ลานประลอง ทั้ง10สนาม เต็มไปด้วย คราบเลือด ของเหล่าอนุชนหลายๆ คนที่ขึ้นไปท้าประลอง ไม่มีใครผ่านไปได้แบบง่ายดายเหมือนรอบแรกอีกต่อไป อนุชนบางคนถึงกับบาดเจ็บหนัก เลือดสาดกระเซ็นย้อมลานประลอง ตายตกลงไป
....
ฝูงชน ที่ชมการประลอง เมื่อเห็นมีอนุชนตายตกลงไป ยังใจสั่นสะท้าน พวกเขาต่างพากันส่งเสียงพูดคุย
ชายหนุ่มเอ่ยพูด"เพียงแค่การประลองรอบที่สอง การต่อสู้ก็ดุเดือดถึงเพียงนี้ เป็นไปได้ที่จะมีอนุชน อีกหลายคนที่จะ ตายตกลงไป"
"ข้าว่า ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปงานประลองนี้ได้กลายเป็นศึกนองเลือดแน่ แม้แต่ขนาด จ้าวอี้เทียนที่ถูกคาดการณ์จะเป็นอันดับหนึ่ง ที่ขึ้นไปท้าประลอง ยังบาดเจ็บเล็กน้อย เสียปราณพลังไปมาก จากการต่อสู้"
....
ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ฝูงชนก็ต้อง ฮือฮาอีกครั้ง แม้แต่อนุชนบางคนที่เข้าร่วมประลองยังหรี่ตา มองไปยัง สนามประลองที่6
"เหตุใด หลินเหว่ย ถึงกล้าท้าประลองกับ จางเล่ย ที่เป็นถึงจอมยุทธหลบซ่อน"พวกเขาต่างพากันแปลกใจ หลินเหว่ยแทนที่ จะท้าคนที่อ่อนแอกว่าตนไม่ใช่หรือ เหตุใดถึงท้าคนที่อยู่ระดับสูงแบบนั้น
"ข้ารู้จัก หลินเหว่ย ดีไอ้หมอนี้มันชอบการต่อสู้ ยิ่งเจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง มันยิ่งอยากท้าประลอง"
อนุชนอีกคนหนึ่งเอ่ย "ข้าว่ามันใจกล้าห่อฟ้านักไม่ประเมินตัวเองเลย"
หลินเหว่ย ที่อยู่บนลานประลอง เขายืนมือไพล่หลังรอ จางเล่ยขึ้นมายังบนลานประลอง เขาอยากจะรู้ว่าตัวเองกับ
จอมยุทธหลบซ่อนจะห่างชั้นกันมากขนาดไหน ตัวเขาไม่สนใจอันดับหนึ่งของงานประลองครั้งนี้ ตัวเขารู้ตัวเองดีไม่อาจไปถึงรอบลึกๆ
ได้แน่ หากจะให้เขาท้าประลองกับอี้เฉินที่เป็น คู่แค้นกันก็คงได้แพ้อับอายอีกครั้งเป็นแน่ สู้ไม่ชนะจอมยุทธหลบซ่อนแล้วสร้างชื่อจะไม่ดีกว่าหรือ
จางเล่ย คนผู้นี้มองดูเหมือนจืดจางคล้ายคนขี้โรค แต่ปราณพลังที่ปลดปล่อย ออกมาไม่ธรรมดา
ทันทีที่จางเล่ยขึ้นลานประลอง เขายกยิ้มก่อนเอ่ยพูด "เจ้าช่างใจกล้าห่อฟ้าจริงๆ กล้าท้าทายข้า ช่างไม่เจียมตัวเสียจริง"
หลินเหว่ย ที่ได้ยินจางเล่ย เอ่ยพูดจาดูถูกเขา ตัวเขาไม่คิดสนใจก่อนจะเอ่ยพูด "เจ้าคิดว่าตัวเองอยู่บนจุดสูงสุดของ อนุชนรุ่นเยาว์หรือไง"
จางเล่ยยกยิ้มยียวน "เจ้าก็รอดูต่อไป ใครจะเป็นอันดับหนึ่งของการประลองครั้งนี้"
หลินเหว่ยถึงกับขมวดคิ้วมุ่น จางเล่ย ผู้นี้มันไปเอาความมั่นใจที่จะชนะมาจากไหนกัน เขาตะโกนก้อง "เจ้าระวังตัวด้วย ข้าจะไม่ออมปราณพลังหากตายก็อย่าโทษข้าละ"
หลินเหว่ย ระเบิดปราณพลังออกมาอย่างบ้าคลั่ง รอบๆ ถึงกับสั่นไหวเข้าห่อหุ้มกายาของเขา จนส่องแสงสีทองอักขระภายในกายาขับเคลื่อนเต็มพลัง พลังกายาของเขาพลุ่งพล่านอย่างรุนแรง
หลินเหว่ยเหยียบพื้นลานประลองอย่างแรง พุ่งออกไปดั่งสายศร คิดใช้พลังกายาเข้าปะทะตรงๆ
จางเล่ย ที่เห็นหลินเหว่ยคิดใช้กายาเข้าปะทะ ตัวเขาไม่อยากเล่นด้วย
ระเบิดปราณพลังออกมา สร้างกู่เจิง สีทองขึ้นมาก่อนจะดีด กู่เจิง ออกไปเป็นทำนอง คลื้นเสียง ถึงกับดีด หลินเหว่ยจนกระเด็นออกไปไม่อาจเข้าไกล้ จางเล่ยได้
หลินเหว่ยถึงกับเบิกตากว้าง ถึงเขาจะไม่ได้บาดเจ็บจากคลื่นเสียง แต่ตัวเขาก็ไม่อาจฝ่าคลื่นเสียงนี้เข้าไปใกล้ ตัวจางเล่ยได้เลยทุกครั้งที่เขาเข้าไปจะถูกคลื่นเสียงดีดออกมา หลินเหว่ย พยามเดินฝ่าไปหลายครั้ง ก็ไม่ได้ผลถูกคลื่นเสียงดีดออกมาทุกครั้งที่พยามเข้าไป
แม้แต่ฝูงชนยังใจสั่นสะท้าน "เหตุใดหลินเหว่ยถึงฝ่าคลื่นเสียง ของจางเล่ย เข้าไปไม่ได้ หรือชายคนนี้จะมีการป้องกันที่สูงล้ำ"
หลินเหว่ยถึงกับเดือดดาล "เจ้าออกมาซะอย่าเอาแต่มุดหัวอยู่ในคลื่นเสียง"
หลินเหว่ย ถึงกับหน้ามืดทะมึน เขาพุ่งเข้าไปหลายครั้ง ถูกคลื่นเสียงดีดออกมา หลายครั้ง เขากำหมัดแน่นด้วยความแค้นเคืองไม่คิดว่า
ชายผู้นี้จะมีการป้องกันที่สูงล้ำถึงเพียงนี้
จางเล่ย เอ่ยเสียงเรียบ "หากเจ้าเข้ามาได้ ข้าจะเป็นเพื่อนเล่นกับเจ้า"
หลินเหว่ยที่ได้ยินถึงกับเกิดโทสะ ไอ้หมอนี้มันกล้าดูถูกข้างั้นหรือ ช่างโอหังเสียจริง "ได้ข้าจะฝ่าการป้องกันของ เจ้าให้ดูเอง"
หลินเหว่ย ระเบิดปราณพลังสำแดง "วิชา9มังกร" กายาของเขาเต็มไปด้วยปราณพลังสีทองก่อรูปเป็นมังกรล้อมพันตัวเขาไว้
พลังกายาของเขาเพิ่มพูน ขึ้นไปหลายเท่า
ทันที ที่หลินเหว่ย สำแดงวิชา9มังกร ร่างของเขาก็ฝ่า คลื่นเสียงที่ หลินเหว่ย ดีดกู่เจิง เข้าไปได้ หลินเหว่ย ค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปช้าๆ
จางเล่ย เองยังรู้สึกแปลกใจกายาของ ไอ้หมอนี้มัน แข็งแกร่งขนาดไหนกันแน่ ถึงขนาดรับแรงกดดันจาก คลื่นเสียงที่ข้า
ดีดออกมาจาก กู่เจิง ฝ่าเข้ามาได้ กู่เจิง ที่เขาสร้างค่อยๆ สายขาดทีละเส้น ยิ่ง หลินเหว่ย เข้ามาใกล้เท่าไร สายกู่เจิง ยิ่งค่อยๆ ขาด ไม่อาจป้องกันได้อีกต่อไป
หลินเหว่ย ที่เห็นการป้องกันพังทลายเขา พุ่งออกไปอย่างรวดเร็วปล่อยกำปั้นออกไปทันที หมัดนั้นบ้าคลั่งเป็นอย่างมาก
ก่อรูปเป็นมังกรพุ่งเข้าใส่ จางเล่ย ทันที
จางเล่ย ที่เห็นหมัดที่พุ่งเข้ามาก่อรูปเป็นมังกร เขาระเบิดปราณพลังสร้างเกาะป้องกันขึ้นมาทันที
เสียง"ตู้ม"ดังก้อง จางเล่ย ถึงกับรอยกระเด็นออกไปหลายสิบก้าว เกาะป้องกันที่เขาสร้างถึงกับแตกละเอียดไม่มีชิ้นดี
ตัวเขากระอักเลือดออกมาคำใหญ่ จากแรงกระแทกที่รุนแรง
แต่ทันใดหลินเหว่ย ก็ต้องตกใจ จางเล่ย ไม่ได้บาดเจ็บหนักอย่างที่ตัวเขาคิด ตามหลักแล้วจางเล่ยหน้าจะบาดเจ็บหนักไม่น่าจะยันร่างขึ้นมาได้
"เจ้าหรือว่า เจ้าเองก็เป็นผู้ฝึกฝน ด้านกายา"
จางเล่ย ที่ยันร่างขึ้นมาได้ ยกยิ้ม "ใช่ข้าก็เป็นผู้ฝึกฝนด้านกายา ข้าเองก็อยากรู้เจ้ากับข้าใครจะมีกายาที่แข็งแกร่งกว่ากัน"
หลินเหว่ย ถึงกับหน้ามืดทะมึนตอนแรกเขาคิดว่า จางเล่ย จะฝึกฝนด้านท่วงทำนอง หากชายคนนี้ฝึกด้านกายาด้วยจะแข็งแกร่งถึงขนาดไหน ตัวเขาเริ่มหวาดหวั่นเล็กๆ
จางเล่ย ระเบิดปราณพลังออกมาสำแดง "วิชากระตุ้นกายา" ก่อนจะตบหน้าอกอย่างแรง เสียง"ตู้ม"ดังก้อง หน้าอกของเขาถึงกับมีเลือดไหลออกมา หัวใจภายในกายาเขาเต้นออกมาอย่างรุนแรง เลือกในกายาสูบฉีดอย่างบ้าคลั่ง
แม้แต่ผู้ชม คนอื่นๆ ยังได้ยินเสียงหัวใจเต้น ดังออกมากรัวๆ "ตุ๊บๆ"
กายาจางเล่ย เริ่มมีปานสีแดงขึ้นมาหลายส่วนในร่างกาย พลังกายาพุ่งพล่านอย่างรุนแรง
ฝูงชนที่ชมการประลอง ยังประหลาดใจ"นั้นมันวิชาบ้าอะไรกัน"
"ข้าว่าน่าจะเป็นวิชาเสริมกายาชนิดหนึ่ง"
จางเล่ย กายาของเขาคล้ายกับถูกปานสีแดงกลืนกิน ตัวของเขาปล่อยควันออกมาเหมือนมีไอพลังระเหยออกไป
จางเล่ยเหยียบพื้นอย่างแรง ก่อนจะยกกำปั้นเข้าต่อย หลินเหว่ย
ทันทีที่ หลินเหว่ยเห็นหมัดนั้นสวนเข้ามา เขาเองก็มั่นใจในพลังกายาของตัวเอง พุ่งออกไปโจมตีปะทะกับ กำปั้นที่พุ่งเข้ามาทันที
เสียง"ตู้ม"ดังก้อง รอบๆ สั่นไหวอย่างรุนแรง อากาศถึงกับบิดเบี้ยวจากหมัดของทั้งสอง
หมัดที่สอง หมัดที่สามผ่านไป พวกเขาปะทะกันตรงๆ ไม่มีใครยอมแพ้
เสียง"ตู้ม"ดังอีกหลายครั้ง
หลินเหว่ย แขนของเขา เริ่มชาหนึบ แต่ไม่คิดยอมแพ้ ต่อยปะทะกันตรงไปอีก หลาย10กระบวนท่า ก่อนจะมีเสียง
กระดูกแตกหักดังออกมา ก่อนที่ทั้งคู่จะถอยออกไปคนละทิศคนละทาง
หลินเหว่ย ถึงกับใจสั่นสะท้านชายคนนี้กายา แข็งแกร่งจริงๆ ถึงกับทำให้ แขนของเขาแตกหัก นิ้วมือแหลกเละ มีเลือดไหลนองที่แขน
จางเล่ย ยกยิ้ม ตัวเขาเองก็บาดเจ็บไปไม่น้อยแต่ก็ดีกว่า หลินเหว่ย อยู่มาก "เจ้ายอมแพ้ไปซะถ้ายังไม่อยากตาย"
หลินเหว่ยเองก็รู้ เขาไม่มีทางชนะด้านกายาในเวลานี้ แต่เขายังมีไม้ตายเหลืออยู่ เขากวักมือเรียก จางเล่ย ให้เข้ามา
จางเล่ย พุ่งออกไปดั่งสายศรก่อนจะ ขับเคลื่อนกายาเต็มกำลัง หมัดที่ปล่อยออกไปถึงกับทำให้รอบๆ แหลกลาญอากาศรอบๆ หมัดถึงกับแตกสลาย
หลินเหว่ย ที่เห็นหมัดของ จางเล่ย ที่พุ่งเข้ามาโจมตี ตัวเขาถึงกับเบิกตากว้าง ตัวเขาไม่มีทางรับหมัดนั้นได้เป็นแน่
เขาไม่เก็บไม้ตายอีกต่อไปคิดเอาออกมาใช้ในเวลานี้
หลินเหว่ย ระเบิดปราณพลังทั้งหมดสำแดง"วิชาหอกทลายโลก"รอบๆ เต็มไปด้วยแสงสีทองพร่างพราว จน จางเล่ย ถึงกับแสบตามองไม่เห็น หอกสีทองขนาดใหญ่ พุ่งเข้าใส่กำปั่นของ จางเล่ย อย่างแรง
จางเล่ย ที่พุ่งเข้าไปกว่าเขาจะเห็นหอกสีทองก็สายเกินไป จางเล่ย พยามจะยกหมัดปัดป้อง แต่ก็ไม่ทันการ โดนการโจมตีเข้าไปเต็มๆ
เสียง"ตู้ม"ดังก้อง
จางเล่ย ถอยกระเด็นออกไปไกล ร่างทั้งร่างเต็มไปด้วยบาดแผล เลือดสาดกระเซ็นเต็มลานประลอง เขายังไม่ยอมแพ้ยันร่างขึ้นมาได้
เขาทุบหน้าอกตัวเองอย่างแรงอีกหลายที เพื่อกระตุ้นวิชา เสียงหัวใจเต้น ดังออกไปไกล กายาของเขาถูกปานสีแดงกลืนกินไปครึ่งร่าง
พลังกายาเขาพุ่งสูงอย่างรวดเร็วจนเลยขั้นพลัง วีรชน ไปแตะขั้นพลัง กษัตริย์
ฝูงชน ที่ชมการประลอง ถึงกับเบิกตากว้างอ้าปากค้าง "กายาจางเล่ยแข็งแกร่งไปอยู่ขั้นกษัตริย์ ได้อย่างไร"
"ข้าว่ามันต้องเป็นเพราะวิชาที่เขาสำแดงออกมาเป็นแน่" หลายคนต่างพยักหน้ารับ
จางเล่ย เหยียบพื้นอย่างแรง ความรวดเร็วของเขานั้นสู้ขึ้นไปอยู่ อีกระดับหนึ่งแล้ว ตัวเขาพุ่งหายออกไปอย่างฉับพลันในเสี้ยววินาที มาอยู่ด้านหน้า หลินเหว่ยในทันที
จางเล่ยเอ่ยพูด"เจ้าทำได้ไม่เลว แต่ข้าคือผู้ที่จะชนะการประลองในครั้งนี้" ก่อนที่จางเล่ย จะง้างกำปั้นต่อยใส่ หลินเหว่ย อย่างแรง เสียง"ตู้ม"ดังก้องอากาศรอบๆ ถึงกับแหวกออก
หลินเหว่ย ร้อง "อ๊าก"ด้วยความเจ็บปวด
ตัวเขา พุ่งออกจากลานประลองไป อย่างรวดเร็วกระแทกกับ ภูเขาที่นั่งคนดูอย่างแรง เสียง"ตูม"ดังก้องอีกครั้ง หลินเหว่ย กระอักเลือดออกมากองใหญ่ ร่างกายของเขาถึงกับบิดงอ กระดูกแตกหักทั่วร่าง หมดสติลงไปในทันที
....
ฝูงชนที่เห็นการต่อสู้ต่างใจสั่นสะท้าน "เขายังจะกลับมาชนะได้อีก โดนการโจมตีของหลินเหว่ย ไปมากขนาดนั้น ยังลุกขึ้นยืนมาได้ก็เก่งแล้ว แต่นี่ถึงกับชนะ"
"ข้าก็คิดว่าเขาจะแพ้เสียแล้ว เมื่อโดนการโจมตีของ หลินเหว่ย"
พวกเขาต่างเอ่ยชมจางเล่ย ไม่ขาดปาก
.....
ทันที ที่จางเล่ยลงจากลานประลองเขายังไม่คิดถอนตัวออกจากลานประลอง ก่อนจะนั่งปิดขั้นพลัง ฟื้นฟูปราณพลังที่สูญเสียไปให้มากที่สุด