มนต์ดำ อาถรรพ์ อารมณ์ (ฉบับเซ็นเซอร์)

    ตอนที่ 69 เสียงกระซิบกลางวงสุรา

           แม้ได้ยินน้ำคำของศรีสมร  แต่ไม่อาจหยุดความหฤหื่นของหนุ่มร่างล่ำ  แถมหมอนั่นยังขยับเข้ามาใกล้จนทาบทับแผ่นหลัง  พร้อมเอื้อมวงแขนแกร่งมาโอบเอวเว้าคอด  จากนั้นก็ยื่นหน้ามาไซ้ซอกคอหอมกรุ่น 


    “ อื้อ……” ศรีสมรรู้สึกตระหนก  และอยากสะบัดให้หลุด  ด้วยนึกรังเกียจสัมผัสของอีกฝ่าย  แต่ก็ต้องยั้งใจเอาไว้  เพราะถ้าทำแบบนั้น  อาจถูกฝูงหมาป่ารีบรุดเข้ามารุมทึ้ง


    “ ทำไงดีนะ  ถึงจะตะล่อมหมอนี่ให้หยุดลวนลาม ”


     

                  ระหว่างที่ขบคิดหาแผนการอยู่นั้นเอง  คุณนายสาวก็ต้องสะดุ้งสุดตัว  ด้วยรู้สึกว่ามีบางสิ่งกระทุ้งบั้นท้ายโด่งงอน  มันมีลักษณะแข็งเกร็งที่แฝงอุณหภูมิอุ่นร้อนเล็กน้อย  ไม่ต้องใคร่ครวญให้เสียเวลา  ศรีสมรก็รู้ว่ามันคืออะไร 


    “ ว้าย…ไอ้ล่ำเอาท่อนทวนมาจิ้มบั้นท้ายของชั้นแล้ว ”


     

                   ศรีสมรได้แต่ยืนตัวแข็ง  เปิดโอกาสให้ไอ้ล่ำเริ่มโยกเอวไปมา  เพื่อให้ดุ้นร้อนผ่าวในเป้ากางเกงได้ถูไถเนินเนื้อทรงชมพู  สองมือหยาบกร้านที่ลูบไล้แถวหน้าท้อง  ค่อยๆเลื่อนสูงขึ้นมาเรื่อยๆจนเกือบถึงหนองโพคู่งามอยู่รำไร


     

                 แต่เหมือนฟ้ายังเมตตา  เลยดลใจให้หัวหน้าคนงานยื่นมือมาหยุด  ด้วยการตะคอกใส่ 


    “ เฮ้ย!  ไอ้ล่ำ  หยุดลวนลามคุณนายเดี๋ยวนี้ ” 


    “ ตะ…แต่จะ…เจ้านายครับ  ผะ…ผมเสี้ยนจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว  ขอแค่ถูไถจนเสร็จสมซักหนึ่งครั้ง  ไม่ได้เหรอ….” หนุ่มร่างล่ำอ้อนวอนขอความเห็นใจ  ทว่าจอมเผด็จยังยืนยันมติเดิม 


    “ ไม่  เราตกลงกันไว้แล้ว  มึงจะชิงขึ้นสวรรค์ก่อนลูกพี่อย่างกูไม่ได้ ” 


    “ ใช่แล้ว  ไอ้ห่า  มึงอย่าเอาเปรียบสิ  กูเองก็อยากเหมือนกัน  ดังนั้นรอให้คุณนายเขาได้ย้อมใจซะก่อน  แล้วค่อยสนุก ” ลิ่วล้ออีกคนเสริมความเห็น  ก่อนจะปาดน้ำลายที่เริ่มสอ  มือขวาล้วงลงต่ำ  เพื่อบดบี้เป้าแข็งเกร็งที่กำลังปูดโปน


     

               ระหว่างนั้นมีเพียงผู้เดียวที่ไม่ได้ปริปากเลย  นั่นก็คือ “นายยอด” ทว่าอดีตทหารที่ผันตัวมาเป็นขยะสังคม  กลับดูเหม่อลอย  ดวงตาพร่ามัว  คล้ายมีเมฆหมอกบดบังทัศนวิสัยอยู่  พร้อมทั้งมีเสียงประหลาดที่แหบต่ำคอยกระซิบอยู่ข้างหู 


    “ มึงไม่อยากเสพสุขเหรอ  นังนั่นเด็ดจริงนะโว้ย  รีบลุกขึ้นไปลากตัวมันมาย่ำยีสิ ”


     

               หลายต่อหลายครั้ง  ยอดเกือบจะฟิวส์ขาดจนลุกขึ้นมาทำตามคำสั่ง  แต่อนุสติสุดท้ายยังคอยฉุดรั้ง  โดยมันพยายามบอกอยู่เสมอว่า….. 


    “ อย่าบังอาจมาบงการกู  ไสหัวไปให้พ้น ”


     

                และด้วยจิตเจตนาอันแรงกล้า  เลยทำให้เสียงกระซิบประหลาดค่อยๆซาลงจนเหลือเพียงความเงียบงัน  อันบ่งบอกถึงการสิ้นสุดของสงครามจิตวิทยาที่น่าตระหนก 


    “ แฮ่ก  แฮ่ก….จบแล้วหรือ…..นี่มันเกิดอะไรขึ้น ” ยอดหอบเล็กน้อย  เขาสงสัยเหลือประมาณ  ดวงตาแฝงแววตื่น  พร้อมเม็ดเหงื่อที่ชโลมผิวกายจนเปียกชุ่ม  แต่ไม่ว่าจะเค้นสมองคิดเท่าใด  เขาก็ไม่พบคำตอบ 


    “ เมื่อกี้มันบ้าอะไร  แถมอาการดังกล่าว  ยังเกิดในตอนที่เผลอไปสบตากับยัยคุณนาย  หรือว่ามันจะมีของดี  เลยเกือบสะกดให้เราเพ้อคลั่ง ” พอคิดได้ดังนี้  สายตาของยอดก็เลื่อนไปจับที่สามกรรมกร  เลยพบว่าพวกนั้นก็มีอาการคล้ายที่เขาเป็นเมื่อครู่แบบไม่มีผิดเพี้ยน 


    “ หรือว่า….แท้จริงแล้ว  ไอ้สามคนนี่ก็ถูกพลังลึกลับนั่นครอบงำ  จึงได้กลายเป็นแบบนี้ ” แต่พอเข้าถึงความจริง  แทนที่ยอดจะเห็นใจ  เขากลับขบขำ  มิหนำซ้ำยังดูแคลนอีกต่างหาก 


    “ อี…โธ่  เห็นทำท่าใหญ่โต  ก็นึกว่าจะแน่  ที่ไหนได้  แค่โดนไอ้ผีพรายกระซิบใส่หูนิดเดียว  ก็ถึงกับคลุ้มคลั่ง  สวะดีๆนี่เองที่พ่ายแพ้แก่สัมภเวสีพวกนั้น ” เมื่ออ่านเกมทะลุปรุโปร่ง  ยอดก็กลับมาสงบ  พร้อมปล่อยให้สามกรรมกรวุ่นวายต่อไป


     

              เมื่อโดนยื่นคำขาด  หนุ่มร่างล่ำก็ถอนตัวออกห่าง  ในใจรู้สึกเสียดาย  แต่ดวงยังคงสอดส่ายเรือนร่างงามไม่วางวาย  ราวกับจะอยากกลืนกินเข้าไปทั้งตัว  เปิดช่องให้ศรีสมรหยิบขวดเหล้าในตู้ไม้  พร้อมลอบถอนใจ 


    “ ฟู่…รอดไปที  นึกว่าจะโดนมันย่ำยีในท่ายืนซะแล้ว  แต่ถ้าเราไม่วางเกมให้รอบคอบ  ไม่นาน  โดนรุมโทรมแน่ๆ  ดังนั้นต้องให้แนบเนียนที่สุด ”


      

              ศรีสมรใช้เวลาไตร่ตรองแผนการลำดับถัดไปอยู่สามอึดใจ  ก่อนจะหยิบแก้วคริสตัลราคาแพงออกมาห้าใบ  โดยยื่นให้นายล่ำช่วยถือ


     

              แน่นอนว่ากรรมกรหนุ่มย่อมสนองตอบด้วยความเต็มใจ  แถมยังแอบสัมผัสมือบางของคุณนายสาวในตอนที่ยื่นแก้วให้  พร้อมส่งตาเจ้าชู้อย่างเปิดเผย  ส่วนศรีสมรก็แสดงกิริยาเง้างอน  เป็นเชิงแก้เกม  ทั้งที่ภายในก่นด่าหยาบคาย 


    “ ไอ้ส้นตึกเอย  หน้าอย่างปลาหมอชนเขื่อน  แต่ริอาจเอื้อมมือมาเด็ดดอกฟ้า  นี่ถ้ากูไม่กลัวโดนพวกมึงจับขึ้งพืด  แม่ด่าตะเพิดให้เสียหมาแล้ว ”


     

               เมื่อมาถึงโต๊ะไม้ทรงกลมที่ทุกคนนั่งประจำ  นายอ้วนก็ถือสิทธิ์ความเป็นพี่ใหญ่  เข้ามาเคียงกับคุณนายสาวคนสวย  ลิ่วล้อสองคนอยู่ห่างออกไป  ส่วนที่ไกลสุดคือ…ยอด ที่ตอนนี้นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้าม


    “ เอาล่ะ…คุณนาย  เรามาบรรเลงกันเลย ” เหมือนนายอ้วนจะหมั่นเขี้ยวมานานพอดู  เลยใช้มืออวบใหญ่ตบไปที่บั้นท้ายดินระเบิด  ทำให้ศรีสมรสะดุ้งโหยง 


    “ อุ้ย…..” คุณนายสาวหันมาทำตาเขียวใส่  ในใจขุดโคตรเหง้าของหัวหน้าคนงานขึ้นมาด่าจนครบทั้งตระกูล  แต่ภายนอกแสร้งยิ้มเอาใจ  เพราะรู้ตัวดีว่ากำลังเสียเปรียบเดนคนเหล่านี้ 


    “ แหม….อย่าใจร้อนนักสิ  อีกอย่างนะ  พี่อ้วนไม่ควรหยอกน้องแรงๆแบบนี้ ” 


    “ จ้า  จ้า  พี่จะไม่ตบตูดน้องแล้ว  แต่ขอเปลี่ยนเป็นบีบแทนได้มั้ยล่ะ ” ว่าแล้ว  หัวหน้าคนงานก็ยื่นมือไปบีบเคล้นก้อนเนื้อทรงชมพู่  ทำเอาสาวสวยถึงกับผวาด้วยความสยิว 


    “ ว้าย…..”


       

                สองลิ่วล้ออยากร่วมแจม  แต่ด้วยความเกรงใจลูกพี่  จึงได้แต่นั่งกัดเล็บ  พร้อมทอดสายตาแห่งความอาลัย 


    “ เฮ้อ….อยากทำแบบพี่อ้วนบ้างจัง ”


     

               ศรีสมรอึดอัดสุดๆ  เพราะพอปัดมือของนายอ้วนออกไปทีไร  มืออีกข้างก็จะมานัวเนียแถวเรือนร่างดังเดิม  ไม่ว่าจะเป็นเอวเว้าคอด  โคนขาอ่อน  หน้าท้องเรียบเนียนไร้ไขมันล้วนหนีไม่พ้นการสัมผัสที่แสนกักขฬะ  จึงพยายามรินเหล้าให้เหล่าเดนคนอย่างเต็มที่ 


    “ อ้า….น่ารำคาญชะมัด  แบบนี้น่ะเหรอที่เขาเรียกว่า…..มือปลาหมึก ”


     

               พอเสิร์ฟให้นายอ้วนได้  ศรีสมรก็เตรียมโดดไปรินเหล้าให้เดนคนรายอื่น  เพื่อหนีหัวหน้าคนงานที่กำลังคลั่งรัก  ทว่าเจ้าหล่อนกลับถูกฉุดรั้งเอาไว้ 


    “ จะไปไหนล่ะ  คนสวย  อยู่กับพี่ก่อน ” 


    “ อ่า…ใจเย็นๆค่ะ  พี่อ้วน  หนูแค่ขอตัวไปรินเหล้าให้คนอื่นชั่วคราวเท่านั้นเอง  แผล็บเดียวเดี๋ยวหมอนก็กลับมา ” ศรีสมรออดอ้อนด้วยคำหวาน  แต่ในใจกลับนึกอยากไปแล้วไปลับ  ไม่กลับมา  ทว่านายอ้วนไม่ยินยอม  พร้อมผลักไสขวดเหล้าให้สองลูกน้อง 


    “ น้องหมอนไม่ต้องสนใจพวกมันหรอก  อยู่บริการพี่อ้วนดีกว่า  เอ้า….พวกมึงหยิบขวดเหล้าไปกินกันเอง ” 


    “ อ้า…..บะ…แบบนี้จะดีเหรอค่ะ  เดี๋ยวคนที่เหลือจะหาว่าน้องลำเอียง  บริการแต่พี่อ้วนคนเดียว ” ศรีสมรโต้แย้ง  มือขวาจับขวดเหล้าเอาไว้  คล้ายสิ่งนั้นคือความหวังเดียวที่ทำให้เธอรอดชีวิต 


    “ ดีสิ  พวกมันไม่ว่าอะไรหรอก  เอาล่ะ  เลิกพิรี้พิไรได้แล้ว  มาสนุกกับพี่ดีกว่า ” อ้วนรีบตัดบท  ก่อนจะดึงศรีสมรเข้ามาใกล้  ด้วยความแรง  ทำให้ร่างอวบอัดล้มลงไปนั่งบนตักของหัวหน้าคนงาน 


    “ ว้าย……”  


    “ ฮ่า  ฮ่า  ฮ่า  ตัวของน้องนี่อวบแน่นดีชะมัด  แถมยังหอมหวลชวนดมอีกต่างหาก ” อ้วนกางแขนโอบกอด  ส่วนคุณนายสาวก็ดีดดิ้นแค่เป็นพิธี 


    “ แหม….อย่าเพิ่งซนสิคะ  กินเหล้าก่อนค่ะ ” 


    “ ฮี่  ฮี่  ฮี่…เมื่อน้องขอ  พี่ก็ไม่ขัด ” นายอ้วนหัวเราะชั่วๆ  ก่อนจะกระดกเหล้าเข้าปากชนิดรวดเดียวจบ  มือขวาเอื้อมมาขย้ำทรวงอกเต่งตึงของคุณนายสาวเสียหนึ่งที 


    “ อุ้ย….” คุณนายสาวสะดุ้งโหยงด้วยอาการเจ็บเสียว  และพอเหล้าแก้วนั้นถูกเทลงลำคอจนหมดเกลี้ยง  ศรีสมรก็เตรียมเทสุราเพิ่ม 


    “ ฮ้า….กินอีกสิคะ  คุณพี่ ” 


    “ ฮ่า  ฮ่า  ฮ่า…ได้เลย  น้องสาว  พี่อ้วนจะสวาปามให้หมดขวด ” ถึงตอนนี้  นายอ้วนลืมตัวไปแล้ว  และคิดว่าศรีสมรเป็นเพียงนางบำเรอที่สร้างความสุขให้กับตน  จึงยกซดพรวดเดียวหมดแก้วเหมือนเคย 


    “ พี่ล่อหมดแล้ว  แบบนี้  น้องสาวต้องมีรางวัลให้นะ ” อ้วนกล่าวจบ  ก็รีบรั้งสายเดี่ยวลง  ซาลาเปาคู่โตจึงดีดผึงออกมา 


    “ โอ้ว……” เหล่าบุรุษในวงสุราพอกันโห่ร้องยินดี  แม้แต่นายยอดที่เก็บอาการดีสุด  ยังเหม่อมองจนตาค้าง  ด้วยปทุมถันคู่นั้นทั้งอวบใหญ่และขาวเนียน  แถมยังไม่หย่อนคล้อยไปตามวัย  ซึ่งเข้ากันได้ดีกับยกทรงราคาแพงที่ขับเน้นให้เนินเนื้อตั้งตระหง่านขึ้นไปอีกระดับ


     

              และเพื่อไม่ให้เสียเวลา  นายอ้วนจึงถลาเข้ามาซุกใบหน้าอวบอูมลงไปที่กึ่งกลางระหว่างสองเต้า  พร้อมดูดเลียเนื้อนวลอย่างหื่นกระหาย 


    “ อู้ว…..อ้วนทนไม่ไหวแล้ว  ขอคลุกวงในหน่อยนะ ”



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2


    คล้ายกับเรื่องมนต์ดำ อาถรรพ์ อารมณ์ (ฉบับเซ็นเซอร์) ที่คุณอ่าน