ปัง!
เมอยาฟทิ้งกำปั้นหนักระบายลงโต๊ะด้วยความโมโหสะกดให้ทุกชีวิตในห้องประชุมพากันเงียบกริบ
“ทำไมต้องเลื่อนการเปิดโครงการออกไปในเมื่อทุกอย่างพร้อม”คงมีเพียงคนรู้ใจและรู้ถึงสถานการณ์ก่อนหน้าอย่างดาห์เรนเท่านั้นที่รู้ดีว่า..ไม่ควรปล่อยให้ความเงียบดำเนินนานนัก
“ชีคซากีร์รัฐไคเมนเกิดยื่นฟ้องว่าพื้นที่ขุดเจาะน้ำมันแห่งใหม่ของเรามีบางส่วนรุกล้ำเข้าไปในเขตของเขา”
“เป็ไปไม่ได้!”เ้าของเสียงกร้าวคล้ายกระชากิญญาเหล่าคนฟังให้หลุดจากร่างจนดาห์เรนต้องอธิบายเพิ่ม
“พื้นที่ส่วนใหญ่ของโครงการเป็่รอยต่อเขตแดนมันเป็สิทธิ์ของเขาที่จะขอให้เราระงับโครงการไว้ก่อนเพื่อตรวจสอบความชัดเจน”
“บัดซบ! นั่นน่ะเรอะเหตุผลแค่ไม่ร่วมลงทุนด้วยถึงกับต้องเอาเื่เขตแดนมาขวางเรา”เมอยาฟตัวสั่นเทาด้วยความโกรธ ดวงตาวาวปราบน่ากลัว
ไอ้ชีคเ้าเล่ห์
บนโต๊ะประชุมไม่มีใครกล้าเอ่ยปากออกความเห็นในเื่นี้เพราะตระหนักถึงผลลัพธ์นั้นดีอย่างไรผู้บริหารสูงสุดของพวกเขาก็ไม่มีทางร่วมทุนกับใครทั้งนั้นทั้งที่น่าจะยกเว้นกรณีของชีคซากีร์แห่งรัฐไคเมนเพราะการร่วมงานกับคนที่มีอิทธิพลและทรงอำนาจเช่นนั้นจะยิ่งส่งเสริมให้ธุรกิจดำเนินไปได้ด้วยดี
ไม่ต้องติดขัดจนน่าอึดอัดอย่างที่เป็อยู่
แต่อย่างว่าล่ะ..ขนาดท่านชีคแห่งคาฮาลกับท่านหญิงราเนียยังถูกปฏิเสธ คนอื่นก็ไม่ต้องพูดถึง!
ดาห์เรนต้องคอยสบตาที่ปรึกษาาุโซึ่งนั่งอยู่ใกล้กันเป็ระยะคล้าย้าให้ช่วยคลี่คลายบรรยากาศตึงเครียดงานนี้คนสูงวัยจึงต้องออกโรงสมทบด้วย
“แต่สุดท้ายฝ่ายนั้นคงทำได้แค่ยื้อการเปิดโครงการของเราให้ช้าออกไปเท่านั้นเพราะเื่อื่นคงไม่สามารถเข้ามาปั่นป่วนและแทรกแซงเราได้”
“ก็ขืนมันยังลองดีไม่เลิกสิ จะได้เห็นดีแน่”ดวงตาดำจัดตวัดจ้องคนข้างกายอย่างเอาเื่จนผู้ตกเป็เป้าสายตาแทบสำลักกาแฟที่เพิ่งจิบเข้าไป
“อย่าให้พลาดเื่เอกสารสิทธิ์เด็ดขาดนะดาห์เรนไม่อย่างนั้นทีมของนายนี่ล่ะที่ฉันจะจัดการเป็กลุ่มแรก”คนถูกหมายหัวเข้าอย่างจังรีบยกมือป้องปากกระแอมคล้ายไล่กาแฟลงคอ ก่อนยืดอกมาดมั่น
“เื่นั้นไม่ต้องเป็ห่วงครับ ‘อย่าห่วง’เหมือนเื่ที่เ้านายได้พูดไว้เมื่อเช้าเป๊ะเลย” เมอยาฟหรี่ตาจนเป็เส้นตรง
นึกรำคาญไอ้เพื่อนตัวดีที่เอาเื่ ‘แผลที่แขน’ กับ ‘กรรมสิทธิ์ที่ดิน’มาปนกัน
บานประตูห้องประชุมถูกเปิดออก คนที่เข้ามาคล้ายลั่นระฆังช่วยชีวิตคนข้างใน
“ท่านหญิง!” เมอยาฟหลุดอุทานด้วยความประหลาดใจแต่อีกคนที่ปราดเข้ามาควงแขนชายหนุ่มอย่างไม่ให้ตั้งตัวก็คือ ‘คุณหนูไลลา’บุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนของผู้นำรัฐคาฮาล
คนเป็แม่กระแอมเตือนกิริยาออกนอกหน้าของบุตรสาว แม้คนเป็ลูกจะทำหน้าบูดสนิทแต่มิอาจสู้สายตาขึงขวางของคนเป็แม่ได้
“มายืนตรงนี้ ผู้ใหญ่ออกเยอะ..ไม่ระวังกิริยา”
“โธ่! ท่านแม่ ไลลาแค่เป็ห่วงพี่เขาเท่านั้นเองค่ะ ดูสิทำงานหนักจนหน้างี้ยุ่งเชียว”ขนาดท่านหญิงยืนกำหลาบอยู่ใกล้ๆ ยังชม้ายชายตาหวานไม่เลิก
“จริงไหมคะพี่เมอยาฟ”
ชายหนุ่มลอบระบายลมหายใจ เริ่มเห็นแววความวุ่นวายของจริงมาแต่ไกล ดูๆ แล้วมันน่ายุ่งยากยิ่งกว่าเื่งานทั้งหมดในความดูแลของเขาเสียอีก
งานนี้ดาห์เรนจึงต้องสวมบทผู้ช่วยพระเอกอีกครา
“เป็เด็กเป็เล็ก มาทางนี้กับอาดีกว่า ผู้ใหญ่เขาจะคุยกัน”
“ไม่เอาง่ะ ไลลาจะอยู่ที่นี่”
“มาเถอะน่ะ!”กว่าคนเป็อาจะจัดการลากแม่หลานสาวจอมยุ่งออกไปได้ก็เล่นเอาเมอยาฟลุ้นจนเหงื่อซึมก่อนหันมาทางคนสูงศักดิ์
“ไม่บอกผมก่อนว่าท่านหญิงจะมา เชิญที่ห้องด้านในดีกว่าครับ”นั่นหมายถึงการประชุมต้องหยุดลงชั่วคราว เป็โอกาสให้หลายคนได้หายใจอย่างทั่วท้อง
หลังจากเชื้อเชิญผู้มาเยือนเข้าห้องรับรองวีไอพี ชายหนุ่มรีบผายมือ“นี่เป็ห้องรับรองพิเศษของผม เพิ่งปรับปรุงใหม่เลยนะท่าน ถือโอกาสให้ท่านหญิงประเดิมเป็คนแรกเชิญนั่งก่อนครับ” ทำแขกผู้มีเกียรติยิ้มกริ่ม
“ขนาดมาปิดประชุมเธอกะทันหันยังต้อนรับกันอย่างดี อย่างงี้มาบ่อยๆ ดีกว่าฮ่าๆๆ เธอคงได้ปิดบริษัทแทนแน่ๆ” เมอยาฟหลุดหัวเราะกับคำเย้าแหย่
นี่เป็ลักษณะพิเศษที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนของท่านหญิงราเนีย..นั่นคือความสบายใจ
ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือเปล่าแต่ทุกครั้งที่เขาประสบปัญหาหรือมีเื่ยุ่งยากชวนปวดหัวครั้งใดก็มักได้คำพูดของท่านช่วยผ่อนคลายความรู้สึกไปได้
แม้กระทั่งเื่ความเอาแต่ใจและอาการหลงใหลได้ปลื้มในตัวเขาของบุตรสาวท่านที่แสดงออกอย่างเปิดเผยท่านหญิงก็ได้ให้คำ แนะนำดีๆ ว่า
“เื่หัวใจอย่าเอามาปนกับเื่ของความเกรงใจนะจ๊ะฉันดูออกว่าเธอน่ะเอ็นดูยัยไลลาเหมือนน้องสาวคนหนึ่งซึ่งอาจจะขัดกับความ้าของลูกสาวฉัน อะไรที่ปฏิเสธได้ก็ปฏิเสธไปอย่าตามใจน้องเพราะเห็นแก่ฉันหรือท่านชีคเพราะนั่นเท่ากับว่าเธอทำร้ายทุกคนไม่เว้นกระทั่งตัวเอง”
“มันสุดวิสัยจริงๆ นะวันนี้ ไม่รู้ว่ายัยไลลาได้นิสัยใจร้อนมาจากใครพอได้ยินว่าฉันชวนเธอมากินข้าวด้วยก็รบเร้าถามทุกๆ ห้านาทีว่าเธอจะมาเมื่อไหร่คำตอบคงไม่โดนใจ แม่ตัวดีของฉันเลยรีบแจ้นมาจนฉันแทบตามมาไม่ทัน”คนฟังทำได้เพียงยิ้มน้อยๆ
ไอ้ที่อยากจะหัวเราะออกมาให้ดังกว่าเดิมก็ใช่ที่เพราะสุดท้ายเื่มันต้องวกกลับเข้าหาตัวเองอยู่ดี
จะไปได้มาจากใครเล่าก็ตัวท่านเองนั่นแหละ
“เป็อันว่าที่มากันทั้งคุณแม่คุณลูก จุดประสงค์ก็เพื่อจะมาลากผมไปกินข้าว”ท่านหญิงราเนียฉีกยิ้ม เหมือนจะบอกให้รู้เป็นัยๆ ว่าทำนองนั้น
แต่เมื่อชายหนุ่มออกอาการหน้าบอกบุญไม่รับ คนสูงวัยจึงโบกมือหย่อยๆ “เอาน่ะ! ฉันเลี้ยง”
“ท่านจะติดสินบนผมหรือครับ”
“เปล้า!” คนโดนป้ายสีต่อหน้าต่อตารีบปฏิเสธ “ฉันกำลังจ้างเธอต่างหาก”
นั่น!
“พูดเล่นน่ะ เป็อันว่าตกลงแล้วนะ ไปๆ อย่ามัวช้าอยู่ดาห์เรนรั้งยัยไลลาไว้ได้ไม่นานหรอก ป่านนี้คงโดนหลานแว้ดใส่จนหูชาไปแล้ว”เมอยาฟยักไหล่ เข้าข่ายถูกมัดมือชกขนาดนี้จะทำอย่างไรได้
วันนี้คงกลับค่ำแน่ๆ
เสี้ยวหนึ่งของความรู้สึก ‘นึกถึง’ใครบางคนที่ป่านนี้คงใกล้เวลาเลิกงานแล้ว
แล้ว..
แล้วไง!..ทำไมต้องคิด
“นี่เธอ! เธอทำอะไรง่ะ” เสียงแหบสั้นที่จู่ๆ ก็ดังขึ้นหวังเรียกอาการใจากอีกฝ่ายแต่ต้องผิดหวังไปตามระเบียบเมื่อระรินดาวแค่หันมามองด้วยสีหน้าเรียบเฉยมือบางปลดเข็มกลัดติดชื่อและชุดผ้ากันเปื้อนด้วยท่าทีปกติ
“ว้า! ไม่สนุกเลยง่ะ ทำไมถึงไม่ใ ไม่เอ๊ะไม่อ๊ะอะไรเลย”นั่นล่ะคนฟังจึงได้ยิ้มกว้าง
“ไม่สนุกแน่ชาบาร์ ถ้าบังเอิญฉันเป็โรคหัวใจขั้นรุนแรงแล้วเกิดใเฉียบพลันกับเสียงแหลมๆ ของเธอจนหัวใจวายตาย”ระรินดาวทำผล็อยนิ่งประกอบฉากจนอีกฝ่ายเผยหน้าแหย
“บ้าน่ะรินนา! ฉันแค่ล้อเล่น” แถมมีค้อนให้หนึ่งที “ลองได้พูดแจ้วๆอย่างนี้ โรคหัวใจคงไม่มาถามหาเธอหรอก”
คนฟังแกล้งพยักหน้าหงึกหงัก
“เลิกงานแล้ว เธอไปไหนต่อเหรอ”
“ไม่ไปไหนจ้ะ”
“งั้นเราไปหาข้าวกินกันเถอะฉันหิวมากกกกกจนแทบจะกินช้างได้ทั้งตัวอยู่แล้ว” ระรินดาวชะงักค้าง
ดูเปรียบเทียบเข้า!
“ไปกินอะไรที่ไหน”
“ห้องอาหารส่วนพนักงานท้ายครัวไง”ชาบาร์ทำยืดอกภาคภูมิหนักหนากับสิ่งที่จะพูด “น้อยคนนักนะที่จะรู้ความจริง”
“ความจริงอะไร”
“ก็ความจริงที่ว่าความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ย่อมเกิดมาจากเบื้อง หลัง” คนฟังทำหน้างงแม้พยายามคิดตามแล้วแต่ยัง ‘งง’ อยู่ดี
“แหม! ก็อาหารที่พวกเรายกไปเสิร์ฟกันน่ะ ดีแค่ได้ความโก้หรูอย่างเดียวแต่เื่ความอร่อยยังไม่ถึงครึ่งของที่เราจะไปกินเลยนะจะบอกให้”
เพิ่งถึงบางอ้อ
“จะบอกว่าเราน่ะโชคดีกว่าบรรดาแขกผู้มีเกียรติพวกนั้น”
“ถูกต้องที่สุด”
เข้าท่า
แต่ยังไม่ทันที่คนทั้งสองจะไปถึงปลายทางเสียงฝีเท้าคนพร้อมความโกลาหลก็ดังขึ้น ระรินดาวเห็นความชุลมุนวุ่นวายแถวหน้าห้องผู้จัดการสีหน้าและแววตาของชายเ่าั้บ่งชัดถึงเหตุไม่ปกติ
“จะไปไหนรินนา”
ระรินดาวไม่ตอบ กลับเดินตรงดิ่งยังกลุ่มคนนั้นแว่วเสียงเพื่อนสาวดังตามหลัง “มันไม่ใช่เื่ของเราเลยนะ รินนา! กลับมาเถอะ!”
เป็งั้นไป
แทนที่จะตื่นตาตื่นใจตามนิสัยคนช่างอยากรู้อยากเห็นที่มีมาแต่กำเนิด..กลับห้าม
ไม่เข้าใจ!
เมื่อเห็นว่าชาบาร์ไม่ตามมา ระรินดาวจึงหันมาสนใจสิ่งผิดปกติจากเสื้อผ้าของชายฉกรรจ์เ่าั้ที่มีแต่รอยเืเปรอะเปื้อนเต็มไปหมด
“เกิดอะไรขึ้นคะ”
“เสาเหล็กที่ใช้ตกแต่งไม้เลื้อยก่อนถึงลานจอดรถล้มทับคนงาน”
“ตายจริง!” คนอุทานตวัดมือทาบอก
“ผู้จัดการอยู่ไหน เหตุด่วน..ช่วยกันตามที”
“แล้วมีใครเป็อะไรมากไหม”
“น่าจะาเ็สอง” คนตอบคำถามพูดแค่นั้นแล้วแยกจากไปอย่างรวดเร็วเมื่อกัปตันและหัวหน้าคนงานมาถึง
เสียงสั่งการดังลั่นให้รีบคลี่คลายสถานการณ์และนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลซึ่งหญิงสาวยังคงอยู่ท่ามกลางความปนเปของผู้คน..นับเป็เหตุการณ์ระทึกใจไม่น้อยเชียว
ที่ทางเดินก่อนถึงลานจอดรถซึ่งมีบริเวณกว้างขวางเป็สัดส่วนตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับสวยงาม มีซุ้มกอไม้เลื้อยสลับกับไม้ยืนต้นช่วยให้ร่มเงาแม้ผู้ที่เกี่ยวข้องพยายามไม่ทำให้ดูเอิกเกริกเพื่อรักษาภาพพจน์ของโรงแรมและไม่ทำให้ลูกค้าตื่นใแต่ก็ดูวุ่นวายไม่น้อยในความคิดของเธอ
ภาพเสาเหล็กทรงกลมขนาดเท่ากำมือซึ่งถูกออกแบบให้เป็โครงโค้งสูงโปร่งสำหรับให้ไม้เลื้อยพันเกี่ยวล้มนอนแนบพื้นบอกให้รู้ว่าหากมีรถสักคันจอดอยู่ตรงนี้ คนในรถคงได้รับอันตรายเป็แน่
เมอยาฟรีบกลับมาหลังรับโทรศัพท์จากอาลีที่รายงานเื่อุบัติเหตุให้ฟังแม้ทุกอย่างจะเรียบร้อยโดยคนเจ็บถูกพาส่งไปรักษาตัวและเคลื่อนย้ายโครงเหล็กเป็ที่เรียบร้อย แต่กระนั้นก็ยังไม่วางใจ
“พรุ่งนี้ฉันจะไปเยี่ยมคนงานที่โรงพยาบาล”คนร่างสูงตรงดิ่งยังจุดเกิดเหตุจนชายผ้ายาวพัดพลิ้วไปตามจังหวะก้าวเดินโดยมีอาลีตามติดคอยรายงาน
“คนสวนกำลังจะรดน้ำต้นไม้ที่เพิ่งมาลงใหม่ตามที่นายสั่งแต่ช่างติดตั้งเสาเหล็กบอกว่าอยากให้พวกเขาทำให้เสร็จก่อน คนสวนเลยมาช่วยอีกแรงแล้วก็ไม่รู้อีท่าไหนกันครับ ไฟเกิดลัดวงจร”อาลีเล่าตามที่รับฟังจากคนในเหตุการณ์อีกที
“ส่วนต้นไม้ที่เพิ่งลงใหม่ก็ให้คนมารดน้ำแล้วนะครับ”เมอยาฟเลื่อนสายตายังลานดอกไม้ประดับราคาแพงที่เขาเพิ่งสั่งให้ตกแต่งใหม่
แม้บรรยากาศใกล้ค่ำอาจทำให้มองอะไรไม่ถนัดนัก แต่คนที่ก้มๆ เงยๆดูความเรียบร้อยตรงนั้นก็ทำให้คนคิ้วเข้มมุ่นชิด หัวหน้าคน งานจึงเป็ฝ่ายรายงานบ้าง
“เลยได้น้องๆ เด็กเสิร์ฟมาช่วยรดน้ำต้นไม้ที่ลงใหม่แล้วครับสงสัยเป็คนงานใหม่ เพราะผมไม่เคยเห็นหน้าเลย..”แค่นั้นอาลีก็ถึงกับยกมือขึ้นคุมขมับตัวเอง
งานเข้าซ้ำซ้อน
นั่นไหมล่ะ! คนเป็นายเดินดุ่มไปหาคนงานใหม่แล้ว
ระรินดาวถูกลากตัวให้เดินลิ่วๆ ตามชายร่างสูงราวกับเงาตามตัว คล้ายเป็ภาพซ้ำเฉกเช่นเมื่อวันวานไม่มีผิดภาพที่ทุกสายตาแถวนั้นต่างพากันเบิกมอง
บัดนี้ความคิดอันหลากหลายอย่างที่ไม่ต้องอธิบายกันมากทั้งประหลาดใจทั้งอิจฉาตาร้อนผ่าว เพราะทุกใบหน้าต่างปรากฏแววสนใจใคร่รู้เด่นชัดในเมื่อภาพแบบนี้ไม่ได้มีให้เห็นบ่อยนัก จึงไม่มีใครยอมพลาด ‘ฉากเด็ด’ สักคนเดียว
เมื่อสองร่างเ้าของจุดไคลแม็กของเื่หายลับเข้าไปในลิฟต์ เสียงเซ็งแซ่ก็พลันกระหึ่มดังขึ้น
“ไหนใครบอกว่าผู้หญิงคนนั้นเป็แค่ลูกหนี้นายท่านไงยะ! ข่าวจริงหรือข่าวปลอม”
“จะไม่จริงได้ไง! ก็เ้าตัวเขาบอกเองว่าเป็แค่ลูกหนี้”
“แต่เห็นอย่างนี้..ฉันชักอยากเป็หนี้นายบ้างแล้วสิลูกหนี้แบบไหนกันได้พักห้องชั้นบน แถมยังมักถูกลากไปโน่นมานี่ ฉันชอบนะแบบเนี้ย”
“งั้นพรุ่งนี้ฉันให้แม่มาขอเงินท่านเลยดีกว่า”
“ไม่ต้องเลย ให้แม่ฉันก่อน เธอน่ะทีหลัง”
“xxx!xxx”
“xxx!xxx”
อาลีเหล่มองอาการดี๊ด๊าของพวกสาวๆ อย่างเหนื่อยหน่ายใจทีเื่งานไม่เห็นกระตือรือร้นกันอย่างนี้..คงต้องเข้มงวดกว่าเดิม
คนตัวเล็กยืนตัวลีบอยู่ข้างคนตัวโต มือของเขายังคงกุมมือเปียกชุ่มของเธอไว้แน่นบรรยากาศเดิมๆ ภายในลิฟต์ตัวแคบทำให้หญิงสาวหายใจยากเย็น
“ไปยุ่งอะไรตรงนั้น” คำถามทำให้คนหายใจยากเย็นเงยหน้าขึ้นมอง“ใช่หน้าที่เธอเรอะ! เขากำลังวุ่นวายกัน ทำอะไรไม่คิด!”
ระรินดาวกลืนน้ำลายฝืดคอ นึกไม่ออกเลยว่าเขาจะโมโหอะไรเธออีก แล้วตอนนี้ควรตอบเขาอย่างไรดี
“ก็..ไปช่วย..” สองมือหนาคว้าหมับรวบบ่าเล็กด้วยความโกรธ
“ช่วยอะไร! ตรงนั้นมันอันตรายทำงานเสร็จก็กลับขึ้นห้องมาสิ ทำไมต้องไปคอยเกะกะคนอื่นเขาเธอไม่ได้เก่งพอที่จะช่วยคนอื่นได้ทุกเื่หรอกน่ะ โดยเฉพาะเื่เสี่ยงๆอย่างนั้น”
ระรินดาวตัวสะท้านตามแรงมืออย่างไม่คิดขัดขืนก็จะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนมาล่ะเพราะั้แ่่บ่ายยังไม่มีอะไรตกถึงท้องสักนิด
“ขะ..เข้าใจแล้วค่ะ ต่อไปฉันจะไม่ทำอีก ปล่อยได้ไหม..ฉันเจ็บ”คล้ายว่าเขาจะทำให้เธอหลาบจำมากกว่าแค่รับคำแบบขอไปที เพราะวันนี้เธอปลอดภัยแล้ววันต่อไปล่ะ..หากเกิดอะไรร้ายแรงขึ้น
เขาจะทำยังไง!
ระรินดาวเจ็บจี๊ดขึ้นมาอีกเมื่อเขายิ่งกระชับมือแน่น สองมือเล็กๆของเธอพยายามงัดมือกาวออกจากบ่า
“นี่คุณ! ปล่อยฉันเถอะ ฉันเจ็บ!” แทนที่คำขอร้องจะเป็ผล กลับตรงข้าม
“เจ็บเรอะ! แค่นี้มันยังน้อยไปมั้งรับรองว่ามันไม่ได้เศษเสี้ยวความเจ็บที่ฉันเคยมีหรอก” หญิงสาวคิดอะไรไม่ออกแล้วนอกจากความเคียดแค้นของเขา
เขาเกลียดพ่อของเธอ
สองมือเล็กยกขึ้นกระพุ่มไหว้ แต่หาได้เป็การขอร้องให้เขาหยุดทำร้ายเธอไม่แต่ทำเพราะ
“ขอโทษ..ฉันขอโทษแทนพ่อฉัน คุณจะฆ่าฉันตอนนี้เลยก็ได้..ฉันยอมแล้ว แต่คุณช่วยยกโทษให้อัลฟาลได้ไหม”
เมอยาฟยิ่งหัวเสียกว่าเดิมเมื่อเ้าหล่อนช่างไม่รู้เสียเลยว่าที่เขาเกรี้ยวกราดใส่เธออยู่ตอนนี้เป็เพราะเขาเป็ห่วงความปลอดภัยของเธอต่างหาก
แล้วนี่อะไร!
เ้าหล่อนกลับเป็ห่วงคนอื่นที่เขาแค้นเข้ากระดูกดำทำไมมันถึงมีลูกสาวแสนดีอย่างนี้ยอมเสียสละแม้กระทั่งชีวิตตัวเองเพื่อปกป้องบุพการีแสนชั่วช้าอย่างมัน!
“ฉันจะทำยังไงกับเธอดี! รินนา” มือหนาสะบัดออกเต็มแรงโดยไม่ทันสังเกตว่าประตูลิฟต์กำลังจะเปิดออก และมันสุดวิสัยเกินกว่าที่เขาจะคว้าตัวเธอไว้ได้ทัน
“กรี๊ดดดดด!!!”
คนตัวเล็กกระเด็นออกจากลิฟต์ไปตามแรงมือและล้มกลิ้งแน่นิ่งไปกับพื้น
“รินนา!” เมอยาฟใจหายวาบ
เขาไม่ได้มีเจตนาทำร้ายเธอ
“รินนา!” เสียงเรียกไม่ทำให้อีกฝ่ายได้สติแม้แต่น้อย
เขารีบสำรวจหาาแอย่างลวกๆ ก่อนช้อนร่างคนไร้สติพาเข้าไปในห้อง
“รินนา”
“รินนา” เขาพยายามเรียกซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“โธ่เว้ย!”
ค่อยๆ วางเธอลงบนเตียงเสื้อผ้าเปียกชื้นที่ห่อหุ้มคนตัวเล็กอยู่นั้นเรียกเสียงถอนหายใจจากคนมีสติได้ดังนักเชียว
ต้องเปลี่ยน!
ไม่ใช่ว่าชีวิตจะไม่เคยผ่านผู้หญิงมาเลย แต่ที่ไม่ค่อยอยากจะผ่านนักเพราะว่าทุกวันนี้มีเพียงงานกับงานแล้วก็ ‘งาน’ ทำให้ร้างลาการถอดเสื้อผ้าผู้หญิงมานานพอควร
แต่นั่น..ก็ไม่ใช่ปัญหา!