อัจฉริยะพลิกโลก

    ตอนที่ 45 แมลงต่างดาว

    "นี่! ถามมาสักทีสิ ระ...เราอยากออกไปแล้ว"

    ยัยแมลงเอ่ยเตือนเฟรีสที่ดูเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่

    "...."

    'เฮ้อ ลองให้โอกาสมันสักครั้งก็แล้วกัน' พอได้มองไปที่ดวงตาคู่สวยของแมลงน้อย โรคใจอ่อนของเฟรีสก็เกิดกำเริบขึ้นมา

    ตอนแรกเมื่อเห็นว่ามันคือแมลง เขาก็นึกอยากจะกำจัดทิ้งไปแล้วกว่า 50% 

    แต่พอได้ยินว่าเป็นราชินีซึ่งน่าจะออกไข่ได้ด้วย ความอยากช่วยก็ดิ่งลงเหวไปเรียบร้อย

    แต่จะโทษว่าเขาใจดำเกินไปก็ไม่ถูกนัก เพราะในอนาคต มีหลายเผ่าพันธุ์ที่เป็นปฏิปักษ์กับมนุษยชาติ และหนึ่งในนั้นก็มีเผ่าพันธุ์แมลงอยู่ด้วย

    ถ้าเป็นเผ่าพันธุ์อื่นที่กินเนื้อเป็นอาหารเฟรีสก็คงไม่อคติเท่าไรนัก แต่มันต่างออกไปทันทีเมื่อเป็นพวกแมลง

    เหตุผลประการแรกคือ พวกนี้แพร่พันธุ์ได้รวดเร็วมาก ราชินีตัวหนึ่งอาจวางไข่เป็นพันๆ ฟองต่อวัน ประการต่อมาซึ่งสำคัญที่สุดก็คือ พวกมันไม่สามารถควบคุมสัญชาติญาณตนเองได้

    เพื่อให้เห็นภาพชัด มนุษย์เองก็มีสัญชาตญาณเหมือนกัน เช่น ความต้องการสืบพันธุ์ ความอยากอาหาร เป็นต้น แต่มนุษย์สามารถควบคุมมันได้ด้วยสติสัมปชัญญะ

    ทว่าเผ่าพันธุ์แมลงกลับไม่เป็นเช่นนั้น พวกมันมีสัญชาตญาณแรงมากกว่าเผ่าพันธุ์อื่น อีกทั้งยังควบคุมสติของตนไม่ได้ด้วย

    แม้จะผูกมิตรกับมันมานานแค่ไหนก็ตาม แต่เมื่อความหิวเข้าครอบงำ มิตรภาพที่เคยมีอยู่ก็จะถูกลืมเลือนในพริบตา และคุณก็จะถูกอดีตเพื่อนขย้ำเคี้ยวกินอย่างเอร็ดอร่อย

    หากเป็นแมลงจำพวกกินเนื้อ พวกมันก็มักจะรวมกลุ่มกันออกล่าเผ่าพันธุ์อื่นกินเป็นอาหาร ทิ้งไว้แต่ความย่อยยับสูญเสียไว้เบื้องหลัง ส่วนแมลงกินพืชนับว่าดีกว่าเล็กน้อย เพราะพวกมันจะหันมากินพืชผลแทน...อย่างน้อยคุณก็จะได้ตายอย่างช้าๆ

    ยังมีประเภทที่น่ากลัวที่สุดคือกินได้ทั้งสองอย่าง พวกนี้นับว่าคือหายนะอย่างแท้จริง ดาวบางดวงถึงกับกลายเป็นทะเลทรายไปเลยเมื่อถูกมันค้นพบเข้า

    เมื่อรวมกับอัตราการแพร่พันธุ์อันรวดเร็วด้วยแล้ว พวกแมลงจึงถือได้ว่าเป็นศัตรูของเผ่าพันธุ์อื่น ไม่มีเผ่าพันธุ์ใดที่สติดีพอจะอยากอยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิตไร้อารยธรรมเหล่านี้

    แต่ถึงอย่างนั้น เฟรีสก็ยังอยากให้โอกาสมันสักครั้ง เพราะเขาไม่เคยได้พบเจอแมลงที่มีพลังจิตมาก่อนเลยสักตัวเดียว

    'หวังว่าเจ้านี่จะต่างออกไปนะ' ในใจลึกๆ เฟรีสนั้นเกลียดการฆ่ามากที่สุด ยกเว้นแต่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น เช่น กรณีเจ้าจานยักษ์บนดาวอีโนโนก้า เป็นต้น

    "เอาล่ะ ตอบให้ดีล่ะ! ทำไมถึงได้มาติดอยู่ในที่แบบนี้ได้? เผ่าพันธุ์ของคุณคืออะไร? ยังมีพวกพ้องอื่นอีกหรือไม่?" เฟรีสถามช้าๆ ทีละคำถาม

    "ระ...เรา...จะตอบ ฮะ...ฮึ้บบ...พร้อมแล้ว" ยัยแมลงรวบรวมพลังเพื่อตอบคำถามให้ดีที่สุด 

    "เราคือราชินีของเผ่าพันธุ์เฟมีน่า พวกเราถูกพวกปรสิตโจมตี…จากนั้นก็ถูกยึดครองร่างกายไป...ทะ...ทุกคน...กลายเป็นสัตว์ร้ายบ้าคลั่ง" แมลงน้อยพูดพร้อมกับมีน้ำตาสีทองไหลอาบหน้า น้ำเสียงที่สะอึกสะอื้น แสดงว่าเรื่องนี้สะเทือนใจเธอมาก

    "ปรสิต? มันเป็นปรสิตแบบไหน? เฟรีสถามด้วยความสงสัย เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามีปรสิตที่สามารถทำลายทั้งเผ่าพันธุ์ได้

    "มะ...มันเหมือนฝน...ฝนสีดำ...ตกลงมาจากท้องฟ้า พอถูกตัวสิ่งมีชีวิต...ก็จะโตขึ้น...โตบนตัวของพวกเรา...แล้วก็กลายเป็นสัตว์ประหลาด…" พูดถึงตรงนี้ ร่างเล็กๆ ก็เริ่มสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว

    เฟรีสอดประหลาดใจไม่ได้ ปรสิตที่เปลี่ยนร่างโฮสต์ให้กลายร่างเป็นสัตว์ประหลาดได้นั้นไม่เคยมีปรากฎมาก่อน แต่เขาก็ยังตัดสินอะไรไม่ได้หากยังไม่มีตัวอย่างฝนสีดำนั่น

    "แล้วเธอรอดออกมาได้อย่างไร?" เฟรีสถาม

    "ระ...เราใช้ยานฉุกเฉินของราชวงศ์ หนะ...หนีออกมา พอพลังงานหมด...ก็ลอยไปเรื่อยๆ จนมาตกที่นี่ แล้วยานก็จมลงไปใน...น้ำแดงๆ (ลาวา) ระ...เราปีนหนีออกมาได้...แต่ก็เหนื่อยมากเลย" ยัยแมลงอธิบายด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักเนื่องจากไม่ได้พูดคุยกับคนอื่นมานาน

    "พอเห็นว่าน้ำนี่อุ่นดี...เลยเผลอแช่นานไปหน่อย...แล้วก็หลับไป...พอตื่นมาก็ขยับตัวไม่ได้เลย...นานมากแล้ว...ฮึก..." แมลงน้อยเริ่มฟูมฟายอีกครั้ง น้ำตาสีทองไหลนองลงพื้นจนกลายเป็นแอ่งเล็ก ๆ 

    "...."

    'ยัยนี่บอกว่าลาวาอุ่นดีเนี่ยนะ แถมยังหลับยาวจนลาวาแข็งเป็นหินอีกต่างหาก' เฟรีสอดตะลึงไม่ได้ เขาสะบัดหัวไล่ความมึนงงแล้วถามต่อ

    "คำถามต่อไป เผ่าพันธุ์พวกเธอปกติกินอะไรเป็นอาหาร?" เฟรีสถามด้วยน้ำเสียงเรียบ

    คำถามข้อนี้สำคัญมาก ถ้าเกิดเป็นเผ่าพันธุ์กินเนื้อขึ้นมา เขาคงต้องคิดหนัก 

    "ถามทำไมกัน มันสำคัญหรื..." 

    "ตอบ!" เฟรีสตะคอกเสียงดัง จนอีกฝ่ายสะดุ้งโหยง

    "ดะ...ได้ เราตอบ ปกติพวกเราชอบกินเนื้อล่ะ ยิ่งสดก็ยิ่งดี" 

    ยัยแมลงพูดพลางนึกไปถึงเนื้อสด ๆ ชุ่มฉ่ำที่ไม่ได้กินมาหมื่นปีแล้ว น้ำลายหนืด ๆ ไหลยืดออกมาเป็นสาย

    แกร่ก! 

    เฟรีสได้ยินดังนั้นก็กำหมัดแน่น บริเวณข้อมือทั้งสองของสูทได้ติดตั้งใบมีดพลังงานไว้ และมันก็พร้อมจะถูกปล่อยออกมาทุกเมื่อ 

    'ฉันไม่เคยเห็นแมลงที่มีพลังจิตมาก่อน ถึงจะกินเนื้อก็เถอะ…แต่บางทีมันอาจจะควบคุมสัญชาตญาณตัวเองได้ จะให้โอกาสสุดท้ายแล้วกัน' เฟรีสคิด 

    เผ่าพันธุ์ที่มีพลังจิตส่วนใหญ่มักมีสติและปัญญาสูง และเมื่อมีทั้งสองอย่างสูงก็ย่อมควบคุมสัญชาติญาณได้ 

    "คำถามข้อต่อไป…อารยธรรม* ฉันอยากรู้เกี่ยวกับอารยธรรมของพวกเธอ" การจะสร้างอารยธรรมขึ้นมาจะต้องมีทั้งสติและปัญญาพอสมควร ซึ่งโดยทั่วไปแมลงไม่สามารถจะมีได้

    แม้จะมีแมลงบางชนิดที่ฉลาดมากๆ แต่ว่ามันกลับขาดสติไม่สามารถควบคุมสัญชาตญาณตัวเองได้ เมื่อควบคุมไม่ได้การสร้างอารยธรรมก็ไม่ต้องคิด แค่ไม่ฆ่ากินพวกเดียวกันเองก็ถือว่าเก่งแล้ว

    "อา..ระแยะ..ธรรม อืม...มันคืออะไรเหรอ?" ยัยแมลงเอียงคอถามกลับด้วยแววตาใสซื่อ เธอไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อน

    เฟรีสพอได้ยินก็แทบเรียกใบมีดพลังงานออกมาแล้ว แต่เขายังตัดสินใจให้โอกาสอีกครั้ง…และครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆ แล้ว

    "อารยธรรมก็อย่างเช่น กฎหมาย ศาสนา ศีลธรรม หรือรูปแบบการปกครอง" เฟรีสอธิบายแบบกว้าง ๆ

    "อ๋อๆ เข้าใจแล้ว เผ่าพันธุ์เฟมีน่าจะมีราชินีอย่างเราเป็นผู้นำ มีขุนนางเป็นผู้ช่วย กฎหมายมีแค่ไม่กี่ข้อ แต่ข้อที่สำคัญที่สุดคือห้ามฆ่าสิ่งมีชีวิตอื่นเด็ดขาด เว้นไว้แต่เพื่อป้องกันตัว ส่วนศีลธรรมจะสอดคล้องกับคำสอนของไนโอเมซิส พระเจ้าที่พวกเรานับถือ กฎห้ามฆ่าก็มาจากคำสอนนั้นด้วย"

    ยัยแมลงตอบอย่างด้วยน้ำเสียงฉะฉาน พอได้สนทนามากขึ้น อาการพูดตะกุกตะกักตอนแรกก็ค่อยๆ หายไป

    "ไหนบอกว่าพวกเธอกินเนื้อ ถ้าห้ามฆ่าแล้วเอาเนื้อมาจากที่ไหน?" เฟรีสถามอย่างงุนงง แตก็อดโล่งใจไม่ได้ เพราะยัยแมลงถือว่าสอบผ่านแล้ว การที่สร้างกฎหมาย ศาสนา และระบอบการปกครองขึ้นมาได้ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเผ่าพันธุ์นี้มีความสามารถควบคุมสัญชาตญาณตนเอง

    "เนื้อที่ว่าคือรากของต้นไม้ที่ชื่อเมซิส มันดุ้กดิ้กเหมือนหนอนแดงคัสก้า พวกเราเลยเรียกกันติดปากว่าเนื้อ อร่อยมากเลยล่ะ โดยเฉพาะตอนสดๆ!" แมลงโง่ตอบอย่างไร้เดียงสา โดยไม่รู้เลยว่าเกือบได้ไปพบพระเจ้าของตนแล้ว

    เฟรีสพอได้ยินคำตอบก็ถึงกับอึ้งไปหลายตลบ การคุยกับเจ้าตัวจ้อยตรงหน้านี่ทำเอาเขาเหนื่อยใจเหลือเกิน

    "ถ้าไม่คิดจะช่วยก็ส่งเราไปพบไนโอเมซิสทีเถอะ…อยู่แบบนี้ทรมานมากเกินไป…" เมื่อเห็นเฟรีสนิ่งไป ยัยแมลงก็เข้าใจผิดคิดว่าเขาไม่อยากช่วย จึงพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสลดปนอ่อนล้า

    "อยู่นิ่งๆ อย่าขยับล่ะ ฉันจะช่วยเธอเดี๋ยวนี้" เฟรีสลอบถอนหายใจ ในที่สุดก็ไม่ต้องฆ่าแล้ว

    "จริงหรอ! ขอบคุณนะ ขอบคุณๆๆๆๆ" ยัยแมลงส่ายหัวดุกดิกด้วยความดีใจแบบสุดๆ

    "ถ้าอยากหัวขาดก็ขยับต่อไป" เฟรีสดุ

    "หยะ หยุดแล้ว" แมลงน้อยทำตัวแข็งราวกับหินทันที

    --------

    สิบนาทีต่อมา ภายในยานกระเบนดำ

    "เราเจ้าหญิงมีนามว่า ไอเนสเอราทีนอสทิอัสเมซีเรียชั….." ยัยแมลงเพี้ยนเริ่มแนะนำตัวกับเฟรีส ซึ่งมันทำให้เขาถึงกับกุมขมับ เพราะชื่อนั่นยาวประมาณสองหน้ากระดาษ A4 ได้

    "ส่วนนามสกุลคือ ดิแอนทีราเรนี...." 

    "หยุด!" เฟรีสรีบพูดตัดบท ก่อนที่ยัยบื้อจะท่องนามสกุลต่อ ชื่อยังยาวขนาดนี้แล้วนามสกุลจะขนาดไหน? ขืนฟังต่อเขาคงต้องเสียสติแน่นอน

    "ต่อไปนี้เธอคือ ไอเนส นามสกุล ดิแอน ห้ามโต้แย้ง" เฟรีสพูดอย่างหมดความอดทน

    "ต้องเรียกชื่อเต็มสิ เรา...เราเป็นถึงราชินีนะ!" หล่อนเป็นถึงราชินี จะมาเรียกกันห้วน ๆ ได้ยังไง?

    "ไอเนส!" เฟรีสขึ้นเสียง จากนั้นไม่ว่าแมลงน้อยจะพูดอะไร เขาก็จะตอบกลับแค่คำว่าไอเนสๆๆ ตลอด

    "หึ ก็ได้...เพราะนายช่วยเราไว้หรอกนะ..." ยัยเจ้าหญิงพูดพร้อมกับมองค้อน

    "เฮ้อ...ไม่เคยเห็นแมลงประหลาดแบบนี้มาก่อนเลย" เฟรีสบ่นเบา ๆ แต่ก็ไม่อาจเล็ดลอดหูนรกของเจ้าตัวเล็กไปได้(ติดตั้งเครื่องแปลภาษาแล้ว)

    "แมลง? คืออะไรเหรอ?" ยัยแมลงถามด้วยความสงสัย เขาจึงเริ่มอธิบายให้ฟัง

    "เผ่าพันธุ์แบบนั้นเราก็เคยเห็นเหมือนกัน อันตรายมากเลย...ถึงว่าสิ...ตอนแรกนายถึงลังเลที่จะช่วย" แมลงน้อยผงกหัวเข้าใจ จากนั้นจึงหันมามองเฟรีสและพูดอย่างจริงจัง

    "แต่ฉันไม่ใช่แมลงหรอกนะ" พูดจบ เจ้าตัวน้อยก็บินมาเกาะบนไหล่เฟรีส ก่อนจะพูดต่อ

    "ร่างนี้น่ะ มันเป็นแค่ของเล่นเด็กเท่านั้น เด็กๆ ทุกคนในเผ่าจะต้องฝึกย้ายจิตมาอยู่ในเจ้านี่ ตัวจริงของเราไม่ได้มีสภาพนี้หรอก"

    ถึงตรงนี้เฟรีสก็เข้าใจแล้วว่าทำไมแมลงถึงได้มีพลังจิตได้ เพราะแท้จริงแล้วเธอไม่ใช่แมลงเลยต่างหาก

    "แต่แม้นายจะคิดว่าเราเป็นแมลง ก็ยังช่วยอยู่ดี ขอบคุณนะ…เฟรีส"

    จุ๊บ!

    ไอเนสจูบเบา ๆ ลงบนแก้มของเฟรีส เปลือกสีทองของเธอค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีชมพูสดด้วยความเขินอาย นี่คือจูบแรกของราชินีเลยนะ!

    แน่นอนว่าเฟรีสที่สวมชุดสูทอยู่ย่อมไม่รู้ว่าได้ถูกล่วงละเมิดไปแล้ว เขามองเจ้าตัวจ้อยที่จู่ๆ ก็เปลี่ยนสีด้วยความงุนงง

    "แล้วร่างจริงของเธอล่ะ" เฟรีสถาม

    "ร่างจริงของเราถูกปรสิตยึดครองไปแล้ว...แต่โชคดีที่ย้ายจิตมายังของเล่นนี่ทัน พวกมันจึงได้แค่ร่างกายไป" ไอเนสตอบเสียงเศร้า น้ำตาสีทองเริ่มไหลออกมาอีกครั้ง

    "ไม่ต้องพูดแล้ว...นอนพักเถอะ" เฟรีสใช้นิ้วลูบหัวเธอเบาๆ ด้วยความสงสาร แมลงน้อยที่เกาะอยู่บนไหล่รู้สึกสบายจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว

    "แบล็คสติง...เริ่มเก็บทรัพยากรกันเถอะ จะได้กลับบ้านสักที"


    *อารยธรรม คือความสงบสุขของสังคมที่ตั้งอยู่บนรากฐานแห่งศีลธรรมและกฎหมาย ความเจริญที่เกิดจากองค์การของสังคม เช่น การเมือง กฎหมาย เศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรม ความเจริญด้วยขนบธรรมเนียมอันดี

    คล้ายกับเรื่องอัจฉริยะพลิกโลก ที่คุณอ่าน