ชายที่วิ่งเข้ามาคือฮั่วอวี๋นั่นเองไม่รู้เขาเปลี่ยนชุดเพื่ออะไรแต่การวิ่งเข้ามาในเวลาเช่นนี้เรียกเสียงหัวเราะจากทุกคน
“เลือกเวลาได้ถูกจริงๆ” ฮั่วเสี่ยวเหวินเบะปาก
โผล่ออกมาแสดงตัวว่ายินดีเป็นสามีของหลิวเยวี่ยในช่วงเวลาที่เธอเจ็บปวดเสียใจนี่เป็นการฉวยโอกาสตอนคนอื่นกำลังลำบากอย่างไม่ต้องสงสัยขณะเดียวกันก็เป็นการหาเรื่องให้ตัวเองเช่นกัน
โลกนี้มีคนทุกประเภทจริงๆฮั่วเสี่ยวเหวินไม่รู้ว่าควรบอกว่าเขาฉลาดหรือโง่ดี
จางอิ่นปินตาเป็นประกาย เขาพูดเหมือนกำลังวิจารณ์บทรักในภาพยนตร์ “สุดยอดมาก สนุกกว่าหนังกลางแจ้งเสียอีก”
เขาหันมองจางเจียหมิง “นายว่าเขาจะได้แต่งงานกับหลิวเยวี่ยไหม?” ฮั่วเสี่ยวเหวินชำเลืองตามองเขา “นี่ก็อีกคน” จากนั้นเธอก็ลากจางเจียหมิงออกไป
“เสี่ยวเหวิน จะกลับแล้วหรือ!” เสียงของจางอิ่นปินดังขึ้น
ฮั่วเสี่ยวเหวินหันไปมองตามเสียง เห็นจางอิ่นปินกำลังเดินเข้ามาหาในเมื่อเขามาแล้วเช่นนั้นก็อยู่ต่ออีกหน่อยแล้วกัน
แม่ของหลิวเยวี่ยที่อยู่ในบ้านเห็นชายคนนั้นโผล่เข้ามาอย่างฉับพลันก็ตกใจเหตุใดจึงมีผู้ชายโผล่มาแสดงตัวว่าอยากแต่งงานกับลูกสาวของเธอในวันแต่งงานของจางต้ากั๋วได้
เธอมองลูกสาวตัวเองเห็นหลิวเยวี่ยส่ายหน้าว่าไม่รู้จักชายคนนี้ก็เข้าใจได้บางส่วนทันที เมื่อลองคิดเพิ่มอีกเล็กน้อยก็กระจ่างแล้วว่าคงเป็นจางต้ากั๋วที่เป็นคนเชิญชายคนนี้มา
จางต้ากั๋วแต่งงานกับผู้หญิงคนใหม่ ส่วนหลิวเยวี่ยแต่งงานกับชายอีกคนแม่ของหลิวเยวี่ยมองไปที่จางต้ากั๋ว “เดินหมากได้ไม่เลวเลยนี่”
จางต้ากั๋วได้ยินไม่ชัดเท่าไหร่ ฉับพลันฮั่วอวี๋ตะโกนขึ้นมาว่า “คุณแม่ยายยินดียกหลิวเยวี่ยให้ผมไหมครับ ดูสิครับวันนี้ผมเตรียมเงินมาด้วย” พูดแล้วเขาก็ทำท่าโบกซองแดงในมือ
แม่ของหลิวเยวี่ยหรี่ตา เดินไปแย่งซองแดงจากมือของเขามาเปิดดูในนั้นมีแต่ธนบัตรห้าหยวนกับสิบหยวน รวมกันไม่ถึงสองร้อยหยวน
ไม่รู้ว่าเขาไม่รู้จักอ่านสีหน้าหรือว่าเป็นโสดมานานเกิดไปฮั่วอวี๋ไม่เพียงไม่โกรธ ตรงกันข้ามเขากลับยิ้มหน้าระรื่นพร้อมพูดว่า “คุณแม่ยาย นี่หมายความว่ายินดียกหลิวเยวี่ยให้ผมแล้วใช่ไหมครับ? ผมไม่ทันได้เตรียมเงินเพราะเหตุการณ์ฉุกละหุกแต่เงินนี้เป็นแค่เงินมัดจำเท่านั้น ผมจะรวบรวมเงินให้ครบภายในสองวัน”
เหตุการณ์ฉุกละหุกจริง แต่เรื่อง ‘รวบรวม’ เงินนั้น เขาไม่มีทางหาได้มากกว่านี้ เหตุเพราะครอบครัวของเขายากจนข้นแค้นเงินร้อยกว่าหยวนนี้เป็นเงินที่เตรียมไว้ใช้สำหรับแต่งภรรยาเท่านั้นไม่อย่างนั้นคงถูกใช้หมดไปนานแล้ว
หลิวเยวี่ยแย่งเงินมาปาทิ้ง เศษเงินเหล่านี้ปลิวกระจายไปทั่วดั่งเทพธิดาโปรยบุปผา
“ไม่รู้จักตักปัสสาวะใส่กะโหลกชะโงกดูเงาเสียบ้างคิดจะแต่งงานกับฉัน น้ำหน้าอย่างนายคู่ควรหรือ?” มองฮั่วอวี๋ก้มตัวเก็บเงินบนพื้นหลิวเยวี่ยยังไม่หายโมโห เดินเข้าไปเตะธนบัตรอีกใบจนปลิว
หลังจากมั่นใจแล้วว่าเก็บเงินครบ ฮั่วอวี๋ก็รีบวิ่งกลับบ้านแบบไม่หยุดพักเขาเคยทำเรื่องน่าขายหน้ามาไม่น้อยก็จริงแต่เพิ่งเคยถูกหยามน้ำหน้าแบบนี้เป็นครั้งแรก
สุดท้ายเรื่องที่จางต้ากั๋วกังวลก็เกิดขึ้นจนได้หลิวเยวี่ยวิ่งเข้ามาผลักจางหวาล้มอีกครั้ง ทำท่าเหมือนจะสู้กันให้ตายไปข้าง
จางต้ากั๋วเอาตัวมาบัง แต่แล้วมีชายฉกรรจ์จากไหนไม่รู้เข้ามาจับจางต้ากั๋วกดลงกับพื้น
กระนั้นเขาก็ไม่ลืมเอื้อมมือทั้งสองไปช่วยบังจางหวาเอาไว้ชายฉกรรจ์ถ่มน้ำลายลงพื้น “ถุย สุนัขชายหญิง”
“รีบดูเร็วเข้า หัวหน้าหมู่บ้านพาคนมาแล้ว” มีคนในฝูงชนตะโกนขึ้น
ทุกคนถอนหายใจด้วยความโล่งอกตอนแรกตั้งใจจะเสี่ยงอันตรายเข้าไปห้าม แต่ในเมื่อหัวหน้าหมู่บ้านมาแล้วปัญหาก็น่าจะคลี่คลายง่ายขึ้น
งานแต่งงานกลายเป็นเช่นนี้ ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่มีอารมณ์ร่วมงานต่อเธอไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วเหตุการณ์จบลงอย่างไร
หลังจากนั้นหนึ่งเดือน เธอเห็นหลิวเยวี่ยกำลังยืนด่าอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่งโดยมีจางไป่ยืนอยู่ด้านข้าง
จางหวาที่อยู่ในบ้านถ้ำอีกข้างทำได้เพียงชะโงกหน้าออกมาแล้วปิดประตู
ฮั่วเสี่ยวเหวินเดาว่าจางต้ากั๋วคงไม่ต้องการอะไรเลยหลังจากหย่าร้างเขายกบ้านให้ลูกชายกับหลิวเยวี่ย ส่วนตัวเองกับจางหวาก็ย้ายไปอยู่บ้านเก่าอายุหลายสิบปีที่พ่อแม่เคยอยู่แทน
คนส่วนใหญ่ต่างก็คิดเช่นนี้ทว่ามีเพียงเจ้าตัวที่รู้ว่าจางต้ากั๋วกับหลิวเยวี่ยยังไม่หย่ากัน
จางต้ากั๋วไปคุยหลายครั้งยอมยกทุกอย่างให้เธอแต่ทำอย่างไรเธอก็ไม่ยอมหย่า บอกว่าจะถ่วงคุณไว้จนตาย
เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ สภาพอากาศดีขึ้นมากต้นหญ้าเขียวขจีขึ้นเต็มพื้นที่ เวลาตื่นนอนช่วงเช้าจะได้ยินเสียงนกที่ไม่รู้ชื่อร้องอย่างไพเราะ
‘เงินทองไหลมาเทมา’ ที่ฮั่วเสี่ยวเหวินคาดหวังว่าจะได้จากธุรกิจการขายเต้าหู้ที่ยังไม่เกิดขึ้นสักทีเดิมทีตั้งใจว่าจะเริ่มดำเนินธุรกิจตั้งแต่วันที่สิบหกเดือนหนึ่ง แต่หลังจากเปิดเทอมจางอิ่นเซิงต้องไปสอนหนังสือทำให้ไม่สามารถหาบเต้าหู้ไปขายตามบ้านได้
เขาขอความช่วยเหลือจากคนอื่นหลายครั้งแต่พี่ชายผู้ว่างงานของเขาไม่ยอมช่วย เรื่องราวจึงจบลงโดยไม่มีบทสรุป
แต่จางเจียหมิงพูดหลายครั้งว่าเขาช่วยขายได้แต่ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่ตอบตกลง เขายังต้องไปทำงานหาเงินที่โรงงานอีกไม่มีธุรกิจไหนไม่ขาดทุน เธอจำเป็นต้องมีแรงสนับสนุนทางการเงินที่มั่นคง
ช่างเถอะ ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็หาบไปขายเองขายสักพักให้เป็นที่รู้จัก จากนั้นค่อยตั้งหน้าร้านที่บ้านของจางเจียหมิง
คิดถึงตรงนี้ฮั่วเสี่ยวเหวินรีบนำเงินไปซื้อถั่วเหลืองจากในตำบลพร้อมทั้งซื้อวัตถุดิบอย่างอื่นที่ต้องใช้กลับมาด้วย อย่างเช่น ปูนขาวและอ่างไม้ขนาดใหญ่
ฝั่งซ้ายของถนนคือบ้านเรือน ฝั่งขวาคือต้นไม้หลังจากแตกหน่อใบเขียวใหม่แล้วงดงามขึ้นมาก
ฮั่วเสี่ยวเหวินเดินมองอะไรไปเรื่อย สายตาเหลือบไปเห็นจางอิ่นปินอยู่ไกลๆกำลังคุยกับผู้หญิงคนหนึ่งอย่างเริงร่า
เมื่อเดินเข้าไปใกล้เธอพบว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้สวยมากรอยกระบนสันจมูกทำให้หญิงสาววัยแรกแย้มดูขี้เหร่
ข้างกายหล่อนมีกระสอบใบเล็กหลายใบ ในนั้นมีเมล็ดพืชต่างๆจางอิ่นปินเปิดดูใบนู้นใบนี้ไปเรื่อย
ฮั่วเสี่ยวเหวินหัวเราะ “จางอิ่นปินช่วยอย่าขัดขวางการทำมาค้าขายของคนอื่นจะได้ไหม?”
จางอิ่นปินไม่สนใจเธอ เขายังคงพูดอะไรบางอย่างด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
ผู้หญิงคนนั้นยืนตอบอยู่สองสามประโยคเธอร้องทักทายเมื่อเห็นฮั่วเสี่ยวเหวิน “ซื้อเมล็ดพันธุ์หน่อยไหมฉันมีเมล็ดพันธุ์พืชทุกชนิด ราคาถูกมากเช่นกัน”
ฮั่วเสี่ยวเหวินส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม เธอปลูกผักไม่เป็นจะซื้อเมล็ดไปทำอะไร? แต่ผู้หญิงคนนี้มีหัวด้านการค้าไม่เบา ออกมาเร่ขายเมล็ดพันธุ์ในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิเช่นนี้คงทำเงินได้ไม่น้อยเป็นแน่
เมื่อมองไปทางจางอิ่นปิน ฮั่วเสี่ยวเหวินจนปัญญาจริงๆในหมู่บ้านไม่มีผู้หญิงคนอื่นแล้วหรือ? ถึงกับต้องมาจีบแม้กระทั่งแม่ค้าขายของช่างเถอะ เธอไม่มีเวลามายุ่งเรื่องคนอื่น ยังต้องไปซื้อของในตำบลอีก
มีของที่ต้องซื้อเยอะมาก ฮั่วเสี่ยวเหวินแบกถั่วเหลืองกระสอบใหญ่กลับมา เหนื่อยจนเกือบล้มฟุบ
โชคดีที่มีคุณลุงใจดีสองคนเข้ามาช่วย ไม่อยากนั้นเธอคงไม่มีทางขนของพวกนี้กลับจากตลาดได้หมดแน่
หลังจากฮั่วเสี่ยวเหวินลองทำเต้าหู้ครั้งแรก ผลปรากฏออกมาล้มเหลวตามที่คาดเต้าหู้แข็งไม่ต่างกับก้อนหิน ตอนแรกเต้าหู้นิ่มมากเธอไม่รู้ว่าต้องใส่ปูนขาวเท่าไร พอใส่มากไปก็ไม่รู้ตัว
ช่วยไม่ได้ คงต้องขอให้อู๋ซิ่วช่วยสอน เธอเดินมาบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านแต่กลับไม่เจออู๋ซิ่วหลังจากบอกจุดประสงค์ในการมาแล้ว ภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้านบอกว่าช่วยสอนให้ได้
แบบนี้ก็ดีไปเลย ฮั่วเสี่ยวเหวินขอบคุณไม่หยุดบอกว่าพรุ่งนี้จะมาให้ช่วยสอน
ช่วงเข้านอนยังคงรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยฮั่วเสี่ยวเหวินฝันว่าเธอเร่ขายเต้าหู้ หามหาบพร้อมกับตะโกนว่า “ขายเต้าหู้ สองชิ้นห้าเหมา”