ยาจกเช่นข้าไฉนกล้ารักท่าน

    สงสัยว่าเป็นคนเดียวกัน

    “สองคนได้พบกัน และดูเหมือนไป่หลานจะชอบแม่นางยู่จินอยู่มากทีเดียว ถึงขนาดนัดแนะจะสอนขนมให้กันด้วย อาจจะเพราะว่านางมีอายุไล่เลี่ยกัน” หลังจากได้ยินที่ใต้เท้าตงซันพูด ใบหน้าของเยว่ซินก็ค่อย ๆ ปล่อยยิ้มออกมาอย่างโล่งอก

    “เช่นนั้นข้าค่อยสบายใจ แต่เหตุใดท่านจึงทำหน้าเหมือนไม่สบายใจเช่นนั้น”

    “ข้าเห็นแม่นางยู่จินแล้ว ทำให้ข้าคิดถึงลูกสาวของเราเหลือเกิน” เยว่ซินทอดสายตา มองใบหน้าของสามีที่มีดวงตาแดงก่ำ คล้ายกับกำลังกลั้นน้ำตาไว้ในส่วนลึก

    “เจ้ารู้ฤาไม่ ว่าแม่นางยู่จินมีใบหน้าละม้ายคล้ายกับเจ้าในตอนเป็นสาวมาก ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้มหรือแม้แต่กิริยาเล็ก ๆ น้อย ๆ ของนาง แต่เสียดายที่นางไม่ใช่ลูกสาวของเรา” หญิงสาวปล่อยยิ้มอ่อนแล้วเอื้อมมือไปจับแขนเขาไว้อย่างอ่อนโยน

    “ลูกของเรามีนามว่าหลันฮวานะเจ้าคะ ต่อให้แม่นางยู่จินหน้าตาละม้ายคล้ายกับข้าถึงเพียงใด นางก็ไม่ใช่ลูกของเราอยู่ดี”

    “หากยายฝูอ้างว่านางคือหลันฮวา ข้าก็มั่นใจว่านางอาจเป็นลูกของเราที่หายไป แต่...” ชายกลางคนยังพูดไม่ทันจบ เยว่ซินจึงโอบกอดเขาแน่นในทันทีเพื่อปลอบโลม

    “ท่านพี่..นางมิใช่ลูกของเราเจ้าค่ะ นางชื่อยู่จิน มิใช่หลันฮวา” ชายกลางคนหลับตาลงแล้วข่มความรู้สึกตัวเองไว้ในส่วนลึก ก่อนจะพยักหน้ายอมรับความจริง

    ไม่นานนักสาวใช้ผู้หนึ่งก็เดินเข้ามาแล้วรีบรายงานเจ้านายด้วยสีหน้าแตกตื่น

    “เรียนนายท่านและนายหญิง ตอนนี้ซีห่าวกับพวกมารอพบที่โถงว่าราชการแล้วเจ้าค่ะ” ชายกลางคนรีบเด้งตัวลุกขึ้น พลันมองหน้าภรรยาอย่างมีความหวัง ก่อนทั้งคู่จะพากันเดินตรงไปยังโถงว่าราชการทันทีด้วยความรีบร้อน

    เฒ่าเกอไห่รีบก้มหน้ามุดด้วยความกลัว ก่อนที่ซีเหรินจะทำความเคารพ แล้วกล่าวรายงานความคืบหน้าพร้อมกับยายฝูที่นั่งหน้าซีดอยู่ด้านข้าง

    “พบลูกข้าฤาไม่” ใต้เท้าตงซันถามด้วยความหวัง ก่อนที่ซีห่าวจะหน้าถอดสีเล็กน้อย เลื่อนสายตามองทุกคนอย่างใช้ความคิด แล้วจำใจรายงานตามความเป็นจริง

    “เรียนใต้เท้า พวกเราพยายามตามหาคุณหนูอย่างเต็มที่แล้ว แต่ว่า....”

    “แล้วชายผู้นี้คือใคร” ใต้เท้าตงซันหันไปยังชายชราที่นั่งเหงื่อแตกอยู่ด้านข้าง

    “เฒ่าเกอไห่” ซีห่าวตอบ ก่อนที่สายตาของใต้เท้าตงซันจะสำรวจมองชายชราช้า ๆ แล้วสูดลมหายใจเข้าเพื่อระงับสติตัวเอง

    “เฒ่าเกอไห่ เหตุใดลูกสาวข้าจึงไม่อยู่กับเจ้า นางอยู่ที่ใด” ใต้เท้าตงซันถามชายชราที่กำลังก้มหน้ามุด พร้อมกับอาการประหม่าที่แสดงออกมา

    “ขะ ข้า..ข้าไม่รู้ อยู่ ๆ นางก็หนีข้าไป ข้าไม่รู้ว่านางอยู่ที่ใด” หลังจากฟังคำให้การของชายชราแล้ว เยว่ซินถึงกับประคองตัวไม่อยู่ ไม่ว่าจะพยายามตามตัวหลันฮวาเท่าใด ดูเหมือนนางจะก้าวออกห่างไปทุกที

    “ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย ข้าไม่ตั้งใจให้นางหายไป หากข้ารู้เพียงนิดว่านางเป็นลูกสาวของท่าน ข้าคงไม่ละเลยนางถึงเพียงนั้น” คำอ้อนวอนของเฒ่าเกอไห่ ทำให้ซีห่าวรีบกล่าวเสริมอีกเล็กน้อย

    “เรียนใต้เท้า ความจริงแล้วพวกเราพยายามตามหาคุณหนูอย่างสุดความสามารถ และข้าได้ไปพบกับเด็กชายคนหนึ่งที่อ้างว่าเคยเจอคุณหนูบ่อย ๆ”

    “เจ้าพบเด็กคนนั้นที่ใด” เยว่ซินเอ่ยถามด้วยความหวัง

    “เรียนนายหญิง เด็กชายผู้นี้อาศัยอยู่ห่างจากท้ายตลาดไปไกลพอควร เกือบติดกับภูเขาลูกใหญ่ และเด็กชายผู้นี้บอกกับข้าว่า คุณหนูมักจะไปขโมยข้าวที่ตากไว้บ่อย ๆ”

    “แล้วเด็กนั่นรู้ได้อย่างไร ว่าหญิงที่เขาเห็นนั้นเป็นลูกสาวของข้า” ใต้เท้าตงซันเอ่ยถาม

    “เพราะเด็กชายคนนั้น บอกลักษณะทุกอย่างได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเฒ่าเกอไห่และยายฝูต่างก็เห็นตรงกันว่าเป็นนาง” เมื่อได้ยินคำยืนยันจากซีห่าวแล้ว ใต้เท้าตงซันและเยว่ซินต่างมองหน้ากันด้วยความหวัง

    “แล้วเด็กชายผู้นั้นรู้ฤาไม่ว่าลูกข้าอยู่ที่ใด”

    “เด็กชายผู้นั้น อ้างว่าเคยแอบติดตามคุณหนูไป แล้วพบว่าคุณหนูอาศัยอยู่ที่ศาลเจ้าร้างบนภูเขาลูกนั้น แต่เมื่อพวกข้าไปถึง ก็พบว่าคุณหนูไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว ด้วยเหตุนี้ข้าจึงกลับมารายงานให้กับใต้เท้าทราบก่อน ว่าควรทำเช่นใดต่อไป” หลังจากฟังคำบอกเล่าทั้งหมดของซีห่าวแล้ว ใต้เท้าตงซันถอนหายใจพร้อมกับดวงตาเลื่อนลอย

    “นางอยู่ได้อย่างไร นางจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไรเพียงลำพัง” ชายกลางคน หวนนึกถึงความยากลำบากของหลันฮวา ก่อนจะตวัดสายตากลับมายังซีห่าวเมื่อนึกบางอย่างได้

    “เจ้าบอกข้าว่า นางไปขโมยข้าวตากแห้งของเด็กคนนั้น บ่อย ๆ ฤา” ชายกลางคนหรี่ตาอย่างใช้ความคิด

    “ใต้เท้าเข้าใจถูกต้องแล้ว” ซีห่าวยืนยันอีกครั้ง ก่อนที่ใต้เท้าตงซันจะหันไปหาภรรยาของเขาด้วยสีหน้าแตกตื่น

    “เหตุใดท่านพี่จึงทำหน้าเช่นนั้น” เยว่ซินเอ่ยทัก ก่อนที่ใต้เท้าตงซันจะเบิกตากว้าง แล้วครุ่นคิดทบทวนอีกครั้งหนึ่ง

    “จะเป็นไปได้ฤาไม่ ว่าขโมยที่ออกอาละวาดนั้น จะเป็นหลันฮวา ลูกสาวของเรา” หลังจากทุกคนได้ยินใต้เท้าตงซันพูดเช่นนั้น ทำให้ทุกคนพากันแตกตื่น และสับสนไม่ต่างกัน ก่อนยายฝูที่นั่งนิ่งอยู่เพียงลำพัง จะเสริมขึ้นมาลอย ๆ จนในที่นั้นเงียบสนิท

    “เป็นไปได้เจ้าค่ะ เพราะตอนเด็กข้าให้นางไปขอทาน”

    “เจ้าว่าอย่างไรนะ เจ้าให้ลูกข้าไปเป็นขอทาน” เยว่ซินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตกใจอย่างถึงที่สุด แทบล้มทั้งยืน จนสาวใช้รีบเข้ามาประคองตัวไว้ได้ทัน ก่อนใต้เท้าตงซันจะกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เขาพยายามกลั้นความโกรธที่มีอย่างถึงที่สุด ก่อนจะจำใจฟังคำให้การของยายฝูช้า ๆ

    “ข้าให้นางไปเป็นขอทาน เพื่อเอาเงินมาจุนเจือครอบครัว แต่เมื่อโตขึ้นเริ่มขอทานไม่ได้ ข้าก็ให้นางไปเป็นขโมย นางก็เริ่มขโมยของเล็ก ๆ น้อย ๆ นางไม่ได้อยากเป็นขโมย แต่ข้าก็บังคับนาง จนหลายครั้งนางถึงกับร้องไห้ต่อต้านข้า แต่เมื่อนางร้องไห้ ข้าก็ลงหวายนางจนหลังลาย” ยายฝูตัดสินใจพูดความจริงเพื่อไถ่โทษให้กับหลันฮวา ขณะที่แววตาเลื่อนลอยของหญิงชรา ตั้งมั่นพร้อมยอมรับโทษจากผู้มีอำนาจ

    “เจ้า!” ใต้เท้าตงซันโกรธจนมือสั่น เขาชี้มายังยายฝูพร้อมกัดฟันแน่น อยากจับตัวหญิงชรามาตัดคอเสียเดี๋ยวนั้น ทว่าศีลธรรมยังค้ำคอไม่อาจตัดใจทำเช่นนั้นลงได้

    “ลงโทษข้าเถิดเจ้าค่ะ ข้าผิดเอง ที่เลี้ยงดูหลันฮวามาเช่นนั้น ข้าสมควรได้รับโทษ” หญิงชราก้มหน้าพร้อมยอมรับโทษ โดยไม่วิงวอน ขอความเมตตาจากเขาเหมือนเช่นคราวก่อน

    “ไปตามทหารมาจับตัวนางขังคุกไว้ จนกว่าจะได้รับคำสั่งจากข้า!” คำสั่งประกาศิตลงทัณฑ์หญิงชราทันทีด้วยความโกรธ

    คล้ายกับเรื่องยาจกเช่นข้าไฉนกล้ารักท่าน ที่คุณอ่าน