิมของเธออีกครั้ง ตอนนี้ศัตรูที่รุกรานเข้ามาในโลกอันตรายกว่าที่จูนคาดเดาเอาไว้เสียอีก แบบนี้เธอคงจัดการแบบเงียบๆด้วยกำลังคนไม่กี่คนไม่ได้เสียแล้ว และมันก็ถึงเวลาที่จะเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ครอบครัวฟังด้วย