“เื่ทั้งหมดก็เป็อย่างที่หนูเล่าเลยค่ะหลวงปู่”
“ไม่มีอะไรหรอก กินเยอะฝันเยอะ ”
หลวงปู่มิ่งบอกหลานไปแบบนั้น แต่ในใจตนรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น แต่แล้วยังไงละ ถึงมีอะไรที่ไม่ดีประสงค์ร้ายกับหลานทั้งสองของตน ก็ทำอะไรหลานตนไม่ได้ อีกทั้งยังจะแพ้ภัยตัวเองไปอีกเนื่องด้วยทั้งสองต่างก็มีสิ่งวิเศษที่มนุษย์ไม่คาดคิดคุ้มครองอยู่
“ถ้าไม่มีอะไร เราก็โล่งใจค่ะ งั้นเราไปหาคนรับเหมาก่อสร้างกันดีกว่าตา.”
ทั้งสองลงจากกุฏิพระ แล้วขับรถไปบ้านผู้รับเหมาตามที่ได้ข้อมูลมาจากเด็กวัดที่วัดหลวงปู่บอกกล่าวเมื่อมาถึงก็หาบ้านหลังนั้นไม่เจอ จึงคิดว่าพากันหลงแล้วแน่ๆ จึงพากันขับรถไปหาน้าวิชัยที่บ้าน ครั้นเมื่อถึงบ้านน้าวิชัย น้านวลผู้เป็ภรรยาก็ออกมาต้อนรับอย่างดีใจ อีกทั้งยังโทรไปตามผู้เป็สามี ที่อยู่ที่ทำงานให้กลับบ้านด่วนอีกด้วย
“ทานน้ำทานขนมก่อนจ๊ะ”
“ขอบคุณค่ะน้านวล น้านวลกับน้าวิชัยสบายดีมั้ยจ๊ะ”
“สบายดีค่ะ รายนั้นก็สบายดีเกือบปีแล้วนะคะที่เราไม่ได้เจอกัน”
“ค่ะ เร็วนะคะ เขาได้ติดต่อมาบ้างมั้ยคะ”
“ไม่เลยค่ะ แต่น้าเชื่อนะคะ ว่าคนอย่างคุณอินทร์เดี๋ยวเขาก็มา”
“ตาก็เชื่อแบบนั้นค่ะ”
พูดคุยถามไถ่กันสักพัก รถเก๋งคันหรูเหมาะสมกับตำแหน่งผู้กำกับ ขับเข้ามาจอดลานหน้าบ้านอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังรีบลงรถเดินขึ้นบ้านมาหาผู้เป็แฟนของคนที่เขานับถืออย่างร้อนใจ เพราะก่อนที่นาคราชอินทร์จากไป ท่านได้ฝากฝั่งให้ตนดูแลแฟนสาวอย่างสิตาให้ดี
“เกิดอะไรขึ้นรึป่าวครับ”
“ไม่มีะไรนิ คะ”
“เฮ้ย………โล่งอกทีครับ ผมรีบขับรถมาเลยคิดว่ามีเื่อะไรเกิดขึ้นกับคุณทั้งสอง"
“ป่าวหรอกค่ะ ตากับอิงจะมารบกวนน้าวิชัย ช่วยหาสถาปนิกหรือผู้รับเหมาสร้างบ้านให้หน่อยค่ะ ”
“ได้เลยครับ ลูกน้องผมพึ่งทำบ้านเสร็จ เดี๋ยวผมขอเบอร์ให้”
วิชัยรีบกดโทรหาลูกน้องขอเบอร์ผู้รับเหมาให้สาวๆทันที และเมื่อให้เบอร์เรียบร้อยแล้ว ก็ถามสาวๆว่าจะมาอยู่ที่นี่กันหรอ คำตอบคือมาอยู่ชั่วคราว มาเพียงพักผ่อน พวกตนไม่อยากนอนที่โรงแรมอีกแล้วจึงคิดจะสร้างบ้านไว้เป็ของตัวเอง
“เออ ทานข้าวเย็นกันก่อนนะครับ ค่อยกลับ”
“ไว้วันหลังนะคะ พอดีสิตากับอิงๆชวนกันไปเดินตลาดนัดกันแล้วค่ะ”
“ใช่ตลาดใหญ่หน้า ร้านขายรถรึป่าวคะ”
“ใช่ค่ะ ตากับอิงขับผ่านหลายครั้งแล้ว แต่ไม่เคยได้แวะสักที”
“แถวนั้นมีร้านข้าวอร่อยๆอยู่ เอางี้มั้ยคะ คุณตากับคุณอิงไปเดินเที่ยวก่อน แล้ว 1ทุ่มตรงมาเจอกันที่ร้านข้าวโอเคมั้ยคะ”
“ก็ได้ค่ะ ถ้างั้นตากับอิงไปตลาดก่อนนะคะ”
เ้าบ้านทั้งสองต่างส่งแขก แล้วกลับเข้าไปนั่งพูดคุยและอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปยังนัดที่ได้นัดกับสาวๆทั้งสองไว้
เมื่อถึงเวลาที่กำหนด สิตาและอิงๆก็ได้เข้ามาในร้านที่น้าวิชัยส่งพิกัดให้ ร้านนี้ถ้ามองดีๆจะเห็นรูปต่างๆที่บ่งบอกว่าก่อตั้งมาหลายสิบปี เป็ร้านที่ครั้งหนึ่งเคยออกทีวีอีกด้วย
“รอนานมั้ยคะ”
“ไม่หรอกครับ แล้วนี่ได้อะไรกันมาบ้าง”
“ตาได้หมวกแล้วก็รองเท้าใส่เล่นค่ะ”
“ส่วนของอิงได้เสื้อกับรองเท้าค่ะน้า”
ทั้ง4คนต่างพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนานในระหว่างที่รออาหารที่สั่งมา โดยไม่สังเกตเลยว่ามีผู้หญิงผมยาวไร้ร่างกายเผ้ามองทั้ง4คนจากไกลๆอยู่
เมื่อครั้นทานอาหารกันอิ่มหน่ำ คนทั้ง4ก็ต่างร่ำลากัน สิตานั้นเผลอพูดกล่าวลาไม่ดีจึงถูกน้าศรีนวลตีแขนเบาๆว่าคราวหลังไม่ควรพูดอีก
ส่วนสิตาที่ถูกน้าศรีนวลเตือนก็ขอโทษแล้วบอกจะไม่พูดอีก จึงทำให้สถานการณ์ดีขึ้นด้วยความโล่งใจของคนมีอายุมากกว่าที่เป็ห่วงในคำพูดที่คล้ายลางบอกเหตุ
“แยกกันตรงนี้ก็ได้ครับ ”
“ค่ะ ขอบคุณนะครับที่เลี้ยงข้าวพวกเรา”
“ยินดีครับ"
ทุกคนแยกย้างกันจริงๆสักที หลังจากที่ใช้เวลาร่ำลากันนานพอสมควร
“ตารออิงอยู่นี่นะ อิงไปเอารถก่อนเดี๋ยววนมารับ”
“ได้ๆ”
สิตาที่กำลังซื้อพวงมาลัยในร้านแพงลอยข้างถนนบอกเพื่อน แล้วหันมาหยิบพวงมาลัยขึ้นเพื่อให้แม่ค้าใส่ถุงให้ แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
เอี๊ยดดดดดดดดดดดดด
เสียงเบรกที่คนขับเยียบจนมิด กับเสียงของล้อที่เสียดสีกับถนน มันทำให้สิตาที่จับพวงมาลัยอยู่ต้องหันไปมอง ภาพที่เห็นข้างหน้ามันทำให้ตัวเธอนั้นชาแทบจะไม่หายใจ
“อิง!!!!.”
สิตาเข้าไปพลักเพื่อนในเสี้ยววินาที ที่ตัวรถจะมาถึง โครม!!! ร่างสิตาที่ถือพวงมาลัยลอยละลิ่วไปประมาน 200เมตร ร่างของเธอตกลงมากระแทกพื้นอย่างจังด้วยสภาพที่ร่างกายไม่มีาแ ไม่มีเืไหล มีเพียงอย่างเดียวคือสลบ หลับตาไป พร้อมกับหัวใจที่เต้นรวยริน
“กริ๊ด!!!!ตาาาา!!!”
อิงๆ แทบล้มทั้งยืนเมื่อเห็นเพื่อนตนเองถูกรถชนต่อหน้าต่อตา เธอรีบวิ่งเข้าไปหาร่างของเพื่อนพร้อมกับร้องขอความช่วยเหลือจากผู้คนแถวนั้นด้วยน้ำตา เหตุการณ์เริ่มชุลมุนมากขึ้นเมื่อ เส้นทางสัญจรไปมาเริ่มรถติด จึงทำให้ผู้กำกับอย่างน้าวิชัยและศรีภริยาต้องเดินออกมาดูว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น รถถึงติดเพียงนี้
“มีอะไรกันหรอครับ”
วิชัยถามชาวบ้านคนหนึ่งที่กำลังจะวิ่งไปยังทางข้างหน้า
“มีกลุ่มดาราถูกรถชนค่ะ”
ดารา วิชัยกับภรรยาแอะใจขึ้นมาทันที ถึงแม้สิตาจะไม่ใช่ดารา แต่อิงๆเธอโลดเล่นอยู่ในวงการมายา รึว่า……….
ทั้งสองสามีภรรยาหลังจากที่คิดทบทวนก็พากันรีบวิ่งไปยังทางที่เขามุงกันอยู่ และเมื่อถึงที่หมายก็ขอทางกับชาวมุงอย่างเสียงดัง จนทำให้กลุ่มไทมุงนั้น ถอยแหวกทางให้สามีภรรยาทั้งสองคน
“คุณตา!!.”
สองสามีเรียกชื่อสิตาอย่างใ พร้อมกับเข้าไปใกล้ๆของร่างนั้นที่กำลังหลับอยู่ มือเธอข้างขวาถือพวงมาลัยมะลิพวงใหญ่ มือข้างซ้ายนั้นจับสร้อยคอที่อยู่บนคอไว้มั่น เป็ภาพที่งดงามมากสำหรับใครหลายคนที่มองมา แต่มันติดอย่างเดียวคือร่างที่นอนอยู่ข้างหน้าของชาวมุง คือเธอถูกรถชนนั้นเองไม่ใช่แค่นอนหลับไป