ระบบเปลี่ยนชีวิต

    บทที่ 51 : ซูเสวี่ยหนิง

    ซูเสวี่ยหนิง
    ไป๋เฉินมองไปที่หญิงสาวผู้งดงามตรงหน้า ซึ่งเธอก็คือหญิงสาวลึกลับที่เขาต้องพูดคุยด้วยเพื่อให้ภารกิจที่ 12 ลุล่วง
    เขาพยายามสงบใจเรื่องดาบบินเอาไว้ ถึงแม้ว่ามันจะน่าตกตะลึง แต่มันก็ยังไม่เพียงพอที่จะให้เขาสนใจมันมากกว่าภารกิจที่ได้รับ
    ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ เขามีระบบเปลี่ยนชีวิตที่น่าอัศจรรย์ เขาจึงมีภูมิต้านทานพวกเรื่องราวที่เกินกว่าสามัญสำนึกอย่างดาบบินได้
    “ผู้อาวุโส”
    อยู่ๆ หญิงสาวลึกลับก็พูด น้ำเสียงของเธอไพเราะน่าฟังเกินบรรยายเหมือนเดิม และท่าทีของเธอก็ยังคงสงบ
    แต่ไม่อาจมีใครรู้ได้ว่าภายในใจของเธอกำลังปั่นป่วนวุ่นวาย หัวใจเองก็เต้นแรงไม่ยอมหยุด
    ซึ่งคนที่ทำให้เธอรู้สึกแบบนี้ ก็คือชายหนุ่มที่ดูจะอายุอยู่ในวัยสามสิบปีตรงหน้าของเธอ
    เธอมองไปที่เขาและคิดในใจอย่างกระสับกระส่าย ‘เขาอยู่ในระดับทะยานฟ้าไม่ผิดแน่ ไม่งั้น ไม่มีทางที่จะสามารถเดินเหินบนอากาศได้โดยไม่จำเป็นที่จะต้องพึ่งดาบบิน’
    ไป๋เฉินกระพริบตา เขาไม่สามารถระงับความสงสัยได้ว่า ทำไมหญิงสาวลึกลับ เธอถึงได้เรียกเขาว่าผู้อาวุโสตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว
    “เอ่อ...คุณชื่ออะไร?” เขาพูด
    เห็นได้ชัดว่าถึงแม้จะรู้สึกสงสัย แต่ไป๋เฉินก็ไม่ได้ถามออกมา เนื่องจากเขามีหน้าที่เพียงแค่พูดคุยกับเธอ เพื่อให้ภารกิจสำเร็จเท่านั้น
    หญิงสาวลึกลับพลันก้มศีรษะและโค้งตัวลงเล็กน้อย พลางผสานมือเข้าหากัน ทำเหมือนกับพวกจอมยุทธ์ในหนังกำลังภายในทักทายให้ความเคารพต่อกัน
    “เรียนท่านผู้อาวุโส ข้าแซ่ซู ชื่อเสวี่ยหนิง เป็นคนของสำนักแดนจันทราเจ้าค่ะ” เธอพูดอย่างเคารพต่อไป๋เฉิน
    “สำนักแดนจันทรา...” ริมฝีปากของไป๋เฉินขยับเล็กน้อย ไม่รู้จะพูดอะไรออกมาดี
    คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน เพราะสำนักแดนจันทราอะไรนี่ เขาไม่รู้จักเลยแม้แต่น้อย ยิ่งไปกว่านั้นภาษาที่หญิงสาวลึกลับใช้ มันก็เหมือนกับภาษาที่ใช้ในยุคโบราณหรือในหนังซีรี่ย์กำลังภายในไม่มีผิด
    “ท่านผู้อาวุโสอาจจะไม่รู้จัก สำนักของเราเป็นสำนักเล็กๆ มีกันอยู่ไม่กี่คนเท่านั้น”
    ซูเสวี่ยหนิงมองไปที่ไป๋เฉิน เห็นเขาขมวดคิ้ว เธอก็คาดเดาได้ไม่ยากว่า เขาคงกำลังนึกหาชื่อสำนักแดนจันทราจากในความทรงจำอย่างแน่นอน
    “อ้อ” ไป๋เฉินพลันสลายคิ้วที่ขมวดเข้าหากันออก เขายิ้มเล็กน้อย “ไม่รู้จักจริงๆ แต่จากวันนี้จะจดจำเอาไว้”
    “เป็นเกียรติของสำนักเรา ที่ท่านผู้อาวุโสคิดจดจำชื่อของสำนักเล็กๆ ของพวกเราเอาไว้” ซูเสวี่ยหนิงพูดด้วยใบหน้าสงบ
    แต่ในใจของเธอก็ตื่นเต้นอยู่บ้าง ที่ผู้ฝึกตนระดับทะยานฟ้าคิดจดจำชื่อสำนักแดนจันทราของเธอเอาไว้
    เห็นได้ชัดว่าเธอได้เข้าใจผิด เธอเข้าใจผิดคิดไปว่าไป๋เฉินเป็นผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งอย่างผู้ฝึกตนระดับทะยานฟ้าที่มีอยู่แทบจะนับด้วยนิ้วได้ภายในประเทศจีน
    แน่นอนว่าซูเสวี่ยหนิงก็เป็นผู้ฝึกตน ผู้ฝึกตนที่มีอยู่เพียงน้อยนิดในประเทศจีน ถ้าหากถามว่าผู้ฝึกตนคืออะไรนั้น
    ย่อมเป็นคำตอบที่มีเพียงคนส่วนน้อยที่รู้ ผู้ฝึกตนก็คือผู้เชี่ยวชาญในการต่อสู้ด้วยพลังปราณ ที่มาจากกำลังภายใน
    ซึ่งระดับของผู้ฝึกตนมีอยู่ด้วยกันเจ็ดระดับคือ กำเนิด สร้างฐาน ก่อร่าง ปฐพี ทะยานฟ้า ตำนาน เทวะ
    ทั้งเจ็ดระดับของผู้ฝึกตนนั้น ยิ่งอยู่ในระดับที่สูงขึ้นไปเท่าไหร่ ก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นมาเท่านั้น
    โดยยกตัวอย่างเช่น ผู้ฝึกตนระดับกำเนิดมีร่างกายที่แข็งแกร่งกว่าคนปกติหลายเท่าตัว ระดับก่อร่างสามารถใช้ดาบบินเพื่อบินบนอากาศได้
    และระดับทะยานฟ้าก็สามารถเดินเหินบนอากาศได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องพึ่งพาดาบบิน
    ไป๋เฉินทำเพียงยิ้มเพื่อเป็นการตอบรับคำพูดของซูเสวี่ยหนิงโดยไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่ในใจของเขาก็ได้แต่ครุ่นคิด
    ‘เธอจะมาจากสำนักแดนจันทรา ถ้าให้เดา สำนักนี้ต้องเป็นเหมือนกับสำนักของผู้ฝึกตน เหมือนกับในหนังกำลังภายในอย่างไม่ต้องสงสัย’
    นอกจากความคิดเหล่านี้แล้ว ไป๋เฉินก็ไม่สามารถคิดไปในทางอื่นได้ มันจึงช่วยไม่ได้ที่เขาจะคิดเช่นนี้
    “ท่านผู้อาวุโส ข้าถามได้หรือไม่? ท่านมาทำอะไรแถวนี้ หรือว่าท่านกำลังเดินทางไปที่ไหน?” ซูเสวี่ยหนิงพลันถาม
    “ข้ากำลังจะกลับบ้าน” ไป๋เฉินไม่มีอะไรจำเป็นที่จะต้องปิดบังเธอ
    เพราะเขาในตอนนี้ ไม่ได้อยู่ในรูปร่างของตัวเองตอนอายุ 18 แต่อยู่ในรูปร่างของตัวเองตอนอายุ 30 ปี ต่อให้เดินสวนกันในอนาคต ซูเสวี่ยหนิงก็คงจะไม่สามารถเชื่อมต่อว่าเป็นคนๆ เดียวกันได้อย่างแน่อน
    และเห็นได้ชัดว่า ไป๋เฉินเลือกที่จะใช้คำพูดตามเธอ ซึ่งก็คือใช้คำว่า ‘ข้า’ แทนคำว่า ‘ฉัน’
    สาเหตุนั้นแน่นอนว่าเขาต้องการไหลตามน้ำไปกับเธอ ถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่เข้าใจว่าเธอเรียกเขาว่า ‘ผู้อาวุโส’ ทำไมก็ตาม
    ได้ยินที่เขาพูด ซูเสวี่ยหนิงอึ้งเล็กน้อย เธอคิดไม่ถึงว่าไป๋เฉินกำลังจะกลับบ้าน
    “ที่แท้ท่านก็กำลังจะกลับบ้าน”
    “แล้วเจ้าละ เจ้ากำลังจะไปไหน?” ไป๋เฉินอยู่ๆ ก็ถามกลับ แน่นอนว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจที่เขาต้องทำให้สำเร็จ ไม่ใช่ว่าเขาคิดจะจีบเธอหรืออะไร แม้ว่าเธอจะสวยอย่างมากก็ตาม
    “ข้ากำลังฝึกใช้ดาบบิน ข้าเพิ่งจะมาถึงระดับก่อร่างได้ไม่นาน” เธอตอบด้วยความสัตย์จริง
    ไป๋เฉินเงียบลงไป จากคำพูดของเธอ เขาพอจะเดาได้อยู่บ้างว่าระดับก่อร่างที่เธอพูดถึง คงเป็นลำดับขั้นของระดับของผู้ฝึกตนอย่างแน่นอน ในหนังกำลังภายในหรือนวนิยายแนวนี้ ก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ
    “เป็นแบบนี้นี่เอง”
    “ท่านผู้อาวุโส ข้ายังไม่ได้รู้ชื่อของท่านเลย ท่านพอจะบอกชื่อที่สูงส่งของท่านให้ข้ารู้ได้หรือไม่?” ซูเสวี่ยหนิงพูด เธอเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ว่าเธอยังไม่รู้จักชื่อของเขา
    ด้วยเหตุนี้ เธอจึงได้พูดออกมา เพื่อเป็นการถามไถ่
    “ไป๋...เฉินไป๋” ไป๋เฉินเปิดปากและตอบ แต่เขาตอบได้ไม่จบคำ เขาก็เปลี่ยนคำพูดของเขา
    เนื่องจากเขานึกขึ้นมาได้ว่า ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องบอกชื่อและแซ่จริงๆ ออกไป เพราะเขาไม่ได้สนิทอะไรกับซูเสวี่ยหนิงเลย
    และหากว่าถ้าภารกิจจบลง ไม่แน่ว่าเขากับเธอ ก็อาจจะไม่ได้พบกันอีกเลยก็เป็นได้
    จบบทที่ 51

    คล้ายกับเรื่องระบบเปลี่ยนชีวิต ที่คุณอ่าน