Ragnarok Academy League

    ตอนที่ 29 ราคาของการกลืนกิน

    ตอนที่ 29
    ราคาของการกลืนกิน



    สายลมสีดำพัดหมุนเหนือท้องฟ้าของ Prontera ขณะที่รอยแยกแห่ง Void Realm ยังคงเปิดกว้างขึ้นเรื่อยๆ
    มือขนาดมหึมาที่โผล่ออกมาจากอีกโลกเริ่มขยับช้าๆ ราวกับกำลังพยายามฉีกประตูให้เปิดออกมากกว่าเดิม

    ทุกครั้งที่มันเคลื่อนไหว—

    วงเวทศักดิ์สิทธิ์ของ Prontera ก็แตกร้าวหนักขึ้น

    แกร๊ก… แกร๊ก…

    นักบวชหลายคนเริ่มกระอักเลือดจากแรงกดดันมหาศาล ขณะที่แสงสีทองทั่วเมืองเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง

    เซดริกกัดฟันแน่น

    “เสริมพลังเข้าไป!”
    เขาตะโกนลั่น

    แต่แม้จะรวมนักเวทและนักบวชทั้งเมือง
    กำแพงผนึกก็ยังค่อยๆ พังลงทีละส่วน

    Hunter รอบด้านเริ่มสิ้นหวังแล้ว

    เพราะสิ่งที่อยู่เหนือฟ้านั้น—
    ไม่ใช่ศัตรูที่มนุษย์ควรต่อกรได้เลย

    ในเวลาเดียวกัน—

    เรนยังลอยตัวอยู่กลางอากาศ จ้องรอยแยกสีดำเบื้องหน้าเงียบๆ

    เสียงของ Void Rune ยังคงดังอยู่ในหัว

    [เจ้าต้องกลืนมัน]

    [ก่อนที่ประตูจะเปิดสมบูรณ์]

    เรนขมวดคิ้วทันที

    “…แล้วหลังจากนั้นล่ะ”

    ความเงียบเกิดขึ้นครู่หนึ่ง

    ก่อน Void Rune จะตอบกลับมาเรียบๆ

    [พลังทั้งหมดของรอยแยกจะไหลเข้าสู่ร่างเจ้า]

    [ถ้าเจ้าควบคุมไม่ได้]

    [เจ้าจะกลายเป็นประตูใหม่แทน]

    หัวใจของเรนหนักลงทันที

    นั่นหมายความว่า—

    หากล้มเหลว
    เขาอาจกลายเป็นสัตว์ประหลาดยิ่งกว่าอาเธอร์

    ทันใดนั้น—

    เสียงหัวเราะของอาเธอร์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง

    “ได้ยินแล้วสินะ”
    เขาพูดพร้อมรอยยิ้มบิดเบี้ยว

    “นี่แหละราคาของ Void”

    เส้นสีดำบนร่างของเขาขยายขึ้นเต็มใบหน้าแล้ว ขณะที่เงารอบตัวเริ่มปั่นป่วนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

    แต่ดวงตาสีดำสนิทยังคงจับจ้องเรนไม่วางตา

    “เจ้ารู้ไหม…”
    อาเธอร์พูดเสียงต่ำ

    “ข้าก็เคยพยายามปิดประตูนั่นเหมือนกัน”

    เรนชะงักไปทันที

    อาเธอร์หัวเราะเบาๆ

    “ตอนนั้นข้ายังเชื่อพวก Academy”

    “เชื่อว่าถ้าช่วยพวกมัน…”
    “ทุกอย่างจะจบลง”

    เงาสีดำรอบตัวเขาเริ่มสั่นรุนแรงกว่าเดิม

    “แต่สุดท้าย…”

    น้ำเสียงของอาเธอร์เย็นลงช้าๆ

    “พวกมันกลับผลักข้าเข้าไปใน Void Realm แล้วปิดประตูทิ้ง”

    ลีอาเบิกตากว้างทันที

    “เดี๋ยวนะ…”

    “หมายความว่า Geffen เป็นคน…”

    “ใช่”
    อาเธอร์ตอบทันที

    รอยยิ้มของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความคลั่งผสมกัน

    “พวกมันกลัวว่าข้าจะกลายเป็นสัตว์ประหลาด”

    “ดังนั้นพวกมันเลยเลือกทิ้งข้าไว้ในนรกนั่น”

    ความเงียบปกคลุมทั่วสนามรบ

    แม้แต่ลูคัสยังพูดไม่ออก

    เพราะสีหน้าของอาเธอร์ในตอนนี้—
    ไม่ได้เหมือนคนโกหกเลย

    เสียงของ Void Rune ดังขึ้นในหัวของเรนอีกครั้ง

    [มันพูดความจริงบางส่วน]

    [แต่มันเลือกปล่อยให้ความเกลียดชังกลืนกินตัวเอง]

    เรนกำมือแน่นช้าๆ

    เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า
    อาเธอร์ไม่ได้เกิดมาคลั่ง

    แต่โลกนี้ต่างหาก ที่ผลักอีกฝ่ายจนพัง

    ทันใดนั้น—

    มือยักษ์จากรอยแยกก็ขยับอีกครั้ง

    ครืนนนนนน!

    คราวนี้มันพยายามดันตัวเองออกมามากกว่าเดิม จนรอยแยกเริ่มเปิดกว้างอย่างรวดเร็ว

    วงเวทศักดิ์สิทธิ์ของ Prontera แตกกระจายทันทีหลายส่วน

    เสียงกรีดร้องดังขึ้นทั่วเมือง

    เซดริกเงยหน้ามองฟ้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียดที่สุดตั้งแต่ปรากฏตัวมา

    “…ไม่ทันแล้ว”
    เขาพึมพำเบาๆ

    แต่ในวินาทีนั้นเอง—

    เรนก็ขยับตัว

    เขาพุ่งตรงขึ้นไปหารอยแยกทันที

    ฟ้าววว!

    เงาสีดำจำนวนมหาศาลพุ่งตามร่างของเขา ราวกับทะเลแห่งความมืดกำลังทะยานขึ้นสู่ฟ้า

    อาเธอร์เบิกตาเล็กน้อย

    “เจ้าจะทำจริงงั้นเหรอ…”

    เรนไม่ตอบ

    ดวงตาสีดำสนิทของเขาจ้องตรงไปยังรอยแยกเบื้องหน้า

    ก่อนเงาสีดำใต้ร่างจะเริ่มขยายออกอย่างมหาศาล

    ทั้งท้องฟ้าของ Prontera ค่อยๆ ถูกย้อมด้วยความมืดของ Void

    เสียงของ Void Rune ดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนทุกอย่างจะเริ่ม

    [ถ้าเจ้ากลืนมันลงไป]

    [ชีวิตของเจ้าจะไม่มีวันกลับเป็นเหมือนเดิมอีก]

    เรนหลับตาลงชั่วครู่

    ก่อนพูดออกมาเบาๆ

    “ชีวิตปกติของฉัน…”

    “…มันจบไปตั้งแต่วันที่ได้พลังนี้แล้ว”

    วินาทีต่อมา—

    เงาสีดำมหาศาลก็พุ่งเข้ากลืนรอยแยกแห่ง Void Realm ทันที