ประเทศมังกร เป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยผู้คนที่แข็งแกร่งและมีศักยภาพทางการต่อสู้สูง
มหาวิทยาลัยและสถาบันการต่อสู้มากมายที่ตั้งอยู่ทั่วประเทศนี้ ต่างก็เป็นที่รู้จักในฐานะศูนย์กลางของการฝึกฝนผู้เล่นระดับสูง
สถาบันแต่ละแห่งต่างมีชื่อเสียงและประวัติศาสตร์ในการสร้างผู้เล่นที่ทรงพลัง ผู้เล่นที่เป็นมนุษย์ต่างเดินทางมาที่นี่เพื่อแสวงหาความรู้และการฝึกฝนทักษะในการต่อสู้ และมหาวิทยาลัยการต่อสู้เหล่านี้ ถือเป็นอาณาเขตที่เต็มไปด้วยการต่อสู้และการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้ง
ผู้นำตระกูลซิกฟริดถือเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้นำแห่งประเทศมังกร ด้วยอำนาจและความสามารถของเขาที่น่าหวาดกลัว ตัวของคานจึงมีเครือข่ายการติดต่อกับผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัยการต่อสู้หลายแห่ง
การที่เขาตัดสินใจส่งอนาเธอร์ ทายาทลำดับที่สี่ซึ่งไม่เคยเปิดเผยตัวต่อสาธารณชนมาก่อน ได้เข้าสู่สถาบันการสอน นับว่าเป็นเรื่องใหญ่และน่าตกตะลึงอย่างยิ่ง
“เห้ย? ข้ามีเรื่องที่ต้องการพูดด้วย”
คานได้ติดต่อไปหาผู้อำนวยการของสถาบันการต่อสู้ที่มีชื่อเสียงมากมายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยเพลิงสวรรค์ หรือมหาวิทยาลัยมังกรศักดิ์สิทธิ์ ทุกสถาบันที่ชายวัยกลางคนได้ติดต่อไปต่างมีชื่อเสียงโด่งดังในด้านการฝึกฝนผู้เล่นระดับสูงที่สามารถก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดได้
“อะไรนะ?!! ทายาทลำดับที่สี่แห่งตระกูลซิกฟรีดต้องการเข้าเรียน”
“พระเจ้าช่วย! พวกเราจะต้องได้ตัวอนาเธอร์ผู้นี้มาอยู่ในมหาลัย!”
เมื่อข่าวนี้กระจายไปถึงผู้อำนวยการของแต่ละมหาวิทยาลัย ทุกคนต่างก็แทบไม่เชื่อหูตัวเอง ความตกตะลึงแผ่ขยายไปทั่วในหมู่ผู้นำ
พวกเขาตื่นเต้นมากที่ได้รับข่าวนี้ เพราะการที่ทายาทขอตระกูลซิกฟรีดจะออกมาฝึกฝนอย่างเป็นทางการนั้น ถือเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
เพราะจักรพรรดิเพลิงและตระกูลซิกฟรีดของเขาถือเป็นตำนานที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในโลกที่แฟนตาซีนี้ เป็นผู้ที่ครองพลังอันยิ่งใหญ่ ไม่มีใครกล้าท้าทายอำนาจของเขา เมื่อได้ยินว่าลูกชายคนที่สี่ของท่านคานจะออกมาเปิดตัวและเข้าสู่สถาบันการสอนต่างๆ ทุกคนก็ย่อมต้องการโอกาสที่จะได้ต้อนรับและฝึกฝนผู้เล่นทายาทที่มีศักยภาพสูงเช่นนี้
“รีบกำเนิดการเร็วเข้า! อย่าปล่อยให้ทางมหาวิทยาลัยอื่นๆได้ตัวเขาไป!”
ผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัยการต่อสู้แต่ละแห่งต่างรีบดำเนินการทันที และรีบส่งตัวแทนมายังตระกูลซิกฟริดโดยไม่รอช้า เป้าหมายคือการเจรจาและเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับอนาเธอร์
พวกเขาหวังว่าจะได้เป็นผู้รับผิดชอบในการฝึกฝนทายาทของจักรพรรดิเพลิง เพื่อยกระดับชื่อเสียงของสถาบันตนเองให้สูงขึ้นไปอีก
ผู้คนที่ส่งมายังตระกูลซิกฟริดไม่ใช่เพียงแค่ตัวแทนทั่วไป แต่เป็นถึงระดับรองอธิการบดีหรือหัวหน้าผู้สอนที่มีชื่อเสียง
ซึ่งแต่ละคนล้วนเป็นผู้เล่นที่มีฝีมือยอดเยี่ยมและเป็นที่เคารพนับถือในวงการ
“สวัสดีครับท่าน.. วันนี้กระผมมาเป็นตัวแทนเพื่อเชื้อเชิญนายน้อยอนาเธอร์ให้มาเข้าร่วม”
ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยเพลิงสวรรค์ เป็นชายวัยกลางคนที่ดูสง่างาม ใบหน้าของเขาแฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งและความมั่นใจ
เขาสวมเสื้อคลุมสีแดงเข้มที่ประดับด้วยลวดลายของเปลวเพลิงอันงดงาม แสดงถึงความยิ่งใหญ่ของมหาวิทยาลัยที่เขาเป็นตัวแทน
“สวัสดีคะท่านผู้นำตระกูลและท่านหญิงอานาเธอเลีย”
ขณะที่ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยมังกรศักดิ์สิทธิ์ เป็นหญิงสาวในชุดสีเงินสะท้อนแสงที่ดูสง่างามและทรงพลัง ใบหน้าของเธอสงบเยือกเย็น แต่แฝงไปด้วยพลังวิญญาณที่น่าเกรงขาม
เธอเป็นหนึ่งในอาจารย์ที่มีฝีมือสูงที่สุดในการใช้พลังจิตวิญญาณ และเธอหวังว่าจะได้นำทายาทของตระกูลซิกฟรีดเข้าสู่เส้นทางการฝึกฝนที่ถูกต้อง และจะช่วยให้เขาควบคุมร่างกายของตนได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย
ในเวลาไม่นาน ตัวแทนจากสถาบันต่างๆก็เดินทางมาถึงคฤหาสน์ซิกฟริดอย่างพร้อมเพรียง
พวกเขาถูกนำเข้าสู่ห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ที่งดงามและหรูหรา ทุกคนต่างรู้สึกถึงบรรยากาศที่เคร่งขรึมและเต็มไปด้วยพลังงานที่หมุนเวียนอยู่รอบตัว
คานและอนาเธอเลียนั่งอยู่ที่เก้าอี้ไม้สลักขนาดใหญ่ตรงกลางห้องโถง ท่ามกลางความยิ่งใหญ่ของคฤหาสน์ที่สะท้อนถึงอำนาจตระกูล
“ข้าขอบคุณทุกคนที่มาที่นี่ในวันนี้”
คานกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สงบ ขณะที่มองไปยังผู้แทนของสถาบันการต่อสู้ต่างๆ
“ข้ารู้ว่าพวกเจ้าล้วนมาด้วยเหตุผลเดียวกัน และข้าก็ต้องการให้อนาเธอร์ได้รับการฝึกฝนในสถาบันที่ดีที่สุด เขาคือผู้เล่นที่มีศักยภาพสูง และลูกชายของข้าคืออวาตาร์ของซุนหงอคง..”
“เขาเป็นผู้มีพลังของเทพเจ้า!”
ทุกคนในห้องโถงต่างเงียบงัน เพราะพวกเขาได้ทราบเรื่องนี้จากวงในแล้ว
และรู้ดีว่าโอกาสนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ ทุกคนต่างต้องการเป็นผู้ที่ได้สิทธิ์ในการฝึกฝนผู้มีพลังของเทพเจ้า มีใครบ้างละที่ไม่ต้องการผู้สืบทอดของผู้ยิ่งใหญ่เทียมฟ้ามาเข้าร่วม
“อย่างไรก็ตาม การที่ข้าจะเลือกสถาบันไหนให้อนาเธอร์นั้น ข้าต้องพิจารณาหลายสิ่งหลายอย่าง และแน่นอนว่าอนาเธอร์เองก็ต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจนี้ด้วย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนต่างรู้สึกกดดันเพิ่มขึ้น คานไม่ได้พูดให้คำตอบชัดเจนในทันที แต่กลับให้อนาเธอร์ได้พิจารณาด้วยตนเอง
ซึ่งนั่นทำให้สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้น ทั้งหมดต่างรู้ดีว่าจะต้องทำให้อนาเธอร์เห็นถึงคุณค่า เพื่อให้เลือกมหาวิทยาลัยของพวกเขา
“................”
อนาเธอร์นั่งอยู่ไม่ไกลจากพ่อแม่ของตน ชายหนุ่มรับฟังคำพูดของคานอย่างสงบ และครุ่นคิดถึงเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้น การที่ตนเองจะได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยการต่อสู้นั้น ถือเป็นก้าวใหญ่ในชีวิตของเขา และรู้ดีว่าการเลือกสถานที่ที่เหมาะสม มันจะมีผลต่ออนาคตของเขาอย่างมาก
“นายน้อย.. ถ้าท่านเข้าร่วมกับพวกเรา ท่านจะได้รับเหรียญทองและทรัพยากรในทุกๆเดือน”
“แกถอยไปไกลๆเลย.. ถ้านายน้อยพัฒนาเลเวลไปจนถึงจุดๆนึงที่ผ่านเกณฑ์ พวกเราจะสร้างอาวุธระดับตำนานให้กับท่าน”
ผู้แทนแต่ละคนเริ่มนำเสนอข้อดีและจุดเด่นของสถาบันของตนเอง ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยเพลิงสวรรค์กล่าวถึงระบบการฝึกฝนที่เข้มข้นและเน้นการต่อสู้ในภาคปฏิบัติ พวกเขายังกล่าวถึงศิษย์หลายคนที่กลายเป็นผู้เล่นที่มีอำนาจในการต่อสู้
ขณะที่ตัวแทนมหาวิทยาลัยมังกรศักดิ์สิทธิ์ก็พูดถึงเรื่องอะไรทำนองนี้เช่นเดียวกัน
อนาเธอร์ฟังการนำเสนอของพวกเขาอย่างตั้งใจ พยายามประเมินความสามารถและจุดเด่นของแต่ละขั้วอำนาจ
แม้มหาวิทยาลัยเหล่านี้จะมีข้อดีของตัวเอง แต่เขาก็ต้องการสิ่งที่เหมาะสมที่สุด ไม่ใช่เพียงแค่สถาบันที่มีชื่อเสียงหรือทรงอิทธิพล
ขณะที่การสนทนาและการนำเสนอของตัวแทนแต่ละสถาบันดำเนินไป อนาเธอร์ก็เริ่มครุ่นคิดอย่างจริงจังเป็นอย่างมาก
และเมื่อการประชุมสิ้นสุดลง คานยืนขึ้นและพูดด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม
“พวกเราจะปรึกษากับอนาเธอร์และตัดสินใจในเร็วๆนี้ และข้าก็หวังว่าพวกเจ้าทุกคนจะเข้าใจและอดทนรอคำตอบที่จะมาถึง”
ตัวแทนทุกคนพยักหน้าและกล่าวคำขอบคุณ ก่อนที่จะเดินทางกลับสถาบันของตน
พวกเขารู้ว่าการรอคำตอบจากตระกูลซิกฟริดนั้นสำคัญยิ่ง และทุกคนต่างหวังว่าจะได้เป็นผู้ที่ได้รับเลือกให้ฝึกฝนทายาทลำดับสี่คนนี้
“คิดว่ายังไงลูกรักของแม่..”
“แต่ท่านแม่คนนี้คิดว่ามหาวิทยาลัยเพลิงศักดิ์สิทธิ์ย่อมเหมาะสมที่สุด เหตุผลทำไมน่ะเหรอ? เพราะมันอยู่ในเมืองหรู่หมิงนี้ยังไงละ มันใกล้กับตระกูลเรามากที่สุดแล้ว”
..
เอาเข้าไป ท่านแม่จะหวงอะไรขนาดนั้น 555+