หลังจากที่หลงกู่เยว่เอ๋อรับรู้ว่าหวงเยี่ยอาจเป็นคนผู้นั้น สีหน้าและท่าทางของนางก็แปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
จากความสงบนิ่งและหยอกล้อก่อนหน้า กลับกลายเป็นความระส่ำระสายที่ยากจะปกปิด ร่างมังกรสีเงินขนาดใหญ่ที่เคยทะยานผ่านฟากฟ้าอย่างสง่างาม บัดนี้กลับซวนเซเล็กน้อย ประหนึ่งพายุในห้วงจิตได้พัดกระหน่ำอย่างฉับพลัน
ความตกตะลึง ความหวาดหวั่น ความคาดหวัง และความไม่แน่ใจ ถาโถมเข้ามาใส่จิตใจของจักรพรรดิมังกรเงินในคราวเดียว
หวงเยี่ยเอียงคอมองภาพนั้นด้วยความสงสัย แววตาของชายหนุ่มแสดงความครุ่นคิดมากกว่าตื่นตระหนก
เขาไม่ใช่คนโง่ และไม่ใช่ผู้ที่หลงเชื่อสิ่งใดโดยไม่สังเกตความผิดปกติ
“เกิดอะไรขึ้นเหรอท่านหลงกู๋เยว่เอ๋อ?”
คำถามถูกเอ่ยออกไปอย่างตรงไปตรงมา
“ท่านกำลังจะพูดถึงเรื่องอะไรกันแน่ แต่อยู่ดีๆท่านกลับนิ่งเงียบไปเสียแบบนั้น!”
ชายหนุ่มชื่นชอบการสังเกตปฏิกิริยาของผู้อื่น โดยเฉพาะกับตัวตนที่ทรงอำนาจเช่นจักรพรรดิมังกรผู้ยิ่งใหญ่ตนนี้
เมื่อครู่นางกำลังจะกล่าวบางสิ่งที่สำคัญ ทว่ากลับหยุดชะงักกลางประโยค ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นเข้ามาปิดกั้น
ร่างเงาขนาดใหญ่บนฟากฟ้าสะท้านเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆได้สติอีกครั้ง เกล็ดสีเงินที่สะท้อนแสงเริ่มกลับมาสงบนิ่ง ดวงตาคู่ยาวเรียวหรี่ลงเล็กน้อย จากนั้นนางก็เผยรอยยิ้มจนเห็นถึงคมเขี้ยวที่เรียงรายอย่างงดงามและน่าเกรงขาม
“ไม่มีอะไรหรอก.. พอดีข้าคิดอะไรบางอย่างได้น่ะ แต่พอคิดไปคิดมาแล้ว ข้าคงจะคิดมากไปเองแหละ”
“เพราะงั้นลืมๆเรื่องที่พูดก่อนหน้านี้ไปซะนะ”
ราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น ทว่าหวงเยี่ยยังคงจ้องมองอย่างไม่คลาดสายตา
จักรพรรดิมังกรเงินกลับเปลี่ยนประเด็นในทันที
“อันที่จริงข้ามีบางสิ่งบางอย่างที่จะมอบให้เจ้าด้วย”
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศแปรเปลี่ยน
“แต่ข้าขอถามหน่อย.. ตอนนี้เจ้ามีความปรารถนาต่อสิ่งใดมากที่สุด”
คำถามดังกล่าวดังก้องเข้ามาในห้วงสติของหวงเยี่ย ทำให้ชายหนุ่มต้องหยุดคิดอย่างจริงจัง
ความปรารถนา
คำนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยสำหรับผู้ที่เดินบนเส้นทางแห่งพลังวิญญาณเลยซักนิด
ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นและพยักหน้ารับโดยไม่ลังเล
“ทำให้ร่างศักดิ์สิทธิ์สมบูรณ์แบบมากที่สุด!”
“ไม่ว่าจะเป็นธาตุน้ำ! ธาตุลม! ธาตุดิน! ธาตุสายฟ้า! ธาตุพฤกษา! แล้วก็ธาตุทอง!”
“ข้าต้องการเมล็ดพันธุ์มังกรกลืนกินเพื่อทำให้ข้าอยู่ยงคงกระพันต่อพลังวิญญาณธาตุทั้งปวง”
คำตอบนั้นหนักแน่น เหมือนผ่านการคิดไตร่ตรองมาอย่างยาวนาน
เมื่อได้ยินคำตอบดังกล่าว จิตใจของหลงกู่เยว่เอ๋อต้องสั่นสะท้านขึ้นอย่างรุนแรง
“ชะ.. ใช่จริงๆด้วย!”
ทำไมชายหนุ่มคนนี้ถึงมั่นใจว่าตนเองจะสามารถมีร่างศักดิ์สิทธิ์ได้มากกว่าหนึ่งชนิด
ร่างศักดิ์สิทธิ์ธาตุไฟที่เขามีอยู่แล้วไม่ได้เป็นสิ่งธรรมดา ทว่านอกเหนือจากนั้น เขายังปรารถนาร่างศักดิ์สิทธิ์ธาตุอื่นๆเพิ่มเติมอย่างไม่ลังเล
ความทะเยอทะยานเช่นนี้ หากเป็นคนอื่นกล่าวออกมาคงถูกมองว่าเพ้อฝัน แต่จากหวงเยี่ย มันกลับฟังดูเหมือนคำประกาศของผู้ที่มั่นใจในชะตาของตนเอง ยังไงตำนานก็คือตำนาน ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานมากเพียงใด ตำนานก็ยังคงโหยหาความสมบูรณ์แบบอยู่เสมอ
เมื่อครุ่นคิดจบ นางก็ไม่รอช้า กรงเล็บสีเงินขนาดใหญ่เคลื่อนไหวอย่างแผ่วเบา ทว่าท่วงท่านั้นเต็มไปด้วยพลังที่สั่นสะเทือนอากาศ แสงสว่างสายหนึ่งปรากฏขึ้นระหว่างกรงเล็บ ก่อนที่นางจะคว้าเอาสิ่งนั้นออกมา แล้วมอบบางสิ่งบางอย่างให้กับหวงเยี่ยในทันที
วัตถุชิ้นนั้นลอยผ่านห้วงอากาศและหมู่เมฆอย่างช้าๆ ราวกับได้รับการปกป้องจากแรงลมทั้งมวล
มันเปล่งประกายอ่อนๆคล้ายดวงดาวขนาดเล็กที่ถูกปลดปล่อยจากฟากฟ้า และหยุดนิ่งอยู่ที่เบื้องหน้าของเขา
หวงเยี่ยที่เห็นวัตถุดังกล่าวก็สั่นสะท้านอย่างตกใจ หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบทะลุทรวงอก
เพราะลักษณะของมันทำให้ชายหนุ่มเกิดความคุ้นชินเป็นอย่างมาก ความทรงจำบางอย่างที่ซ่อนลึกในส่วนลึกของจิตวิญญาณถูกกระตุ้นขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว ราวกับมีบางสิ่งเคาะเรียกจากอีกฟากหนึ่งของโชคชะตา
“เมล็ดพันธุ์กลืนกินมังกรธาตุน้ำ?!”
เสียงอุทานหลุดออกมาโดยไม่ผ่านการไตร่ตรอง
วัตถุชิ้นนั้นลอยนิ่งอยู่เหนือฝ่ามือของเขา ลักษณะคล้ายเมล็ดถั่ว ขนาดไม่ใหญ่นัก โปร่งใสคล้ายหยดน้ำที่ถูกอัดแน่นจนกลายเป็นแก่นแท้ ทว่าภายในกลับไหลเวียนไปด้วยสายน้ำสีฟ้าครามที่พริ้วไหว ริ้วแสงสีฟ้าสลับกันไหลวนรอบตัวเมล็ดอย่างต่อเนื่อง
มันเหมือนมหาสมุทรสองแห่งที่ไหลมาบรรจบกันกลางห้วงจักรวาล ส่องประกายหมุนเวียนอย่างไม่รู้จบ
ไม่มีรูปลักษณ์ตายตัว ไม่มีขอบเขตที่แน่นอน ทุกชั่วขณะมันเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เหมือนสายน้ำที่ไหลรินไร้ปลายทาง บางวินาทีดูดั่งคลื่นสงบยามรุ่งอรุณ อีกเสี้ยววินาทีถัดมากลับพลุ่งพล่านราวพายุใต้สมุทร
【...........】
ระบบกลืนกินมังกรที่เฝ้ามองอยู่ไม่ได้ตอบคำถามโดยตรง มีเพียงรอยยิ้มอันงดงามที่ปรากฏขึ้นในมิติแห่งจิตสำนึก
“ไม่ผิด นี่คือเมล็ดพันธุ์กลืนกินมังกรธาตุน้ำ.. ถ้าพูดให้ถูกเลยก็คือเมล็ดพันธุ์กลืนกินมังกรธาตุน้ำระดับสูง”
“น่าเสียดายจริงๆที่ข้าไม่มีเมล็ดพันธุ์กลืนกินมังกรธาตุอื่นๆนอกเหนือไปจากนั้น ไม่เช่นนั้นข้าคงมอบมันให้เจ้าทั้งหมดแล้ว!”
คำพูดนั้นดูเหมือนไม่ได้มีท่าทีล้อเล่นเลยซักนิด ในทางกลับกันมันแฝงความจริงใจบางประการที่ยากจะหยั่งถึง
“เอาเป็นว่าในอนาคต.. ข้าจะคอยมองหาเมล็ดพันธุ์รูปแบบอื่นๆให้กับเจ้า!”
“เพราะงั้นข้าต้องไปแล้ว”
ประโยคสุดท้ายถูกเอ่ยอย่างสบายๆราวกับเป็นเรื่องธรรมดายังไงยังงั้น
“แล้วอย่าไปบอกใครละ ว่าข้าจักรพรรดิมังกรเงินศักดิ์สิทธิ์ได้ออกมาเที่ยวเล่น!”
เมื่อไม่มีอะไรติดค้าง ในที่สุดหลงกู่เยว่เอ๋อก็ยกยิ้ม ก่อนที่ร่างขนาดใหญ่ของนางจะเริ่มหายไปท่ามกลางกลุ่มเมฆที่แผ่กว้างสุดสายตา เงานั้นก็หายวับไปจากอาณาเขตเหนือฟากฟ้าที่สูงเหนือผืนดินหลายร้อยกิโลเมตร ไม่มีแรงสั่นสะเทือน ไม่มีคลื่นพลังแตกกระจาย
มีเพียงความว่างเปล่าที่ทิ้งไว้เบื้องหลัง
หวงเยี่ยที่เห็นก็ยืนแข็งค้างอยู่กับที่ ดวงตาของเขายังจับจ้องไปยังตำแหน่งที่นางเพิ่งจากไป
กระพริบตาหนึ่งครั้ง กระพริบตาสองครั้ง และความจริงยังคงเหมือนเดิม
ก่อนที่จะค่อยๆก้มใบหน้าของตนและมองไปยังฝ่ามือตนเอง
เมล็ดพันธุ์สีฟ้าครามยังคงลอยนิ่งอยู่เหนือมือ เปล่งประกายแสงอ่อนโยนราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยซักนิด จนชายหนุ่มต้องยกมืออีกข้างเกาหัวของตนไปมา สีหน้าทั้งประหลาดใจและมึนงงปะปนกันอย่างชัดเจนเลยก็ว่าได้
“อะไรของนางวะนั่น?”
“อยู่ดีๆก็มอบเมล็ดพันธุ์กลืนกินมังกรธาตุน้ำมาให้กับข้าเสียอย่างงั้น?”
“ให้ของล้ำค่าแล้วก็หายไปง่ายๆแบบนี้เลยหรือ”
..
เอออจริง อะไรวะนั่น 55+