"เสด็จย่า!"
จ้าวชิงจานร้องโอดครวญด้วยความเศร้าสร้อย ประกายตาที่เพิ่งลุกโชนเมื่อครู่มอดดับลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งกับพื้นเสียงดัง
คัดพงศาวดารไท่จู่สิบจบ นั่นมันตั้งสามแสนตัวอักษรเลยนะ!
อีกทั้งตัวเล่มยังเขียนด้วยสำนวนเอกสารทางการแบบขุนนาง ไม่ต้องพูดถึงความสละสลวย แค่เขามองก็เวียนหัวแล้ว
"หึ าาัปากเบี้ยวผู้นี้จะไม่มีวันยอมสยบเด็ดขาด!"
เมื่อมองตามแผ่นหลังของหม่าฮองเฮาที่เดินจากไป จ้าวชิงจานก็ลุกขึ้นยืนพร้อมส่งเสียงฮึดฮัด
"คัดก็คัด!"
หลังจากนั้นจ้าวชิงจานก็แบกความโกรธไว้เต็มอก พร้อมด้วยปณิธานแบบ 'อย่าดูถูกคนหนุ่มที่ยากจน' รีบวิ่งกลับไปยังตำหนักบูรพา
ท่ามกลางเสียงเรียก "พี่ชุ่ยหลวน" คำหนึ่ง และคำขู่จากฝ่ายหลังที่ว่า "พระราชนัดดา ท่านคงไม่อยากถูกรุมทุบทั้งชายและหญิงอีกใช่หรือไม่เพคะ"
มือทั้งสองข้างกำพู่กันสิบด้าม เริ่มต้นการคัดลายมือของตนเอง!
ภายในตำหนักไท่เหอ
"ฝ่าา นี่คือรายชื่อนักโทษปะาที่ท่านทรงกำหนดด้วยพระองค์เองในปีนี้ ทุกคนที่ควรถูกตัดหัว... อ่า ไม่ใช่ ได้ถูกปะาจนครบถ้วนแล้ว ขอฝ่าาทรงทอดพระเนตรเถิดพ่ะย่ะค่ะ"
เสนาบดีกรมอาญา หลิวเต๋อิ เป็ชายร่างอ้วน
ขณะนี้เขากำลังยืนหอบหายใจแรงอยู่ภายในตำหนักไท่เหอ
เมื่อคืนที่หน้าประตูอู่ เืไหลนองเป็สายน้ำ ดาบถูกฟันจนบิ่นไปหลายสิบเล่ม แม้แต่เขาที่เป็เสนาบดีกรมอาญายังร้อนใจจนต้องขึ้นไปช่วยฟันสองสามที จนเหนื่อยแทบจะทิ้งไขมันส่วนเกินไว้ที่นั่น
ผลคือยังไม่ทันได้นอนครบสองชั่วยามก็ถูกมหาราชครูหยางฝู่ มายืนะโอยู่ข้างเตียงว่าเด็กอายุห้าสิบปีอย่างเ้านอนหลับลงได้อย่างไร
หลิวเต๋อิรู้สึกคับแค้นใจนัก
ข้าอายุห้าสิบปีแล้ว หลานชายเข้าสำนักศึกษาส่วนตัวได้แล้ว ข้าจะเป็เด็กได้อย่างไร
แต่พอเห็นว่าหยางฝู่อายุแปดสิบแล้ว
อืม ข้าหลิวเต๋อิเป็เด็ก... จริง ๆ ด้วย...
"ฝ่าา นี่คือโครงการก่อสร้างทั้งหมดของสี่กองงานในกรมโยธาธิการ่ไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการก่อสร้าง รายละเอียดความคืบหน้าอยู่ในฎีกา โดยเป็การรวบรวมข้อมูลจนถึงเมื่อวานพ่ะย่ะค่ะ"
หลังจากที่หลิวเต๋อิรายงานจบ เสนาบดีกรมโยธาธิการ จางเต๋อกั่น ก็เดินออกมา รูปร่างของเขาเป็ไปตามชื่อคือผอมแห้งเหมือนกิ่งไม้
ว่ากันว่าก่อนที่จางเต๋อกั่นจะรับตำแหน่งเสนาบดีกรมโยธาธิการ เขาก็เคยเป็คนอ้วน แต่ั้แ่รับตำแหน่งนี้ น้ำหนักก็ลดฮวบ ๆ ซึ่งตรงข้ามกับหลิวเต๋อิอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นในราชสำนักแคว้นต้าเฉียน ทั้งสองจึงถูกล้อเลียนว่าเป็ 'คู่หูอ้วนผอม'
เื่นี้จางเต๋อกั่นคัดค้านมาตลอด ทำไมคนที่ผอมขนาดนี้ถึงถูกเรียกว่าคนอ้วน?
"ฝ่าา นี่คือรายชื่อการประเมินขุนนางทั่วแคว้นที่กรมขุนนางรวบรวมได้ในปีนี้ ในบรรดาขุนนางที่ได้รับการแต่งตั้งหรือโยกย้ายในปีที่ผ่านมา มีสามสิบหกคนที่มีร่องรอยการทุจริต ซึ่งถูกปลดจากตำแหน่งเพื่อสอบสวนแล้ว และอีกสิบหกคนที่มีพฤติกรรมละเลยหน้าที่ ถูกปลดแต่ให้คงสถานะไว้ นอกจากนี้ยังมีอีกสามคนที่สมควรได้รับการเลื่อนตำแหน่งพ่ะย่ะค่ะ"
"ฝ่าา นี่คือของกรมพระคลัง..."
"นี่คือของกรมพิธีการ..."
"นี่คือของกรมทหาร..."
...
เมื่อได้ฟังเหล่าขุนนางผู้ใหญ่จากหกกรมทยอยกันเข้ามารายงานเื่ราวใน่ที่เขาไม่อยู่เมืองหลวง จ้าวฉงหย่วนก็รู้สึกยินดี
นึกไม่ถึงว่าแผนการ 'เชือดไก่ให้ลิงดู' ของเขา ลิงตัวจริงอาจจะไม่กลัว แต่ไก่กลับถูกเชือดไปไม่น้อย ประสิทธิภาพในการทำงานรวดเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เขาส่งสัญญาณสายตาให้หวังลี่ซื่อเดินเข้าไปรับฎีกาที่เหล่าขุนนางหกกรมยื่นให้ทีละฉบับ หลังจากนั้นจ้าวฉงหย่วนก็มองไปยังเหล่าขุนนางหกกรมและเสนาบดีจากคณะเสนาบดีทั้งสามท่าน
"่ที่ข้าไม่อยู่เมืองหลวงไม่กี่วันนี้ พระราชนัดดาดูแลบ้านเมืองอย่างไร และเหล่าขุนนางในราชสำนักทำอะไรกันบ้าง?" น้ำเสียงของจ้าวฉงหย่วนเรียบเรื่อย ไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ
หยางฝู่ที่เดิมทีคิดจะบ่นพึมพำ เมื่อได้ยินจ้าวฉงหย่วนเอ่ยถึงจ้าวชิงจานก็เกิดอาการอึกอักขึ้นมา และไม่ใช่แค่หยางฝู่ แม้แต่เสนาบดีอีกสองท่านจากคณะเสนาบดีรวมถึงหลิวเต๋อิ จางเต๋อกั่น และขุนนางระดับสูงจากหกกรมต่างก็พากันอึกอัก
พวกเขามองหน้ากันและกัน โดยไม่รู้เลยว่าควรจะพูดอย่างไรดี
หลังจากที่มองหน้ากันไปมา หยางฝู่ก็เดินโงนเงนออกมา ประสานมือแล้วกล่าวว่า "ฝ่าา ่ที่ท่านไม่อยู่ พระราชนัดดาทรงขยันหมั่นเพียรมาโดยตลอด ทรงร่วมกับฮองเฮาในการจัดการ..."
"โธ่เอ๋ย ท่านมหาราชครูเฒ่า ปากก็บอกว่าพวกเราเป็เด็ก ๆ พอถึงเื่นี้กลับขี้ขลาดขึ้นมาเสียอย่างนั้น ข้าจางเต๋อกั่นไม่กลัวตาย ข้าจะพูดเอง"
"พระราชนัดดา นอกจากเวลาที่ฮองเฮาทรงนั่งหลังม่านเพื่อรับฟังรายงานของพวกเรา เวลาอื่นทรงหลบอยู่ในตำหนักบูรพาเล่นสวมบทบาท ทั้งยังสร้างตลาดขนาดย่อมขึ้นในตำหนักบูรพาโดยตั้งชื่อว่าตลาดเฉาเทียน รวบรวมเหล่าขันทีและนางกำนัลตัวน้อยมาสวมบทบาทเป็พ่อค้าแม่ค้า ส่วนพระองค์เองสวมบทบาทเป็เ้าหน้าที่ศาลาว่าการผู้ดูแลตลาด อีกทั้งยังเอาฉลองพระองค์ลายัสี่เล็บให้ขันทีน้อยใส่ด้วย แล้วยังมี..."
จางเต๋อกั่นพูดรัวไม่หยุด จนหลิวเต๋อิที่อยู่ข้าง ๆ ถึงกับเอามือกุมหน้า ไม่กล้ามอง
เ้ากิ่งไม้ผุคนนี้ไม่ให้เกียรติราชวงศ์เลยจริง ๆ
ไม่ใช่แค่หลิวเต๋อิ ขุนนางระดับสูงคนอื่น ๆ จากหกกรมต่างก็ใจนเหงื่อซึม พากันก้มหน้าไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ยิ่งฟังรายงานของจางเต๋อกั่น สีหน้าของจ้าวฉงหย่วนก็ยิ่งมืดครึ้มจนกลายเป็สีม่วง
"ดังนั้นตลอดเดือนที่ผ่านมา เ้าเด็กเหลือขอคนนั้นเอาแต่เล่นอย่างนั้นหรือ? ไม่ได้ทำเื่ที่เป็ชิ้นเป็อันเลยแม้แต่นิดเดียวหรือ?"
จ้าวฉงหย่วนโกรธจนตัวสั่น อยากจะคว้าค้อนทองคำมาฟาดลงบนหัวของจ้าวชิงจานเสียเดี๋ยวนี้
หยางฝู่รีบพูดแทรกขึ้นมาว่า "ก็ไม่เชิงพ่ะย่ะค่ะ เวลาที่ฮองเฮาทรงนั่งหลังม่าน พระราชนัดดาทรงจัดการราชกิจอย่างตั้งใจมาก เพียงแต่พอฮองเฮาเสด็จออกไป ก็..."
"ตั้งใจอะไรกัน แค่ฎีกาจากศาลาว่าการท้องถิ่นที่รายงานเื่ปีนี้เกิดภัยแล้ง ขอให้กรมพระคลังจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือผู้ประสบภัย พระองค์กลับทรงตรัสว่า 'คนที่ไม่มีกินก็ให้ไปปล้นเอา'!" แต่ยังไม่ทันที่หยางฝู่จะพูดจบ จางเต๋อกั่นก็รีบพูดแทรกด้วยความโมโห
"ว่าอย่างไรนะ?"
พอได้ยินเช่นนี้ จ้าวฉงหย่วนก็ไม่อาจนั่งนิ่งได้อีกต่อไป
ปัง!
เขาทุบโต๊ะัเสียงดังสนั่น!
จ้าวฉงหย่วนลุกขึ้นจากบัลลังก์ั คว้าค้อนทองคำที่อยู่ข้างกายแล้วเดินดุ่ม ๆ มุ่งหน้าไปยังตำหนักบูรพา
"ข้าจะตีเ้าหลานเวรนี่ให้ตาย"
"ฝ่า... ฝ่า... ฝ่าา..." หวังลี่ซื่อรีบวิ่งตามไป
หยิบค้อนทองคำขึ้นมาแล้ว กะจะตีให้ตายเลยหรือนี่...
เมื่อเห็นหวังลี่ซื่อวิ่งตามจ้าวฉงหย่วนออกไป หยางฝู่ที่โกรธจนตัวสั่นก็เอ่ยว่า "จางเต๋อกั่นเอ๋ยจางเต๋อกั่น เ้าช่างทำเื่ดี ๆ ได้เก่งเหลือเกินนะ"
"เ้ากิ่งไม้ ถ้าอยากตายก็อย่าลากข้าไปด้วย ไขมันสองร้อยชั่งของข้าไม่อยากจะทิ้งไว้ที่นี่หรอกนะ" หลิวเต๋อิชี้หน้าจางเต๋อกั่นพร้อมกับกระทืบเท้า
"หึ ข้าพูดผิดตรงไหน? ข้าไม่ผิด! ข้าจะไม่ยอมเกลือกกลั้วกับพวกคนใจปลาซิวอย่างพวกเ้า" จางเต๋อกั่นยืนฮึดฮัดอยู่ที่เดิม
...
ภายในตำหนักบูรพา
จ้าวชิงจานหมอบอยู่บนโต๊ะอย่างว่าง่ายอย่างหาได้ยาก
ในมือถือพู่กันสิบด้าม โดยพู่กันแต่ละด้ามถูกมัดไว้กับนิ้วมือ เขียนลงบนกระดาษเซวียนจื่อทีละแผ่น ๆ เป็แถว... ของ ‘ตัวอักษรรูปภาพ’ ที่บิดเบี้ยว
เพียงชั่วครู่ ใบหน้าของจ้าวชิงจานก็เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำหมึก
"พี่ชุ่ยหลวนดูสิ ข้าคัดไปสองจบแล้ว ท่านช่วยไปขอร้องเสด็จย่าให้ปล่อยข้าไปได้หรือไม่?"
จ้าวชิงจานทำหน้าออดอ้อน มองชุ่ยหลวนที่นั่งแทะสาลี่อยู่ไม่ไกลด้วยสายตาอ้อนวอน
"เอ๋? พระราชนัดดา ท่านพูดว่าอะไรนะเพคะ? หม่อมฉันไม่ได้ยินเลย" ชุ่ยหลวนทำท่าป้องหูอย่างเกินจริง "ไอหยา ๆ ๆ พระราชนัดดา หูหม่อมฉันหนวกแล้วเพคะ หม่อมฉันไม่ได้ยินอะไรเลย"
"โธ่ พี่ชุ่ยหลวนพี่สาวที่แสนดีของข้า ปล่อยข้าไปเถอะ เมตตาข้าด้วยเถิด นี่มันตั้งสามแสนตัวอักษรเลยนะ ต่อให้นิ้วทั้งสิบของข้าพัง ข้าก็คัดไม่หมดหรอก อีกอย่าง เดี๋ยวเสด็จปู่คงจะมาทุบข้าอีกแน่ ท่านเห็นแก่ความน่าสงสารของข้า ปล่อยข้าไปเถอะ" จ้าวชิงจานมองชุ่ยหลวนด้วยสีหน้าเ็ป ใบหน้าแนบติดกับโต๊ะ
"ฝ่าา พระราชนัดดาประทับอยู่ด้านในพ่ะย่ะค่ะ"
ในขณะนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีเสียงของขันทีน้อยดังขึ้นจากหน้าประตู
"หือ?"
จ้าวชิงจานชะงัก พร้อมกับชุ่ยหลวนที่รีบลุกขึ้นยืนทันที
โครม!
ประตูถูกถีบเปิดออกอย่างแรงจากด้านนอก จ้าวฉงหย่วนถือค้อนทองคำเดินดุ่ม ๆ เข้ามาด้วยท่าทางดุดัน
"จ้าวชิงจาน เ้าไสหัวมานี่!"