ตอนที่ 87 :จินฉือถัง กล้าสู้รึเปล่า?
“คุณหลิวมั่นใจขนาดนั้นเชียว ? ” หลินเยว่เงียบไปครู่หนึ่ง “โอเค ถ้าคุณทำให้มีคนดูไลฟ์ 2 ล้านคนได้จริง ๆ ฉันก็สามารถตัดสินใจตกลงให้ส่วนแบ่งคุณหลิว 80% ได้”
ความจริง ความนิยมในตัวหลิวจือเซียตอนนี้ก็มากพอที่จะทำสัญญาในระดับนักร้องชั้นนำได้ แม้ว่าส่วนแบ่งจะเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อยก็ไม่เป็นปัญหา ยังไงซะ แพนด้ามิวสิคก็มี 3 บริษัทร่วมกันแบกรับความเสี่ยง ไม่ว่ายังไง การทำสัญญาก็คงไม่ต่ำไปกว่านักร้องชั้นแนวหน้านักหรอก
และการเดิมพันนี้ ไม่ว่าจะมองยังไง หลินเยว่ก็ไม่ได้เสียหายอะไร
“งั้น รบกวนคุณหลินช่วยโพสต์เวย์ป๋อในนามของแพนด้ามิวสิคให้ผมทีครับ ! ”
หลิวจือเซียพูดพร้อมกับยิ้ม “ใจความหลัก ๆ ก็คือใน 2 ทุ่มคืนพรุ่งนี้ นักร้องหลิวจือเซียจะเปิดห้องไลฟ์สดบนแพนด้าไลฟ์ จะเป็นการเผชิญหน้าแห่งศตวรรษกับ ‘นักวิจารณ์สื่อ’ จินฉือถัง ! ”
“จินฉือถัง ? ” หลินเยว่อึ้งไปครู่หนึ่ง “คุณหลิว คุณจะบอกว่า…”
“ใช่ครับ คน ๆ นั้นแหละ ! ” หลิวจือเซียพูดอย่างหนักแน่น “จินฉือถังอยากตายนักไม่ใช่หรือครับ ? งั้นผมก็จะฟาดให้ตายสนิทไปเลย ! ”
“ได้ ฉันจะไปเตรียมการให้เดี๋ยวนี้เลย ! ”
เพราะหลินเยว่ก็เห็นโพสต์นั้นบนเวย์ป๋อของจินฉือถังแล้วเช่นกัน เธอคิดไปต่าง ๆ นานาว่าหลิวจือเซียกับเซียเยว่จะสู้จินฉือถังยังไง แต่คิดไม่ถึงเลยว่าหลิวจือเซียจะเลือดร้อนไม่กลัวใครขนาดนี้ !
……………………
“จือเซีย ไอ้หมาบ้านั่นโพสต์เวย์ป๋ออีกแล้ว ลงทีเดียวสองโพสต์ยาว ๆ เลย ! ”
ซ่งจิงจ้านที่ถือโน้ตบุ๊คในมือ ได้อ่านคอมเม้นของชาวเน็ตในเวย์ป๋ออยู่ จากนั้นก็เปลี่ยนสีหน้าไปในทันที “น้องสาม ฟาดหน้ามันสักทีเถอะ มันเอาเยว่เยว่มาเกี่ยวด้วย ! ”
“อะไรนะ ? ” หลิวจือเซียที่เพิ่งวางสายก็สีหน้าเปลี่ยนทันทีเช่นกัน “ขอดูหน่อย ! ”
พาดหัวโพสต์แรกบนเวย์ป๋อของจินฉือถังครั้งนี้น่าสนใจมาก: ‘ต้นฉบับหรือการสร้างกระแสของบริษัทเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์’ @หลิวจือเซีย
พอคลิกเข้าไปดู ก็มี ‘ได้เจอเธอพอดี’ ‘คุณพ่อ จะไปไหน’ ‘บนเส้นทางธรรมดา’ ‘กุ้ยเฟยเมามาย’ และแม้แต่ ‘คนหนึ่งเหมือนฤดูร้อน คนหนึ่งเหมือนฤดูใบไม้ร่วง’ ก็ถูกรวมอยู่ด้วย
ในโพสต์เวย์ป๋ออันยาวเหยียดของจินฉือถังนี้ เป็นการวิจารณ์เนื้อเพลงแบบคำต่อคำ ตามด้วยสไตล์เพลง เครื่องดนตรีที่ใช้ในทำนองเพลง ฯลฯ… อย่างไรก็ตาม มันไม่ใช่ต้นฉบับ ทั้งหมดนี้เป็นบริษัทและทีมงานมืออาชีพของเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์ช่วยหลิวจือเซียแต่งเพลงขึ้นมา โพสต์กระทั่งว่าเขาลิปซิงค์ในรายการ ‘ฮัวเซียนิววอยซ์’ ด้วย และโพสต์ว่า ‘เยว่เยว่’ มีทักษะการแสดงที่ยอดเยี่ยมตั้งแต่เล็กแต่น้อย
ประเด็นที่สองพูดเรื่อง ‘เหตุการณ์เบี้ยวเดิมพัน’ และเรื่อง ‘หลิวจือเซียกระแทกหลี่ตงกระเด็น’ โดยกล่าวว่าเหตุการณ์แรกนั้นหลิวจือเซียสร้างกระแสขึ้นมาเพื่อการเดบิวต์ของตัวเอง และเหตุการณ์ที่สอง หลิวจือเซียไม่ได้ใส่ใจและไม่มีน้ำใจต่อมนุษย์ด้วยกัน ทำให้หลี่ตงถูกทำลายจนชีวิตพังพินาศ
โพสต์เวย์ป๋ออันที่สอง พาดหัวว่า: ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่ ด้านมืดของมนุษย์และการพังพินาศของศีลธรรม ! ’ @เซียเยว่
นอกจากเรื่อง ‘หนูน้อยหมวกแดง’ แล้ว นิทานทุกเรื่องก็ถูกจินฉือถังวิจารณ์หมด
ตัวอย่างเช่น ‘ลูกเป็ดขี้เหร่’ จินฉือถังกล่าวว่า มันเป็นการกล่าวเกินจริงของการปฏิเสธและล้อเลียนคนอ่อนแอและคนที่ไม่เหมือนคนอื่นในธรรมชาติของมนุษย์ และยังกล่าวว่าปมด้อยของลูกเป็ดขี้เหร่และการไล่ตามแสวงหารูปลักษณ์ที่สวยงามอย่างรุนแรงนั้นสามารถชี้นำเด็ก ๆ ให้บ่มเพาะนิสัยรังแกคนที่อ่อนแอ กรณีร้ายแรงอาจถึงขั้นเป็นโรคซึมเศร้าหรือออทิสติกได้
และ ‘สโนว์ไวท์’…
ทันทีที่โพสต์เวย์ป๋ออันยาวเหยียดทั้งสองถูกปล่อยออกมา มันก็เป็นดั่งอุกกาบาตที่ตกลงมาบนทะเลสาบที่นิ่งสงบ ทำให้เกิดคลื่นยักษ์ในทะเลสาบและน้ำในทะเลสาบก็เดือดพล่าน
ในโลกนี้หลิวจือเซียมีจุดอ่อนอยู่แค่หนึ่งอย่าง นั่นก็คือลูกสาวของเขา เยว่เยว่
มังกรมีเกล็ดย้อน ซึ่งมันจะโกรธมากหากไปแตะต้องเข้า
ถ้าก่อนหน้านี้หลิวจือเซียยังรู้สึกผิดอยู่บ้างที่โต้กลับจินฉือถัง แต่ตอนนี้ความรู้สึกผิดเสี้ยวสุดท้ายในใจเขาก็หายวับไปแล้ว !
บังอาจล้อเลียนแดกดันเยว่เยว่ของเรา แกยังหวังจะรอดไปได้อีกงั้นหรือ ? !
หลังจากรับโน้ตบุ๊คมาจากซ่งจิงจ้าน หลิวจือเซียก็โพสต์ลงบนเวย์ป๋อในฐานะนักร้องก่อน
“@จินฉือถัง คุณมันเป็นหมาบ้า คุณบอกว่าเพลงของผมทั้งหมดบริษัทช่วยแต่งขึ้นมา และผมก็ยังลิปซิงค์ด้วย ! ถ้าคุณไม่มีหลักฐานพิสูจน์คำพูดพวกนี้ล่ะก็ ผมจะส่งจดหมายจากทนายความในนามของบริษัทไปให้คุณ ฟ้องคุณข้อหาหมิ่นประมาท ! ”
“ประเด็นที่สอง เรื่องที่คุณดูถูกศักดิ์ศรีและคุณธรรมของผม ผมขอประท้วงอย่างรุนแรง และขอท้าคุณ ! ”
“คืนพรุ่งนี้ เวลา 2 ทุ่ม ผมจะเปิดห้องไลฟ์สดบนแพนด้าไลฟ์เพื่อสู้กับคุณ ! เชิญคุณตั้งโจทย์ให้ผมแต่งเพลงได้ตามสบาย ในขณะเดียวกัน ผมก็จะตั้งโจทย์ให้คุณแต่งเพลงด้วย”
“อย่าพูดว่าคุณไม่ใช่นักดนตรี ให้แต่งเพลงมันไม่ยุติธรรมกับคุณ ! ”
“ผมได้ยินว่าคุณมีเพื่อนในวงการดนตรีเยอะ คุณสามารถขอให้พวกเขาช่วยคุณแต่งเพลงได้นะ ผมไม่ว่าอะไร”
“ถ้าผมแพ้ ผมจะออกจากวงการบันเทิง ! ”
“แต่ถ้าคุณแพ้ ตั้งแต่นี้ไปห้ามคุณโพสต์แสดงความคิดเห็นบนแพลตฟอร์มใด ๆ ทั้งสิ้น และจะต้องขอโทษคนที่เคยถูกหมาบ้าอย่างคุณกัดมั่วซั่วทีละคนต่อหน้าเพื่อน ๆ ทุกคน ต้องขอโทษทุกคนไม่เว้นแม้แต่คนเดียว ! ”
หลังจากโพสต์เวย์ป๋อนี้แล้ว หลิวจือเซียก็ล็อกอินเข้าบัญชีของ ‘เซียเยว่’ และโพสต์ลงบนเวย์ป๋อว่า
“@จินฉือถัง คุณเป็นคนที่ชอบแดกดันคนอื่น ใช้กระแสของคนอื่นสร้างกระแสให้ตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ตัวเองไม่มีคุณสมบัติจะไปเที่ยววิพากษ์วิจารณ์ใครด้วยซ้ำ! ถ้าคุณกล้า ก็รับคำท้าของหลิวจือเซียซะ และผมสัญญาว่าทุกครั้งที่คุณตั้งโจทย์ขึ้นมา ผมจะเขียนบทกวีขึ้นมาหนึ่งบท ! ”
“ผมอ่านเวย์ป๋อของคุณแล้ว เวย์ป๋อของคุณก็มีบทกวีอยู่ไม่น้อย การใช้คำของคุณก็เฉียบคมและชาญฉลาด ทุกครั้งที่วิจารณ์คนอื่นก็เจ้าคารมคมคายมากขึ้นเรื่อย ๆ พูดได้น้ำไหลไฟดับไม่มีหยุด คิดว่าคุณไม่น่าจะกลัวการแต่งบทกวีหรอกนะ ! ”
“ถ้าผมแพ้ ผมจะวางปากกาเลิกเขียน ! ”
“ถ้าผมชนะคุณ คุณจะต้องลบบัญชีของคุณบนแพลตฟอร์มออนไลน์ทั้งหมด และส่งจดหมายขอโทษแบบยาวไปที่หนังสือพิมพ์ไป่ซิ่ง ในจดหมายขอโทษจะต้องกล่าวถึงทุกคนที่คุณเคยพ่นคำวิจารณ์ใส่อย่างมั่วซั่ว”
“กล้าสู้ไหมล่ะ ? ”
ถ้าโพสต์อันก่อนบนเวย์ป๋อในชื่อของหลิวจือเซียนับว่าสงบสันติแล้วล่ะก็ โพสต์เวย์ป๋ออันหลังนี้ก็เท่ากับการฉีกหน้าอย่างแท้จริง ไม่ตายไม่เลิกราเลยก็ว่าได้ !
ลบบัญชี ห้ามแสดงความคิดเห็นอีกตลอดชีวิต ขอโทษ และส่งไปที่หนังสือพิมพ์ไป่ซิ่ง หนังสือพิมพ์ที่คนจีนทุกคนรวมถึงคนจีนที่อยู่นอกประเทศจีนได้อ่านกัน
ถ้าจินฉือถังทำเช่นนั้นจริง ๆ ก็หมายความว่าก่อนหน้านี้เขาแค่ด่าคนมั่วซั่วน่ะสิ
แน่นอนว่าราคาที่หลิวจือเซียต้องจ่ายก็ไม่ใช่เล็กน้อยเลย หนึ่งคือเขาต้องออกจากวงการบันเทิง อีกหนึ่งก็คือ เขาต้องวางปากกา เท่ากับว่าตัดหนทางทำมาหากินอย่างสิ้นเชิง !
แต่หลิวจือเซียไม่คิดว่าเขาจะพ่ายแพ้ ไม่ว่าจะเพลงหรือบทกวี เขามีทรัพยากรอยู่อย่างมหาศาลจากโลกก่อนหน้านี้ของเขา ถ้ายังแพ้จินฉือถัง หลิวจือเซียขอปาดคอตัวเองตายซะยังดีกว่า
ครึ่งนาทีต่อมา หลังจากที่หลิวจือเซียเพิ่งจะโพสต์เวย์ป๋อทั้งสอง หลางเวิ่นซิงก็โทรเข้ามา “จือเซีย นายบ้าไปแล้วหรือ ? กล้าโพสต์เวย์ป๋อแบบนั้นได้ยังไง ลบทิ้งเดี๋ยวนี้”
“ลบอะไรกันพี่ซิง ? ” หลิวจือเซียปฏิเสธ “ตอนนี้มีคอมเมนท์ใต้โพสต์สองโพสต์นั่นเกิน 300 คอมเมนท์แล้ว แถมยังแชร์ไปอีกตั้งเยอะ หยุดไม่ได้แล้ว”
“นายมันเลอะเลือนไปแล้ว ! ” หลางเวิ่นซิงตีอกชกหัว “จินฉือถังมันเป็นคนบ้า ! เดี๋ยวพอได้จดหมายทนาย มันก็จะพูดดีกับเราเอง ! นอกจากแผนนี้แล้ว นายจะโพสต์ท้าสู้ทำไม ? ”
“มันโพสต์ไม่ดีถึงเยว่เยว่บนเวย์ป๋อก่อน” หลิวจือเซียพูดเสียงเรียบ “ผมปล่อยคนที่ว่าร้ายเยว่เยว่เอาไว้ไม่ได้ พูดดูถูกแม้แต่ครึ่งคำก็ไม่ได้ ! ”
หลางเวิ่นซิงเงียบ เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมหลิวจือเซียถึงโกรธขนาดนี้ ถ้ามีคนพูดถึงเหวินเหวินหรือฮันฮันแบบนี้ เขาเองก็คงเลือกแก้แค้นเหมือนกัน !
“ถ้ามีอะไรก็โทรหาฉันทันทีเลยนะ ถ้าไม่ไหวจริง ๆ…” เมื่อเงียบไปครู่หนึ่งหลางเวิ่นซิงก็พูดขึ้นมา “ฉันจะหาคนไปจัดการเขาให้เอง ! ”
ในฐานะเจ้าพ่อวงการบันเทิง เขารู้จักคนเยอะทั้งในวงการธุรกิจเจ้าพ่อตัวจริงและคนระดับสูงทั้งหลาย ไม่ต้องพูดถึงด้านมืดหรอก บางครั้งพวกเขาก็จำเป็นต้องทำเรื่องไม่ดีบ้าง !
แต่หลางเวิ่นซิงแทบจะไม่ได้ใช้พวกเขาเลย ถึงอย่างไร เรื่องเช่นนี้ก็ไร้เกียรติและน่าละอายใจมาก
“ไม่เป็นไร พี่ซิง พี่คอยดูก็แล้วกัน ! ” หลิวจือเซียคุยกับหลางเวิ่นซิงอีกสองสามคำก็วางสาย
…………………
และครั้งนี้ โลกออนไลน์ก็เดือดขึ้นมาอีกครั้งเพราะโพสต์บนเวย์ป๋อทั้งสองโพสต์นั่น
“ตื่นเต้น ๆ ! พี่เซียของฉันกับลุงเซียเยว่ท้าไอ้หมาบ้าจินเกือบพร้อมกันแหนะ”
“สุดยอด กล้าดียังไงมาว่าเยว่เยว่น้อยของฉันเป็นอีเด็กตัวแสบจอมเจ้าเล่ห์ มีใครจะไปฆ่าไอ้หมาบ้านั่นกับฉันบ้าง ? ”
“พี่น้องชาวเมืองแห่งเทพนิยายอยู่ไหน ? ไปฆ่าไอ้หมาแก่ตระกูลจินที่บ้านมันกันเถอะ ! ”
โพสต์ท้าสู้ทั้งสองโพสต์ของหลิวจือเซียและเซียเยว่กระจายไปทั่วโลกออนไลน์ราวกับประกายไฟเล็ก ๆ กลายเป็นไฟกองใหญ่ ที่ชาวเน็ตนับไม่ถ้วนพากันแห่แชร์และคอมเม้นต์กันไม่หยุด
ในตอนนี้ ไม่ว่าจะในวงการวรรณกรรมและศิลปะ วงการบันเทิง วงการธุรกิจ วงการอีสปอร์ต… ต่างรู้เรื่องนี้กันหมด คนส่วนใหญ่ในวงการเหล่านี้เคยถูกหมาบ้าจินฉือถังกัดมาแล้วทั้งนั้น ตอนนี้พอรู้ว่ามีคนจะสู้กับเจ้าหมาแก่จิน นอกจากความประหลาดใจแล้ว ในใจพวกเขายังรู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก !
“ฮ่า ๆๆ ไอ้หมาจิน ในที่สุดก็มีคนกล้าสู้แกสักที สะใจชะมัด ! ”
“เจ้าข้าเอ้ย ข่าวดีเว้ย ขอให้คุณหลิวจือเซียกับลุงเซียเยว่ชนะจินฉือถังด้วยเถอะ ! ”
“บก. คะ บก. มีข่าวให้เขียนแล้ว หมาบ้าจินโดนไล่ฟาดแล้ว ! ”
แค่หนึ่งชั่วโมง จำนวนคนแชร์โพสต์ทั้งสองบนเวย์ป๋อก็พุ่งเกิน 10 ล้าน ขึ้นอันดับหนึ่งในการค้นหาและประเด็นร้อน 24 ชั่วโมงอย่างรวดเร็ว จนบล็อกเกอร์ใหญ่ ๆ มากมายก็กระโดดออกมาร่วมด้วย
หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเมืองฉางสุ่ย เป่ยหู
จ้าวเผิงชูและต่งลี่ที่ผ่านศึกใหญ่มารอบนึงก็เห็นโพสต์เวย์ป๋อนี้เช่นกัน “เฮอะ หลิวจือเซียนี่รนหาที่ตายชัด ๆ ! คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าชายนักแต่งเพลงรึไง ถึงคิดจะแต่งเพลงสด ๆ เลยงั้นหรือ คอยดูเถอะ แกได้ออกจากวงการบันเทิงแน่ ! ”
“เสี่ยวเผิง ครั้งนี้โอกาสของนายมาแล้ว ! ” ต่งลี่นอนอยู่บนหลังของจ้าวเผิงชู และพูดยิ้ม ๆ ว่า “หลิวจือเซียมันปัญญาอ่อน นายอย่าไปเลียนแบบเขาล่ะ ! ”
“พี่ลี่ วางใจเถอะ ผมไม่โง่เหมือนมันหรอก ! ” จ้าวเผิงชูยิ้มร้าย อาจเป็นเพราะเขากำลังอารมณ์ดี จึงมองว่าใบหน้าของต่งลี่สวยขึ้น “เพื่อฉลองให้กับข่าวดีนี้ เรามาต่อกันไหม ? ”
บาร์ที่เทียนสุ่ย ปักกิ่ง
จางหนิงที่ซูบซีดห่อเหี่ยวกำลังดื่มเหล้ากับศิลปินหลายคนในสังกัดบริษัทพี่เขยของเขาตรงที่นั่งชั้นพิเศษ ทันใดนั้น ก็มีรูปถูกส่งเข้ามาที่มือถือของเขา ซึ่งก็คือภาพแคปหน้าจอของโพสต์บนเวย์ป๋อของหลิวจือเซีย
จางหนิงหยิบมือถือขึ้นมาดู แล้วใบหน้าหล่อ ๆ ของเขาแสดงสีหน้าชั่วร้ายออกมา “ฮ่า ๆๆ หลิวจือเซีย แกรนหาที่ตายเองนะ ใครจะช่วยแกได้ คราวนี้แหละ มีคนแก้แค้นแทนฉันซะที ! ”
ชิงเหอวิลล่า 11 ปักกิ่ง
เหอปิซูอยู่ในชุดสไตล์จีนและเอาแต่ถูกำไลวัชระโพธิในมือไม่หยุด ทันใดนั้นเขาก็ได้รับโทรศัพท์จากสำนักพิมพ์อู๋ถง
เหอปิซูวางสายแล้วยิ้มเย้ยหยันออกมา “คิดว่าตัวเองเป็นปรมาจารย์รึไง กะอีแค่ประสบความสำเร็จในนิทานเด็ก นิด ๆ หน่อย ๆ คิดจะพล่ามบทกวี ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำซะจริง ! ”