ตอนที่ 38 เทวดา
"เราจะกลับไปยังสถานที่ของเจ้า หมอตาทิพย์ เพื่อกอบโกยของมันมา"
ลู่หาน ที่ต้องการสิ่งของต่างๆมากขึ้น เพื่อจะได้มีประโยชน์ต่อตนเองในอนาคต ไม่มากก็น้อย แล้วสิ่งของพวกนี้ก็ไม่มีเจ้าของไปแล้ว เมื่อ หมอตาทิพย์ ได้ตายลงจากฝีมือตัวเองแล้ว จึงเท่ากับว่าสิ่งของที่อยู่ในที่พักของ หมอตาทิพย์ ล้วนไร้เจ้าของเรียบร้อย
สาวใช้เหยาเหยา ที่อึ้งจนพูดไม่ออกขึ้นมา เมื่อคุณหนูมีความคิดอยากกอบโกย ครอบครองสิ่งของผู้อื่น แม้จะไร้เจ้าของแล้วก็ตาม
แต่หากคิดดีๆ คุณหนูที่ได้ศักดิ์ สถานะในตระกูลลู่ที่ไม่ธรรมดา เพราะปู่ลู่เล่อ แต่กับใช้ชีวิตที่ไม่เลิศหรูเหมือนอย่างคุณหนูตระกูลใหญ่คนอื่นทั่วไป ปู่ลู่เล่อที่จัดการแยกตัวออกมาจากที่พักในคฤหาสน์หลังใหญ่จากตระกูลลู่ มาพักบ้านหลังเล็กๆกับคุณหนูของตนที่แยกออกมาจากคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูล จึงทำให้คุณหนูแทบไม่เคยได้ใช้ชีวิตสุขสบาย มีคนปรนนิบัติรับใช้นอกจากตนเองเท่านั้น อาหารการกินเลิศหรูอย่างคนอื่นในตระกูลเลย
ซึ่งสาวใช้ก็ยังแปลกใจกับการกระทำของปู่ลู่เล่อ ที่หากเทียบศักดิ์ สถานะเท่ากับผู้นำตระกูลได้เลย มีสิทธิ์ใช้คฤหาสน์หลังใหญ่ ห้องพักหรูหรา ได้สิทธิ์ต่างๆที่ผู้นำตระกูลควรจะได้รับอย่างเต็มที่ แล้วหลานอย่างลู่หาน แม้จะเป็นเด็กนอกสายเลือดแต่ก็สมควรจะได้รับสถานะเหมือนกับหลานแท้ของลู่เล่อเช่นเดียวกัน มีสิทธิ์ต่างๆที่คุณหนูคนอื่นควรมีกันอีกด้วย แต่ปู่ลู่เล่อกับเลือกชีวิตเรียบง่ายแทน
"บางทีท่านลู่เล่อ คงอยากให้คุณหนูลำบาก เป็นการฝึกฝนจิตใจตั้งแต่เด็ก เพื่อไม่ให้หลงงมงายไปกับความสบายมากเกินไป"
สาวใช้ที่มองในแง่ดี จึงคิดว่านี้คือ วิธีปฏิบัติกับหลานตนเองอย่างนึง แม้จะดูเหมือนลำบาก แต่ก็ไม่ให้ลู่หานต้องพบเจอปัญหาอะไรเลย ราวกับว่าคอยช่วยเหลือดูแลอย่างลับๆ เพื่อไม่ให้หลานของตนเดือดร้อนมากเกินไป
"บางทีด้วยนิสัยที่เกิดจากความลำบากในวัยเด็ก คุณหนูจึงเป็นคนต้องการสมบัติ สิ่งของถึงเพียงนี้"
สาวใช้ ที่จนใจกับพฤติกรรมของคุณหนูตนเองเช่นนี้ แต่จะโทษว่าเป็นความผิดของใครก็ไม่ได้ จึงได้แต่ต้องทำใจยอมรับกับพฤติกรรมของคุณหนูตนเองเช่นนี้
"คุณหนู จะทำไรคะ"
สาวใช้ ที่เห็นคุณหนูหยุดเดิน แล้วหยิบสิ่งของบางอย่างออกมา
"ข้าจะทำการแปลงโฉมใบหน้าเสียหน่อย"
ลู่หาน ที่ได้สิ่งของ อุปกรณ์จำนวนมากจาก ตำหนักเจ้าพ่อ ที่สะสมมานับแรมปี จึงมีสิ่งของมากมายที่ใช้เดือนเดียว หรือปีเดียวก็ไม่มีวันหมด แม้จะไม่ใช่ของคุณภาพระดับสุดยอดมากก็ตาม แต่ก็ทำให้มีประโยชน์ในหลายด้าน
โดยเฉพาะกับลู่หานที่รู้จักสิ่งของพวกนี้ด้วย เป็นความรู้ที่สั่งสมมาตลอดชีวิตในตัวตนก่อน จึงอาจเรียกได้ว่าในหัวของตนเอง มีคลังความรู้ราวกับห้องสมุดของทั่วทุกมุมโลกเก็บเอาไว้ แม้จะยังไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นคลังความรู้อันดับหนึ่ง แต่ก็ไม่เป็นรองใครเช่นเดียวกัน
ลู่หาน เตรียมสักยันต์รูปแบบแปลงโฉมอีกครั้ง หลังจากสลายยันต์ก่อนหน้าไปแล้ว เพื่อเปิดเผยโฉมหน้าที่แท้จริงให้กับคนที่ถูกขังใน ตำหนักเจ้าพ่อ เหล่านั้นไป
แต่ครั้งนี้ลู่หาน ไม่ต้องการปลอมเป็นคนอื่นอีก แต่จะใช้ใบหน้าใหม่ที่ตนเองรังสรรค์ขึ้นมาเอง จากอุปกรณ์ที่จะมาแทนน้ำหมึกในการสักยันต์ครั้งนี้ คือ น้ำตาพะยูน นั่นเอง
น้ำตาพะยูน ได้มาจากน้ำตาของปลาพะยูน มีฤทธิ์อำนาจ : เป็นของขลังทางเสน่ห์อย่างแรงกล้าเช่นเดียวกับน้ำมันพราย
โดยน้ำตาพะยูน นี้สามารถนำมาใช้ในการสักยันต์ได้ ซึ่งแตกต่างจาก งาช้างน้ำ ที่มอบให้สาวใช้ชองตน จึงไม่อาจจะหาสาเหตุได้ แต่ลู่หานที่เคยวิเคราะห์กับอาจารย์ตนว่า ฤทธิ์พลังอำนาจ ของ งาช้างน้ำ มีอานุภาพยิ่งกว่า น้ำตาพะยูนก็ได้ แล้ว งาช้างน้ำ อาจจะมีความสามารถโดดเด่นเรื่องป้องกันไสยมนต์ดำ คุณไสยาสน์ ยันต์ด้านมืด ก็ได้ จึงทำให้ไม่สามารถสักยันต์เพื่อเพิ่มอำนาจลงไปใน งาช้างน้ำ ได้เลย
ลู่หาน ที่ใช้กระจกที่ได้มาจากตำหนักเจ้าพ่อ ในการส่องดูใบหน้าตนเอง เพื่อทำการสักยันต์รูปแบบแปลงโฉมลงไปที่แก้มอีกครั้ง
"เป็นไงบ้าง"
เพียงไม่นาน ลู่หานก็สักยันต์จนเสร็จเรียบร้อย ราวกับนักสักยันต์ชั้นนำเลยก็ได้
"ยอดเยี่ยมมากเลยคะ คุณหนู"
สาวใช้ที่มองดูใบหน้าคุณหนูของตน ที่เปลี่ยนไปอีกครั้งจากเดิม โดยมีใบหน้าที่หล่อเหลา มีเสน่ห์มากนัก ราวกับเจ้าชายในราชวัง หรือเทวดาที่ตกลงมาจากสวรรค์เลยก็ได้
"เจ้าอยู่เฉยๆ ข้าจะเปลี่ยนใบหน้าเจ้าด้วย"
ลู่หาน ที่จัดการสักยันต์รูปแบบแปลงโฉมบนใบหน้าสาวใช้ ที่ตอนแรกหวาดกลัวกับเข็มอันแหลมคมในการสักยันต์ ซึ่งตนเองไม่เคยลองมาก่อนเลย แต่ด้วยคำสั่งของคุณหนู จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำใจยอมรับชะตากรรมที่ต้องโดนสักยันต์จนได้
แต่อย่างน้อยก็มาจากฝีมือของคุณหนูตนเอง ที่เชี่ยวชาญ หรืออาจจะเหนือกว่านักสักยันต์ทั่วไป ดีกว่าไปให้คนอื่นที่ไม่รู้จัก แล้วไม่แน่ว่าจะมีความชำนาญหรือไม่มาสักยันต์บนใบหน้าตนเอง ซึ่งอาจจะเสี่ยงต่อการเสียโฉมมากกว่าเดิมอีก
ตึกตัก
สาวใช้ ที่รู้สึกแปลกๆกับการเต้นของหัวใจตนเอง ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หลังจากที่คุณหนูของตน จ้องมองใบหน้าอัปลักษณ์ตัวเองที่ไม่มีทีท่ารังเกียจเลย เพื่อมองดูจุดที่ต้องสักยันต์ลงไป ก่อนจะเริ่มทำการสักยันต์ทุกครั้ง
"การที่เราหัวใจเต้นแรงแบบนี้มันคืออะไรกันนะ"
สาวใช้เหยาเหยา ที่ไม่เข้าใจความรู้สึกเช่นนี้มาก่อน จึงไม่อาจจะหาคำอธิบาย หรือสาเหตุของอาการโรคหัวใจเต้นแรงแบบนี้ได้ เป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นในชีวิตของตนเอง ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยเจอ หรือเป็นแบบนี้มาก่อนเลย
ตอนนี้สาวใช้เหยาเหยา ที่เริ่มรู้สึกตัวว่ามีใบหน้าที่ร้อนขึ้นมา อาจจะเป็นเพราะอากาศด้านนอกร้อน จนทำให้มีผลต่อใบหน้าตนเองร้อนด้วยเช่นนี้ก็เป็นได้
"อ๊ะ"
สาวใช้ที่หลบเลี่ยงสายตา หลังจากที่บังเอิญสายตาจ้องประสานกันกับคุณหนูของตน จึงรีบหลบเลี่ยงอย่างกะทันหัน ราวกับว่าเป็นปฏิกิริยาอะไรสักอย่างของร่างกายตนเองที่สั่งให้ทำอย่างนั้น