ตอนที่15:ทำไมกันหล่ะ?
หลังจากผ่านไปหลายวันหลังจากการเริ่มฝึกฝนของไคน์และกาเลา
ทางด้านของไคน์
“โอ้วว…คนแปลกเริ่มชินกับดาบแล้วสินะ?”
“ก็นิดหน่อยละมั้งนะ”
“ถือว่านายเรียนรู้เร็วนะเนี่ย หิหิ”
ด้านของกาเลา
“เป็ยังไงบ้างครับ?”
“อืม….ก็ดีขึ้น แต่ยังใช้ไม่ได้ เริ่มใหม่”
“ครับ!!!!”
ทั้งสองคนต่างตั้งใจฝึกอย่างสุดความสามารถ
“เห้อ… ไคน์ก็ฝึกมาหลายวันแล้วนะ ไม่มีวันให้พักบ้างหรอ?”
เสียงไอรีนถอนหายใจ
“ท่านคงเหงางน่าดูเลยท่านไอรีน”
“ปะ…เปล่า…ก็คงจะเป็แบบนั้นแหละ”
“แปลกใจที่ท่านยังสนิทสนมกับคนผู้นั้นทั้งๆที่เขาไม่ใช่ไครอสด้วยซ้ำ”
โอเกอร์พูดพร้อมมองไปที่ไคน์ที่กำลังฝึกฝนอย่างเต็มที่
“นั่น…สินะ”
ไอรีนแสดงสีหน้าเศร้าและสับสนเล็กน้อย
เป๊ง!!!!! เสียงดาบกระทบกัน
“ทำไมกันนะ?”
ไอรีนบ่นพึมพัมอยู่กับตัวเอง
“เอาหล่ะวันนี้พอแค่นี้ก่อนนะ”
“อะ…อืม”
“แตว่านะทำไมคนแปลกถึงสามารถใช้ดาบเล่มนั้นได้ง่ายๆเลยหละ?”
“เื่นั้น…..”
“ช่างเถอะ… แบบนี้ค่อยน่าสนใจขึ้นหน่อย หิหิ”
“อ๊ะ…อืม”
(หนีไป…)
ไคน์ได้ยินเสียงประหลาดอยู่ในหัวเบาๆ
เสียงใครหนะ? หูแว่วงั้นหรอ…. สงสัยจะเหนื่อยเกินไปสินะ
(อันตราย…)
(หนีไป…)
“เอ๊ะ?…ทำไมฉัน….”
ตุบ!!!! ไคน์สลบไปอย่างกะทันหัน
ไคน์เข้าไปยังที่ที่คุ้นเคย รอบตัวมืดไร้ที่สิ้นสุด ร่างแสงสีทองปริศนากำลังจะบอกอะไรบางอย่างกับเขา
“แกอีกแล้วหรอเนี่ย?”
ไุ์ดวงอาทิตย์ปริศนานี่อีกแล้วหรอ… คคาวก่อนก็โผล่มาทำเื่แปลกๆกับตัวฉัน คราวนี้จะทำอะไรอีกล่ะ?
(อันตราย….)
“อะไรหนะ… หมายความว่ายังไง?”
(หนีไป…)
“เฮือก!!!…เดี๋ยว!!!!”
“ไคน์?!!!”
“เอ๊ะ…ไอรีน…”
“ฮึก…อึก…”
ไอรีนพุ่งเข้ากอดไคน์อย่างตื่นตระหนกพร้อมร้องไห้ออกมาไม่หยุด
“เกิดอะไรขึ้นหนะ?”
“ก็อยู่ๆนายก็สลบไปดื้อๆเลยนะสิ….”
“ขอโทษทีฉันคงจะเหนื่อยไปหน่อย… แต่ฉันไม่เป็อะไรแล้ว”
“นานอย่าทิ้งฉันไปอีกคนเลยนะ…”
“ไอรีน…..”
“ฉันมาไปไหนหรอกน่า”
ตุบ……ไอรีนต่อยไปที่ข้างลำตัวไคน์เบาๆ
“อย่านิ่งไปเฉยๆอีกด้วย….”
“ทำไมหล่ะ?….”
“ก็นายไม่มีชีพจรนี่น่า… อยู่ๆก็นิ้งไปไม่รู้ว่านายเป็ยังไงบ้างหนะสิ…”
“ฉันจะพยายามแล้วกันะ อะฮ่าฮ่า… ”
“…….”
“เธอจะอยู่แบบนี้อีกนานไหมเนี่ย….”
“หุบปากน่า…..ขออยู่แบบนี้อีกสักพักนะ….”
“อืม……”
ไอรีนกอดไคน์อยู่อย่างนั้นไม่ขยับไปไหนด้วยความสบายใจหลังจากความเครียด เธอเหนื่อยล้าจนทำให้เธอเผลอหลัยไปดื้อๆ
“เธอเนี่ยๆน้า…..”
ไคน์อุ้มไอรีนลงนอนบนเตียงอย่างช้าๆก่อนจะเดินออกมาจากห้อง
“แกจะบอกอะไรฉันกันแน่?”
ฉันเริ่มสับสนเพราะคำพูดของแกขึ้นทุกทีๆแล้วนะ แกเป็ใคร้าอะไรจากฉัน แล้วแกรู้อะไร
ไคน์คิดไม่ตกถึงตัวตนของแสงปริศนาที่มักจะมาปรากฏตัวให้ไคน์เห็น
ถ่ามกลางแสงจันทร์ไคน์หยิบดาบขึ้นมาฝึกอยู่คนเดียว เขาคิดไม่ตกถุงคำเตือนบางอย่างที่เขาได้รับรู้มา เขาแกว่งดาบไปมาไม่หยุด
“ดึกดื่นป่านนี้มาทำอะไรอยู่คนเดียว?”
“ไดมาส?”
“เ้าดูกังวลใจแปลกๆนะ… เกิดอะไรขึ้น?”
“ก็ไม่รู้สิ… ถ้าอยู่ๆมีคนแปลกหน้าบอกว่ากำลังจะเกิดอันตรายแล้วให้รีบหนีไปเป็คุณ คูรจะทำยังไง?”
“อืม….ข้าก็คงไม่ทำอะไรเลยหละมั้ง…”
“ทำไมหละ?”
“ก็การที่อยู่ๆก็มีคนมาพูดแบบนั้นโดยไม่มีสาเหตุ จะตัดสินใจเชื่อมันก็คงยากละหนะ”
“นั่น…สินะ”
ไคน์แสดงสีหน้าเคร่งเครียดพร้อมพูดออกมาเบาๆ
ไดมาสที่เห็นท่าทางของไคน์ก็ทำให้นึกถึงเื่บางอย่างในอดีต
“แต่ว่านะ… เราก็ไม่สามารถรู้จิตใจที่แท้จริงของเขาด้วยเช่นกัน…”
“……..”
“การที่เขามาเตือนก็อาจจะเป็เพราะเขาหวังดีก็ได้ไม่ใช่หรอ?…”
“แล้วถ้าอย่างงั้นต้องเลือกยังไงดี?…”
“ก็เลือกตามที่ใจเ้า้าสิ… ของพวกนั้นมันเป็เื่ของอนาคต ปัจจุบันก็เลือกแบบที่ใจ้าสะก็สิ้นเื่”
“พูดหนะมันง่ายนะ…”
“ก็เพราะมันง่ยนะสิข้าถึงพูดให้เ้าฟัง….เพราะถ้าเป็ข้าเองก็คงจะเลือกไม่ได้เช่นกัน”
“งั้น…สินะ”
“แต่ไหนก็ไหนๆแล้ว ลองสู้กับมันตรงๆสะสิกับสิ่งที่เรียกว่าอันตรายนั้นหนะ”
“แต่ฉันไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นหนิ…”
“ถ้างงั้นสิ่งที่เ้าต้องรู้คือเ้าจะต้องผ่านมันไปให้ได้…ใช่ไหมหละ”
ไคน์ยิ้มออกมาเล็กน้อยพร้อมส่ายหัวไปมาเบาๆ
“ยิ่งคุยยิ่งไม่เข้าใจแห๊ะ…”
“งั้นหรอ?…”
“แต่ก็ขอบคุณแล้วกันลุง…”
“แหม่…นี่ข้าแก่ขนาดนั้นเลยเร๊อะ…”
“ก็ไม่รู้สิ….”
ไคน์พูดก่อนจะเดินออกไปด้วยสีหน้ามีความสุขและยิ้มมุมปากเล็กน้อย
เช้าวันต่อมา
“ตื่นแต่เช้าเลยนะ…”
“ก็นะ…… เธอเองก็ด้วยคาเรน”
“หิหิ ฉันเป็อัศวินสาวผู้ทรงสเน่ห์นี่นะ…”
ก็จริงที่เธอดูดีในหลายๆอย่างอะนะ แต่มันก็มีแค่เื่เดียวที่ฉันมองเธอเป็ผู้หญิงธรรมดาไม่ได้เลยจริงๆ….
“นายพอที่จะใช้ดาบดีแล้ว ทีนี้นายลองใช้ดาบเป็แหล่งนำพลังเวทย์ดูไหม?”
“คือ…ยังไงหรอ?”
“ลองบังคับให้ดาบเล่มนั้นดูดพลังเวทย์ของนายดูสิ”
“จะไม่เป็อะไรเอาหรอแบบนั้น…”
เธอเคยบอกฉันเองแท้ว่ามันเป็ดาบอันตราย ที่พรากชีวิตผู้ใช้ไปได้ง่ายๆแท้ แต่สำหรับฉันมันก็ไม่ได้เป็ปัญหาใหญ่สักทีเดียวละนะ…
ไคน์จับดับแน่นจ้องมองไปที่คมดาบอย่างแน่วแน่ก่อนที่ดาบจะค่อยๆดูดพลังเวทย์ของเขาเข้าไปอย่างรวดเร็ว
“อึก……”
“ใช่ๆแบบนั้นแหละ”
ดาบของไคน์ค่อยเปร่งแสงขึ้นก่อนที่ร่างกายของไคน์จะค่อยๆเหี่ยวแห้งลงเล็กน้อย
แย่แล้วไงแบบนี้เ้านี่มันดูดพลังำปสะเยอะเชียวต้องรีบรวบรวมพลังเวทย์แล้ว……
“ว้าวสุดยอดไปเลยแห๊ะ… พึ่งจะเคยเห็นเป็ครั้งแรกเลย”
คาเรนจ้องมองสิ่งตรงหน้าอย่างใจจดใจจ่อด้วยท่าทางตื่นเต้น
ไม่ไหวแล้วแบบนี้ พลังเวทย์ที่อยู่ในรอบๆตัวมันน้อยเกินไป ต้องดูดพลังจากตัวคนอื่นแล้ว… แต่ตอนนี้ไม่มีใครให้ฉันยืมพลังเลย…
หมับ!!!!!
“อีริน่า?!!!!”
“รีบๆหยุดมันซะสิ!!!”
“พยายามอยู่น่า!!!!”
ดาบเริ่มส่องสว่างมากกว่าเดิมพลังจากดูดพลังเวทย์มากมายเข้าไป ก่อนที่โอเกอร์และไดมาสจะรีบวิ่งเข้ามาดึงแขนไคน์ออกจากดาบเล่มนั้น
“ย๊าก!!!!!!”
เพล๊ง!!!!!
ไคน์ปล่อยมือทิ้งดาบก่อนที่จะกระเด็นล้มลง
“ทำอะไรของเธออีกแล้วเนี่ยคาเรน!!!!”
“เอ๋?…นี่มันก็เป็การฝึกนะ…”
“เข้ายังไม่พร้อมที่จะใช้ความสามารถของดาบเล่มนี้สักหน่อยนะ!!!!”
ไคน์ยังแค่้าทักษะพื้นฐานในการใช้ดาบนะ…เื่แบบนั้นเธอเองก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจแท้ๆ จู่ๆก็มาให้ถ่ายโอนพลังเวทย์แบบนี้มันหมายความว่ายังไงคาเรน…..
“หิหิ เหมือนจะยังเร็วไปสินะ… ขอโทษนะคนแปลกวันนี้นายไปพักก่อนเถอะ”
คาเรนพูดพร้อมกลับหันหลังโบกมือเดินจากไป
“อีริน่าเ้าเป็อะไรไหม?”
“ข้าไม่เป็อะไรคะท่านไดมาส แต่ไคน์ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยนะคะ”
“อืม…. พวกเ้ารีบไปพักสะก่อนเถอะ”
ไดมาสพูดเสร็จก็ลุกขึ้นเดินไปหยิบดาบเล่มนั้นที่มีพลังเวทย์ของไคน์สะสมอยู่
“ดาบเล่มนี้มันอะไรกันเนี่ย?”
ฉว๊ะ!!!!!!
ไดมาสเห็นภาพหลอนว่าตัวเองถูกสะบั้นแขนทั้งสองข้างอย่างกะทันหัน เขารีบทิ้งดาบเล่มนั้นลงด้วยความใ
“เป็อะไรหรือป่าวครับท่านไดมาส?”
“ปะ…เปล่า โอเกอร์อย่าได้แตะต้องดาบเล่มนั้นเด็จขาดเชียวนะ”
“ทำไมหรอครับ?”
“เ้าไม่จำเป็ต้องรู้หรอกเอาเป็ว่าทำตามที่ข้าบอกก็พอ”
“ครับ….”
“อีริน่าขอโทษทีเ้าคงจะไม่ได้พักแล้วหล่ะ ช่วยไปตามหาคาเรนให้ข้าที…”
“เอ๊ะ…อะ…คะ”
อาวุธแบบนี้ทำไมข้าไม่เคยสังเกตดีๆเลยนะ คาเรนเ้าคิดจะทำอะไรกันแน่ถึงเอามันมาไว้ที่นี่กัน?!!!