ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]

    บทที่ 88 ไม่หนีอีกแล้ว ลองสู้กันอีกครั้ง

    ผมมองอ่างเก็บน้ำที่ใกล้เข้ามาทุกขณะแม้จะลองทุกวิถีทางแล้วแต่ก็ไร้ผล

            ขณะที่ตัดสินใจกระโดดหนีออกจากรถหัวใจกลับรู้สึกปวดร้าวอย่างหนัก

            ผมสามารถสะกดวิญญาณคนขับรถไว้แต่กลับไม่สามารถสังหารมันได้

            ถ้ามันไม่ตายผมก็จะควบคุมรถคันนี้ไม่ได้ และไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องจากไป

            ผมมองไปยังภรรยาพี่เฉาและเหล่าวิญญาณผู้โดยสารที่ต้องสังเวยชีวิตให้กับวิญญาณคนขับรถตนนี้

            ภายในใจเต็มไปด้วยความไม่ยินยอมแต่ก็จนปัญญาจะทำอะไรได้

            ความรู้สึกนี้มันแย่มากจริงๆ…

            “อย่าลังเล รีบไปเร็ว!” ภรรยาพี่เฉาเร่งเร้า

            วิญญาณหนุ่มรอยสักที่ทำได้เพียงชะลอความเร็วของรถก็ตะโกนขึ้นจากที่นั่งคนขับ

            “พี่ชายรีบไป นายต้องมีชีวิตรอด แล้วกลับมาช่วยพวกเราออกไปให้ได้!”

            แม้ก่อนหน้านี้เราจะบาดหมางกันนิดหน่อย แต่เวลานี้เขากลับคอยกระตุ้นให้ผมหนีไป

            วิญญาณผู้โดยสารคนอื่นๆก็ร่ำไห้สะอึกสะอื้น แม้อยากให้ผมอยู่ต่อ แต่ก็อยากให้ผมหนีไป

            หากอยู่ที่นี่ต่อไปก็แค่เพิ่มจำนวนวิญญาณที่ติดอยู่ในรถบัสคันนี้อีกหนึ่งดวงเท่านั้นเอง

            “ต้องตายกันหมด! ทุกคนต้องถูกฝังไปพร้อมกับฉัน!”

            วิญญาณคนขับรถที่ถูกตรึงไว้กับพื้นด้วยกระบี่กระดูกปลายังคงคำรามและดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง

            แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือเนื้อที่เน่าเฟะบนใบหน้าของมันและบาดแผลที่เกิดจากยันต์สะกดวิญญาณกำลังค่อยๆฟื้นตัว

            กระบี่กระดูกปลาเริ่มควบคุมมันไว้ไม่อยู่แล้ว

            ผมขมวดคิ้วแน่นก่อนจะหันไปพยักหน้าให้กับเหล่าวิญญาณในรถ

            “ฉันจะกลับมาแน่นอน!”

            พูดจบผมก็โหนตัวออกไปนอกหน้าต่างครึ่งหนึ่ง

            ความเร็วของรถบัสลดลงจนเหลือเพียงยี่สิบไมล์ต่อชั่วโมงซึ่งถือว่าช้ามาก

            ด้วยความเร็วระดับนี้ถ้าผมกระโดดลงไปก็คงไม่ถึงกับตาย

            เมื่อตัดสินใจได้ผมเตรียมตัวจะกระโดดออกไป

            แต่ในช่วงเสี้ยววินาทีก่อนที่ร่างจะหลุดออกจากตัวรถจู่ๆ ก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น

            ที่ด้านหลังของรถบัสทะเบียนJK7231 จู่ๆก็มีแสงสว่างจ้าสาดเข้ามาพร้อมกับเสียงเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่ม

            รถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งกำลังเร่งเครื่องเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว

            เสียงของชายคนหนึ่งที่ฟังดูคุ้นหูตะโกนมาจากข้างหลัง

            “อย่ากระโดด! ดึงฉันขึ้นไป!”

            ในขณะที่เสียงนั้นดังขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ก็มุ่งหน้าเข้ามาใกล้

            ฝนหยุดตกแล้วพระจันทร์เผยออกมา

            ผมพอมองเห็นเค้าโครงของชายคนนั้นภายใต้แสงจันทร์สลัวๆ

            เขาคือ...เม่าจิ้งจากศาลฮวงจุ้ยเป่าซาน ชายหนุ่มผู้เยือกเย็น!

            ครั้งก่อนเขาเคยใช้ไก่นำทางผมกับหวังชุ่ยหนีออกจากตึกทดลองได้

            “เม่าจิ้ง!” ผมอุทานออกมาโดยไม่รู้ตัว

            รถมอเตอร์ไซค์พุ่งเข้ามาประกบข้างเม่าจิ้งขี่มอเตอร์ไซค์สปอร์ตสุดเท่ พร้อมกับสะพายกระบี่ไม้ท้อไว้ที่หลัง

            ตอนนี้เขาอยู่ข้างตัวผมแล้วเคลื่อนที่ไปพร้อมกับรถบัสผี

            เขาไม่ได้สวมหมวกกันน็อกหันหน้ามองมาที่ผมซึ่งกำลังยื่นตัวออกจากหน้าต่าง

            “ดึงฉันขึ้นไป ฉันทำให้รถคันนี้หยุดได้!”

            ผมรู้ว่าเขามีฝีมือเพราะเคยเห็นมากับตาตัวเอง แต่ตอนนี้รถบัสผีอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุที่มันพุ่งลงสู่อ่างเก็บน้ำไม่ถึงร้อยเมตรแล้ว

            ถ้าผมกระโดดลงไปตอนนี้ผมรอดแน่ๆ

            แต่เหล่าวิญญาณบนรถจะไม่มีวันได้รับการช่วยเหลือภารกิจครั้งนี้จะล้มเหลว

            แต่ถ้าผมเลือกเชื่อเม่าจิ้งและเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นมา

            เราอาจจะติดอยู่ในรถคันนี้ด้วยกันและจมดิ่งสู่ก้นอ่างเก็บน้ำไปพร้อมกับมัน

            มันเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก

            แต่ใช้เวลาเพียงชั่วพริบตาผมก็ตัดสินใจได้

            คนอื่นยังไม่กลัวแล้วผมจะกลัวอะไรอีก!

            ผมใช้มือข้างหนึ่งจับขอบหน้าต่างแน่น อีกมือหนึ่งยื่นออกไปโดยไม่ลังเล

            “ขึ้นมาเลย พี่ชาย!”

            เม่าจิ้งไม่ลังเลเลยสักนิดเขาคว้ามือของผมไว้แน่น ก่อนจะใช้เท้าเตะรถมอเตอร์ไซค์ส่งตัวเองขึ้นมา

            เขาไม่สนใจมอเตอร์ไซค์ที่เสียการควบคุมมันพุ่งไปชนขอบถนนและตกลงไปในอ่างเก็บน้ำเสียงดัง “ตูม!”

            เม่าจิ้งไม่ชายตามองเลยสักนิดเพียงรีบปีนเข้ามาในรถบัสด้วยความช่วยเหลือของผม

            ขณะนั้นวิญญาณทั้งหมดในรถมองมาที่เราสองคน

            ภรรยาพี่เฉาเอ่ยด้วยความร้อนรน

            “พวกคุณขึ้นมาทำไมอีก รถกำลังจะพุ่งลงน้ำ ไม่มีทางรอดแล้ว!”

            “ต้องตาย! ทุกคนต้องถูกฝังไปกับฉัน!”

            วิญญาณคนขับรถคำรามเสียงกร้าวบาดแผลบนใบหน้าที่เกิดจากยันต์สะกดวิญญาณและกระบี่กระดูกปลาฟื้นตัวเกือบสมบูรณ์แล้ว

            มันเริ่มพยายามดึงกระบี่กระดูกปลาที่ปักคอของมันออก

            รถบัสก็กำลังจะถึงจุดเกิดเหตุเหลือเพียงห้าสิบเมตรเท่านั้น!

            ความเร็วของรถเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

            วิญญาณหนุ่มรอยสักที่พยายามควบคุมรถเหยียบเบรกจนแทบจะพังไปแล้วแต่ก็ยังหยุดรถไม่ได้

            เขากำพวงมาลัยแน่นแล้วตะโกน

            “ฉันคุมมันไม่ได้แล้ว!”

            วินาทีต่อมา

            เสียง“โครม!” ดังขึ้น

            เขาถูกแรงดีดจากที่นั่งคนขับกระแทกกระเด็นออกมา!

            รถพุ่งเร็วขึ้นอย่างฉับพลันมุ่งตรงสู่อ่างเก็บน้ำ

            “เม่าจิ้ง! มีวิธีไหนก็รีบใช้เลย!”

            ผมตะโกนพลางพุ่งเข้าใส่วิญญาณคนขับที่กำลังดึงกระบี่ออก

            ผมรีบกดกระบี่กลับเข้าไปกดให้ตรึงแน่นกับพื้น

            เม่าจิ้งไม่รอช้าเขากัดนิ้วหัวแม่มือจนเลือดไหลออกมา

            จากนั้นขยับมือผสานมุทราที่ผมไม่เข้าใจพร้อมเปล่งเสียงต่ำว่า “หลิงเป่าเทียนจุนคุ้มกายปลอบจิต!สี่ทิศวิญญาณผสานห้ากายจิต เร่งรัดดุจโองการสวรรค์ บัญชา!”

            พร้อมคำประกาศิตสุดท้ายเขากดมือที่เปื้อนเลือดลงบนพื้นรถ

            ทันใดนั้นเองอักขระแปดทิศสีเลือดก็แผ่ขยายออกจากมือของเขา และเปล่งแสงวาบขึ้นมา

            เสียง“โครม!” ดังลั่น

            รถบัสที่กำลังพุ่งลงน้ำหยุดกะทันหันราวกับมันพุ่งชนเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็น!

            แรงกระแทกทำให้ทุกคนในรถรวมถึงผมกระเด็นไปข้างหน้า

            “หยุดแล้ว! รถหยุดแล้ว!”

            วิญญาณหนุ่มรอยสักเป็นคนแรกที่ส่งเสียงร้องด้วยความดีใจ

            “สุดยอด! ในที่สุดมันก็หยุด!”

            “เราไม่ต้องลงไปในอ่างเก็บน้ำแล้ว!”

            เหล่าวิญญาณในรถต่างรู้สึกยินดีแม้ว่าพวกเขาจะตายไปแล้วแต่ก็ยังคงหวาดกลัวอ่างเก็บน้ำที่เคยเป็นสถานที่คร่าชีวิตพวกเขา

            ผมลุกขึ้นยืนและพบว่ารถบัสหยุดค้างอยู่ตรงทางโค้งของถนนหัวรถเลยออกไปนอกขอบถนนเพียงเล็กน้อย ด้านล่างคืออ่างเก็บน้ำลึก

            เมื่อสิบสองปีก่อนรถบัสคันนี้ก็เคยพุ่งลงไปในน้ำจากจุดนี้ คร่าชีวิตผู้โดยสารทั้งสิบสองคนไม่มีใครรอด

            “พี่ชาย ทำได้เยี่ยมมาก!” ผมพูดด้วยความตื่นเต้น

            เม่าจิ้งถอนหายใจยาว“เกือบไปแล้ว”

            แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบวิญญาณคนขับรถที่ถูกตรึงอยู่กับพื้นก็เริ่มคำรามอย่างบ้าคลั่งและดิ้นรนสุดแรง

            “น่ารังเกียจ! น่ารังเกียจนัก! ทุกคนต้องตายไปพร้อมกับฉัน!”

            ขณะที่มันพูดรถบัสก็สั่นสะเทือนเล็กน้อย

            ที่ผิวน้ำของอ่างเก็บน้ำเบื้องหน้าจู่ๆ ก็เกิดฟองน้ำปุดๆ เหมือนน้ำกำลังเดือด

            กระแสไอสีดำจากนอกรถไหลเข้ามาภายในและถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างของวิญญาณคนขับรถ

            กระบี่กระดูกปลาที่ปักคอมันอยู่ค่อยๆขยับและกำลังถูกดึงออกอีกครั้ง

            “ไอ้ผีร้าย!” เม่าจิ้งแค่นเสียงเย็นชา ก่อนจะชักกระบี่ไม้ท้อบนหลังออกมาฟันลงกลางศีรษะของมันเต็มแรง

            เสียง“ฉับ!” ดังขึ้น

            ศีรษะของมันแยกออกเป็นแผลใหญ่

            แต่มันก็ยังไม่ตายยังคงคราง “อือๆ” เสียงต่ำอย่างเจ็บแค้น

            เม่าจิ้งขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจเขาดึงกระบี่ออกแล้วฟันลงไปที่ลำคอของมัน หวังจะตัดหัวให้ขาด

            แต่กลับไม่ได้ผลมีเพียงรอยแผลลึกปรากฏขึ้นเท่านั้น หัวของมันยังคงติดอยู่กับร่างเหมือนเดิม

            ผมกำลังจะบอกเม่าจิ้งถึงความผิดปกติของผีตนนี้

            แต่เม่าจิ้งควักยันต์สีเหลืองออกมาแล้วใช้ปลายนิ้วดีดออกไป

            ยันต์ปลิวไปติดที่หน้าผากของวิญญาณคนขับรถก่อนที่มือขวาของเขาจะประกบมุทราพร้อมเปล่งเสียงสั่ง

            “บัญชา!”

            ยันต์เปล่งแสงสีทองขึ้นวูบหนึ่งก่อนจะระเบิดออกด้วยเสียง “ตูม!”

            แต่ผลที่ได้กลับเหมือนเดิม

            แม้หัวของมันจะมีรอยแตกเพิ่มขึ้นแต่ก็ยังไม่ตายอยู่ดี

            เม่าจิ้งมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าตกตะลึงราวกับไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง

            “มันฆ่าไม่ตาย! แม้แต่ยันต์ก็ใช้ไม่ได้ผล นี่มัน…เกิดอะไรขึ้นกันแน่…”


             

    คล้ายกับเรื่องขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน