“ ไม่เจอกันนาน บอกข้ามามันผู้ใดที่ทำร้ายเจ้ากันแน่”
เมื่อแรกเข้ามาในเมืองทักษินาแห่งนี้ ขจรก็ได้เข้าสอบถามเรื่องราวของแม่ทัพทักษินฉีเลี่ย ได้ทราบว่า เมื่อพันปีก่อน ท่านพอทราบข่าวราชันหลิงเทียนสิ้น ท่านก็ละทางโลกเข้าศึกษาแนวทางพรต สร้างสำนักเมฆาเขียว ไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางโลก มีศิษย์อยู่หลายคนแต่ละคนล้วนเก่งกาจ แต่มีอยู่คนเดียวที่ได้รับถ่ายทอดพลังฝ่ามือมังกรทลายฟ้าโดยตรง นั่นคือ นักพรตเสียนคง สามารถรับการถ่ายทอดไปได้ ถึง 15 ขบวนท่า แต่ว่าวันหนึ่ง ท่านนักพรตฉีเลี่ย เกิดบาดเจ็บหนัก ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น สุดท้ายท่านก็ละสังขารไป ศิษย์เอกคือ นักพรตเสียนคงก็หายไป
นับจากนั้นไม่มีใครเห็นเขาอีกเลย ขจรเลยปลอมตัวเป็นนักพรตน้อยเข้ามาในหุบเขาอักษรแห่งนี้
“ ศิษย์ทรยศเสียนคง มันเป็นผู้ที่ศิษย์ถ่ายทอดวิชาฝ่ามือมังกรทลายฟ้า ให้ 15 ขบวนท่า”
“ มันเป็นศิษย์ของเจ้า พลังฝีมือไม่มีทางเทียบเจ้าได้ ทำไมมันทำให้เจ้าบาดเจ็บหนักถึงตายได้”
“ มันร่วมมือกันกับ สังฆราชาหมิงเต้า ใช้พิษไร้สี ไร้กลิ่น แล้วลอบโจมตีพร้อมกัน ศิษย์ต้องยอมตัดเส้นปราณชีวิตออก เพื่อต่อสู้แลกชีวิตกับพวกมัน สามารถทำร้ายพวกมันทั้งสองบาดเจ็บสาหัสไป”
“ บัดซบ ข้ากลับเมืองหลวงเมื่อไร สังฆราชาหมิงเต้า จะต้องตายสังเวยความแค้นของข้าเป็นศพแรก แล้วไอ้ศิษย์สารเลวนั้นมันร่วมมือกับ สังฆราชาเพื่อต้องการสิ่งใด?”
“ มันต้องการให้ศิษย์ถ่ายทอดพลังอีก สามขบวนท่าให้กับมัน แต่ว่าศิษย์ล่วงรู้นิสัยที่แท้จริงของมัน เลยไม่ยอมถ่ายทอดให้ และพยายามหาศิษย์คนใหม่ เพื่อที่จะไม่ให้วิชาของท่านอาจารย์ต้องสูญสิ้น แต่น่าเสียดายหามีใครรับการถ่ายทอดถึง 18 ขบวนท่าเลย”
“ ข้าจะหาตัวมัน แล้วจะแก้แค้นแทนเจ้า ไม่ต้องเป็นห่วง ไปนำหัวใจอมตะของข้าออกมา”
วิญญาณของนักพรตฉีเลี่ย เปิดโลงศพ แล้วควักหัวใจออกมา มอบให้กับขจรเหมือนเคย
แล้วหัวใจอมตะ ก็ปล่อยพลังมหาเซียนกระจายออกไปทั่วร่างของเขา คราวนี้พลังของเขาพุ่งขึ้นไปเป็นมหาเซียนขั้นที่ 3 ไปในทันที
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า พลังของข้ากลับฟื้นคืนมาแล้ว เหลืออีกดวงเดียวข้าก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม พวกมันที่ทำให้ข้าต้องตาย คราวนี้ต้องชดใช้อย่างสาสม” น้ำเสียงของ ราชันหลิงเทียนเต็มเปี่ยมไปด้วยเพลิงแค้น แม้แต่วิญญาณนักพรตฉีเลี่ยเอง ถึงกับอดถอนใจออกมาไม่ได้
“ ท่านอาจารย์ ศิษย์มีเรื่องขอร้อง”
“ ว่ามา”
“ หากว่าท่านอาจารย์ได้พลังคืนมาแล้ว ขอให้ไว้ชีวิตผู้คนที่บริสุทธิ์ด้วย ส่วนเรื่องของเสียนคง หากมันไม่คิดชั่วอีก ก็ปล่อยมันไปเถอะ ที่ผ่านมาถือเป็นกรรมของศิษย์เอง ขอให้ท่านอาจารย์ได้โปรดเมตตาด้วย”
นักพรตฉีเลี่ย เอ่ยออกมาเหมือนกับว่า ล่วงรู้จิตใจของราชันหลิงเทียนเป็นอย่างดี ว่าหากเขาได้รับพลังคืนกลับมาทั้งหมด แผ่นดินอาจลุกเป็นไฟ สงครามอาจเกิดขึ้นอีกครั้ง ผู้คนบริสุทธิ์อาจล้มตายอีกมาก
“ เจ้าคิดว่า ข้าโหดร้ายขนาดนั้นเลยรึ?”
“ ไม่ ศิษย์มิบังอาจ”
“ ไม่ต้องห่วง ข้าไม่เข่นฆ่าใครโดยไม่จำเป็น ต่อไปเจ้าสามารถถ่ายทอดพลังฝ่ามือมังกรทลายฟ้า ให้กี่คนก็ได้ ตามที่เจ้าเห็นสมควร”
“ ขอบคุณท่านอาจารย์”
“ หินเจ้าปัญญา บอกให้ไอ้หนูนี่รีบไปเมืองหลวง ไปเอาหัวใจอมตะดวงสุดท้าย อย่าให้มันเถลไถล ยุ่งเรื่องของผู้อื่นให้มากนัก”
“ ข้าจะบอกกับมันเอง”
ทันใดนั้น ร่างของนักพรตน้อยขจรก็กลับออกมาอยู่ที่เดิม ขจรลืมตาขึ้น พบว่า ร่างของตนมีพลังมหาเซียนขั้นที่ 3 แล้ว
“ นี่ข้ามีพลังมหาเซียนขั้นที่ 3 แล้ว แต่ทำไมข้าถึงไม่รู้เรื่องอะไรตอนที่ได้รับพลังจากหัวใจอมตะเลย?”
“ ข้าบอกแล้วไง เจ้ารู้ไปก็ไม่มีประโยชน์ ที่ท่านระงับสัมผัสรับรู้ ก็ไม่อยากให้เจ้าสับสน เพราะอดีตชาติของเจ้ามันเยอะเกินไป”
“ ก็จริง หากข้ารับรู้เรื่องชาติก่อนหมด คงได้สมองระเบิดแน่ๆ แล้วตกลงท่านแม่ทัพฉีเลี่ยท่านตายได้อย่างไรกันแน่”
หินเจ้าปัญญาก็เล่าเรื่องจริงให้ฟังทั้งหมด
“ ศิษย์เนรคุณ ชาติชั่วจริง” ขจรเอ่ยคำด่าออกมาแล้วกำลังที่จะเดินจากที่นี่ไป ก็สังเกตเห็น ว่า มีวิญญาณของนักพรตคนหนึ่ง พุ่งเข้ามาสิงในร่างของ ทายาทจักรพรรดินี ที่มีชื่อว่า เทพบุตรหยวนอี้ แล้วร่างของหยวนอี้ก็พุ่งเข้าไปในศิลาอักษร สร้างความตื่นตะลึงให้กับคนอื่นๆ ยิ่งนัก
“ เฮ้ย นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับหยวนอี้” ทั้งสี่หันมามองหน้ากันด้วยความสงสัย
“ หรือว่า เขาจะได้รับการถ่ายทอด?” ทุกคนต่างแสดงสีหน้าผิดหวัง ที่ตนเองไม่ได้ถูกถ่ายทอดวิชา
“ หินเจ้าปัญญา ท่านฉีเลี่ยจะถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้ คนที่มีวิญญาณนักพรตนั่นสิงสู่หรือ?”
“ แย่แล้ว คนที่เข้าไปในมิติอักษรศิลานี้ได้ ต้องล่วงรู้ถึงวิธีเข้า หากท่านถ่ายทอดวิชาฝ่ามือมังกรทลายฟ้า ไม่ต้องพาเข้าไปในมิติด้านในแน่ หรือว่า เจ้านักพรตนั่นจะเป็น เสียนคงศิษย์ทรยศ”
ขจรไม่รอช้าวาร์ปเข้าไปในศิลาอักษรทันที พอเข้าไปก็พบว่า เทพบุตรหยวนอี้ใช้ฝ่ามือประทับเข้าที่หน้าผากของวิญญาณของ นักพรตฉีเลี่ย พอถอนฝ่ามือออกวิญญาณของนักพรตฉีเลี่ยก็ค่อยๆ ล้มลงกับพื้น
“ หยุดนะ”
“ ฮ่า ฮ่า ในที่สุดข้าก็ได้พลังฝ่ามือมังกรทลายฟ้า ครบ 18 ท่าเรียบร้อย ต่อไปจะไม่มีใครหยุดข้าได้อีกแล้ว”
หยวนอี้พูดจบ ก็พุ่งร่างออกจากศิลามิติไป ขจรรีบเข้าไปร่างวิญญาณของนักพรตฉีเลี่ยเพื่อดูอาการ
“ ท่านอาจารย์ มันใช้ วิชาพลังมารดูดวิญญาณ ท่านต้องระวังมันด้วย” วิญญาณนักพรตฉีเลี่ยเอ่ยอย่างอ่อนแรง
“ แล้วท่านเป็นอย่างไรบ้าง” ขจรเอ่ยด้วยความเป็นห่วง ไม่ได้บอกว่าตอนนี้เขาคือขจร ไม่ใช่ราชันหลิงเทียน
“ มันทำได้แค่ดูดพลังของศิษย์ไปเท่านั้น ศิษย์ไม่เป็นอะไร อาจารย์ช่วยจัดการกับมันแทนศิษย์ที อย่าให้มันเอาวิชาของอาจารย์ไปสร้างความชั่วที่ไหนอีก”
ขจรพุ่งตัวออกติดตาม หยวนอี้ไป พบว่าหยวนอี้นั้นตอนนี้นอนแผ่หรา นักพรตเสียนคง ได้ออกจากร่างไปแล้ว ขจรตามกลิ่นไอของมันไปอย่างกระชั้นชิด แล้วพบว่า
มันนั่งอยู่กับ นักพรตซือคงเจี้ยนเจ้าสำนัก
“ ศิษย์ทรยศเสียนคง” ขจรเอ่ยคำนี้ออกไป เจ้าสำนักถึงกับตกใจ
“ เจ้าเรียกใคร ท่านผู้นี้คือ ราชครูฟงจื่อเต้า อย่าได้พูดจาเหลวไหล”
“ เสียนคง เจ้ากล้ายอมรับหรือไม่” ขจรท้าทาย ราชครูฟงจื่อเต้า ที่นั่งจิบน้ำชาอย่างสบายอารมณ์
“ ไอ้หนู เจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร หรือว่า เจ้าได้รับถ่ายทอดวิชาฝ่ามือมังกรทลายฟ้าครบ 18 ท่ามาแล้วเช่นกัน”
“ ท่านราชครู หมายความว่า ท่านคือ...”
“ ใช่แล้วจะทำไม เจ้ามีปัญญาทำอะไรข้าได้อย่างนั้นเหรอ”
เจ้าสำนักซือคงเจี้ยน ถึงกับโกรธตัวสั่น ปล่อยฝ่ามือมังกรทลายฟ้า ท่าที่ 15 เข้าใส่ทันที
“ เจ้าฝึกได้ถึงท่าที่ 15 แล้วหรือนี่ไม่เลยจริงๆ” เงามังกร 15 ตัวพุ่งออกมาจากฝ่ามือของนักพรตซือคงเจี้ยน แต่ถูกราชครูฟงจื่อเต้า ซัดฝ่ามือออกมาต้านเอาไว้เช่นกัน แต่ว่ากลับมีเงามังกรโผล่ออกมา 16 ตัว พุ่งเข้าปะทะกัน ทำเอานักพรตซือคงเจี้ยน ถูกซัดกระเด็นไปในท่าเดียว
ขจรพุ่งตัวซัดฝ่ามือมังกรทลายฟ้า ออกไปในขบวนท่า 17 เงามังกร 17 ตัวพุ่งออกไป
แต่ก็ถูกเงามังกร 17 ตัวของนักพรตฟงจื่อเต้า ซัดโต้ตอบกลับมาไม่อาจทำอะไรกันได้
“ ไม่เลวอายุเท่านี้ฝึกได้ถึงขนาดนี้ เจ้าคุกเข่าขอเป็นศิษย์ของข้า แล้วข้าจะมอบตำแหน่งทายาทจักรพรรดินี ให้กับเจ้า สนใจไหม”
“ สนใจชีวิตของตัวเองก่อนไหม”
ขจรเคลื่อนไหวฝ่ามือ แล้วเตรียมปล่อยฝ่ามือมังกรทลายฟ้า ท่าที่ 18 ออกมา
ราชครูฟงจื่อเต้า เห็นมังกรของขจรเริ่มปรากฏตัวขึ้นมาจะครบ 18 ตัวก็เลยรีบปล่อยขบวนท่า ที่ 18 ของตนออกมาบ้าง
แล้วพลังของทั้งสองก็เข้าปะทะกัน รอบบริเวณ ล้วนถูกพลังฝ่ามือมังกรทลายฟ้า ท่าที่ 18 ทำลายล้างเสียหายไปจนราบเรียบ
แต่ว่าราชครูกลับยืนงง เป็นไก่ตาแตก เพราะเห็นขจรทำท่าร่ายรำขบวนท่าใหม่ออกมาแล้วพูดว่า
“ พลังฝ่ามือมังกรท่าที่ 19”
แล้วก็มีเงามังกรถึง 19 ตัว ซึ่งเป็นตัวใหญ่กว่า และจำนวนมากกว่า ก็พุ่งเข้าใส่ราชครูฟงจื่อเต้า แม้ว่าจะใช้ฝ่ามือมังกรทลายฟ้า ท่า 18 มาต่อต้าน ก็ไม่อาจต้านทานได้ ถูกพลังฝ่ามือมังกรทลายฟ้าซัดขบวนท่า 19 เข้าไปเต็มๆ แขนซ้ายถึงกับขาด ร่างกายมีแต่รอยบาดแผล กระอักเลือดคุกเข่าไปกับพื้น หมดปัญญาสู้อีกต่อไป
“ เป็นไปได้ไง ฝ่ามือมังกรทลายฟ้ามีแค่ 18 ขบวนท่าไม่ใช่รึ?” ราชครูฟงจื่อเต้าเอ่ยอย่างสงสัยสุดขีด
ขจรเดินเข้ามาใกล้ๆ แล้วเอ่ยออกมาเบาๆ ว่า
“ ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ ข้าเป็นคนคิดค้นวิชานี้ จะเพิ่มอีกขบวนท่าหนึ่ง ไม่เห็นยากเลย”
“ เจ้า เจ้าเป็นใครกันแน่” ราชครูพูดจบ ก็ยื่นมือขวาที่เหลือข้างเดียวมาสัมผัสแขนของขจร แล้วดูดพลังวิญญาณในร่างของขจรออกมาทันที
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าไม่รอดแน่ นี่คือวิชาพลังมารดูดวิญญาณ ต่อไปพลังฝ่ามือมังกรทลายฟ้า ท่าที่ 19 จะต้องตกเป็นของข้า”
“ เจ้าคิดอย่างนั้นเร๊อะ”
ขจรเอ่ยอย่างเหี้ยมเกรียม จนราชครูฟงจื่อเต้า เริ่มสงสัย แต่ไม่ทันแล้ว พลังที่มันดูดเข้าไปในร่างนั้น กลับเป็นพลังเพลิงกิเลนสุริยัน ไฟที่ร้อนแรงที่สุด ทำให้เส้นลมปราณของราชครูฟงจื่อเต้า เกิดไฟลุกขึ้นจากด้านในลามไปทั่วร่าง แม้นจะถอนมือออกแล้วก็ตามแต่ก็ไม่อาจดับไฟที่ลุกไหม้จากภายในเช่นนี้ได้ ราชครูร้องออกมาอย่างโหยหวน พยายามดิ้นรนเพื่อหาทางรอดชีวิต แต่สุดท้ายก็กลายเป็นเถ้าถ่านตายไปอย่างน่าอนาถ
มีคนในเห็นการต่อสู้ครั้งนี้กันเป็นจำนวนมาก ล้วนแล้วแต่ตกใจไม่คิดว่า นักพรตน้อยจะร้ายกาจเช่นนี้ แต่พวกเขาต่างก็สงสัยว่า นักพรตน้อยคนนี้คือใคร?
“ เจ้าเป็นศิษย์ของสำนักข้าเหรอ?” นักพรตซือคงเจี้ยนตอนนี้ดีใจ ที่ศิษย์ทรยศต้องมาพบกับจุดจบเช่นนี้ เลยรีบถามขจรทันที
“ ต้องขออภัยด้วย ข้าเพียงอยากเรียนรู้วิชาของพวกท่าน เลยปลอมตัวเข้ามา ต้องขอลาก่อน”
ขจรไม่รอให้ถูกถามต่อ ก็วาร์ปหนีไปในทันที
“ แย่แล้ว เจ้านักพรตน้อยสังหารท่านราชครูฟงไปแล้ว พวกเราจะทำอย่างไรดี”
ทายาทจักรพรรดินี ทั้งห้าตัดสินใจรีบกลับเมืองหลวง รายงานเรื่องนี้ต่อราชสำนักทันที
“ อย่าเสียเวลาอีก เจ้าต้องรีบไปหา ที่ตำหนักของจักรพรรดินีหยางเชี่ยน เพื่อเอาหัวใจอมตะดวงสุดท้ายมาให้ได้” หินเจ้าปัญญากระตุ้นเตือน
“ ทำไมหัวใจอมตะดวงสุดท้ายถึงได้อยู่ตำหนักของจักรพรรดินีหยางเชี่ยนได้ ไหนบอกว่าฝากเอาไว้กับ ราชินีมินมิน ไม่ใช่รึ?”
“ พระศพของราชินีมินมิน และ พระศพของราชันหลิงเทียนอยู่ที่ตำหนักที่ประทับของนางชั้นใต้ดิน เจ้าต้องลอบเข้าไป แล้วนำหัวใจดวงสุดท้ายที่ที่พระศพราชินีมินมินมาให้ได้”
“ เดี๋ยวนะ จักรพรรดินีหยางเชี่ยนนี่โรคจิตหรือเปล่า เก็บศพคนตาย เอาไว้ในตำหนักของตัวเองเนี่ยนะ?”
“ ความรักของสตรีนั่นยากที่จะเข้าใจได้ เอาไว้เจ้าเจอนางก็ลองถามนางเองก็แล้วกัน”
“ นางมีพลังยุทธ์ขั้นใด?”
“ ไม่รู้แน่ชัด แต่เมื่อพันปีก่อน นางก็สำเร็จมหาเซียนขั้นที่ 1 แล้ว”
“ โอ้ ผ่านไปเป็นพันปี นางมิกลายเป็นมหาเซียนขั้นที่ 4 หรือ 5 ไปแล้วรึ?"
“ ข้าเองก็ตอบไม่ได้ในตอนนี้”
ขจรตอนนี้มีพลังขั้นมหาเทียนขั้นที่ 3 แล้วสามารถเคลื่อนไหวผ่านมิติได้อย่างรวดเร็วขึ้น ตอนนี้วาร์ปมาที่สถานีเคลื่อนย้าย เปลี่ยนหน้าเป็นชายหนุ่มคนใหม่เพื่อไม่ให้ใครรู้จัก แล้วเดินทางผ่านเครื่องเคลื่อนย้าย มาที่เมืองหลวง และตอนนี้เขายืนที่ชั้นสามของโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง มองไปที่ พระราชวังของจักรพรรดินีหยางเชี่ยน ที่ยิ่งใหญ่ตระการตา สวยงามราวกับ วังสวรรค์ กำแพงวังสูงไม่ต่ำกว่ายี่สิบเมตร ขจรเตรียมตัวหาทางเข้าไปในวังหลวงเพื่อชิงหัวใจอมตะดวงสุดท้ายกลับมา...........