สุดยอดพ่อบ้าน HERO กู้โลก

    ตอนที่ 55 เพื่อนร่วมทีมเก่าของซาร่า !!

    ตอนที่ 55

    สตีฟนั่งรอในห้องไม่ถึงห้านาทีคามิล่าก็กลับมาพร้อมกับอาหารกระป๋องซึ่งเป็นถัวต้ม

    “หืออาหารนี่มัน !!” สตีฟไม่เคยเห็นอาหารกระป๋องแบบนี้มาก่อน

    “เป็นอาหารกระป๋องสมัยสงครามโลกครั้งที่สามน่ะ” คามิล่าพูด

    “นั่นมันกี่สิบปีแล้วล่ะนั่น” สตีฟอุทานออกมาเพราะสงครามโลกครั้งที่สามนั้นสตีฟยังไม่เกิดเลย

    “ราวๆห้าสิบปีได้มั้ง !!” คามิล่าเองก็ไม่แน่ใจ

    “รีบกินสินี่อุส่าอุ่นมาให้ด้วยนะ มันยังไม่เสียหรอกเห็นข้างกระป๋องเขียนเอาไว้ว่ามันอยู่ได้ตั้งร้อยปี” คามิล่าพูดออกมา

    “อะ อะ อืม...” สตีฟพยักหน้าก่อนจะหยิบช้อนที่ติดอยู่ข้างกระป๋องออกมาและเปิดฝาออก

    ป๊อก !! เสียงฝากระป๋องหลุดออกมา

    “นี่น่ะเหรออาหารกระป๋องสมัยก่อน” สตีฟมองดูด้านในที่มีถั่วต้มโง่ๆ กับน้ำใสๆอยู่ด้านในซึ่งน่าจะเป็นน้ำเกลือสตีฟไม่รอช้าตักมันขึ้นมาและเอาเข้าปากไปทัน

    หงับ !! รสชาติสัมผัสแรกที่ได้คือเค็ม รสต่อมาก็คือเค็ม และเมื่อกลืนลงคอไปแล้วก็ยังเหลือรสเค็มอยู่ในปาก

    รสชาติโคตรจะห่วยไม่ได้รสถั่วเลยซักนิดมีแต่รสน้ำเกลือ !!! สตีฟได้แต่พูดในใจแต่ก็ทนฝืนตักคำที่สองขึ้นมากินเพราะคามิล่ากำลังมองอยู่

    สตีฟกินได้ยังไม่ทันจะหมดกระป๋องประตูห้องประชุมก็ถูกเปิดออก

    แกร๊ก !! แอ๊ด !!! เสียงประตูถูกเปิดออกก่อนจะมีชายหน้าหล่อผิวเข้มคนหนึ่งเดินเข้ามา

    “แบล็คเจ้าฮีโร่คนนี้น่ะเหรอที่ทำเอาพวกเราเกือบซวย วิ่งพาเจ้าตุ๊กแกนั่นมาทางฐานเรา” เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้นก่อนจะเดินเข้าห้องมาเขามองมาที่สตีฟก่อนจะหยุดตรวจสอบเล็กน้อยและก็ต้องผงะเมื่อเห็นเลเวลของสตีฟ

    “เลเวลขนาดนี้มัน !!!” เขาอุทานออกมาเบาๆส่วนสตีฟเมื่อเห็นผู้มาใหม่ก็รีบตรวจสอบดูว่าเป็นใครทันที

    หน้าต่างชื่อ : คาลอส มิลเลอร์ Level : 122อาชีพ : ฮีโร่อายุ : 31ฉายา : มนุษย์หมาป่าRank : S

    เลเวลหนึ่งร้อยยี่สิบสองงั้นเหรอเยอะพอสมควรเลยนะแล้วฉายามนุษย์หมาป่านั่นมันอะไรอย่าบอกนะว่าไม่ใช่มนุษย์ สตีฟคิดในใจ

    “อย่าพูดแบบนั้นสิคาลอสนั่นน่ะเจ้าตุ๊กแกผีดิบดิบเลยนะครับเลเวลตั้งเกือบร้อยแปดสิบ ถึงจะเป็นคุณสตีฟก็เถอะจะหนีก็ไม่แปลก” แบล็คพูดพลางเดินตามคาลอสเข้ามาตามด้วยคนอื่นๆที่เดินเข้ามาในห้อง

    “คนนี้น่ะเหรอ/ เครื่องแบบแปลกดีนะ/ โหเลเวลโคตรเยอะเลย/ ระดับ SSS ล่ะเพื่อนพึ่งเคยเห็นหว่ะ” เหล่าฮีโร่ที่พึ่งเข้ามาใหม่พูดคุยกันเล็กน้อยก่อนจะแยกย้ายกันไปนั่งเก้าอี้ที่ว่างอยู่

    จากนั้นเมื่อทุกคนนั่งลงหมดแล้วคาลอสก็เดินไปหน้าห้องและเริ่มพูด

    “เอาล่ะที่เรียกรวมตัวประชุมด่วนนั้นแบล็คคงแจ้งทุกคนไปแล้ว นั่นก็คือเรื่องของฮีโร่คนนี้หรือก็คือคุณพ่อบ้าน ซึ่งแบล็คบอกเอาไว้ว่าให้เรียกเขาสตีฟได้เลย” คาลอสพูดพลางหันมามองสตีฟ

    “นี่ๆ ลุกขึ้นแนะนำตัวสิ” คามิล่าที่นั่งข้างๆสตีฟสะกิดบอก

    “อ๊ะ !! ครับผมชื่อสตีฟเป็นฮีโร่จากอเมริกา พวกเขาส่งพวกผมมาเพื่อภารกิจกู้คืนเม็กซิโกแห่งนี้ ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะครับ” สตีฟยืนขึ้นก่อนจะแนะนำตัวและบอกแก่ทุกคน

    “ภารกิจกู้คืนงั้นเหรอ ไม่ใช่ช่วยเหลือ ???” ฮีโร่คนหนึ่งอุทานอย่างตกใจ

    “นั่นสิทำไมถึงไม่มาช่วยพวกเราล่ะ !!!” ฮีโร่อีกคนพูด

    “เงียบก่อนๆ ทุกคนแบล็คและคามิล่าได้สอบถามมาแล้วคุณสตีฟเองนั้นก็ไม่รู้ว่ายังมีคนรอดชีวิตอยู่ในเม็กซิโกไม่แปลกหรอกที่ไม่ได้มาทำภารกิจช่วยเหลือ ว่าแต่คุณสตีฟมาทำภารกิจที่โซโรน่ากันกี่คนเหรอครับ” คาลอสถาม

    “พวกผมมากันทั้งหมดสี่คนครับ” สตีฟตอบ

    “โอ้สี่คนสินะ ยอดไปเลยถ้าทุกคนเลเวลเท่ากับคุณอย่างนี้มีหวังรอดแล้ว” คาลอสพูดออกมา

    “นั่นสินะถ้าเลเวลประมาณนี้กันหมดพวกเราต้องรอดแน่ๆ” เหล่าฮีโร่ที่เหลือต่างส่งเสียงดีใจกันใหญ่จนสตีฟไม่มีโอกาสได้พูดแทรกเลย

    “ว่าแต่คุณสตีฟพอจะหาทางติดต่อเพื่อนๆของคุณได้หรือเปล่าครับ” คาลอสถาม

    “ไม่ได้เลยครับดูเหมือนใต้ดินอุปกรณ์สื่อสารของผมจะใช้ไม่ได้” สตีฟพูดเขานั้นลองใช้หูฟังในหูติดต่อไปหาซาช่าดูแล้วแต่ไม่มีเสียงตอบรับอะไรกลับมาเลย

    “คงต้องหาทางขึ้นไปด้านบน แต่เราจะขึ้นไปยังไงเนี่ยสิ เพราะทางออกมีเจ้าตุ๊กแกนั่นเฝ้าอยู่” คาลอสกังวลมาก

    จริงๆตุ๊กแกนั่นถ้าสตีฟโจมตีมันก็น่าจะตายในทีเดียวแต่สตีฟนั้นเป็นโรคกลัวตุ๊กแกขึ้นสมองแค่เห็นหรือได้ยินเสียงมันร่างกายก็ขยับหนีไปไกลแล้ว

    “แล้วไม่มีทางอื่นขึ้นไปด้านบนเหรอครับ” สตีฟถามซึ่งคาลอสได้ยินดังนั้นก็หนักใจทันที

    “เงียบแบบนี้ดูเหมือนว่าจะมีสินะครับ” สตีฟพูดออกมา

    “ใช่ครับเรามีซึ่งทางออกอีกทางอยู่ในเขตทดลองที่นั่นมีลิฟท์ขึ้นไปด้านบนได้แต่ว่าทางนั้นมันเป็นไปไม่ได้เลยเพราะมีสัตว์กลายพันธ์อยู่ในนั้นมากมาย พวกเราขังมันเอาไว้ที่นั่น” คาลอสพูด

    “สัตว์กลายพันธ์งั้นเหรอครับ” สตีฟพูดยืนยันสิ่งที่ได้ยิน

    “ใช่ที่นั่นน่ะเป็นสัตว์กลายพันธ์ที่เคยอยู่ในเขตทดลองแห่งนั้น เจ้าตุ๊กแกนั่นก็เป็นหนึ่งในนั้นแต่มันหลุดออกมาได้เสียก่อนที่พวกเราจะปิดตายที่นั่น” คาลอสพูด

    “แล้วเลเวลของสัตว์กลายพันธ์ที่นั่นมีเลเวลเท่าไหร่บ้างครับ” สตีฟถาม

    “ขั้นต่ำก็หนึ่งร้อยหกสิบ แต่มีตัวสูงที่สุดอยู่ตัวหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นบอสของพวกมันเพราะผมเห็นมันสามารถสั่งการสัตว์กลายพันธ์ตัวอื่นๆได้” คาลอสพูดทำให้สตีฟเผลออุทานออกมา

    “บอส !!!” สตีฟอุทานเสียงดัง

    “ใช่ !! มันเลเวลหนึ่งร้อยเก้าสิบ เป็นไปไม่ได้เลยที่มนุษย์จะเอาชนะมันนอกเสียจากจะให้พวกระดับผู้ก่อตั้งทั้งสิบมาเอง” คาลอสพูดออกมา

    ไม่แน่ว่าเจ้าตัวนั้นอาจจะเป็นบอสของรัฐโซโรน่านี่ก็ได้นะ สตีฟคิด

    “เอาล่ะตอนนี้พวกเรารู้แล้วว่าพอจะมีทางรอดแต่คงต้องวางแผนหาทางจัดการกับเจ้าตุ๊กแกนั่น ถึงแม้จะจัดการไม่ได้อย่างน้อยๆก็ต้องล่อมันไปอีกทางเพื่อหาจังหวะให้พวกเราสามารถขึ้นไปด้านบนเพื่อขอความช่วยเหลือจากทีมของคุณสตีฟได้” คาลอสพูดก่อนจะเริ่มวางแผนกันโดยสตีฟไม่ได้พูดแทรกอะไรอีกเพราะกำลังคิดถึงเรื่องเจ้าบอสอะไรนั่นอยู่

    ห้านาทีต่อมา

    “เอาล่ะตามนี้นะ ทุกคนแยกย้ายกันไปเตรียมตัว พรุ่งนี้เราจะเริ่มทำตามที่บอกกัน” คาลอสพูดก่อนฮีโร่คนอื่นๆจะออกจากห้องไปเหลือเพียงแค่ สี่คนนั่นคือ แบล็ค คามิล่า คาลอสและสตีฟ

    “คุณสตีฟครับ คุณพร้อมจะทำตามแผนที่พวกเราคุยกันหรือเปล่าครับ” คาลอสเดินเข้ามาถามสตีฟ

    “แผน ???” สตีฟสงสัยเพราะไม่ได้ฟังเลย

    “ก็แผนที่พวกเราจะส่งคุณขึ้นไปด้านบนเพื่อขอความช่วยเหลือยังไงล่ะ” แบล็คพูดออกมา

    “อ๋อจะให้ผมขึ้นไปด้านบนเพื่อติดต่อคนอื่นๆสินะ” สตีฟพูดออกมาโดยไม่รู้เลยว่าพวกนี้ตั้งใจให้สตีฟไปเจอกับเจ้าตุ๊กแกอีก

    “ใช่ครับ” แบล็คพยักหน้า

    “นี่คุณสตีฟคุณ รู้จักดาร์ลิ้งของผมสินะ” คาลอสที่สงสัยมานานตั้งแต่ตอนตรวจสอบข้อมูลสตีฟถามขึ้นมา

    “ดาร์ลิ้งงั้นเหรอครับ ???” สตีฟสงสัยว่าคาลอสพูดอะไร

    “ใช่ครับดาร์ลิ้ง พอดีผมเห็นคุณนามสกุลเดียวกับดาร์ลิ้งที่ผมเคยรู้จักน่ะคุณคงเป็นลูกพี่ลูกน้องกับเธอสินะ” คาลอสพูดออกมา

    “ดาร์ลิ้งที่ว่านี่ใช้ฮีโร่หญิงที่นายเคยชอบใช่ป่ะ” แบล็คถาม

    “ใช่ฉันสารภาพรักกับเธอไปแล้วด้วย แต่ไม่เจอเธอตั้งห้าหกปีแล้วไม่รู้เป็นยังไงบ้าง” คาลอสพูดออกมา

    “ที่เงียบหายไปเพราะปฏิเสธน่ะสิโง่จริงๆเลยคาลอส” คามิล่าพูดโพล่งออกมา

    “ใช่ที่ไหนเล่ายัยคามิล่าฉันไม่ได้โดนปฏิเสธสักหน่อยแค่เธอยังไม่ได้ให้คำตอบฉันก็เท่านั่นล่ะน่า สงสัยเพราะเขินแน่ๆเลยตอนนั้นฉันจำได้เลยนะตอนสารภาพออกไปเธอหน้าแดงแปร๊ดเลย ก็นะฉันหล่อนี่นา” คาลอสพูดด้วยความหลงตัวเองพลางนึกถึงตอนสารภาพรัก

    “เดี๋ยวก่อนครับผมตามไม่ทัน ลูกพี่ลูกน้องอะไรครับ ผมเป็นลูกคนเดียวนะครับไม่มีญาติที่ไหนด้วย” สตีฟยิ่งฟังยิ่งงงจึงพูดออกมา

    “อ้าวไม่ใช่เหรอครับ ผมจำได้ว่าดาร์ลิ้งผมนามสกุลเดียวกับคุณเลยนะหรือว่าจะบังเอิญ” คาลอสพูดพลางขมวดคิ้ว

    “คนที่คุณว่านี่ชื่ออะไรเหรอครับ” สตีฟถามพลางรู้สึกคิ้วกระตุกยังไงแปลกๆ

    “ชื่อเธอเพราะมากครับ เป็นผู้หญิงสวยที่สุดคนหนึ่งที่ผมเคยสารภาพรักเลย” คาลอสพูดออกมาพลางทำท่าทางเพ้อฝันเมื่อนึกถึงชื่อเธอคนนั้น ก่อนจะพรรณาหน้าตาไปเรื่อย

    “ผมเธอคนนั้นเป็นสีบลอนด์ ถึงหน้าอกหน้าใจจะไม่ใหญ่แต่ผมรู้สึกได้เลยมันจะต้องพอดีกับมือผมแน่ๆ” คาลอสพูดพลางยกมือตัวเองขึ้นมาและทำท่าขยำๆ จนคามิล่าถึงกับหน้าย่นและรู้สึกขยะแขยง

    “นายนี่โคตรจะลามกเลยนะ ฉันไม่แปลกใจที่ดาร์ลิ้งอะไรของนายจะไม่ตอบรับคำสารภาพของนาย” แบล็คอดส่ายหน้าไม่ได้

    “ฉันก็บอกแล้วไงเล่าเธอแค่เขิน !!!” คาลอสเถียง

    เฮ้อ..สรุปวันนี้ตรูจะได้รู้ชื่อมั้ยวะ สตีฟถอนหายใจออกมา

    “นี่แล้วสรุปเธอคนนั้นชื่ออะไรวันนี้จะได้รู้มั้ย” คามิล่าที่ทนลำคานไม่ไหวพูดออกมา

    “อ่าชื่ออันแสนไพเราะของเธอก็คือ ซาร่า !!! ซาร่า แมคดูวัลล์” คาลอสพูดพลางยิ้มออกมาส่วนสตีฟที่ได้ยินชื่อถึงกับอ้าปากค้าง

    นั่นมันชื่อเมียตรูนี่หว่า !!!!!!!!!

    อีกด้านหนึ่ง

    “เอาล่ะคาบเรียนวันนี้ก็หมดเท่านี้ ทุกคนแยกย้ายกันไปพักเที่ยงได้” ซาร่าที่พึ่งจะสอนเสร็จบอกกับนักเรียนของเธอ

    นักเรียนหลายคนแยกย้ายกันไปจะมีก็แต่นักเรียนหญิงกลุ่มหนึ่งที่ยังอยู่และเดินมาหาซาร่า

    “หือพวกเธอไม่ไปกินข้าวเหรอ” ซาร่าถาม

    “เดี๋ยวค่อยไปค่ะพอดีพวกหนูมีเรื่องจะปรึกษาอาจารย์น่ะค่ะ” นักเรียนหญิงคนหนึ่งพูดออกมา

    “เรื่องจะปรึกษา ???” ซาร่าถาม

    “ใช่ค่ะพอดีเมื่อวานรุ่นพี่คนหนึ่งมาสารภาพรักกับหนู อาจารย์คิดว่าหนูควรทำยังไงดีคะ” นักเรียนคนนั้นพูดออกมาพลางบิดไปมาอย่างอายๆ

    “สารภาพรัก !!!” ซาร่าอุทานออกมาตอนนั้นเองจู่ๆเธอก็นึกถึงตอนที่มีเพื่อนฮีโร่เธอคนหนึ่งสารภาพรักเธอไม่ได้

    หลายปีก่อน

    บรู๊ว !!!!!!!!!! เสียงหอนของหมาป่าดังขึ้นสภาพรอบๆเต็มไปด้วยซากศพของสัตว์กลายพันธ์

    “เฮ่ คาลอสจะหอนเรียกพวกมันมาเพิ่มหรือไง รีบๆมาช่วยเก็บกวาดพวกนี้เลยนะจะได้เอาไปขาย” ซาร่าในวัยยี่สิบสี่พูดกับเพื่อนในทีมของเธอที่วันนี้จับคู่กันออกมาล่าสัตว์กลายพันธ์

    “ให้ตายเถอะทำไมวันนี้ต้องมาจับคู่กับเจ้ามนุษย์หมาป่านี่ด้วยนะ เหมือนถูกจัดฉากให้อยู่กันสองคนเลยแฮะ” ซาร่าพูดออกมาซึ่งวันนี้ไม่รู้เป็นอะไรเพื่อนๆในทีมป่วยกันหมด บ้างท้องเสีย บ้างไม่สบาย ซึ่งเพื่อนในทีมของซาร่านั้นจัดฉากให้ซาร่าอยู่กับคาลอสสองคนจริงๆเพราะคาลอสดันไปขอร้องเพื่อนๆว่าให้หาโอกาสสารภาพรักให้หน่อย

    ซาร่านั้นไม่ชอบอยู่กับคาลอสเลยเพราะว่าคาลอสนั้นหน้าหม้อและหลงตัวเองมาก

    ตึง !! ตึง !! ตึง !! เสียงย่ำเท้าหนักของคาลอสเดินเข้ามาหาซาร่าก่อนจะมาหยุดตรงหน้าเธอ และด้วยสกิลแปลงร่างเป็นมนุษย์หมาป่าของคาลอสนั้นทำให้เขาสูงเกือบสองเมตรครึ่ง

    “มายืนค้ำหัวเพื่อ ???” ซาร่าเงยหน้ามองหน้าคาลอสพลางถาม

    @#$%U#)$(*%)(#$* !!! คาลอสพูดออกมาเป็นภาษาของมนุษย์หมาป่าซึ่งเธอฟังไม่รู้เรื่องสักนิด

    “พูดอะไรของนายไม่เข้าใจสักคำ” ซาร่าพูดตอนนั้นเองคาลอสก็รู้ตัวว่าตัวเองพลาดไปก่อนเขาจะคำรามออกมาและยกเลิกใช้สกิล

    บรู้ว !!!!!!!!!!! ร่างของคาลอสค่อยๆหดเล็กลง ขนตามตัวค่อยๆหลุดออกก่อนจะกลับเป็นร่างมนุษย์ของเขา

    ซาร่าที่เห็นดังนั้นก็ถึงกับผงะตกใจเพราะคาลอสเวลายกเลิกสกิลแปลงร่างหมอนี่จะเปลื่อยไม่รู้ว่าเขาลืมเรื่องนี้ไปหรือเปล่าถึงมาทำต่อหน้าเธอ

    “ซาร่าผมชอบคุณเป็นแฟนกับผมนะ !!!!” คาลอสพูดออกมาด้วยน้ำเสียงมั่นใจหนักแน่น

    ส่วนซาร่านั้นไม่ได้ฟังเรื่องที่คาลอสพูดเลยสักนิดเธอกำลังจ้องมองเจ้าหนอนน้อยของคาลอสอยู่

    ของหมอนี่โคตรเล็กเลย !!!! ซาร่าคิดในใจก่อนจะหน้าแดงเมื่อนึกถึงเจ้าน้องชายของสตีฟที่ใหญ่กว่าคาลอสถึงสามเท่าและค่ำคืนอันเร่าร้อนก่อนเธอจะมาทำภารกิจ

    “อ๊ะ !!” ตอนนั้นเองซาร่าก็รู้สึกปวดท้องเธอรีบวิ่งไปหาห้องน้ำทันที

    “โธ่เอ้ย !! เมื่อคืนไม่น่ากินเยอะไปหน่อยเลยเรา” ซาร่าที่วิ่งออกไปหาห้องน้ำพูดกับตัวเองเบาๆ

    “อ่าวหนีไปซะแล้ว ยังไม่ให้คำตอบเลย แต่หน้าแดงแบบนั้นคงเขินสินะ ก็นะเรามันหล่อนี่หว่า !!!” คาลอสพูดออกมาพลางเดินไปเก็บศพเหล่าสัตว์กลายพันธ์ที่ซาร่าทิ้งเอาไว้โดยไม่รู้เลยว่าที่ซาร่าเผ่นไปนั้นไม่ได้เกี่ยวกับตนสักนิด

    (ไรท์ : ไม่ได้บอกเพื่อนร่วมทีมเรอะว่าแต่งงานแล้ว !!!)

    (ซาร่า : นั่นมันเรื่องส่วนตัวนี่ไรท์ไม่เห็นต้องบอกก็แค่เพื่อนร่วมทีมชั่วคราวเท่านั้น !!!)

    กลับมาปัจจุบัน

    “อาจารย์คะ !!!” นักเรียนที่มาปรึกษาซาร่าเรียกเธอ

    “อ๊ะโทษทีนะอาจารย์นึกอะไรได้นิดหน่อยน่ะ” ซาร่าขอโทษนักเรียนของเธอก่อนจะให้คำปรึกษานักเรียนของเธอไป

    “ขอบคุณมากค่ะอาจารย์หนูจะลองทำตามที่อาจารย์ว่าดู” นักเรียนของเธอเมื่อได้รับคำปรึกษาของซาร่าก็ขอบคุณและขอตัวไปกินข้าวกันทันที

    จบ...

    คล้ายกับเรื่องสุดยอดพ่อบ้าน HERO กู้โลก ที่คุณอ่าน