จุติใหม่มหาเทพตี้เทียน( ภาคมหาสงครามสิ้นโลก )

    บทที่60 นี่มันบริษัทของฉัน

     

     

                ด้านหน้าบริษัทจ้าวหนิงจิวเวลรี่ ตอนนี้ซุยลี่เหยากับจางสุยผิงได้เดินเข้าไปด้านในแล้ว โดยที่จ้าวเทียนเพียงหยุดยืนดูอยู่ไกลๆเท่านั้น

     

                “ บางทีพวกเราอาจจะได้อะไรมากกว่าที่คิดก็ได้” จ้าวเทียนพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มเฉยชา

     

                “ นั่นสินะครับ…ถ้าเราสามารถรู้จุดประสงค์ของพวกเขาได้  ก็จะวางแผนดักทางได้สบาย  ที่พี่หยุดอยู่ตรงนี้แสดงว่ามีวิธีแอบเข้าไปใช่ไหม  ”  หวังซินหยางพูดขึ้นด้วยความมั่นใจ

     

                “ หากอีกฝ่ายสัมผัสพลังปราณได้ก็คงจะลำบากอยู่บ้าง  แต่สำหรับคนธรรมดา ฉันพานายเข้าไปได้สบาย   ”

     

                “  จากที่ลุงซุยบอกมาพนักงานส่วนใหญ่ลาออกไปเกือบหมดแล้ว เหลืออยู่ในบริษัทเพียงแค่20 คนเท่านั้น  ตัวซุยลี่เหยาเองก็มีบริษัทของตระกูลซุยที่ต้องดูแล  คงไม่ได้มาที่นี่บ่อย ”

     

                หลังจากพูดจบ จ้าวเทียนก็ส่งสัญญาณว่าให้เงียบ  จากนั้นเขาก็คว้าตัวหวังซินหยางหายตัวเข้าไปในบริษัททันที

     

     

                ภายในห้องประธานบริษัท

     

              ซุยลี่เหยากำลังนั่งอ่านเอกสารตรงหน้าด้วยท่าทางเคร่งเครียด ตั้งแต่ได้ปรับความเข้าใจกับพ่อของเธอ  และรู้ว่าจ้าวเทียนไม่ได้ต้องการที่จะแต่งงานด้วย

               

                ตัวเธอเองก็ทำตามที่กงเสี่ยวเหมยเพื่อนสนิทแนะนำ  คือมองจ้าวเทียนด้วยใจที่เป็นกลางไม่มีอคติ  นั่นมันก็ทำให้เธอเข้าใจอะไรได้มากขึ้น 

               

                ทั้งเรื่องที่น้องสาวเธอเป็นฝ่ายทำร้ายจ้าวเทียนด้วยความเห็นแก่ตัวและเรื่องสาเหตุที่พ่อของจ้าวเทียนต้องตาย 

               

                แต่ถึงแม้จะเป็นแบบนั้นอีกฝ่ายก็ยังปฏิบัติต่อพ่อของเธอเป็นอย่างดี  และไม่เคยแสดงท่าทีคิดร้ายกับคนในครอบครัวเธอเลย

     

              ‘ เมื่อก่อนฉันคงมองเขาผิดไปจริงๆ   ทั้งเรื่องที่คลับแมวป่านั่นมันก็ไม่ใช่ความผิดของจ้าวเทียนเลย   หากเขาไม่ได้อยู่ตรงนั้น สถานการณ์คงจะแย่กว่าเดิมด้วยซ้ำ  ’

     

              ‘ ฉันอยากช่วยเหลือเขาเรื่องบริษัทเพื่อเป็นการขอโทษในสิ่งที่ฉันทำผิดไป ’

     

     

              เธอหักห้ามความคิดฟุ้งซ่านในใจ แล้วอ่านเอกสารตรงหน้าอีกรอบอย่างละเอียด

     

                “ เป็นอย่างไรบ้างประธานซุย…เงื่อนไขที่ผมเสนอให้นี้เหมาะสมที่สุดแล้ว  ถ้าคุณต้องการจะให้บริษัทนี้ฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง”  จางสุยผิงพูดขึ้นด้วยร้อยยิ้มเจ้าเล่ห์

     

                “ ฉันคงยอมรับเงื่อนไขนี้ไม่ได้…ตอนนี้ฉันเพียงแค่ช่วยดูแลบริษัทให้กับเจ้าของที่แท้จริงเท่านั้น  หากฉันเซ็นต์เอกสารนี้บริษัทจ้าวหนิงจิวเวลรี่ก็จะกลายเป็นบริษัทในเครือของคุณทันที”

     

                “ ฉันคงต้องขอให้คุณเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขบางข้อก่อน” ซุยลี่เหยาพูดขึ้นด้วยท่าทางจริงจัง

     

                ตัวเธอเองไม่ได้ทำธุรกิจอยู่ในแวดวงจิวเวลรี่  เลยไม่มีคอนเนคชั่นในด้านนี้  จุดประสงค์ของเธอคือต้องการช่วยเหลือจ้าวเทียน  ฟื้นบริษัทจ้าวหนิงจิวเวลรี่ขึ้นมาอีกครั้ง 

               

                เพื่อการนี้เธอต้องทำการบ้านเยอะมากทั้งเรื่องการหาข้อมูลและการติดต่อหุ้นส่วนทางธุรกิจ  นั่นคือเหตุผลที่เธอนัดจางสุยผิงมาในวันนี้

     

                “ ผมคงต้องขอแสดงความเสียใจด้วย…เงื่อนไขนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ” จางสุยผิงพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย

     

                “ นั่นมัน… ” ซุยลี่เหยามีสีหน้าหมองลงไปทันที  ตอนนี้บริษัทขาดเงินทุนเป็นจำนวนมาก  รวมทั้งตัวสินค้าด้วย  หากปล่อยไว้แบบนี้ไม่เกินสองเดือนได้ล้มละลายอีกรอบแน่

     

              ‘ จ้าวเทียนเองก็คงไม่มีประสบการณ์ด้านธุรกิจ…อย่างน้อยฉันคงต้องแก้ปัญหาเรื่องเงินทุนให้เขาก่อน  ถึงค่อยส่งมอบบริษัทนี้ให้  ’

     

     

              จางสุยผิงมองสีหน้ากลัดกลุ้มของหญิงสาวตรงหน้าด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย

               

                ‘ ดูไปแล้วยัยเด็กนี่ก็สวยสุดๆไปเลยนี่นา  ทำไมฉันไม่จัดการเธอ… ’

     

     

              หลังจากที่คิดวางแผนบางอย่างในใจเรียบร้อยจางสุยผิงก็ปั้นสีหน้าเป็นคนดีมองทางซุยลี่เหยาแล้วพูดขึ้น

                “ จะว่าไป…มันก็มีอีกทางนะที่จะสามารถช่วยเหลือบริษัทคุณได้ ”

     

                “ คุณพูดจริงงั้นเหรอ” ซุยลี่เหยาถามขึ้นอย่างมีความหวัง

     

                “ แน่นอน…อีก 15 วันจะมีงานแสดงเครื่องเพชรขึ้นที่โรงแรมของตระกูลจาง  ซึ่งมีบริษัทชั้นนำในวงการเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก  ผู้สนับสนุนรายใหญ่ของเราก็ลงทุนด้านโฆษณาไปหลายสิบล้านแล้ว”

     

                “ ผมรู้มาว่าบริษัทของตระกูลซุยที่คุณดูแลอยู่ก็มีชื่อเสียงที่ดีในเมืองเทียนจิน ทำไมคุณไม่มาเข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนงานนี้ด้วยล่ะ  แล้วผมจะยอมให้บริษัทจ้าวหนิงจิวเวลรี่ได้เป็นเจ้าภาพร่วมจัดงาน  ”

     

                “ นี่เป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยนะ…บริษัทตระกูลซุยได้รับกำไรและบริษัทจ้าวหนิงจิวเวลรี่ก็ได้เปิดตัวในวงการอีกครั้ง”  จางสุยผิงยื่นข้อเสนอให้แบบใจกว้างด้วยรอยยิ้มจริงใจ 

                แต่ภายในใจเขากลับหัวเราะออกมา…

     

                ‘ ใช่เลย…ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวจริงๆ แต่สำหรับฉันนะ ’

     

              ‘ ขอแค่เธอตกลง  ฉันก็มีทางที่จะทำให้บริษัทของตระกูลเธอและบริษัทจ้าวหนิงจิวเวลรี่ตกมาอยู่ในมือฉัน  ’

             

     

                “ เรื่องนี้…ฉันขอคิดดูก่อนได้ไหม ” ซุยลี่เหยาพูดขึ้นด้วยสีหน้ากังวล  เรื่องที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของจ้าวเทียนเมื่อหกเดือนก่อนเธอก็ได้ฟังมาจากพ่อของเธอแล้ว  

               

                ถึงแม้จะไม่ได้มีหลักฐานเชื่อมโยงไปที่จางสุยผิง  แต่จากประสบการณ์ของเธอในแวดวงธรุกิจที่ผ่านมา 

                เรื่องบางอย่างมันอาจจะไม่ง่ายดายเหมือนที่เราเห็น…

     

                “ คุณต้องตัดสินใจวันนี้…เวลาของผมมีค่านะประธานซุย ถ้าคุณตกลงผมจะได้รีบติดต่อประสานให้ทันที  เรามีเวลาแค่ 15 วันเท่านั้นนะ คุณอย่าลืม ”

     

                “ นี่ผมก็ช่วยคุณเต็มที่แล้วนะ…อย่าให้ความหวังดีของผมต้องเสียเปล่าสิ ” จางสุยผิงพูดด้วยน้ำเสียงแฝงความกดดัน 

               

                เขาหันไปสั่งเลขาส่วนตัวที่ยืนรออยู่ด้านข้าง 

                “ เธอไปเตรียมเอกสารมาให้ประธานซุยเดี๋ยวนี้”

               

                ผ่านไป 10 นาที

     

              เลขาของจางสุยผิงก็นำเอาเอกสารสัญญามาให้ซุยลี่เหยา  

     

                “ นี่ผมก็ให้เวลาคุณคิดสิบนาทีแล้วนะ…คุณรีบเซ็นต์ได้แล้วล่ะ หลังจากนี้พวกเราก็จะได้ร่วมงานกัน  คืนนี้ผมมีนัดคุยธุรกิจกับผู้สนับสนุนรายใหญ่  คุณก็ออกมาด้วยกันสิ  ผมจะได้แนะนำตัวคุณให้ทุกคนรู้จัก”  จางสุยผิงพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม 

               

                เขาใช้ทั้งไม้แข็งและไม้อ่อนชักจูงความคิดของซุยลี่เหยา…

     

                “ ฉัน… ” ซุยลี่เหยามีความคิดขัดแย้งในตัวเอง  เธอต้องการจะช่วยเหลือบริษัทของจ้าวเทียนแต่ลางสังหรณ์ของเธอบอกว่าข้อตกลงนี้มีปัญหา

     

                ‘ ฉันควรทำยังไงดี’

     

              เวลาผ่านไปอีกห้านาที เธออ่านเอกสารสัญญาซ้ำแล้วซ้ำอีกจนในที่สุดเธอก็ตัดสินใจได้ 

     

                ‘ ตามเงื่อนไขในสัญญานี้…มันไม่มีข้อผิดพลาดตรงไหนเลย บางทีลางสังหรณ์ของฉันอาจจะผิดก็ได้ ’

     

              ในขณะที่เธอกำลังจะหยิบปากกาขึ้นมา…

     

                ปัง!

     

                ประตูห้องถูกผลักเข้ามาเสียงดัง

     

              “ สัญญาขยะแบบนั้น…ไม่ต้องเซ็นต์! ”

     

              !!

     

              จ้าวเทียนเดินนำหวังซินหยางเข้ามาด้วยสีหน้าเย็นชา เขาหยิบเอกสารสัญญาขึ้นมาแล้วฉีกทิ้งท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้อง

     

                “ นาย…จ้าวเทียน ” ซุยลี่เหยาตกใจจนพูดไม่ออกที่เจอจ้าวเทียนในเวลานี้แถมอีกฝ่ายยังฉีกสัญญาทิ้งอีก  

               

                หรือเขาไม่รู้เลยเหรอว่าข้อตกลงนี้มันสามารถช่วยเหลือบริษัทเขาได้…

     

     

                เมื่อมองไปที่สีหน้ากังวลของซุยลี่เหยา  จ้าวเทียนก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย ตัวเขานั้นยืนฟังอยู่นานแล้ว  และเขาก็พอจะรู้จุดประสงค์ของซุยลี่เหยาดี

     

              ‘ ผู้หญิงคนนี้มีเจตนาที่ดี…ดูเหมือนเรื่องในวันนั้นจะทำให้ความคิดของเธอเปลี่ยนไป ’

     

              ‘ แบบนี้มันก็ดีเหมือนกัน…ยังไงเธอก็เป็นลูกสาวของลุงซุย แถมเรื่องที่เธอทำผิดต่อฉันก็เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย  ฉันจะยกโทษให้เธอก็แล้วกัน’

             

     

                “ นี่แกเป็นใครวะ…เข้ามาได้ยังไง แล้วยังมาฉีกสัญญาอีก  ประธานซุยนี่มันหมายความว่ายังไง  รีบไล่พวกมันออกไปซะ ผมจะเตรียมเอกสารสัญญาให้ใหม่” จางสุยผิงตะโกนขึ้นด้วยความโมโห 

     

                เขาเกือบจะทำสำเร็จอยู่แล้วแต่ไอ้บ้านี่ดันเข้ามาสอด…

     

                “ ไม่ได้ยินที่ฉันพูดเหรอ…จะไม่มีการเซ็นต์สัญญาอะไรทั้งนั้น ” จ้าวเทียนประกาศออกมาเสียงดัง

     

                “ ฮ่าฮา แกบอกว่าไม่เซ็นต์  แล้วพวกเราก็ต้องทำตามแกเหรอไง  ประธานซุยผมแนะนำให้คุณไล่พวกมันออกเถอะ  มีลูกน้องแบบนี้อนาคตบริษัทคุณผมก็พอจะเห็นภาพแล้วล่ะ  ” จางสุยผิงพูดเยาะเย้ยออกมา

     

                “ ประธานจาง…เขาเป็น ” ซุยลี่เหยาพยายามจะอธิบายถึงตัวตนของจ้าวเทียน  แต่ก็โดนขัดขึ้นเสียก่อน

     

                “ ผมไม่อยากรู้ว่ามันเป็นใคร…ตอนนี้ผมอยากจะถามคุณมากกว่าว่าต้องการจะทำอะไรกันแน่  ที่ผมมาที่นี่ในวันนี้ก็เพื่อเสนอทางช่วยเหลือคุณ  แต่นี่คือสิ่งที่ผมได้รับงั้นเหรอ  ”

     

                “ คุณสั่งให้มันตบปากตัวเอง…แล้วไสหัวไปเดี๋ยวนี้ แล้วผมจะยอมยกโทษให้  ไม่อย่างนั้นนอกจากคุณจะไม่ได้พันธมิตรที่ดีแล้ว ในทางกลับกันคุณจะได้ศัตรูเพิ่มขึ้นแทน”

     

                ฮ่า ฮาๆ

               

                “ แกนี่มันกล้าดีจริงๆ  ”  จ้าวเทียนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

     

                ฟุ่บ!  เพียงก้าวเดียวตัวเขาก็มาโผล่ตรงหน้าจางสุยผิงทันที

     

                “ แกสั่งให้ฉันตบปากตัวเองงั้นเหรอ”

               

                เพี้ยะ!

     

                จางสุยผิงถูกจ้าวเทียนตบหน้าจนกระเด็นไปกระแทกพื้น  แก้มของเขาบวมเป่งมีเลือดไหลซึมออกจากปาก

     

                บอดี้การ์ดทั้งสองคนพยายามจะเข้ามาจัดการกับจ้าวเทียน  แต่ก็ถูกออร่าสังหารของจ้าวเทียนจนแข้งขาอ่อนทรุดลงไปนั่งตัวสั่นอยู่บนพื้น

     

               

                “ แกบอกให้ฉันไสหัวไปงั้นเหรอ”

     

              เปรี้ยง!

     

                เขาเตะไปที่ตัวของจางสุยผิงจนอีกฝ่ายกระเด็นออกจากห้องไปเหมือนลูกบอลเนื้อ

     

               

                 “ แกอยากรู้ไหม…ว่าทำไมฉันถึงกล้าฉีกสัญญาของแก ”

     

              จ้าวเทียนเดินตามออกมานอกห้อง เขามองจางสุยผิงที่มีสีหน้าหวาดกลัวด้วยสายตารังเกียจ

     

               

              “ ก็เพราะ…ที่นี่มันคือบริษัทของฉัน ”

     

              “ ฉัน...จ้าวเทียนประธานบริษัทจ้าวหนิงจิวเวลรี่ จำใส่หัวไว้ซะ ”

    คล้ายกับเรื่องจุติใหม่มหาเทพตี้เทียน( ภาคมหาสงครามสิ้นโลก ) ที่คุณอ่าน