ผมมองอ่างเก็บน้ำที่ใกล้เข้ามาทุกขณะแม้จะลองทุกวิถีทางแล้วแต่ก็ไร้ผล
ขณะที่ตัดสินใจกระโดดหนีออกจากรถหัวใจกลับรู้สึกปวดร้าวอย่างหนัก
ผมสามารถสะกดวิญญาณคนขับรถไว้แต่กลับไม่สามารถสังหารมันได้
ถ้ามันไม่ตายผมก็จะควบคุมรถคันนี้ไม่ได้ และไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องจากไป
ผมมองไปยังภรรยาพี่เฉาและเหล่าวิญญาณผู้โดยสารที่ต้องสังเวยชีวิตให้กับวิญญาณคนขับรถตนนี้
ภายในใจเต็มไปด้วยความไม่ยินยอมแต่ก็จนปัญญาจะทำอะไรได้
ความรู้สึกนี้มันแย่มากจริงๆ…
“อย่าลังเล รีบไปเร็ว!” ภรรยาพี่เฉาเร่งเร้า
วิญญาณหนุ่มรอยสักที่ทำได้เพียงชะลอความเร็วของรถก็ตะโกนขึ้นจากที่นั่งคนขับ
“พี่ชายรีบไป นายต้องมีชีวิตรอด แล้วกลับมาช่วยพวกเราออกไปให้ได้!”
แม้ก่อนหน้านี้เราจะบาดหมางกันนิดหน่อย แต่เวลานี้เขากลับคอยกระตุ้นให้ผมหนีไป
วิญญาณผู้โดยสารคนอื่นๆก็ร่ำไห้สะอึกสะอื้น แม้อยากให้ผมอยู่ต่อ แต่ก็อยากให้ผมหนีไป
หากอยู่ที่นี่ต่อไปก็แค่เพิ่มจำนวนวิญญาณที่ติดอยู่ในรถบัสคันนี้อีกหนึ่งดวงเท่านั้นเอง
“ต้องตายกันหมด! ทุกคนต้องถูกฝังไปพร้อมกับฉัน!”
วิญญาณคนขับรถที่ถูกตรึงไว้กับพื้นด้วยกระบี่กระดูกปลายังคงคำรามและดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง
แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือเนื้อที่เน่าเฟะบนใบหน้าของมันและบาดแผลที่เกิดจากยันต์สะกดวิญญาณกำลังค่อยๆฟื้นตัว
กระบี่กระดูกปลาเริ่มควบคุมมันไว้ไม่อยู่แล้ว
ผมขมวดคิ้วแน่นก่อนจะหันไปพยักหน้าให้กับเหล่าวิญญาณในรถ
“ฉันจะกลับมาแน่นอน!”
พูดจบผมก็โหนตัวออกไปนอกหน้าต่างครึ่งหนึ่ง
ความเร็วของรถบัสลดลงจนเหลือเพียงยี่สิบไมล์ต่อชั่วโมงซึ่งถือว่าช้ามาก
ด้วยความเร็วระดับนี้ถ้าผมกระโดดลงไปก็คงไม่ถึงกับตาย
เมื่อตัดสินใจได้ผมเตรียมตัวจะกระโดดออกไป
แต่ในช่วงเสี้ยววินาทีก่อนที่ร่างจะหลุดออกจากตัวรถจู่ๆ ก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น
ที่ด้านหลังของรถบัสทะเบียนJK7231 จู่ๆก็มีแสงสว่างจ้าสาดเข้ามาพร้อมกับเสียงเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่ม
รถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งกำลังเร่งเครื่องเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว
เสียงของชายคนหนึ่งที่ฟังดูคุ้นหูตะโกนมาจากข้างหลัง
“อย่ากระโดด! ดึงฉันขึ้นไป!”
ในขณะที่เสียงนั้นดังขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ก็มุ่งหน้าเข้ามาใกล้
ฝนหยุดตกแล้วพระจันทร์เผยออกมา
ผมพอมองเห็นเค้าโครงของชายคนนั้นภายใต้แสงจันทร์สลัวๆ
เขาคือ...เม่าจิ้งจากศาลฮวงจุ้ยเป่าซาน ชายหนุ่มผู้เยือกเย็น!
ครั้งก่อนเขาเคยใช้ไก่นำทางผมกับหวังชุ่ยหนีออกจากตึกทดลองได้
“เม่าจิ้ง!” ผมอุทานออกมาโดยไม่รู้ตัว
รถมอเตอร์ไซค์พุ่งเข้ามาประกบข้างเม่าจิ้งขี่มอเตอร์ไซค์สปอร์ตสุดเท่ พร้อมกับสะพายกระบี่ไม้ท้อไว้ที่หลัง
ตอนนี้เขาอยู่ข้างตัวผมแล้วเคลื่อนที่ไปพร้อมกับรถบัสผี
เขาไม่ได้สวมหมวกกันน็อกหันหน้ามองมาที่ผมซึ่งกำลังยื่นตัวออกจากหน้าต่าง
“ดึงฉันขึ้นไป ฉันทำให้รถคันนี้หยุดได้!”
ผมรู้ว่าเขามีฝีมือเพราะเคยเห็นมากับตาตัวเอง แต่ตอนนี้รถบัสผีอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุที่มันพุ่งลงสู่อ่างเก็บน้ำไม่ถึงร้อยเมตรแล้ว
ถ้าผมกระโดดลงไปตอนนี้ผมรอดแน่ๆ
แต่เหล่าวิญญาณบนรถจะไม่มีวันได้รับการช่วยเหลือภารกิจครั้งนี้จะล้มเหลว
แต่ถ้าผมเลือกเชื่อเม่าจิ้งและเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นมา
เราอาจจะติดอยู่ในรถคันนี้ด้วยกันและจมดิ่งสู่ก้นอ่างเก็บน้ำไปพร้อมกับมัน
มันเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก
แต่ใช้เวลาเพียงชั่วพริบตาผมก็ตัดสินใจได้
คนอื่นยังไม่กลัวแล้วผมจะกลัวอะไรอีก!
ผมใช้มือข้างหนึ่งจับขอบหน้าต่างแน่น อีกมือหนึ่งยื่นออกไปโดยไม่ลังเล
“ขึ้นมาเลย พี่ชาย!”
เม่าจิ้งไม่ลังเลเลยสักนิดเขาคว้ามือของผมไว้แน่น ก่อนจะใช้เท้าเตะรถมอเตอร์ไซค์ส่งตัวเองขึ้นมา
เขาไม่สนใจมอเตอร์ไซค์ที่เสียการควบคุมมันพุ่งไปชนขอบถนนและตกลงไปในอ่างเก็บน้ำเสียงดัง “ตูม!”
เม่าจิ้งไม่ชายตามองเลยสักนิดเพียงรีบปีนเข้ามาในรถบัสด้วยความช่วยเหลือของผม
ขณะนั้นวิญญาณทั้งหมดในรถมองมาที่เราสองคน
ภรรยาพี่เฉาเอ่ยด้วยความร้อนรน
“พวกคุณขึ้นมาทำไมอีก รถกำลังจะพุ่งลงน้ำ ไม่มีทางรอดแล้ว!”
“ต้องตาย! ทุกคนต้องถูกฝังไปกับฉัน!”
วิญญาณคนขับรถคำรามเสียงกร้าวบาดแผลบนใบหน้าที่เกิดจากยันต์สะกดวิญญาณและกระบี่กระดูกปลาฟื้นตัวเกือบสมบูรณ์แล้ว
มันเริ่มพยายามดึงกระบี่กระดูกปลาที่ปักคอของมันออก
รถบัสก็กำลังจะถึงจุดเกิดเหตุเหลือเพียงห้าสิบเมตรเท่านั้น!
ความเร็วของรถเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
วิญญาณหนุ่มรอยสักที่พยายามควบคุมรถเหยียบเบรกจนแทบจะพังไปแล้วแต่ก็ยังหยุดรถไม่ได้
เขากำพวงมาลัยแน่นแล้วตะโกน
“ฉันคุมมันไม่ได้แล้ว!”
วินาทีต่อมา
เสียง“โครม!” ดังขึ้น
เขาถูกแรงดีดจากที่นั่งคนขับกระแทกกระเด็นออกมา!
รถพุ่งเร็วขึ้นอย่างฉับพลันมุ่งตรงสู่อ่างเก็บน้ำ
“เม่าจิ้ง! มีวิธีไหนก็รีบใช้เลย!”
ผมตะโกนพลางพุ่งเข้าใส่วิญญาณคนขับที่กำลังดึงกระบี่ออก
ผมรีบกดกระบี่กลับเข้าไปกดให้ตรึงแน่นกับพื้น
เม่าจิ้งไม่รอช้าเขากัดนิ้วหัวแม่มือจนเลือดไหลออกมา
จากนั้นขยับมือผสานมุทราที่ผมไม่เข้าใจพร้อมเปล่งเสียงต่ำว่า “หลิงเป่าเทียนจุนคุ้มกายปลอบจิต!สี่ทิศวิญญาณผสานห้ากายจิต เร่งรัดดุจโองการสวรรค์ บัญชา!”
พร้อมคำประกาศิตสุดท้ายเขากดมือที่เปื้อนเลือดลงบนพื้นรถ
ทันใดนั้นเองอักขระแปดทิศสีเลือดก็แผ่ขยายออกจากมือของเขา และเปล่งแสงวาบขึ้นมา
เสียง“โครม!” ดังลั่น
รถบัสที่กำลังพุ่งลงน้ำหยุดกะทันหันราวกับมันพุ่งชนเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็น!
แรงกระแทกทำให้ทุกคนในรถรวมถึงผมกระเด็นไปข้างหน้า
“หยุดแล้ว! รถหยุดแล้ว!”
วิญญาณหนุ่มรอยสักเป็นคนแรกที่ส่งเสียงร้องด้วยความดีใจ
“สุดยอด! ในที่สุดมันก็หยุด!”
“เราไม่ต้องลงไปในอ่างเก็บน้ำแล้ว!”
เหล่าวิญญาณในรถต่างรู้สึกยินดีแม้ว่าพวกเขาจะตายไปแล้วแต่ก็ยังคงหวาดกลัวอ่างเก็บน้ำที่เคยเป็นสถานที่คร่าชีวิตพวกเขา
ผมลุกขึ้นยืนและพบว่ารถบัสหยุดค้างอยู่ตรงทางโค้งของถนนหัวรถเลยออกไปนอกขอบถนนเพียงเล็กน้อย ด้านล่างคืออ่างเก็บน้ำลึก
เมื่อสิบสองปีก่อนรถบัสคันนี้ก็เคยพุ่งลงไปในน้ำจากจุดนี้ คร่าชีวิตผู้โดยสารทั้งสิบสองคนไม่มีใครรอด
“พี่ชาย ทำได้เยี่ยมมาก!” ผมพูดด้วยความตื่นเต้น
เม่าจิ้งถอนหายใจยาว“เกือบไปแล้ว”
แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบวิญญาณคนขับรถที่ถูกตรึงอยู่กับพื้นก็เริ่มคำรามอย่างบ้าคลั่งและดิ้นรนสุดแรง
“น่ารังเกียจ! น่ารังเกียจนัก! ทุกคนต้องตายไปพร้อมกับฉัน!”
ขณะที่มันพูดรถบัสก็สั่นสะเทือนเล็กน้อย
ที่ผิวน้ำของอ่างเก็บน้ำเบื้องหน้าจู่ๆ ก็เกิดฟองน้ำปุดๆ เหมือนน้ำกำลังเดือด
กระแสไอสีดำจากนอกรถไหลเข้ามาภายในและถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างของวิญญาณคนขับรถ
กระบี่กระดูกปลาที่ปักคอมันอยู่ค่อยๆขยับและกำลังถูกดึงออกอีกครั้ง
“ไอ้ผีร้าย!” เม่าจิ้งแค่นเสียงเย็นชา ก่อนจะชักกระบี่ไม้ท้อบนหลังออกมาฟันลงกลางศีรษะของมันเต็มแรง
เสียง“ฉับ!” ดังขึ้น
ศีรษะของมันแยกออกเป็นแผลใหญ่
แต่มันก็ยังไม่ตายยังคงคราง “อือๆ” เสียงต่ำอย่างเจ็บแค้น
เม่าจิ้งขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจเขาดึงกระบี่ออกแล้วฟันลงไปที่ลำคอของมัน หวังจะตัดหัวให้ขาด
แต่กลับไม่ได้ผลมีเพียงรอยแผลลึกปรากฏขึ้นเท่านั้น หัวของมันยังคงติดอยู่กับร่างเหมือนเดิม
ผมกำลังจะบอกเม่าจิ้งถึงความผิดปกติของผีตนนี้
แต่เม่าจิ้งควักยันต์สีเหลืองออกมาแล้วใช้ปลายนิ้วดีดออกไป
ยันต์ปลิวไปติดที่หน้าผากของวิญญาณคนขับรถก่อนที่มือขวาของเขาจะประกบมุทราพร้อมเปล่งเสียงสั่ง
“บัญชา!”
ยันต์เปล่งแสงสีทองขึ้นวูบหนึ่งก่อนจะระเบิดออกด้วยเสียง “ตูม!”
แต่ผลที่ได้กลับเหมือนเดิม
แม้หัวของมันจะมีรอยแตกเพิ่มขึ้นแต่ก็ยังไม่ตายอยู่ดี
เม่าจิ้งมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าตกตะลึงราวกับไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
“มันฆ่าไม่ตาย! แม้แต่ยันต์ก็ใช้ไม่ได้ผล นี่มัน…เกิดอะไรขึ้นกันแน่…”