ผ่านไปครบหนึ่งเดือน
ในที่สุดชุนก็สามารถขยับร่างกายได้อย่างอิสระ ถึงจะมีความรู้สึกติดขัดและไม่คุ้นเคย เขาก็ไม่ใส่ใจมาก เพราะตัวเขาเคยฝึกฝนมาย่อมรู้ดีว่าผ่านไปสักระยะหนึ่งจะคุ้นเคยกับร่างกายไปเอง
ฮึบ!
ชุนใช้แขนอันอ่อนแรงยันตัวขึ้นจากหลังคา แล่วค่อยๆลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆในท่าทางเก้ๆกังๆ วินาทีที่ลุกขึ้นยืนได้ ร่างกายเขาโอนเอนไปมาเหมือนต้อนไม้ เป็นเพราะนอนมาเนิ่นนานเกินไปประกอบกับร่างกายอ่อนแรง การควบคุมสมดุลจึงยากลำบากไม่น้อย
'ไม่ดีแล้ว!' ชุนอุทานในใจ ก่อนร่างกายเขาจะเสียสมดุลเดินเซไปเซมาบนหลังคาจนเกิดเสียง กึก กั้ก เรียกความสนใจจากหญิงสาวนางหนึ่งด้านล่าง เคราะห์ดีเขาสามารถตั้งหลักทัน ทำให้เขาสามารถเบี่ยงตัวหลบไปไม่ให้คนด้านล่างมองเห็น
"สงสัยเป็นเสียงฝีเท้าสัตว์เลี้ยงท่านเจ้า" เสียงหญิงสาวกล่าวคล้ายไม่ใส่กับเสียงบนหลังคา ชุนที่ได้ยินพลันรู้สึกโล่งใจ ความโล่งใจนี่เองทำให้ชุนทิ้งแรงนั่งลงไปบนหลังคา แต่เขาหารู้ไม่ว่าแม้ว่าร่างกายเขาจะอ่อนแอลงไปมากโข มันก็ยังแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ทั่วไปเล็กน้อย ยิ่งมวลกระดูกกับกล้ามเนื้อไม่ต้องนึกถึง เพราะต่อให้ดูเหมือนคนทั่วไปร่างกายชุนยามนี้หนักกว่าถึงสามเท่า หากนิ่งเฉยย่อมไม่เป็นอะไร อนิจจาเขากลับทิ้งน้ำหนักใส่หลังคามีหรือจะไม่พัง
แปร๊ง!
ฉิบหาย!
ชุนอุทานเสียงดังลั่น แม้แต่เสียงหลังคาแตกยังไม่ดังเท่า ทำเอาหญิงสาวที่ผ่านมาเมื่อครู่ย้อนกลับมาดู นางจึงเห็นชุนนั่งจ้ำเบ้าอยู่กับกองเศษกระเบื้อง และแทนที่นางจะช่วยเหลือ นางกลับตะโกนเสียงดังลั่น
"มีผู้บุกรุก! มีผู้บุกรุก"
'เวรเอ๊ย ผนึกพลังทั้งทีต้องมาเจอเคราะห์ร้ายหรอ' ชุนสบทในใจพลางลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ เพียงแต่เขาลุกขึ้นแล้วก็เซไปเซมาจึงช่วยไม่ได้ที่ต้องใช้กำแพงพยุงร่างกายเอาไว้ พอพยุงร่างกายได้ชุนก็มองไปยังหญิงสาวที่ตะโกนเสียงคนนั้น
นางเห็นแววตาเอาเรื่องของชุนก็หน้าถอดสีพลางถอยหลังไปหลายก้าวด้วยความกลัว แต่ว่าขณะนางกำลังจะวิ่งหนีไป กลุ่มชายร่างใหญ่กล้ามโตนับสิบใส่ชุดครึ่งท่อนพลันมาถึงพอดิบพอดี วินาทีนั้นต่างฝ่ายต่างจ้องมองหน้า กระทั่งชายร่างใหญ่คนหนึ่งตะโกนขึ้น
"จับมัน!"
ชุนได้ยินเสียงนั้นแววตาเขาเปลี่ยนไป เพราะชายร่างใหญ่พุ่งตรงเข้ามาเขา ต่อให้ไม่อยากสู้หรือสู้ไม่ได้ก็ต้องสู้
"ไม่คุ้นกับร่างกาย เดินไม่คล่อง แต่ไม่ได้เป็นง่อย" ชุนเรียกความฮึกเหิม ก่อนใช้มือข้างหนึ่งผลักกำแพงเพื่อส่งตัวเขาพุ่งเข้าไปหาชายร่างใหญ่คนแรก ทันทีที่เขาพุ่งไป เขาพลันเร่งฝีเท้าไปตามแรงส่ง ก่อนจะหักข้อศอกไปด้านหน้าอัดกระแทกใส่กลางอกชายร่างใหญ่ดัง อั้ก! ส่งร่างมันกระเด็นไปเกือบสี่เมตร มิหนำซ้ำชายร่างใหญ่อีกสามคนยังล้มไป เพราะชายร่างใหญ่ที่ถูกชุนส่งกระเด็น
ทางฝั่งชายร่างใหญ่เห็นแบบนี้ ทั้งหมดจึงไม่รอช้า พุ่งเข้าไปหาชุนพร้อมกัน และไม่ได้พุ่งเข้าไปจับตัว แต่พวกมันทั้งหมดพุ่งมาพร้อมกำหมัดแน่น เหมือนจะประเคนหมัดใส่เป้าหน้าชุน
เห็นแบบนั้นชุนไม่คิดรั้งมือ หลังจากตั้งตัวได้อีกครั้ง..เขาพลันตั้งกระบวนท่ารับมือเหล่าชายร่างใหญ่ด้วยท่าทางไร้ความหวั่นเกรงใดๆ ท่วงท่ายังหนักแน่นข่มขวัญเหล่าชายร่างใหญ่ให้หยุดเท้าลงและระมัดระวังชุนไม่น้อย
สายตาชุนมองไปด้านหน้า หูรับฟังเสียงฝีเท้าว่ามีใครเริ่มเคลื่อนไหวเข้าหา มองดูจากภายนอกอาจไม่มีอะไรมาก แต่ในมุมมองของชุนทุกอย่างกำลังเดินไปอย่างเชื่องช้า ช้าไปซะทุกอย่าง..ทั้งภาพ แสง สีแสงราวกับเวลาหยุดนิ่ง
ฟื๊ดดดดด....
เสียงฝีเท้าขยับดังขึ้น ชุนที่กำลังตั้งใจฟังก็หูผึ่งทันที
'ข้างหลังด้านขวา'
หวืดดดดดดดดดดดด
ชุนหมุนตัวเตะไปยังทิศทางเสียง เพียงอึดใจเดียวเสียงดัง ปั้ก! กับความรู้สึกเหมือนเตะกระสอบทรายได้ไปปลุกมุมมองบางอย่างของชุนเข้า ภาพที่ไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่เห็นได้ด้วยใจจึงปรากฏขึ้น
'เห็นชัด! พวกมันแปดคนอยู่ในระยะ อีกหนึ่งคนกำลังกระเด็นออกไปนอกแปดเหลี่ยม' ชุนคิดในใจประกอบกับภาพแปดเหลี่ยมที่เขาเห็น..มันเป็นภาพแปดเหลี่ยมคล้ายกระจกแปดทิศ และมันไม่ต่างจากเขตแดนเล็กๆที่ทำให้ชุนสัมผัสได้ถึงศัตรู
'หลัง'
'ซ้ายหน้า'
'ขวาหน้า'
ชุนจับสัมผัสการเคลื่อนไหวของเหล่าชายร่างใหญ่ที่เข้ามาโจมตีแทบจะพร้อมกัน หลังจากเขาส่งชายร่างใหญ่คนหนึ่งกระเด็นไปไกล ซึ่งมันทำให้เขาใช้ออกด้วยสี่สิบสองท่าร่างไปพร้อมกับทำความคุ้นเคยร่างกายอย่างไม่น่าเชื่อ
เท้าขวาค้ำยันตั้งหลัก เท้าซ้ายชะงักบนผิวดิน ร่างเยื้องไปด้านหน้าตามหมัดขวาที่ได้กระแทกเข้าเบ้าหน้าชายร่างใหญ่อีกคนลงไปนอนกองกับพื้น จากนั้นก็ทิ้งตัวให้ล้มไปหน้า สองมือค้ำยันพื้นดิน แล้วส่งเท้าทั้งสองไปด้านหลังเหมือนอาชาเตะบาทา..ชายร่างใหญ่สองคนจึงถูกส่งร่างฝังเข้าไปในกำแพง
ยังไม่จบเท่านั้น ชุนยังใช้มือทั้งสองส่งร่างลอยไปหาชายร่างใหญ่ที่อยู่ห่างจากเขามากที่สุด ก่อนจะใช้สองเท้าเหยียบไหล่ใส่แรงกดทับไม่ให้ขยับได้ชั่วคราว ต่อมาเขาได้หมุนตัวเตะกะโหลกชายร่างใหญ่อีกสองคนที่พุ่งเข้ามาหา แล้วตีลังกาเตะส่งร่างชายร่างใหญ่ที่เขาเหยียบอยู่ตามๆกันไป..และในที่สุดก็เหลือชายร่างใหญ่เพียงสองคนประกบหน้าประกบหลังชุนเอาไว้
"พี่ใหญ่" ชายร่างใหญ่เอ่ยขึ้นพลางพยักหน้าส่งสัญญาณบอกชายร่างใหญ่กว่าอีกคน ชายร่างใหญ่อีกคนพยักหน้าแล้วบอกไปสั้นๆว่า
"น้องรองฆ่ามัน"
ชายร่างใหญ่ทั้งสองกล่าวจบ พวกมันพลันตั้งท่วงท่าต่อสู้ระมัดระวังกว่าเดิม ยิ่งไปกว่านั้นยังปลดปล่อยจิตสังหารกับแรงกดดันใส่ชุน ทำให้ชุนเปลี่ยนใจไม่ตั้งรับและพุ่งเข้าหาคนที่ถูกเรียกว่าน้องรองเป็นคนแรก
เพียงสามลมหายใจร่างชุนได้ปรากฏอยู่เบื้องหน้าน้องรอง อีกสองลมหายใจเขาประเคนหมัดไปสามหมัดเข้าท้อง แล้วเตะส่งน้องรองทะลุกำแพงไปด้วยแรงเหวี่ยงอันหนักหน่วง คนเป็นพี่ใหญ่เห็นว่าทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วเกินไป ไม่แม้แต่จะเข้าไปช่วยสู้ได้ทันก็ยังเข้าไปสู้กันชุนอยู่ดี
เมื่อพี่ใหญ่ใกล้ถึงตัวชุน ชุนพลันเบี่ยงตัวหลบไปด้านซ้าย ปล่อยให้พี่ใหญ่พุ่งเลยไปข้างหน้า แล้วถีบส่งลงไปนอนกับพื้น ไม่จบแค่นั้น..ชุนยังเข้าไปเตะซ้ำตรงสีข้าง ก่อนจะซ้ำเข้าขมับขวาไปอย่างจังทำให้พี่ใหญ่สลบไป ซึ่งตอนนี้ก็เหลือเพียงหญิงสาวผู้ส่งเสียงร้องเพียงคนเดียว ชุนไม่รอช้าตรงเข้าไปประชิดร่าง คว้าจับลำคอนางเอาไว้แน่น แล้วเริ่มหลบหนีออกไปจากสถานที่แห่งนี้