Puppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ)

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 97

            โอเคได้เลย แน่นอน

     

            ชวีเสี่ยวปอสามารถตอบคำถามนี้ด้วยรูปแบบประโยคยืนยันอันนับไม่ถ้วน

     

            เหมือนอย่างเช่นเดียวกับทุกครั้งที่เซี่ยเจิงพูดอะไรออกมาเขาก็ล้วนคล้อยตามไปโดยสัญชาตญาณทว่าในครั้งนี้หลังจากที่ชวีเสี่ยวปอพูดจบ เซี่ยเจิงกลับกดนิ้วลงไปบนฝ่ามือของเขาอย่างแรง

     

            “อย่าพูดออกมาแบบส่งๆ อย่างนี้”

     

            ชวีเสี่ยวปอรู้สึกว่าที่เซี่ยเจิงใช้คำว่า “พูดออกมาแบบส่งๆ ”คำนี้มันถูกต้องที่สุดแล้ว เขาพูดออกมาโดยที่ไม่ได้ผ่านการคิดเลยสักนิดแต่กลับพูดโพล่งออกมาเลยทันทีความรู้สึกของการถูกจับได้เช่นนี้มันไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นักชวีเสี่ยวปอลูบจมูกไปสองที พยายามปกปิดความรู้สึกกระอักกระอ่วนนี้เอาไว้แต่ทันใดนั้นกลับนึกได้ว่า บริเวณโดยรอบไม่มีแสงสว่างเลยแม้แต่น้อยเซี่ยเจิงก็คงจะมองเห็นหน้าเขาไม่ชัด ดังนั้นเขาจึงหัวเราะกลบเกลื่อนออกมาเสียงดัง :

     

            “แล้วนายอยากได้ยินฉันพูดว่าอะไรล่ะ? ”

     

            แปลกมากเลยจริงๆ ทั้งๆที่เมื่อครู่นี้ยังรู้สึกว่าเซี่ยเจิงคงจะมองอะไรไม่เห็นในความมืดแต่ในตอนนี้ชวีเสี่ยวปอกลับรู้สึกว่าใบหน้าของเขาถูกสายตาของเซี่ยเจิงจ้องมองจนร้องผ่าวขึ้นมาแล้ว

     

     

            เซี่ยเจิงถอนหายใจออกมา จากนั้นจึงดึงชวีเสี่ยวปอให้เดินลงมาด้านล่าง

     

            ชวีเสี่ยวปอเอ่ยขึ้นมาอย่างร้อนใจ : “เซี่ยเจิง! นายอยากจะพูดอะไรกันแน่? ”

     

     

            เวลาห้าทุ่มตรง

     

            ในขณะที่ซือจวิ้นกำลังจะเข้านอนหลังจากอาบน้ำเสร็จเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาซะก่อน เขาจึงหยิบขึ้นมาดูและเห็นว่าชวีเสี่ยวปอส่งข้อความมา

     

            “หลับหรือยัง? ”

     

            ชวีเสี่ยวปอเปลี่ยนจากถือโทรศัพท์จากมือซ้ายมาไว้มือขวาจากนอนตะแคงมาเป็นนอนหงาย ถึงแม้ว่าระยะเวลาตั้งแต่เขาส่งข้อความไปจนกระทั่งซือจวิ้นตอบกลับมาว่า“ยังไม่ได้นอน” จะห่างกันเพียงไม่กี่วินาที แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้เขารู้สึกทนไม่ไหวแล้ว

     

            เขาต้องการคนมาช่วยคลายความสงสัยโดยด่วน

     

            ซือจวิ้นส่งข้อความตามมาอีกหนึ่งข้อความ : “เป็นยังไง? วันนี้ฉันไหวพริบดีสุดยอดไปเลยใช่หรือเปล่า?นายสองคนเดทกันเป็นยังไงบ้าง? ”

     

            เดทกันอะไรล่ะ...ชวีเสี่ยวปออดไม่ได้ที่จะบ่นขึ้นมาจากนั้นจึงตัดสินใจกดต่อสายโทรหาซือจวิ้น

     

            “ฉันถามอะไรหน่อยสิ? ”

     

            “ถามมา ทำไมพอมีความรักก็รู้จักพูดอ้อมค้อมขึ้นมาแล้ว”ซือจวิ้นกลั้นคำพูดเพ้อเจ้อเอาไว้ไม่อยู่ จึงใช้โอกาสนี้พูดแทรกเข้าไป

     

            “ไปให้พ้น” ชวีเสี่ยวปอรู้สึกว่าขนาดด่าคนยังไม่มีเรี่ยวแรงเลย

     

            “วันนี้เซี่ยเจิงถามฉันว่า อยากสอบเข้ามหาลัยเดียวกับเขาไหม”

     

            “...... ”

     

            “นายว่าเขาหมายความว่ายังไง? ” ซือจวิ้นที่อยู่ปลายสายไม่ได้พูดอะไรขึ้นมาทั้งยังไม่สามารถพูดแทรกได้เหมือนกัน เพราะว่าชวีเสี่ยวปอเปิดโหมดบ่นขึ้นมาแล้ว : “เขาก็ไม่ได้ไม่รู้ว่าคะแนนของฉันเป็นยังไง ที่เขาถามเรื่องนี้ขึ้นมาสู้ถามมาตรงๆ เลยว่าฉันอยากจะฝันไปกับเขาไหมยังจะดีกว่า”

     

            “...... ” ซือจวิ้นรู้สึกเหลืออดเหลือทน “พอ ปอเอ๋อร์ตรงไหนของนายมีปัญหาหรือเปล่า? ”

     

            “หมายความว่ายังไง? ” ชวีเสี่ยวปอผงะไปไม่เข้าใจสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อแต่ปากก็ไม่ยอมให้ตัวเองเสียเปรียบ“นายต่างหากที่มีปัญหา”

     

            “คนที่มีปัญหาคือนาย !”ซือจวิ้นกระโดดลุกขึ้นมาจากเตียง ตะโกนพูดออกไปว่า : “หรือว่านายฟังไม่เข้าใจ ความหมายของเซี่ยเจิงคือเขาจะถามนายว่าเคยคิดถึงอนาคตที่จะมีร่วมกับเขาไหม? ”

     

            “ปอเอ๋อร์? ” หลังจากที่ซือจวิ้นตะโกนออกมาจนจบเขาจึงพบว่าชวีเสี่ยวปอเงียบเสียงไปเขามองดูโทรศัพท์อยู่หลายครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าสายไม่ได้หลุดไปแล้วจึงยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูอีกครั้ง รอให้ชวีเสี่ยวปอพูดออกมา “ปอเอ๋อร์นายไม่เป็นอะไรใช่ไหม? ”

     

            “ไม่ได้เป็นไร”  ในที่สุดชวีเสี่ยวปอก็เปิดปากพูดขึ้น

     

            “นี่ ดูไม่ออกเลยนะเนี่ยว่าเซี่ยเจิงจะคิดไปไกลถึงขนาดนั้น”ซือจวิ้นอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ “แต่ก็เป็นปกติแหละ ดูแวบแรกก็รู้ว่าเขาเป็นคนประเภทที่ไม่ว่าเรื่องอะไรก็จะคิดวางแผนในระยะยาวเอาไว้ก่อน”

     

            “ว่าแต่” ซือจวิ้นทำเสียงจิ๊ปาก “นายตอบเขาไปว่าไงเหรอ? ”

     

            ตอบไปว่าไงน่ะเหรอ?

     

            ชวีเสี่ยวปอรู้สึกปวดศีรษะขึ้นมา

     

            เขาพูดกับเซี่ยเจิงไปว่า : “ฉันสอบไม่ติดหรอก”

     

            “มันก็เป็นเรื่องจริงอยู่นะ” ซือจวิ้นขำอยู่ครู่หนึ่งจนกระทั่งชวีเสี่ยวปอทนไม่ไหวจึงพูดแทรกเขาไปว่า “พอได้แล้วไหม”ในตอนนั้นเองซือจวิ้นถึงได้กระแอมไอขึ้นมา “ปอเอ๋อร์ พูดตามตรงคำถามนี้ของเซี่ยเจิง นายเคยคิดเอาไว้บ้างไหม? ”

     

            ไม่เคยคิด

     

            เมื่อคิดขึ้นมาเช่นนี้ ชวีเสี่ยวปอก็รู้สึกว่าหากตัวเขาเทียบกับเซี่ยเจิงเขาค่อนข้างที่จะมองเพียงแค่ในระยะสั้นมากกว่าเพราะถึงยังไงตั้งแต่ตอนที่พวกเขาสองคนยืนยันความสัมพันธ์กันจนถึงตอนนี้สิ่งเดียวที่ชวีเสี่ยวปอคิดคือสภาพที่เป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน เขามีความสุขมาก

     

            แก่นแท้ในการแสวงหาความสุขของมนุษย์ล้วนสะท้อนให้เห็นอยู่ในตัวของเขาแทบจะทั้งหมดเขามีความสุขที่ได้ดื่มด่ำกับสภาพเช่นนี้ได้แอบจับมือแฟนหนุ่มทุกวันในระหว่างเรียนความพอใจเช่นนี้ได้ปะทะชนเข้ามาจนเขามึนศีรษะ มีดาววิ๊งๆ ลอยวนเวียนอยู่เต็มไปหมดทั้งยังไม่อาจที่จะแบ่งเรี่ยวแรงไปคิดเรื่องอื่นได้อีกแล้ว

     

            อนาคต คำคำนี้ช่างดูห่างไกลเสียเหลือเกินทั้งยังเลือนรางและไม่อาจคาดเดาได้

     

            ไปคิดถึงมันทำไมกัน ยังไม่ถึงเวลานั้นสักหน่อย

     

            “ถูกเปิดโปงแล้ว” ซือจวิ้นพูดเน้นออกไปทุกคำ

     

            “ฉันจะถูกเปิดโปงได้ยังไง” ชวีเสี่ยวปอเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ : “ฉันกับเขาไม่ใช่เรื่องโกหกสักหน่อย” ชวีเสี่ยวปอยังอยากจะพูดอีกด้วยว่าฉันชอบเซี่ยเจิงจริงๆ แต่กลับรู้สึกว่าถ้าพูดประโยคนี้ออกไปจะทำให้เขารู้สึกอิจฉาตาร้อนขึ้นมาได้จึงยั้งเอาไว้ก่อน ซือจวิ้นจะได้ไม่ต้องพูดเสียดสีขึ้นมาอีกชุดหนึ่งด้วย

     

            “แล้วใครบอกว่านายสองคนเป็นเรื่องโกหกกันล่ะ”ซือจวิ้นรู้สึกเหมือนว่าตอนนี้เขากำลังรับหน้าที่ให้ทำภารกิจเป็นปรมาจารย์ด้านอารมณ์ยามค่ำคืนแม้แต่น้ำเสียงก็สามารถพูดอธิบายทีละขั้นทีละตอนขึ้นมาแล้ว : “เรื่องนี้จะว่ายังไงดีล่ะ นายให้ฉันเรียบเรียงคำพูดแป๊บนึงนะ”

     

            “นายเรียบเรียงออกมา เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันไปจัดการนายเอง”ชวีเสี่ยวปอโมโหใส่โทรศัพท์

     

            “ไม่ใช่แล้ว นายจะมาจัดการฉันทำไมกัน” ซือจวิ้นรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก“ปอเอ๋อร์ นายไม่รู้สึกเหรอว่าสำหรับเรื่องในวันข้างหน้านี้เขานึกถึงแต่นายกลับไม่ได้นึกถึงมันเลย พอฟังก็ดูโหดร้ายตั้งแต่แรกแล้วไหม?”

     

            ชวีเสี่ยวปอตอบออกไปเหมือนจะเข้าใจว่า “อ๋า? ”

     

            “ปอเอ๋อร์นายแค่เป็นคนไม่คิดเยอะ” ซือจวิ้นตัดสินใจใช้ภาษาที่เรียบง่ายตรงไปตรงมาอธิบายให้เขาฟัง“อย่างเช่นนะ คนสองคนคบกัน หนึ่งคนเตรียมพร้อมเอาไว้ทุกอย่างแล้วก็มาบอกว่าพวกเราแต่งงานกันเถอะจากนั้นอีกคนหนึ่งกลับพูดขึ้นมาว่าฉันยังไม่ได้ตัดสินใจเลย ก็แค่คบกันเล่นๆถ้าเป็นอย่างนั้นนายว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกยังไง”

     

            “ให้ตายสิ” ทันใดนั้นชวีเสี่ยวปอก็รู้สึกเหมือนโดนต่อยเสยหน้าขึ้นมาทันทีและในที่สุดรอบนี้ทุกสิ่งถึงได้กระจ่าง

     

            ซือจวิ้นพูดถูก

     

            ทำไมเซี่ยเจิงถึงพูดว่า “อย่าพูดออกมาส่งๆ ”เป็นเพราะว่าในตอนนั้นเขาคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าชวีเสี่ยวปอจะสามารถพูดออกมาได้ว่า : “ฉันเคยนึกถึงเรื่องนี้เอาไว้แล้ว”

     

            แต่ชวีเสี่ยวปอกลับไม่เคยนึกถึงมันมาก่อนเลย

     

            เซี่ยเจิงก็คงจะรู้สึกกระวนกระวายใจอยู่ไม่น้อย

     

            พอคิดดูแล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ

     

            เซี่ยเจิงรู้สึกหนักใจกับการวางแผนในอนาคตเป็นอย่างมากอยากที่จะถามแฟนว่าในอนาคตมีเขาอยู่บ้างไหม แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือแฟนกลับพูดออกมาว่า“ฉันไม่มีอนาคต”

     

            มันช่างแฟนตาซีสุดๆ ไปเลย

     

            ชวีเสี่ยวปอไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงหัวเราะขึ้นมา

     

            “ปอเอ๋อร์? นายหัวเราะอะไรเนี่ย? ” ซือจวิ้นรู้สึกว่าในตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่ควรหัวเราะดังนั้นชวีเสี่ยวปอที่จู่ๆ ก็หัวเราะขึ้นมาอย่างแปลกประหลาดจึงทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาแล้ว “นายอย่าหัวเราะสิ”

     

            “ฉันแค่รู้สึกว่าตัวเองดูทึ่มมากเลย” ในที่สุดชวีเสี่ยวปอก็ให้ข้อสรุปกับตัวเอง“โอเค แค่นี้แหละ พรุ่งนี้เจอกัน”

     

            ซือจวิ้นยังไม่ทันได้จะได้พูดว่าไว้เจอกัน เสียงในโทรศัพท์ก็ดังตู๊ๆขึ้นมาแล้ว จากนั้นเขาจึงวางโทรศัพท์ลงไปด้านข้าง พร้อมทั้งหลับตาลงแต่ในใจกลับคิดขึ้นมาว่า : “ฉันไม่เชื่อว่านายจะนอนหลับปอเอ๋อร์ ครั้งนี้ทำนายลำบากใจแล้วละ”

     

            และก็เป็นไปตามที่ซือจวิ้นคาดการณ์เอาไว้

     

            ชวีเสี่ยวปออยากจะโทรศัพท์หาเซี่ยเจิง แต่กลับไม่รู้ว่าควรพูดอะไรออกไปดีอันที่จริงในตอนดึกที่สองคนแยกจากกันก็ยังคงเป็นเช่นเดิมทว่าประเด็นสำคัญยังคงเป็นเพราะชวีเสี่ยวปอไม่ได้คิดอะไรมากทั้งยังไม่ได้เอาปัญหานี้มาคิดเป็นเรื่องจริงจังสักเท่าไหร่ ถ้าหากคืนนี้ในใจของเขาไม่ได้บ่นพึมพำให้โทรหาซือจวิ้นเขาอาจจะอยู่ในสภาพโง่งมเช่นนี้ไปอีกนาน

     

            แต่เมื่อมานึกดูในตอนนี้แล้ว เซี่ยเจิงคงจะผิดหวังมากจริงๆ

     

            ในวันวันหนึ่งตัวเขาเอาแต่ทำอะไรอยู่เนี่ย?

     

    คล้ายกับเรื่องPuppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ) ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382