ครืนนนน...
ล้อไม้หุ้มหนังวัวหนาเตอะบดทับลงบนผิวถนนเรียบสนิทอย่างนุ่มนวล แหนบไม้ไผ่ดัดโค้ง 5 ชั้นใต้ท้องราชรถค่อยๆ ยืดหดรับแรงสั่นะเือย่างเป็จังหวะ จนราชรถล้อฟันเฟืองขนาดมหึมาเคลื่อนตัวไปข้างหน้าประหนึ่งกำลังล่องลอยอยู่บนผืนเมฆ
ตลอด 3 วันผ่านมา... ไม่มีหลุมบ่อ ไม่มีหินก้อนโต ไม่มีแรงกระแทกทำลายก้นกบ ไม่มีเสียงกึกกักน่ารำคาญ
สำหรับลู่ชิงแล้ว นี่คือสิ่งประดิษฐ์ยิ่งใหญ่สุดนับั้แ่ถือกำเนิดมนุษยชาติ
ภายในห้องโดยสารอบอวลไปด้วยไออุ่นจากเตาพก ชายหนุ่มนอนขดตัวอยู่บนเบาะหนังสัตว์อย่างมีความสุข ผ้าห่มขนจิ้งจอกผืนหนาคลุมทับจนถึงคาง หมอนนุ่มกอดแน่นอยู่ในอ้อมแขน เสียงกรนดังสม่ำเสมอ สีหน้าเปี่ยมสุขราวกับบรรลุเซียนแห่งการนอนหลับ
อาฝูผู้บังคับรถอยู่ด้านหน้าแอบยกมือปาดน้ำตา "ยอดเยี่ยม... ในที่สุดนายท่านก็นอนหลับเต็มอิ่มเสียที..."
แม้แต่กุนซือชรายังพยักหน้าอย่างซาบซึ้ง "ศาสตร์แห่งค่ายกลสปริงเทวะ... ล้ำลึกเกินหยั่งถึงจริงๆ"
อดีตเศรษฐีหวังถอนหายใจ "ดูสิ... ท่านมหาปราชญ์พักผ่อนเข้าฌานได้ถึง 3 วันเต็ม ต้องเป็การเข้าสมาธิขั้นสูงเพื่อคำนวณอนาคตแผ่นดินเป็แน่แท้"
ทุกคนพยักหน้าเห็นพ้อง ไม่มีใครรู้เลยว่า... ชายหนุ่มผู้กำลังถูกยกย่องเป็อัจฉริยะระดับเทพนั้น กำลังฝันหวานถึงหมูย่างหนังกรอบทั้งตัวอยู่ต่างหาก
3 วันต่อมา ขบวนคาราวานเคลื่อนผ่านซุ้มประตูหินขนาดมหึมา เข้าสู่แดนตะวันตกของแคว้น... หัวเมืองตะวันตก
หัวเมืองตะวันตกแห่งนี้มีนามเรียกขานว่า เมืองซีเหลียง
ทันทีล่วงเลยผ่านกำแพงเมืองเข้ามา บรรยากาศโดยรอบพลันเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ผืนดินแห้งแตกระแหง สายลมพัดหอบเม็ดทรายสีเหลืองลอยฟุ้ง ูเาหินเปลือยเปล่าตั้งตระหง่านอยู่รอบทิศ แม้ดวงอาทิตย์ยังส่องแสงแรงกล้า แต่ลมพัดผ่านกลับเย็นเยียบจนทะลุเข้ากระดูก
อาฝูค่อยๆ เปิดประตูห้องโดยสาร "นายท่าน... ตื่นเถิดขอรับ พวกเรามาถึงหัวเมืองตะวันตกแล้ว"
ภายในผ้าห่ม ลู่ชิงขยับตัวเล็กน้อย จากนั้นค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างเกียจคร้าน ชายหนุ่มเหยียดแขนสุดแรง บิดี้เีอย่างสบายอารมณ์ท่ามกลางไออุ่น
"อืมมม... นอนเต็มอิ่ม 3 วัน... นี่สิชีวิตมนุษย์ควรได้รับ..." ลู่ชิงลูบพนักเก้าอี้อย่างรักใคร่ จากนั้นก้มมองแหนบไม้ไผ่ใต้เบาะด้วยสายตาซาบซึ้ง "ในที่สุดโลกใบนี้ก็มีคนเข้าใจความสำคัญของการนั่งสบายเสียที ข้าตัดสินใจแล้ว เมืองซีเหลียงจะเป็แดนพักผ่อนประจำปีของข้า"
พูดจบก็ผลักหน้าต่างเปิดออก หวังรับลมเย็นๆ อย่างสบายใจ
ฟู่ววววว!!
ลมหนาวกรรโชกแรงพัดเอาเกล็ดน้ำแข็งเล็กๆ บาดผิวหน้าจนแสบสัน ความเย็นะเืตัดกับไออุ่นจากเตาพกในรถอย่างสิ้นเชิงราวกับกระชากเขาลงสู่นรกน้ำแข็ง!
"ฮัดเช่ยยยย!!" ลู่ชิงสะดุ้งโหยง รีบดึงหน้าต่างปิดกระแทกดังปัง แล้วคว้าผ้าห่มขนจิ้งจอกมาพันรอบตัวเป็ดักแด้ทันที "หนาวบัดซบ! นี่มันเมืองคนอยู่หรือสุสานน้ำแข็งกันแน่!"
ทูตเมืองตะวันตกรีบก้าวเข้ามาคำนับข้างหน้าต่าง "เรียนท่านมหาปราชญ์ ภูมิประเทศซีเหลียงเป็ทะเลทรายสลับูเาหินขอรับ กลางวันร้อนดุจเตาหลอม แต่เมื่อมีลมพัดหรือยามค่ำคืน อากาศจะหนาวเย็นจัด บางคืนแม้น้ำในอ่างยังกลายเป็น้ำแข็ง"
ลู่ชิงหน้าซีด ความสุขจากการนอนหายไปกว่าครึ่ง "์... ข้าหนีความร้อนจากเมืองอุดรมา ดันมาเจอเมืองเย็นจนแข็งตายอีก..."
ชายหนุ่มกำลังจะอ้าปากสั่งให้อาฝูไปหาเตาพกมาเพิ่ม ทันใดนั้นเอง เสียงร้องไห้ระงมของคนจำนวนมหาศาลพลันดังขึ้นจากด้านนอก
"ท่านมหาปราชญ์โปรดเมตตาด้วยเถิดดดดด!!"
"ช่วยพวกเราด้วย!!"
ลู่ชิงสะดุ้ง เปลือกตากระตุกยิกๆ ความหงุดหงิดพุ่งปรี๊ดขึ้นสมองทันที
หนวกหูโว้ย! ข้ากำลังฝันว่าได้กินหมูย่างหนังกรอบจิ้มน้ำจิ้มรสเด็ด! หมูย่างของข้ากำลังจะเข้าปากอยู่แล้ว! เสียงร้องไห้บ้าบออะไรมาขัดจังหวะวะ!
เขาพยายามข่มความรำคาญ ค่อยๆ แง้มหน้าต่างออกไปดู แล้วก็เห็นชายชราชุดขุนนางคนหนึ่งกำลังคุกเข่าโขกศีรษะอยู่กลางถนน ด้านหลังคือราษฎรนับ 1000 คน ทุกคนผอมโซ สีหน้าซูบเซียว ดวงตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง บางคนถึงกับร้องไห้จนหมดแรง
"ไม่เอานะ..." ลู่ชิงพึมพำเสียงแ่ "อย่าบอกนะว่ามีงาน..."
เ้าเมืองซีเหลียงโขกศีรษะลงพื้นดังปัง "ท่านมหาปราชญ์โปรดช่วยพวกเราด้วยเถิด!"
ลู่ชิงยกมือกุมหน้า "...มีงานจริงด้วย" หัวใจคนี้เีเริ่มเ็ป
เ้าเมืองรีบเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว เริ่มจากการขุดคลอง การคำนวณระดับน้ำผิดพลาด จนกระทั่งน้ำทะลักเข้ายุ้งฉางหลวง เมื่อพูดถึงประโยคสุดท้าย น้ำตาชายชราก็ไหลพราก
"ธัญพืชสำรอง 100000 ชั่ง... ถูกน้ำท่วมจนเปียกทั้งหมดแล้วขอรับ!"
เงียบ... ทั่วบริเวณตกอยู่ในความเงียบงัน
แม้แต่กุนซือชรายังหน้าซีด อดีตเศรษฐีหวังถึงกับตัวสั่น 100000 ชั่ง... นั่นคือเสบียงเลี้ยงผู้คนนับ 100000 ชีวิต หากเสียหายจริง เมืองซีเหลียงย่อมเผชิญมหันตภัยครั้งใหญ่
เ้าเมืองก้มหน้าร้องไห้ "หากปล่อยไว้อีก 3 วัน... มันจะขึ้นราหมดขอรับ... ฤดูหนาวกำลังจะมาถึง... ราษฎร 100000 ชีวิตต้องอดตายแน่แล้ว..."
ด้านหลังเขา หญิงชราคนหนึ่งกอดหลานสาวตัวน้อยไว้แน่น เด็กหญิงผอมจนเห็นซี่โครง ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความหวาดกลัว "ท่านปู่... ฤดูหนาวนี้... เราจะมีข้าวกินไหม..."
คำถามนั้นราวกับค้อนหนักทุบลงบนหัวใจทุกคน เสียงสะอื้นดังขึ้นทั่วลาน บรรยากาศเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง สายตาทุกคู่ค่อยๆ หันมองไปยังลู่ชิง... หวังพึ่งพามหาปราชญ์
ทว่า... ปฏิกิริยาตอบสนองของความหวังเดียวแห่งแผ่นดิน กลับทำให้ทุกคนต้องเบิกตาค้าง!
"ฮัดเช่ยยยยย!!"
ลู่ชิงจามออกมาสุดเสียง น้ำมูกใสไหลย้อย ชายหนุ่มปาดจมูกลวกๆ ก่อนจะตวัดสายตาหงุดหงิดขั้นสุดจ้องมองเ้าเมืองซีเหลียง ข้าว 100000 ชั่งเน่าเสียแล้วมันกงการอะไรของเขาฟะ! ปัญหาใหญ่ระดับแคว้นแบบนี้ทำไมไม่ไปแจ้งเมืองหลวง มาฟ้องคนตกงานรักการนอนทำไม!
ประเด็นสำคัญสุดตอนนี้คือ... ข้า-หนาว-โว้ย!!
"ข้าไม่สนเื่ข้าวสาลีบ้าบออะไรของพวกเ้า!!" ลู่ชิงตวาดลั่น เสียงดุดันก้องกังวานทำเอาราษฎร 1000 คนสะดุ้งเฮือก หยุดสะอื้นแทบจะในทันที
มหาปราชญ์มารล้วงกระดาษวาดเขียนยับๆ 1 แผ่นโยนใส่หน้ากุนซือชรา พร้อมชี้นิ้วสั่นๆ ข้ามหัวฝูงชนไปยังหอคอยศิลาทิ้งร้างสูง 3 ชั้นตั้งตระหง่านอยู่กึ่งกลางจัตุรัสเมือง ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดประดุจราชโองการ์!
"ตอนนี้ข้าหนาวจนกระดูกจะหลุดแล้ว! เ้าเมือง! สั่งคนของเ้าไปเอาดินเหนียวมาอุดปิดหน้าต่างหอคอยนั่นให้ทึบมิดชิดอย่าให้ลมพัดเข้า! แล้วลงไปก่อเตาฟืนขนาดั์ไว้ชั้นใต้ดิน! เจาะพื้นหินทะลวงท่อดินเผาส่งไอน้ำพร้อมความร้อนจากเตาพุ่งกระจายขึ้นไปให้ครบทั้ง 3 ชั้นตามภาพวาดนั่น!"
ชายหนุ่มดึงผ้าห่มมาพันรอบตัวแน่นขึ้นไปอีก แผดเสียงสั่งการทิ้งท้าย "ภายใน 1 วัน หอคอยนั่นต้องกลายเป็ห้องอบความร้อนให้ข้าเข้าไปนอนผิงไฟ!! ใครชักช้าข้าจะจับโยนออกนอกเมือง!!"
ปัง!
หน้าต่างรถม้าถูกปิดกระแทกใส่หน้าฝูงชนอย่างไร้เยื่อใย
ความเงียบงันปกคลุมทั่วบริเวณหน้ากำแพงเมืองซีเหลียง สายลมหนาวพัดผ่านร่างราษฎรนับ 1000 คนพาให้หนาวสั่นสะท้าน ทว่าความหนาวเหน็บจากสภาพอากาศยังมิอาจเทียบเท่าความหนาวเหน็บในขั้วหัวใจ
มหาปราชญ์ผู้เป็ดั่งแสงสว่างเดียว... กลับทอดทิ้งพวกเขากลางวิกฤต ซ้ำยังออกคำสั่งเกณฑ์แรงงานคนหิวโหยไปสร้างห้องผิงไฟส่วนตัว!
เ้าเมืองซีเหลียงทรุดฮวบลงกองกับพื้นดิน ดวงตาเลื่อนลอยไร้ประกาย "จบสิ้นแล้ว... เมืองซีเหลียงของพวกเรา... จบสิ้นแล้ว..."
ทว่า... ท่ามกลางบรรยากาศอันมืดมนสิ้นหวังนั้นเอง กุนซือชราแห่งเมืองอุดร ผู้กำลังยืนกำ 'กระดาษวาดเขียนยับๆ' พลันมีอาการแข็งค้าง
กระดาษแผ่นนั้น ลู่ชิงวาดด้วยมือซ้ายขณะตาหลับไปแล้ว 1 ข้างเพื่อความมักง่าย! เส้นสายยึกยือประดุจไส้เดือนคลานหนีตาย รูปสี่เหลี่ยมเบี้ยวๆ 1 รูปถูกขีดเขียนไว้กลางอาคาร พร้อมเส้นหยักๆ ลากโยงจากใต้ดินทะลวงขึ้นมา
เจตนาของคนี้เีคือ... 'สี่เหลี่ยมคือเตียงนอน เส้นหยักคือไอร้อนจากเตาผิง สร้างเ้านี่ให้ข้า ข้าเกลียดการเดินเท้าเปล่าบนพื้นเย็นๆ'
แต่เมื่อกระดาษแผ่นนี้ตกอยู่ในมือของผู้เชี่ยวชาญการมโนแจ่มระดับจักรวาล...
"...เดี๋ยวก่อน" กุนซือชราพึมพำเบาๆ สายตาสั่นระริก จ้องมองลายเส้นไส้เดือนราวกับกำลังไขความลับ์ "สี่เหลี่ยมเบี้ยวๆ กลางห้อง... อาคารปิดทึบ... เส้นหยักพาดผ่านใต้ดิน..."
ร่างชราทั้งร่างเริ่มสั่น สั่นหนักขึ้น... หนักขึ้น... ราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางศีรษะ!
"โอ้วววววววววว!!!"
เสียงแหกปากดังลั่นจนอีกาบนกำแพงเมืองใบินหนี กุนซือชราน้ำตาไหลพราก พุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อเ้าเมืองซีเหลียงทันที
"ตาเฒ่าโง่งม!! เ้ามันมืดบอดเกินเยียวยา!!"
เ้าเมืองสะดุ้งเฮือก "อะ... อะไรหรือขอรับ!?"
"ยังไม่เข้าใจอีกหรือ!" กุนซือชราตัวสั่นด้วยความปีติ ชูกระดาษยับๆ ลายไส้เดือนขึ้นฟ้า "ดูสิ! ลายเส้นยึกยือนี้คือความจงใจ! มันคืออักขระัเพลิง 9 ภพ! สี่เหลี่ยมเบี้ยวๆ ตรงกลางนี้มิใช่สิ่งใดอื่น แต่มันคือ 'แท่นบูชายัญ์'!! ท่านมหาปราชญ์มิได้ทอดทิ้งพวกเรา ท่านกำลังช่วยพวกเ้าอยู่ต่างหาก!!"
อดีตเศรษฐีหวังชะโงกหน้ามาดูแบบแปลน ก่อนร่างอ้วนใหญ่จะสั่นสะท้านขึ้นมาอีกคน ดวงตาเบิกกว้างบรรลุธรรมจอมปลอมเข้าขั้นสุด "์... ข้าเองก็เข้าใจแล้ว! พวกเ้าลองคิดดู! ธัญพืช 100000 ชั่งถูกน้ำท่วม นั่นคือการรวมตัวของพลังหยินอันมหาศาล! การจะขจัดพลังหยินระดับนั้น ย่อมต้องใช้พลังหยางขั้นสูงสุดเข้าหักล้าง!"
กุนซือชราพยักหน้าแรงจนเคราสั่น "ถูกต้อง! หากเอาข้าวไปตากแดด ฤดูหนาวเช่นนี้ย่อมไม่ทันกาล หากเอาข้าวไปคั่วไฟโดยตรง เมล็ดข้าวก็จะไหม้เสีย! แต่จงดูแบบแปลนอักขระัเพลิงนี้สิ! การสร้างเตาไฟไว้ใต้ดิน แล้วใช้ท่อดินเผานำส่งความร้อนขึ้นมาตามพื้น มันคือวิชาการสกัดพลังหยางอันบริสุทธิ์เพื่อใช้อบแห้งโดยเฉพาะ!!"
ชายชราหันขวับ ชี้นิ้วไปยังหอคอยร้างกลางเมือง "อาคารปิดทึบเพื่อกักเก็บไอร้อน! เตาไฟใต้ดินเพื่อสร้างพลังหยาง! ท่อดินเผาเพื่อกระจายรังสีความอบอุ่น! ทุกอย่างเชื่อมโยงกันหมดแล้ว!! ท่านมหาปราชญ์กำลังสั่งให้พวกเราสร้าง..."
เสียงของเขาสั่นเครือ ก่อนจะะโสุดชีวิต "ค่ายกลเตาหลอม์!!!"
เปรี้ยงงงงง!!!
ราวกับอสนีบาตฟาดกลางใจผู้คน ทั่วลานเมืองตกอยู่ในความเงียบ ทุกคนกำลังประมวลผล... ค่ายกล... เตาหลอม... ์...
จากนั้นภาพนิมิตก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในจินตนาการพวกเขา... หอคอยศิลาสูงตระหง่าน เปลวเพลิงพวยพุ่งจากใต้พิภพ ท่อดินเผานับ 100 เปล่งแสงสีแดงฉาน ไอน้ำทะลักออกมาราวัเหิน ใจกลางเตาหลอม ลู่ชิงนั่งขัดสมาธิบนแท่นบูชายัญ ยอมรับความร้อน 1000 องศา เพื่ออบแห้งข้าว 100000 ชั่งช่วยเหลือประชาชน!
"มหาเมตตา..." เ้าเมืองซีเหลียงน้ำตาไหลพราก "ข้ามันโง่เขลา... ข้ามันตาบอด..."
ปัง! เขาโขกศีรษะลงพื้นทันที "ท่านมหาปราชญ์ยอมสละตน อบตัวในเตาหลอมเพื่อพวกเรา!"
ปัง! ปัง! ปัง!
ราษฎรนับ 1000 คนพากันหมอบกราบ เสียงโขกศีรษะดังก้องไปทั่วลานเมือง บรรยากาศสิ้นหวังเมื่อครู่ พลันแปรเปลี่ยนเป็ความฮึกเหิมอย่างเหลือเชื่อ เ้าเมืองผุดลุกขึ้น ชูหมัดขึ้นฟ้า
"พี่น้องซีเหลียง!! ท่านมหาปราชญ์ยอมเสี่ยงชีวิต ทนร้อนทนทรมาน 1000 องศา! พวกเราจะปล่อยให้ท่านเหนื่อยอยู่คนเดียวได้อย่างไร! นำอิฐทนไฟมาโบกปิดทับท่อดินเผาให้แ่าที่สุด เพื่อสร้างระบบกระจายความร้อน! ผู้ใดมีฟืน จงขนฟืน! สร้างค่ายกลเตาหลอม์ให้เสร็จภายใน 1 วัน!!"
"เฮ้!!!!"
เสียงตอบรับดังกึกก้อง ผู้คนกว่า 1000 ชีวิตวิ่งกระจายออกทุกทิศทาง ลากท่อดินเผา แบกอิฐทนไฟเข้าไปโบกทับสร้างระบบกระจายความร้อนใต้พื้นขนาดั์โดยไม่รู้ตัว ราวกับทั้งเมืองกำลังถูกขับเคลื่อนด้วยศรัทธาอันบ้าคลั่ง
ขณะเดียวกัน ภายในราชรถล้อฟันเฟือง
ลู่ชิงกำลังห่อตัวอยู่ในผ้าห่มขนจิ้งจอก มือหนึ่งถือถุงน้ำร้อน อีกมือถือถ้วยชาร้อน ชายหนุ่มกำลังยิ้มกริ่ม จินตนาการถึงห้องซาวน่าพื้นอุ่นๆ
แค่จุดไฟใต้ดิน พื้นห้องก็จะอุ่นเหมือนเตียงสปา ข้าจะถอดรองเท้าเดินให้สบายใจเฉิบเลยคอยดู!
ชายหนุ่มค่อยๆ แง้มหน้าต่างออก หวังจะดูว่าห้องซาวน่าของตนสร้างถึงไหนแล้ว
โป๊ก! ปัง! เคร้ง! โครม!
เสียงสกัดหินดังสนั่น เสียงตอกเสาดังะเืพื้น เสียงลากฟืนดังไม่หยุด ตามมาด้วยเสียงะโของฝูงชนกว่า 1000 คน
"เพื่อท่านมหาปราชญ์!!"
"ก่ออิฐให้แ่า!! อย่าให้พลังหยางรั่วไหล!!"
"เร่งสร้างเตาหลอม์!! กอบกู้ธัญพืช 100000 ชั่ง!!"
ลู่ชิงนิ่งงัน "..."
เขาค่อยๆ หันไปมองอาฝูผู้เฝ้าอยู่หน้าประตูรถ "อาฝู"
"ขอรับนายท่าน"
"พวกมันกำลังทำอะไรกัน"
อาฝูปาดน้ำตาแห่งความปีติ ใบหน้าเปี่ยมด้วยศรัทธาอันล้นทะลัก "ชาวเมืองกำลังสร้างค่ายกลเตาหลอม์ ขุดเตาเพลิงความร้อน 1000 องศา... เพื่อให้นายท่านเข้าไปนั่งสมาธิบนแท่นบูชายัญ รับความร้อนเผาผลาญร่าง แล้วใช้พลังวัตรอบข้าว 100000 ชั่งตามเจตนารมณ์ของท่านขอรับ! ความเสียสละของนายท่านช่างยิ่งใหญ่นัก! อาฝูภูมิใจเหลือเกิน!"
ลู่ชิงหน้าซีดเผือด ภาพหมูย่างหนังกรอบแสนอร่อยในความฝันเมื่อ 1 ชั่วยามก่อนพลันแวบเข้ามาในหัว...
เดี๋ยวนะ... ย่างร่างบนแท่นบูชายัญ... ความร้อน 1000 องศา...
์!! ไอ้หมูย่างหนังกรอบตัวนั้น... มันคือตัวข้าเองนี่หว่า!!
ปัง! ลู่ชิงดึงหน้าต่างปิดกระแทกทันที มือไม้สั่นเทา นั่งแข็งทื่ออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดลมหายใจเปิดหน้าต่างออกไปอีกครั้ง
"อาฝู"
"ขอรับ"
"ข้าพูดคำว่าเตาหลอม์ตอนไหน"
"มิได้พูดขอรับ แต่อดีตเศรษฐีหวังถอดรหัสจากภาพวาดอักขระัเพลิงของนายท่านได้หมดแล้ว! ช่างล้ำลึกเหลือเกินขอรับ!"
ลู่ชิงอ้าปากพะงาบๆ ภาพวาดไส้เดือนมือซ้ายของข้านี่นะอักขระัเพลิง!?
"แล้วข้าสั่งให้สร้างเตา 1000 องศาเพื่อย่างข้ากินเองหรือไม่!?"
"ก็มิได้สั่งขอรับ! แต่ราษฎรซาบซึ้งใจ จึงตั้งใจเพิ่มฟืนให้ร้อนสุดขีด เพื่อให้นายท่านแปรธาตุได้ไวขึ้นขอรับ!"
"..."
ลู่ชิงเงียบ อาฝูก็ยืนยิ้มกริ่มน้ำตาคลอ ทั้งคู่มองหน้ากัน ก่อนเสียงค้อนั์ด้านนอกจะดังขึ้นอีกครั้ง
โครมมมม!! "เพิ่มฟืนเข้าไปอีก!! สร้างเตาย่าง์ถวายท่านมหาปราชญ์!!"
ลู่ชิงค่อยๆ ปิดหน้าต่าง ล็อกกลอน ขยับตู้มาขวาง ลากโต๊ะมาปิดซ้อนเพิ่ม แล้วคลุมโปงตัวเองด้วยผ้าห่ม 3 ชั้น ชายหนุ่มนอนขดตัวอยู่มุมรถ ดวงตาเหม่อลอยไร้ิญญา
"ข้าไม่รู้จักพวกเ้า... พวกเ้าก็อย่ารู้จักข้าเลย... ห้องซาวน่าแสนอุ่นของข้า กลายเป็เตาเผาศพมนุษย์ไปแล้ว..."
ด้านนอก ผู้คนกำลังก่อสร้างเตาหมูย่างมนุษย์ด้วยความศรัทธา ทว่าเสียงก่อสร้างระดับอุตสาหกรรมยังคงดังกึกก้องไม่หยุดทะลุเข้ามาในรถ เปลือกตาลู่ชิงกระตุกยิกๆ เส้นเืบนหน้าผากปูดโปน
สุดท้ายชายหนุ่มผู้ปรารถนาเพียงความเงียบสงบ จึงแหงนหน้าขึ้นมองเพดานรถ น้ำตาแห่งความรันทดไหลออกจากหางตาอย่างเงียบงัน
"ข้า... จะ-ได้-นอน... ตอน-ไหน-วะ-โว้ยยยยยยยย!!!"
1 วัน 1 คืนแห่งความโกลาหลผ่านพ้นไปในที่สุด
เสียงค้อนทุบหิน เสียงลากฟืน ค่อยๆ แ่เบาลงพร้อมแสงอรุณสีทองของวันใหม่
ภายในราชรถล้อฟันเฟือง... บานประตูไม้ค่อยๆ เปิดออกช้าๆ ร่างชายหนุ่มก้าวลงมาจากรถอย่างอ่อนแรง สภาพของเขาเวลานี้ไม่ต่างจากิญญาเร่ร่อน เส้นผมยุ่งเหยิง ขอบตาดำคล้ำดุจหมีแพนด้า ใบหน้าซีดเซียวไร้ชีวิตชีวา
ตลอด 1 วัน 1 คืนผ่านมา... เขาไม่ได้นอนเลยแม้แต่น้อย!
ชายหนุ่มก้าวเท้าเดินโซเซ ขากะเผลกเซไปซ้ายทีขวาที ร่างกายโอนเอนประดุจต้นหลิวต้องลมพายุ
กุนซือชราแห่งเมืองอุดรเห็นดังนั้น พลันเบิกตากว้าง น้ำตารินไหลอาบแก้ม "โอ้ว! พวกเ้าจงดู! ก้าวเท้าตามหลักค่ายกล 7 ดาว! แม้ร่างกายจะอ่อนล้า แบกรับความทุกข์ระทมของราษฎรจนโซเซ ทว่าจิติญญากลับตั้งมั่นเพื่อประคองแผ่นดินมิให้ล่มสลาย!"
ราษฎรนับ 1000 คนก้มกราบร่ำไห้ซาบซึ้งในท่าเดินอันศักดิ์สิทธิ์ ลู่ชิงได้ยินเสียงสะอื้นก็ี้เีเกินกว่าจะอ้าปากด่า ชายหนุ่มลากเท้าเดินต่อไปจนหยุดอยู่หน้าสิ่งก่อสร้างขนาดั์
"เสร็จ... สักทีสินะ..." ลู่ชิงพึมพำเสียงแหบพร่า 2 มือกอดหมอนขนเป็ดใบโปรดแน่น จากนั้นจึงเงยหน้ามองหอคอยศิลา แล้วชะงักงัน
"..."
"..."
"...พวกเ้าสร้างอะไรกันวะ?"
หอคอยศิลา 3 ชั้นกลางเมือง ถูกดัดแปลงจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม หน้าต่างทุกบานถูกก่ออิฐปิดตาย กำแพงชั้นล่างถูกเจาะช่องใส่ฟืนหลาย 10 ช่อง เปลวไฟสีแดงฉานกำลังลุกโชนอยู่ภายใน ท่อดินเผาขนาดใหญ่พาดผ่านซ่อนอยู่ใต้ตัวอาคารราวกับเส้นลมปราณสัตว์อสูรั์ ไอร้อนค่อยๆ แผ่ออกมาจากผนังหินอย่างสม่ำเสมอ
ทว่าสิ่งทำให้ลู่ชิงอ้าปากค้างจริงๆ กลับไม่ใช่ตัวอาคาร หากเป็ูเาตั้งตระหง่านอยู่รอบมัน
"เดี๋ยวนะ..." ชายหนุ่มกะพริบตาปริบๆ "ทำไมข้าวพวกนั้นถึงมากองอยู่ตรงนี้หมด?"
รอบหอคอยศิลา มีกองข้าวสาลีมหึมาสูงเท่ากำแพงเมือง เรียงรายเป็วงแหวนล้อมรอบอาคารทั้งหมด กินพื้นที่หลาย 100 จั้ง ราวกับูเาธัญพืชขนาดั์
เ้าเมืองซีเหลียงรีบคลานเข่าเข้ามา "เรียนท่านมหาปราชญ์! ค่ายกลเตาหลอม์สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้วขอรับ! พวกข้าน้อยนำธัญพืชเปียกชื้น 100000 ชั่งมากองล้อมรอบเตาหลอมตามหลักอักขระัเพลิงเรียบร้อยแล้วขอรับ!"
กุนซือชราก้าวออกมา สีหน้าเคร่งขรึมประดุจกำลังประกอบพิธีบวงสรวง์ "ข้าน้อยตรวจสอบแล้ว! ความร้อนภายในเตาหลอมพุ่งสูงทะลุ 1000 องศา! ถึงเวลาท่านมหาปราชญ์จะก้าวเข้าสู่ใจกลางค่ายกล โปรดก้าวขึ้นแท่นบูชายัญ สละกายเข้าสู่การแปรธาตุด้วยเถิดขอรับ!"
"โปรดสละกายแปรธาตุด้วยเถิดขอรับ!!" ราษฎรนับ 1000 คนพร้อมใจกันก้มศีรษะะโก้องะเืลานเมือง
ลู่ชิงยืนนิ่ง ลมหนาวพัดผ่าน ชายหนุ่มค่อยๆ ยกมือขึ้นนวดขมับ รู้สึกว่าการอดนอนเกิน 12 ชั่วยาม เริ่มส่งผลต่อความอดทนของตนเองแล้ว ไม่เช่นนั้น... เหตุใดคนทั้งเมืองจึงกำลังขอร้องให้เขาเดินเข้าไปเผาตัวเองตายอย่างจริงจังเช่นนี้?
เขาถอนหายใจยาว ก่อนเดินไปแตะกำแพงหอคอย
อุ่น... อุ่นกำลังดี ไม่ร้อน ไม่ลวก ไม่ไหม้ อุณหภูมิราว 35 องศา ใกล้เคียงกับเตียงสปาชั้นยอดเสียมากกว่า
เห็นได้ชัดว่ากำแพงหนา อิฐทนไฟ รวมถึงท่อดินเผาใต้พื้น ได้ดูดซับพลังงานจากเตาไฟด้านนอกจนเหลือเพียงรังสีความร้อนแผ่กระจายออกมาอย่างอ่อนโยน
"เฮ้อ..." ลู่ชิงหมดแรงจะอธิบาย คนพวกนี้คงไม่มีวันเข้าใจความแตกต่างระหว่างระบบทำความร้อนกับเตาเผาซากศพ
เขาจึงหันไปหาอาฝู
"อาฝู"
"ขอรับนายท่าน!"
"3 วัน"
"ขอรับ?"
"ห้ามใครปลุกข้าเป็เวลา 3 วัน" ลู่ชิงชี้ปลายนิ้วไปยังกองไฟลุกโชนด้านนอก "ใครบังอาจมาเคาะประตูรบกวนการนอนของข้า ข้าจะจับมันโยนเข้ากองไฟจริงๆ"
อาฝูกลืนน้ำลาย "ขะ... ขอรับ!"
ทันใดนั้นเอง! กุนซือชราพลันเบิกตากว้าง น้ำตาร่วงหล่นเผาะ ะโเข้ามาะโก้อง "โอ้วว! ์ช่างมีเมตตา! พิธีแปรธาตุขั้นสูงสุดต้องใช้เวลา 3 วัน 3 คืนพอดิบพอดี! หากมีผู้ใดรบกวนสมาธิ พลังเพลิง 1000 องศาจะตีกลับและแผดเผาผู้ขัดขวางให้กลายเป็เถ้าถ่าน! ท่านมหาปราชญ์เอ่ยปากข่มขู่ ก็เพื่อปกป้องชีวิตพวกเรามิให้โดนลูกหลงนี่เอง!!"
"มหาเมตตา! พวกเราจะคอยเฝ้ายามมิให้ผู้ใดเฉียดใกล้เตาหลอมเด็ดขาดขอรับ!!" ฝูงชนประสานเสียงรับคำสั่งอย่างแข็งขัน
ลู่ชิงี้เีเกินกว่าจะกลอกตา ชายหนุ่มกอดหมอนแน่น เดินแทรกตัวผ่านูเาข้าวสาลี ผลักประตูหินหนักอึ้ง ก้าวเข้าสู่หอคอยด้วยสีหน้าของบุรุษผู้หมดสิ้นความหวังต่อความฉลาดของคนบนโลกใบนี้
ปัง! ประตูศิลาปิดสนิท ลงสลักจากด้านในทันที
ลานเมืองทั้งลานตกอยู่ในความเงียบงัน ก่อนน้ำตาเ้าเมืองจะไหลพรากออกมา
"ท่านเข้าไปแล้ว..." เสียงชายชราสั่นเครือ "ท่านมหาปราชญ์ก้าวเข้าสู่กองเพลิงเพื่อพวกเราแล้วจริงๆ..."
ทว่า... ปาฏิหาริย์แห่งค่ายกลกลับทำงานเร็วกว่าใครจะคาดคิด!
ฟู่... ฟู่...
หอคอยศิลาแผ่ความร้อนมหาศาล ทำให้มวลอากาศรอบๆ ลอยตัวขึ้นสู่ปล่องท้องฟ้าอย่างรุนแรง ปรากฏการณ์นั้นสร้างแรงดูดสุญญากาศ ดึงเอาลมหนาวแห้งผากของทะเลทรายซีเหลียง ให้พัดโหมกระหน่ำเข้าใส่กองข้าวสาลี 100000 ชั่งจากทุกทิศทาง!
กระแสลมแห้งแล้งพัดแทรกซึมผ่านทุกอณูเมล็ดข้าว ประกอบกับไอร้อนแผ่ออกมาจากกำแพงศิลา ความชื้นภายในธัญพืชจึงถูกรีดออกและระเหยกลายเป็ควันสีขาวลอยขึ้นฟ้าอย่างรวดเร็ว
เมล็ดข้าวเคยเปียกชุ่มจับตัวเป็ก้อนแข็ง เริ่มหลุดร่วง แห้งสนิท กลิ่นอับชื้นจางหายไป แทนที่ด้วยกลิ่นหอมบางเบาของรวงข้าวถูกบ่มความร้อน
อดีตเศรษฐีหวังทรุดเข่ากระแทกพื้น ชี้มือสั่นเทาไปยังมวลอากาศหมุนวน "์... พลังหยางกำลังดูดกลืนพลังหยิน ลมปราณฟ้าดินกำลังพัดพาความตายออกไปแล้ว..."
กุนซือชราน้ำตาไหลพราก ชูมือขึ้นฟ้า "กระแสลมบ้าคลั่งถูกดูดกลืนเข้าไป! นี่คือวิชาดึงลมหายใจัทะเลทราย! เตาหลอม์ทำงานแล้ว!"
เสียงโห่ร้องแห่งความยินดีดังะเืไปทั่วทั้งเมือง ราษฎรนับ 1000 ต่างก้มกราบหอคอยศิลา บางคนร้องไห้ บางคนหัวเราะ สวดมนต์ขอบคุณ์
โดยไม่มีผู้ใดรู้เลยว่า...
ภายในหอคอยอันศักดิ์สิทธิ์นั้น ไม่มีพิธีกรรมลึกลับใดๆ ทั้งสิ้น ไม่มีการแปรธาตุ ไม่มีการฝืนชะตาฟ้า ไม่มีการโคจรลมปราณสู้พลังหยินหยาง
มีเพียงชายหนุ่มคนหนึ่ง ถอดเสื้อคลุมโยนกองไว้ข้างผนัง เหลือเพียงชุดนอนตัวบาง นอนแผ่หลาอยู่บนพื้นหินปล่อยไออุ่นสบายตัวระดับ 35 องศา กอดหมอนขนเป็ดแน่น
"อา..." ลู่ชิงพลิกตัว แผ่นหลังรับไออุ่นจากพื้นหินคลายความปวดเมื่อย "อุ่นชะมัด... พื้นอุ่นๆ นี่แหละ์ของแท้..."
ชายหนุ่มซุกหน้าลงกับหมอน ยิ้มออกมาเป็ครั้งแรกในรอบ 2 วัน ก่อนจะปิดเปลือกตาลง ปล่อยจิติญญาจมดิ่งเข้าสู่ห้วงนิทราอันแสนหวาน
"ครอกกกก... ฟี้..."
เสียงกรนแห่งความเกียจคร้านดังหลุดลอยออกมาจากริมฝีปาก
ทว่า... โครงสร้างของหอคอยศิลาปิดทึบไร้หน้าต่าง ผนังหินโค้งมนได้ทำหน้าที่เป็ตัวขยายเสียงชั้นเลิศ! เสียงกรนของคนี้เีถูกสะท้อนไปมา ขยายความดัง กดระดับเสียงให้ทุ้มต่ำ ก่อนจะถูกกระแสลมหอบพุ่งทะลุออกไปทางช่องระบายอากาศบนยอดหอคอย!
โฮกกกกก... ครืนนนน...
เสียงกึกก้องกังวานราวกับฟ้าผ่า ดังะเืเลื่อนลั่นออกมาจากยอดหอคอยเตาหลอม์!
ชาวเมืองซีเหลียงนับ 1000 คนกำลังหมอบกราบอยู่ด้านนอก ต่างสะดุ้งสุดตัว เงยหน้ามองยอดหอคอยด้วยความหวาดหวั่นระคนเทิดทูน
"์! เสียงคำรามนั่นมันอะไรกัน!?" เ้าเมืองตัวสั่นเทา
กุนซือชราน้ำตาไหลพราก หมอบกราบลงคลุกฝุ่นอีกครา "นั่นคือเสียงคำรามของัเพลิง 9 ภพ! ท่านมหาปราชญ์กำลังปลดปล่อยพลังวัตรขั้นสูงสุด เข้าห้ำหั่นกับปีศาจความชื้นอยู่ภายในเตาหลอม! พิธีแปรธาตุเข้าสู่ขั้นวิกฤตแล้ว!! พวกเราจงสวดมนต์ส่งพลังให้ท่านมหาปราชญ์เดี๋ยวนี้!!"
"มหาเมตตา! มหาปราชญ์จงเจริญ!!"
เสียงสวดมนต์ของคน 1000 ชีวิต ดังกึกก้องประสานไปกับเสียงกรนดุจัของลู่ชิงอย่างลงตัว
แล้วมหาปราชญ์มารผู้กอบกู้เมืองซีเหลียง ก็หลับลึกอย่างมีความสุขที่สุดในชีวิต
โดยไม่รู้เลยว่า... ตำนานผู้สละกายเข้าเตาหลอม์ ต่อสู้กับปีศาจความชื้นเพื่อช่วยชีวิตประชาชน 100000 คน กำลังแพร่กระจายออกจากเมืองซีเหลียงด้วยความเร็วเหนือจินตนาการ
และเมื่อเขาตื่นขึ้นอีกครั้งในอีก 3 วันข้างหน้า... วงจรความซวยแห่งการรับตำแหน่งใหม่ จะนำพาหายนะทางสังคมมาสู่เขา น่ากลัวยิ่งกว่ากองโจร 500 คนรวมกันเสียอีก!
[จบตอน 23]