ตอนที่ 40ลีลาของเสือเฒ่า
ส่วนทางด้านปิ่นแก้วเธอแอบไปนั่งพูดคุยกับทองทับอยู่สองต่อสองยามเมื่อได้พูดคุยก็เหมือนคนรู้จักกันมาเนิ่นนานเพราะมีเรื่องให้พูดถึงได้ไม่หยุดหย่อนและไม่ว่าเธอจะชวนพูดคุยเรื่องไหนชายหนุ่มก็สามารถสนทนากับเธอได้หมด
ดูแล้วอีกฝ่ายเป็นคนที่มีความรู้ไม่ใช่น้อยเธอจึงเริ่มค่อย ๆ ไล่ถามถึงประวัติ หน้าที่การงานปัจจุบัน
ทองทับก็ตีบทโศกเล่าไปว่าตัวเองเรียนจบเพียงแค่ม.6 เนื่องจากทางบ้านยากจนดังนั้นตั้งแต่เด็กจึงขวนขวายหาสิ่งที่ต้องการมาด้วยตัวเองชายหนุ่มพูดบรรยายด้วยคำที่ไม่รุนแรง อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้สาวสวยได้พูดสอดแทรกเพื่อปลอบใจตน
และนี่เป็นลีลาเสือเฒ่าที่เรียกได้ว่าอาบน้ำร้อนมาก่อนหลังจากนั้นตัวเขาก็เล่าเรื่องของตัวเองตั้งแต่เมื่อหลายสิบปีก่อนที่เต็มไปด้วยการฝ่าฟันสู้กับชีวิตอย่างทรหด…
เรื่องที่เขาเล่ามานั้นเป็นความจริงเกือบทั้งหมดแต่ก็แค่เพียงเปลี่ยนให้มันดูสู้ชีวิตมากขึ้นกว่าเดิมเป็นเพราะเขาจับจุดอ่อนจากคำพูดของหญิงสาวได้ จึงนำมันมาประยุกต์ใช้งาน
ซึ่งอันที่จริงประสบการณ์ที่เขาได้พบเจอมันก็แทบจะเหนือกว่าคนในรุ่นเดียวไปไกลลิบ
ทั้งสองฝ่ายพูดคุยกันไปมาอยู่นานจนกระทั่งหญิงสาวตาปรือเผลอเอนกายซบลงบนไหล่ของชายหนุ่มข้างกายใบหน้าของเจ้าหล่อนยังคงเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม
ทองทับได้แต่ปล่อยเลยตามเลยเขาจ้องมองไปยังฟากฟ้าท่ามกลางหมู่ดาวนับล้านดวงที่ลอยอยู่บนนั้น มันคอยส่งแสงจางๆ ลงมายังบริเวณที่ตนเองนั่ง นั่นจึงทำให้ดูสว่างไปด้วยแสงดาวมากเป็นพิเศษ
รอกระทั่งเวลาผ่านไปเนิ่นนานทางปิ่นแก้วจึงได้ลืมตาตื่นขึ้นมา เธอรู้สึกเขินอายอยู่บ้างเล็กน้อย“ข…ขอโทษด้วยค่ะ” หญิงสาวพูดเสียงแผ่วเบา
“ไม่เป็นไรเลยครับ…”ชายหนุ่มคลี่ยิ้มอบอุ่นเป็นการตอบกลับจากนั้นเขาก็เอื้อมมือไปเสยผมบริเวณแก้มของหญิงสาวพลางจ้องมองแก้มนวลเนียนที่สาดสะท้อนต้องกับแสงไฟและแสงดาวทำเอาหญิงสาวหัวใจเต้นตึกตัก ยามสายตาของทั้งคู่จ้องประสานกัน
หากแต่เป็นทองทับที่ตัวเขาผินหน้าหนีชายหนุ่มมาดแมนพยายามทำตัวสำรวม คล้ายกับไม่กล้าจ้องสบตาเธอให้นานไปมากกว่านี้อีกทั้งใบหน้าของเขายังขมวดคิ้วเล็กน้อย แลดูไม่มั่นใจคล้ายกำลังลังเลอะไรบางอย่าง
ซึ่งปิ่นแก้วมองเห็นได้จากด้านข้างนั่นจึงทำเอาฝ่ายหญิงถึงกับจ้องมองอย่างสงสัยใคร่รู้ “เป็นอะไรไปหรือคะ…คุณทอง?”
“ป…เปล่าครับผมก็แค่…” ทองทับทำท่ากระอักกระอ่วนอย่างมีมาดเขาพยายามแสร้งทำท่าเป็นดั่งบุรุษในนิยายที่ต้องตาพบรักกับดอกฟ้าแต่ไม่อาจที่จะเอื้อมไปถึงด้วยเพราะกลัวว่าตนจะฉุดรั้งให้เธอลงมาเกลือกกลั้วบนพื้นดิน…
เขาพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า“คุณหมอไปอาบน้ำก่อนดีไหมครับ พรุ่งนี้เช้าเห็นว่ายังจะต้องลุยงานอีกเยอะเลย…”
ครั้นเมื่อเห็นชายหนุ่มไม่ตอบเธอก็ใคร่สงสัยจึงลองถามขึ้นอีกครั้ง “คุณทองมีเรื่องอะไรกังวลใจหรือเปล่าคะเล่าให้ปิ่นฟังได้นะ…” หญิงสาวถามอย่างสงสัยใคร่รู้เพียงแต่ว่าชายหนุ่มพยายามบ่ายเบี่ยงไม่ตอบ
รอจนกระทั่งเธอตื๊อไม่เลิกเขาถึงได้สารภาพความจริง“ค…คือว่าผมชอบคุณปิ่นมาก ๆ แต่ขณะเดียวกันผมก็กลัวครับ…”เขาลากเสียงประโยคหลังสั้นเล็กน้อย
ปิ่นแก้วก็คลี่ยิ้มสดใสยามเมื่อได้ยินคำสารภาพรักเธอจึงจ้องมองไปยังใบหน้าของชายหนุ่ม ก่อนถามขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานดูคล้ายกับว่าจะเดาอะไรบางอย่างได้ “คุณกำลังกลัวอะไรหรือคะ?”
“ผมกลัวก็แต่เราสองคนอาจจะไม่เหมาะสมกัน…”ชายหนุ่มหันไปจ้องสบตา ก่อนจะพูดต่อไปว่า “คุณเป็นหมอมีหน้าที่การงานที่ดีแถมการศึกษาก็ดี อยู่ในสังคมที่ดี ส่วนตัวผมนั้น…” เขาเว้นวรรคไว้ครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้าอย่างจนใจ
เธอสัมผัสได้ถึงความจริงจังและความจริงใจของอีกฝ่ายผ่านทางดวงตาซึ่งมันเปี่ยมล้นไปด้วยประสบการณ์คู่นั้น พร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า“ใครบ้างที่ไม่เคยทำผิด แต่ทว่าทำผิดแล้วจะรู้จักแก้ไขหรือว่าทำให้มันดีขึ้นกว่าเดิมหรือเปล่า ตอนนี้คุณได้ทำหรือยังคะ?”
ชายหนุ่มหันไปสบตาพร้อมกับคว้าจับมือทั้งสองข้างของเธอมากุมไว้ “ผมกำลังทำอยู่!”
ปิ่นแก้วเอ่ยปากถามขึ้น“ถ้าอย่างนั้นแล้วคุณจะกลัวอะไร?” ขณะเดียวกันสายตาของเธอก็จ้องเข้าไปยังแววตาคู่นั้นไม่หลบหนี คล้ายจะต้องการเค้นเอาคำตอบ
ทองทับลูบไล้ที่ใบหน้าหญิงสาวอย่างไม่รู้ตัวพร้อมเอ่ยปากขึ้น “คุณคือฟ้า…ทรายคือฉัน ไม่มีวันใกล้กัน ห่างกันไกลแสนไกลห่างจนใจไหวหวั่น ดั่งฟ้าและแผ่นทราย…”
ละครพลอดรักบทนี้ถูกแอบมองดูโดยชายหนุ่มทั้งสอง
เพียรพูดพลางกัดฟันกรอด“ผีเฒ่าน่าตายนี่…สมควรไปสมัครเล่นละครเวที!”
และคืนนี้เองคำพูดของทองทับก็ประเดประดังเข้ามา ในห้วงความคิดของทางปิ่นแก้วไม่หยุดหย่อน
เพลงขวัญเอ่ยปากสอบถามเพื่อนสาวที่พลิกกายไปมา“เป็นอะไรพี่ปิ่น…หลงรักเขาเข้าให้แล้วเหรอ?”
เธอลุกขึ้นก่อนพูดว่า“อื้อ…” เธอนิ่งเงียบไปสักพักหนึ่งก่อนพูดว่า “ฉันคิดว่าฉันรักเขาว่ะแก!”
เพลงขวัญหยั่งเชิงถาม“แน่ใจแล้วเหรอ…ใช้สัญชาตญาณผู้หญิงแล้วหรือยัง?”
“ร้อยเปอร์เซ็นต์…ใช้ไปจนหมดเกลี้ยงแล้วเขาก็คือคนที่ใช่สำหรับฉัน!” ดวงตาของเธอแพรวพราว ยามเมื่อนึกถึงใบหน้าอันหล่อเหลาเรือนกายที่กำยำล่ำสัน พร้อมกับดวงตาดุจดาวฤกษ์คู่นั้นยามเมื่อจ้องเข้าไปภายในนัยน์ตาคู่นั้นมันสว่างสดใสพลันก่อให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นและพึ่งพาได้แก่เธอ
“แกคิดว่าถ้าฉันรับรักอีกฝ่าย…มันจะดูใจเร็วไปไหม?”ปิ่นแก้วถามขึ้น
เพลงขวัญครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบ“อันที่จริงมันก็ถือว่าเร็วนะ…แต่มันก็ไม่ได้เป็นตัวการันตีว่าในอนาคตพี่กับพี่ทองทับจะอยู่กันไม่รอดเพราะคนที่คบหาดูใจกันมานาน แต่งงานมีลูกแล้วก็แยกย้ายกันเยอะแยะไป”
“ก็จริงเนอะ…”ปิ่นแก้วคลี่ยิ้มอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่จะเท้าคางเหม่อมองท้องฟ้าในยามค่ำคืนหลังจากผ่านไปครู่หนึ่งเธอจึงพูดว่า “งั้นพรุ่งนี้ฉันจะตอบรับรักอีกฝ่าย!”
เธอขมวดคิ้ว…ก่อนเปลี่ยนใจ“ไม่สิฉันจะบอกคืนนี้เลย!”
“หา!อารมณ์แปรปรวนไปหรือเปล่าเนี่ยพี่?” แต่ดูคล้ายคำพูดเธอจะเป็นเสียงลมพัดผ่านหูอีกฝ่ายหาสนใจแต่อย่างใด รีบส่งข้อความนัดทองทับออกมาพูดคุยกันในชุดนอน
ทองทับยามเมื่อเห็นอีกฝ่ายส่งข้อความมาหาจึงคลี่ยิ้มสดใส ก่อนจะเดินลงมาจากรถ…
“มีอะไรหรือครับคุณหมอ…”ทองทับยังไม่ทันที่จะพูดจบ ก็ถูกหญิงสาวคล้องคอลงมาเธอไม่รอช้าเริ่มประกบริมฝีปากเข้ากับชายหนุ่มทันที
ส่วนทองทับก็ไม่ได้เหนียมอายเขาก็ให้ความร่วมมือกับคุณหมออย่างเต็มที่สองมือของเขาจับเอวคอดกิ่วของเจ้าหล่อนไปพลาง ๆ
แน่นอนว่าทั้งสองคนบนรถเพียรและบุญกองต่างเห็นฉากนี้ พวกเขาศึกษาเรื่องนี้อย่างสนอกสนใจนั่นย่อมรวมไปถึงเพลงขวัญด้วย
“ถ้าคุณเป็นแฟนฉันแล้วจะไม่ทิ้งไปใช่มั้ย?”
“สาบานด้วยเกียรติของลูกผู้ชาย…”
ดวงตาสดใสของเธอจับจ้องไปยังชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเจ้าตัวกำลังคลี่ยิ้มสดใสพร้อมกับกางนิ้วมือทั้งสามในท่าสาบาน ปิ่นแก้วพูดต่อว่า“ถ้าอย่างงั้นนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไปเราเป็นแฟนกันนะ…”
“คิดดีแน่แล้วนะ?”ทองทับเอ่ยปากถาม
หญิงสาวก็พยักหน้ารับ“คิดถี่ถ้วนแล้ว!” เธอพูดยืนยัน
ทองทับไม่ลังเลที่จะเอ่ยปาก“งั้นคืนนี้เราไปนอนด้วยกันไหม?” เขาใช้นิ้วโป้งชี้ไปที่รถอีกคันซึ่งยังว่างอยู่แน่นอนว่าทุกคนย่อมได้ยิน เพราะแง้มหน้าต่างเปิดกันไว้อยู่
ปิ่นแก้วก้มหน้าเอียงอายเธอไม่พูดแต่กลับจูงมือชายหนุ่มเดินไปที่รถบ้านแทนหากแต่ติดตรงที่มันเปิดประตูรถไม่ได้ ทำเอาเธอใบหน้าแดงก่ำส่วนทองทับก็พยักพเยิดส่งสัญญาณให้กับเพียร
ทางเพียรก็คลี่ยิ้มก่อนที่จะโยนกุญแจไปให้ลูกพี่ตน “ตามสบาย…”
ครั้นเมื่อได้ยินใบหน้าของปิ่นแก้วก็แดงก่ำยิ่งกว่าเดิมดังนั้นยามเมื่อเปิดประตูรถได้แล้ว เธอจึงรีบเดินเข้าไปในรถอย่างรวดเร็วส่วนทางด้านทองทับก็โบกไม้โบกมือให้รถทั้งสองคันและเริ่มขึ้นไปจัดการบรรเลงเพลงรักกับแม่ยอดดวงใจ
ชายหนุ่มหญิงสาวที่เป็นโสดมานานจึงอดอยากปากแห้งอยู่ไม่ใช่น้อย โชคยังดีที่รถเก็บเสียงได้อย่างมิดชิดเพราะทั้งคู่บรรเลงเพลงรักกันอย่างหนักหน่วง เรียกได้ว่าตลอดทั้งคืน
……
ช่วงเช้าตรู่ประมาณตีห้าครึ่งทางคุณหมอปิ่นแก้วก็เดินลงมาจากรถ ใบหน้าเธอแลดูอ่อนเพลียเล็กน้อยหากดวงตานั้นแต่งแต้มไปด้วยความสุข เพราะรสรักเมื่อคืนมันหอมหวานสำหรับเธอมาก…
เธอจัดการโยกย้ายข้าวของมาไว้ในรถคันที่สามซึ่งจะใช้อาศัยอยู่กับแฟนแน่นอนว่าเธอย่อมสามารถใช้คำนี้ได้เต็มปากหรือจะเรียกให้มากกว่านี้ก็ไม่เกินเลย
เพลงขวัญยามเมื่อเห็นรุ่นพี่อ่อนเปลี้ยเพลียแรงก็หัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ ก่อนจะเริ่มเอ่ยปากถามถึงเหตุการณ์เมื่อคืนหญิงสาวทั้งสองสนทนากันอยู่พักหนึ่ง
ไม่นานคุณหมอก็เดินลงมาจากรถพร้อมกับกระเป๋าสัมภาระเธอจัดแจงทุกอย่างบนรถคันที่สามใหม่ทั้งหมดจากนั้นก็นอนหลับปุ๋ยไปบนอ้อมกอดของคุณสามี…
ทองทับก็โอบกอดเธออย่างอบอุ่นกระทั่งเริ่มใช้พลังเวทประคบประหงม เพื่อให้แม่ยอดดวงใจนอนหลับสนิทรุ่งเช้าจะได้มีแรงลุกขึ้นไปทำงาน