กลับชาติมาเกิดใน Urban Fantasy

    ตอนที่หนึ่งร้อยสิบสี่ เหยื่อของแนววัยรุ่นอเมริกัน

    ตอนที่หนึ่งร้อยสิบสี่ เหยื่อของแนววัยรุ่นอเมริกัน

    มีหญิงสาวคนหนึ่งกล่าวเอาไว้ว่า

    ระบบปิตาธิปไตยสมัยก่อนนั้นแย่มาก

    ผู้หญิงเวลาอ่านหนังสืออาม่าจะปัดหนังสือตกจากมือเลยบอกว่า

    ผู้หญิงน่ะอย่าฉลาดกว่าผู้ชายสามีจะไม่ชอบ

    ซึ่งนั่นก็เป็นแนวคิดที่พยายามจะด่าวง่าระบบปิตาธิปไตยคำถามที่เราลืมถามกันต่อมาคือ

    อาม่าพูดผิดหรือเปล่า?

    มันเป็นปิตาธิปไตยและแนวคิดที่ล้าหลังนั่นล่ะแต่มันผิดหรือเปล่า?

    จากการคำนวณของผมสายเลือดของสเลเยอร์จะสูญหายไปหมดเพราะแอนนาเป็นสาวอายุสามสิบยังไม่ได้แต่งงานแบบชาวสวนแม่ลูกสามที่ต้องคอยการตายและไปเกิดใหม่ในยุคล้าหลังถึงจะมีเจ้าก้อนแป้งสามคนกับเขาได้บ้าง

    เพราะท่าทางผู้หญิงปัจจุบันคงเริ่มรู้ตัวนิดๆแล้วว่าพวกเธอต้องพึ่งพาระบบปิตาธิปไตยและการคลุมถุงปุ๋ยเอ๊ยถุงชน

    ทำทุกทางเพื่อสร้างสถานการณ์แบบสาวชาวสวนแม่ลูกสามไม่ให้ผู้หญิงมีทางเลือกและต้องแต่งงานกับผู้ชายสูงกว่าร้อยแปดสิบเซนติเมตรมีเจ้าก้อนแป้งสามคนและทำงานเป็นแม่บ้านแบบไม่เต็มใจ

    ต้องตัดทางเลือกและข้ออ้างของพวกเธอทุกทางขนาดนั้นถึงจะสร้างสถานการณ์ที่ยอมรับการมีสามีและเจ้าก้อนแป้งได้

    เพราะผู้หญิงปัจจุบันไม่สามารถหาสามีได้หากไม่โดนบังคับถึงขนาดนั้น

    พอมีลูกก็หญิงสาวอย่างแอนนาก็ทำแท้งอีกแน่ะ

    สรุปคือผลลัพธ์จากการต่อสู้ในโลกมืดมาตลอดหลายพันปีของสเลเยอร์และเหล่าปีศาจแห่งความมืด

    สเลเยอร์แพ้ไปสูญสิ้นเผ่าพันธุ์เพราะแฟมินิสม์และสิทธิสตรีไม่มีสายเลือดสืบต่อ

    ส่วนปีศาจยังปั๊มลูกกันอยู่เพราะมีการจับผู้หญิงไปเป็นทาวในโลกปีศาจด้วย

    ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคนเขียนต้องการสื่ออะไร

    แต่หากมองในระยะยาวไม่มองแค่ชั่วอายุขัยของตนเอง

    การปั๊มลูกจำนวนมากคือเงื่อนไขที่เราจะอยู่รอดต่อไปอย่างน้อยเชื้อสายของสเลเยอร์ล่ะนะ

    เพราะตอนหลังสร้างความไคลแม็กซ์ของเนื้อเรื่องดันปลุกสายเลือดสเลเยอร์ทุกคนไปสู้กับบอสใหญ่...และพาสเลเยอร์ไปตายจนหมด

    และสิ่งที่เรียกว่า

    สัญญาทาส

    แท้ที่จริงควรจะเรียกว่า

    Social contract

    สัญญาทางสังคม

    เสียมากกว่า

    ว่าปัจจุบันเริ่มจะมีคนรู้ตัวเรียกร้องให้มีการสร้างบทลงโทษแก่คนที่นอกใจหลังจากที่มีความสัมพันธ์กันมาหลายปี

    หรือเริ่มมีกฎหมาย Common Law เกี่ยวกับเรื่องของผู้ที่อยู่อาศัยร่วมกันมาหลายปี

    ว่าจากโลกยุคศิวิไลซ์แดนเสรี

    เราเริ่มมีแนวคิดกลับไปในแนวยุคกลางมากขึ้นที่ต้องการลงโทษคนที่มีชู้หลังจากที่สนับสนุนเสรีทางเพศมาตลอดหลายสิบปี

    และเริ่มสร้างกฎหมายการอยู่ร่วมกันหลังจากที่พยายามสร้างแนวคิดเซ็กส์แบบไม่ผูกพันมาตลอดยุคสมัยใหม่

    ทั้งที่การที่เราพยายามเพิ่มกฎเกณฑ์กฎหมายใหม่เหล่านี้

    ก็เป็นแค่การย้อนทวนของเดิมที่ใช้มาตลอดหลายพันปีของมนุษยชาติแล้วนั่นเอง

    แต่ท่าทางเราพยายามจะหาเหตุผลมาสารพัดเพื่อพยายามจะต่อสู้กับอาม่าที่เชื่อมั่นในความถูกต้องของตนเองมาตลอด

    ว่าสภาพสังคมปัจจุบันมันไม่เวิร์ก

    ผมสบตากับแอนนาอย่างจริงใจ

    ..ห้านาทีจากนั้น...

    “อ้าย แรงอีก แรงอีก แรงอีก”

    แอนนาตวัดขาไปมาหลังเอวของผม

    นี่ผมตกเป็นเหยื่อของเรื่องแนววัยรุ่นอเมริกันที่สบตากันก็เริ่มมีเซ็กส์กันแล้วหรือนี่?