ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    บทที่ 68 ซื้อคนงาน

            บทที่ 68

            ซื้อคนงาน

            “ นี่มันภาพวาดภาพวาดจริงๆด้วย!!! ” เสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นมาอย่างตื่นตระหนกตกใจ

            ดวงตาของคนผู้นี้กำลังจ้องมองภาพวาดที่เป็นเหมือนกับงานศิลปะแห่งยุคที่อยู่บริเวณด้านหน้า

            มันกำลังจ้องมองด้วยแววตาที่เปล่งประกายชื่นชมผลงานของภาพวาดที่อยู่เบื้องหน้าของตนเอง 

            ชายผู้นี้เป็นชายที่มีร่างกายอ้วนถ้วนสมบูรณ์สวมใส่เสื้อผ้าดูดีอายุเป็นชายวัยกลางคนราวๆสักประมาณสี่สิบถึงห้าสิบ

            มันกำลังจ้องมองภาพวาดที่อยู่ด้านหน้าอย่างชื่นชมพร้อมกับพูดซ้ำๆว่า “ ยอดเยี่ยมไปเลยนี่มันภาพวาดของจิตรกรแห่งยุด!!!”

            มันโดนความงามของภาพวาดที่อยู่บริเวณด้านหน้าควบคุมไปอย่างชัดเจน

            จางหยวนยืนอยู่บริเวณข้างกายของมันพูดขึ้นมา “ นี่เป็นของแท้อย่างแน่นอนขอรับว่าอย่างไรขอรับสามารถใช้จ่ายในเงินส่วนที่เหลือได้หรือไม่?”

            จางหยวนตั้งใจจะติดต่อการซื้อขายโดยจ่ายเงินเพียงแค่หกพันตำลึงและก็นำเอาหนึ่งภาพวาดไปทดแทนเงินส่วนที่เหลืออยู่

            ชายร่างกายอ้วนถ้วนวัยกลางคนที่อยู่ด้านหน้าเป็นเจ้าของตลาดค่าแรงงานแห่งนี้

            มันมีนามว่าเสี่ยวกวน 

            จางหยวนเริ่มทำการเจรจาออกไปด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ

            เป็นเพราะว่าเห็นว่ามันกำลังให้ความสนใจเป็นอย่างมากเกี่ยวกับภาพวาดที่อยู่บริเวณด้านหน้า

            ดวงตาของมันเปล่งประกาย

            เสี่ยวกวนหันมาอย่างรวดเร็วและก็พูดขึ้นในทันที “ แน่นอนแน่นอนสามารถใช้ทดแทนกันได้ ”

            “ นี่เป็นงานฝีมือของจิตรกรแห่งยุค มันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถประเมินค่าได้รับเงินหกพันตำลึงให้ทาสสองร้อยคน ”

            “ หลังจากนั้นก็รับภาพวาดชิ้นนี้” เสี่ยวกวนตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มแววตาของมันเปล่งประกายอย่างเห็นได้ชัดเจน

            ดูเหมือนว่าการเจรจาและติดต่อซื้อขายมันจะไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นแล้ว

            จางหยวนได้ยินคนผู้นั้นตอบตกลงอย่างง่ายดายเขายกยิ้มขึ้นที่มุมปากคิดภายในใจของตนเอง “ เจรจาง่ายดายการมีชื่อเป็นจิตรกรแห่งยุคนี้ดีจริงๆ ”

            จางหยวนมาบ้างว่าหลังจากงานประมูลภาพวาดในวันนั้น

            นายท่านสวีได้ประมูลภาพวาดของเขาไปจำนวนหนึ่งหมื่น

            ผู้คนภายในงานนับพันนับหมื่นมองเห็นอย่างชัดเจนมันเป็นการพูดปากต่อปากพูดต่อๆกันไปจนตอนนี้ก็ทำให้ผู้คนมากมายต่างรู้ว่าจิตรกรที่ชื่อว่าจันทราในสายหมอกเป็นจิตรกรแห่งยุคที่ถูกยอมรับ

            จางหยวนเลยพอจะรู้ดีว่าตอนนี้งานฝีมือและงานศิลปะของเขาเป็นสิ่งที่มีค่าเป็นอย่าง

            ภายในยุคสมัยนี้เป็นยุคสมัยแห่งการค้าและวรรณกรรมผู้คนมากมายต้องการงานศิลปะที่ถือได้ว่าเรื่องชื่อและก็เยี่ยมยอด

            เพราะแบบนั้นในตอนนี้งานศิลปะชิ้นนี้จึงมีค่าเป็นอย่างมากเสี่ยวกวนผู้ที่เป็นเจ้าของตลาดแรงงานแห่งนี้มันเองก็พวกที่ชื่นชอบงานศิลปะเช่นเดียวกัน

            พวกที่ชื่นชอบงานศิลปะเช่นเดียวกันมองเห็นงานศิลปะแห่งยุคที่อยู่ด้านหน้าดวงตาเปล่งประกายไม่คำนวณถึงผลได้ผลต้นทุนหรือกำไรเลยแม้แต่น้อยตอบรับคำตกลงอย่างรวดเร็ว

            “ ถ้าเช่นนั้นก็เอาตามนี้พวกเราเริ่มทำการซื้อขายร่างสัญญากันเลยดีหรือไม่ขอรับ”

            “ ดี!!! ร่างสัญญาซื้อขายในทันที ” เสี่ยวกวนเจ้าของตลาดแรงงานหันไปกล่าวกับลูกน้องของมันทันควัน

            จางหยวนหน้าตอบรับกลับไป

            หลังจากนั้นก็เริ่มทำการร่างสัญญาการซื้อขายทาส 

            จางหยวนซื้อขายทาสในราคาประมาณหกพันตำลึงแล้วก็จ่ายเป็นภาพวาดในเงินส่วนทดแทนที่เหลือ

            โต๊ะทำสัญญา

            แผนสัญญาถูกตั้งเอาไว้บริเวณด้านหน้าจางหยวนใช้ดวงตาของตนเองลองอ่านแผ่นสัญญาที่อยู่บริเวณด้านหน้าในตอนนี้ 

            เขาอ่านแผ่นสัญญาอย่างจริงจังคิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้ามาหากันพยายามทำความเข้าใจเกี่ยวกับมัน

            หลังจากที่อ่านอยู่สักพักพยักหน้าขึ้นลง “ เข้าใจแล้วขอรับหลังจากทำการซื้อขายพวกเขาก็ถือว่าเป็นสิทธิขาดกับข้าใช่หรือไม่?”

            “ ถูกต้องแล้วผู้ที่ถูกขายเป็นทาสในเมื่อท่านทำการซื้อขายพวกเขาเองก็จะเป็นสิทธิขาดของไม่ว่าจะชีวิตหรือทรัพย์สินพวกเขาล้วนเป็นของท่านทั้งหมด ”

            “ พวกทาสจะมีใบสัญญาทาสถือว่าเป็นสิทธิขาดในการแสดงตัวตน ”

            “ เมื่อท่านทำการซื้อขายไปแล้วโปรดเก็บใบสัญญาทาสนั้นเอาไว้ให้ดีมันถือว่าเป็นสิ่งยืนยันให้กับท่านได้  ”

            จางหยวนหลังจากที่ได้ฟังรายละเอียดทั้งหมดพยักหน้าเข้าใจอย่างรวดเร็ว

            “ เข้าใจแล้วถ้าเช่นนั้นเราก็มาเริ่มทำการทำสัญญาเถอะ ”

            พวกเขาเริ่มทำการร่างสัญญาอย่างรวดเร็วจางหยวนจ่ายเงินและก็ทรัพย์สินตอบแทนทั้งหมดให้กับพวกมัน

            สิ่งที่เขาได้รับกลับมาก็คือใบสัญญาทาสของท่าจำนวนสองร้อยคนจากจวนตระกูลหง

            จางหยวนหลังจากที่ทำสัญญาซื้อขายเสร็จเขาพยักหน้าขึ้นลงอย่างพึงพอใจ “ ซื้อขายเสร็จเรียบร้อยจริงสิขอรับข้าลืมถามไปเลยว่าขุนนางหงทำอะไรผิดหรือขอรับถึงโดนลงโทษทำให้ผู้คนภายในจวนโดนขายออกมาเช่นนี้”

            ที่อยู่บริเวณด้านหน้าพยักหน้าแล้วก็ตอบกลับมา “ ข้ายังไม่ได้บอกเกี่ยวกับเรื่องนี้สินะขอรับ”

            “ ขุนนางหงรู้สึกว่าจะทำผิดในการทุจริตเพราะแบบนั้นเลยโดนลงโทษประหารผู้คนภายในจวนก็เลยโดนขายออกมาแบบนี้ ”

            “ ส่วนฮูหยินหงหลังจากที่ขุนนางหงโดนประหารนางเองก็ปลิดชีพตนเองอยู่ภายในจวน”

            “ เพราะแบบนั้นตอนนี้ผู้คนภายในจวนแก้วแทบจะไม่เหลือผู้ใดเลยมีเหล่าบ่าวไพร่ภายในจวนที่ถูกขายออกมาแล้วก็มีเหล่าคุณหนูหง ”

            จางหยวนได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนั้นเขาก้มใบหน้าของตนเองเล็กน้อยแล้วก็คิดภายในใจ “ เดี๋ยวนะโดนข้อหาทุจริตแสดงว่าเป็นขุนนางที่มีดีอย่างงั้นรึ? ”

            “ เอาเถอะก็ไม่ใช่ว่าคนที่เป็นขุนนางไม่ดีจะไม่มีบ่าวไพร่ที่ดีๆ” 

            “ ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหนอย่างนั้นหรือขอรับ? ”

            “ พวกเขาอยู่ภายในการดูแลของพวกเรานายท่านของข้าบอกว่าดูเหมือนว่าคุณชายจะเดินทางมาจากเมืองไกล ”

            “ ทางฝั่งเราจะนำเอาทาสพวกนี้ไปส่งให้คุณชายถึงที่นี่เป็นบริการที่ตลาดแรงงานของเรามีให้ขอรับ ” มันทำการกล่าวถึงสวัสดิการหลังการขาย

            จางหยวนได้ยินแบบนั้นเขาก็ยิ่งรู้สึกยินดีอยู่แล้วถ้าพวกมันไม่นำไปส่งแสดงว่าตัวของเขาจะต้องหาทางให้พวกเขานั้นขนย้ายไปเมืองจินหยวนอีก 

            “ ตอนนี้พาข้าไปดูพวกเขาก่อนได้หรือไม่ ”

            “ ได้ขอรับ!!! ได้ขอรับเชิญคุณชายข้าจะนำทางท่านไป ” มันลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและก็นำพาจางหยวนเดินทางไปพบทาสที่เขาเพิ่งทำสัญญาซื้อขาย

             ทาสเหล่านั้นอยู่อาศัยบริเวณจวนแห่งหนึ่งที่เป็นสิทธิในการถือครองของตลาดแรงงาน

            จางหยวนโดนนำพามาถึงสถานที่แห่งนี้แล้วก็มาดูคนพวกนั้น

            เดินทางมาถึงพบเจอจวนขนาดใหญ่ตลาดแรงงานใช่สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ในการอยู่อาศัยของพวกแรงงานที่ยังไม่ส่งใครออกไป

            แม้ว่าจะมีขนาดใหญ่โตแต่ว่าก็ไม่ใช่จะมีชีวิตการเป็นอยู่อย่างสุขสบาย

            บริเวณด้านในนี้พวกทาสที่เป็นสินค้าในการค้าขายมีเพียงแค่ข้าวและอาหารแต่ละมื้อที่ให้กินเท่านั้น

            จางหยวนเดินเข้ามาบริเวณด้านในมุ่งตรงไปยังสถานที่ที่เราคนของตระกูลหงอาศัยอยู่ 

            พวกเขาอาศัยอยู่บริเวณด้านหลังเมื่อเดินทางมาถึงคนที่นำพาจางหยวนเดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้ใช้มือทั้งสองข้างตบเข้าหากันกล่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ อ้าว อ้าวหันมามองทางนี้คุณชายผู้นี้ซื้อพวกเจ้าไปมาทำความรู้จักสักหน่อยสิ ” 

            มันทำการส่งเสียงขึ้นดึงดูดความสนใจของเหล่าผู้คนภายในหงให้หันมามอง 

            จางหยวนมองเห็นเหล่าคนที่อยู่บริเวณด้านหน้าสังเกตจากสายตา ครึ่งหนึ่งเป็นบุรุษครึ่งหนึ่งเป็นสตรี

            จากที่มองเห็นมีชายหนุ่มร่างกายกำยำอยู่ประมาณห้าสิบถึงหกสิบคนและก็มีชายวัยกลางคนอีกประมาณยี่สิบคน ส่วนอีกสามสิบคนเป็นชายแก่

            ส่วนทางด้านฝั่งของสตรีหญิงสาววัยแรกรุ่นประมาณเจ็ดสิบคนและมีหญิงวัยกลางคนประมาณยี่สิบคน ส่วนหญิงชรามีเพียงแค่ประมาณสิบคน

            จางหยวนกวาดสายตามองเหล่าทาสที่ตนเองซื้อมาแต่ในขณะนั้นเองก็ไปสะดุดเข้ากับ “ นาง.. ”

            จบเล่ม 



    คล้ายกับเรื่องข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง ที่คุณอ่าน