ตอนที่ 5 ของในกล่องเหล็ก
เป็ไปตามคาดคือเมื่อนางกลับถึงบ้าน อาเจาเป็คนแรกที่วิ่งเข้ามาหา ก่อนจะว่ากล่าวตักเตือนนางว่า เป็สาวเป็นางกลับบ้านช้าได้อย่างไร ทำตัวราวกับเป็ผู้เฒ่าในหมู่บ้าน จึงโดนนางใช้ไม้ที่หยิบติดมาด้วยฟาดก้นเบา ๆ ไปหนึ่งที่
แต่เ้าตัวเล็กกลับร้องโหยหวน ราวกับนางฟาดเขาเต็มแรงอย่างไรอย่างนั้น
นางคร้านจะสนใจบุตรชายตัวเหม็นคนนี้ เลยบอกให้เขาเข้าไปนอนได้แล้ว ส่วนตัวนางก็ให้นมบุตรสาวทั้งสองพร้อมกับกล่อมพวกนางนอน
“เ้ามีอะไรจะถามแม่หรือไม่” วางลูกสาวทั้งสองลงบนเตียงเสร็จก็หันไปเจอ อาซิน บุตรสาวคนโตนั่งจ้องไม่วางตา
เมื่อถูกถามนางก็ก้มหน้าพลางส่ายหน้าน้อย ๆ ก่อนจะพยักหน้า
“เป็อะไรไป หื้ม?” หากเป็เมื่อก่อนนางก็คงจะไม่สนใจอะไรมากนักเมื่อลูกบอกว่าไม่เป็ไร นางก็วางใจและคิดว่ามาเป็ไรอย่างที่พูดจริง ๆ
แต่เมื่อได้ไปใช้ชีวิตอยู่ในยุคที่เจริญแล้ว นางก็เริ่มเข้าใจถึงปัญหาความสัมพันธ์และความคิดต่าง ๆ
นางคลอดบุตรสาวคนเล็กมาจึงต้องเอาใจใส่พวกนางให้มากหน่อย อีกทั้งสถานะการณ์ก็ยังไม่เอื้ออำนวย จึงเผลอลืมใส่ใจบุตรสาวคนโตไปเสียสนิท
ส่วนบุตรชายตัวเหม็นนั่นก็ช่างพวกเขาเถอะ
“เ้าเป็อะไรก็ลองบอกแม่มา”
“ข้า…” อาซินเงยหน้าขึ้นมาก่อนจะก้มลงไปอีกครั้ง หลินจิ้งหนิงรู้สึกราวกับเห็นภาพตัวเองในเมื่อก่อน จึงพอจะรู้อยู่บ้างว่านางคงจะมีอะไรอยู่ในใจเป็แน่
“หากเ้าไม่พูดอันใด ก็ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ความในใจของเ้าหรอก” นางใช้น้ำเสียงที่อ่อนโยนลงอีกหน่อย สังเกตเห็นว่าบ่าทั้งสองข้างของอาซินหดกเกร็ง “ข้ากลัว”
เงียบอยู่พักหนึ่งนางถึงจะยอมพูดด้วยน้ำเสียงแ่เบาจนแทบไม่ได้ยิน หลินจิ้งหนิงขยับกายเข้าไปรั้งร่างผอมบางเข้ามากอดเอาไว้ เด็กน้อยคนนี้ผอมมากจริง ๆ กอดเอาไว้อย่างนี้นางรู้สึกราวกับกอดกิ่งไม้แห้ง
“กลัวอะไร ไหนบอกแม่ซิ เ้ากลัวอะไร?” ไม่รู้ว่าเป็เพราะน้ำเสียงอ่อนโยนหรืออ้อมกอดอุ่น ๆ ของผู้เป็แม่ ทำให้อาซินร้องไห้ออกมาเสียงเบา นางสะอื้นไห้อย่างน่าสงสาร
ก่อนจะค่อย ๆ เล่าว่าก่อนหน้าที่คนในหมู่บ้านจะอพยพไป โดนน้าเล็กหรือก็คือน้องสาวตัวดีของนาง ขู่ให้กลัวว่าหลังจากพวกนางจากไปแล้วหมู่บ้านนี้ก็จะเหลือบ้านนางเพียงบ้านเดียว
บ้านที่บิดานอนไม่ได้สติมองยังไง ก็ไม่คิดว่าเขาจะกลับมามีชีวิตได้ มารดาก็อ่อนแอไม่มีแรง หากไม่อดตายไปเสียก่อนก็จะถูกโจรูเาจับไปเป็เมีย
หลินจิ้งหนิงได้ฟังนางเล่าด้วยเสียงสะอื้นก็ ทั้งสงสารและเคียดแค้น
ว่าแล้วเชียว ว่าทำไมบุตรสาวของนางถึงได้เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน ไปไหนมาไหนก็ตามเกาะนางแจ เป็เพราะน้องสาวตัวดีนี่เอง
“ที่น้าเล็กพูดมิมีอันใดผิดเลย หากว่าเรายอมแพ้ใช้ชีวิตเช่นเมื่อก่อนไปวัน ๆ ไม่นานก็ต้องเป็อย่างที่นางพูด หากแต่แม่จะไม่ยอมให้เป็อย่างนั้น รอให้น้องเ้าแข็งแรงกว่านี้อีกหน่อย แล้วเราจะไปจากที่นี่กัน”
นางอยากให้บุตรสาวคนนี้แข็งแกร่งขึ้น ไม่มีใครรู้ว่าหนทางข้าหน้าจะเป็อย่างไร แน่นอนว่านางต้องปกป้องบุตรและบุตรีของนางจนสุดกำลังอยู่แล้ว
แต่การปลอบว่าไม่เป็ไรและจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น การโกหกเช่นนั้นนางไม่สามารถทำได้จริง ๆ
“ข้าจะปกป้องเ้าเอง” ไม่รู้ว่าอาซือเข้ามาในห้องั้แ่เมื่อไหร่ เขาปีนเตียงขึ้นมาก่อนจะลูบหลังปลอบใจอาซินอีกคน
“ฟังแม่นะ หนทางข้างหน้าจะเป็อย่างไร แม่มิอาจบอกพวกเ้าได้ เพียงแต่ถ้าเราไม่เข้มแข็งก็จะถูกรังแกได้ง่าย ๆ เหมือนอย่างที่ผ่านมา อีกอย่างเ้าเด็กถึงเพียงนี้ ไม่มีใครเขาอยากได้เป็เมียหรอก”
ประโยคสุดท้ายนางเย้าพร้อมกับจิ้มจมูกเล็ก ๆ ของอาซินไปหนึ่งที เพียงเท่านั้นนางก็ยิ้มออกมาได้ “เ้ากลัวได้มิมีสิ่งใดผิด แต่เ้าอย่าขาดกลัวจนปกป้องตัวเองไม่ได้ ถึงจะกลัวก็ต้องสู้ เข้าใจหรือไม่”
เด็กหญิงพยักหน้านางยังคงหวาดกลัว ทว่าการที่ท่านแม่ทำตัวเข้มแข็งทำให้ความกลัวนั้นเบาบางลงไปได้เยอะ ราวกับว่านางเป็หลักประกันที่ปลอดภัยที่สุด
“น้องชายเ้าหลับแล้วหรือ ถึงได้เข้ามาในนี้” ก่อนหน้านี้เด็ก ๆ สงสัยกันมากว่านางได้อะไรมาหรือไม่ แน่นอนว่าตอนแรกนางจะเก็บเอาไว้เป็ความลับ ถึงยังไงนางก็จะแอบเอาไปประมูลขายกับระบบอยู่แล้ว
แต่บุตรชายคนโตเหมือนจะรู้ทัน เขายืนจ้องหน้านางเงียบ ๆ อยู่นาน นางเลยบอกให้เขาไปกล่อมอาเจานอนก่อนค่อยว่ากัน ถึงเวลานั้นยังไงอาซือก็ต้องหลับไปด้วยกันอยู่แล้ว
ใครจะไปรู้ว่าเขาจะยังตาใสเข้ามานั่งปลอบน้องสาวได้อีก
“ท่านแม่ได้อะไรมาขอรับ” สายตาของเขาจ้องมองมานางรู้สึกเหมือนกับว่าเซียวอวี้หานย่อส่วนมองมาอย่างไรอย่างนั้น
“แม่จำได้ว่ายายของเ้าแอบฝังสมบัติเก็บเอาไว้ จึงลองไปหาดู โชคดีที่เจอ” เลี่ยงไม่ได้ก็ช่างเถอะ หนทางข้างหน้าบิดาเขาก็คงจะไม่ฟื้นขึ้นมาง่าย ๆ จะให้นางดูแลลูกทั้งหกคนด้วยตัวเองคงจะเป็ไปไม่ได้
ไหนจะต้องเก็บความลับเื่เงินที่หาที่มาไม่ได้อีก
คงจะคับอกคับใจจนกระอักเืเข้าสักวัน
หลินจิ้งหนิงทำเป็เดินไปยังตะกร้าที่นางสะพายออกไปเมื่อตอนเย็น หยิบเอากล่องเหล็กออกมาจากในช่องว่างและเอามาวางไว้บนเตียง
อาซือกับอาซินต่างก็ขยับกายเข้ามาดูด้วยความสนใจ
“เงินหรือเ้าคะ” เด็กหญิงมองกล่องใหญ่ตรงหน้าถามด้วยความตื่นเต้น ในใจก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลก ๆ แต่เมื่อคิดถึงตอนที่พวกเขาเข้ามาเอาของนางไปหมดบ้านไหนจะผลักท่านแม่ของนางอีก
และคำพูดของท่านแม่เมื่อสักครู่นี้
ครอบครัวเดียวกันหยิบเงินมาคงจะไม่ผิดกระไรมากหรอกมั้ง
“ลองเปิดสิ”
เพราะมีระบบสมองกลที่สแกนได้ นางจึงรู้แล้วว่าข้างในมีอะไร จึงไม่กระหายใคร่รู้อีก อาซือกับอาซินมองหน้ากันหมือนจะสื่อสารกันผ่านสายตาว่าใครจะเป็คนเปิด
สุดท้ายก็เป็อาซือเปิด ด้วยตัวกล่องขึ้นสนิมประมาณหนึ่งแล้ว เ้าเด็กนี่คงจะกลัวน้องสาวเจ็บมือเลยเปิดเอง
“ปิ่นทอง!!” เสียงตื่นตระหนกดังขึ้นมาจากทางข้าหลังทำให้ทั้งสามคนสะดุ้ง เมื่อหันกลับไปมองก็เจออาเจากับอาเหวินยืนอยู่
จบกัน รู้กันหมดทั้งบ้านแล้ว
“พวกเ้าไม่ได้นอนกันไปแล้วหรือ” นางถามด้วยความแปลกใจ เสียงดังเมื่อครู่เป็เสียงของอาเจา ฟังจากเสียงแล้วเขาดูสดใสไม่เหมือนเพิ่งตื่นเลยสักนิด
“ยังขอรับ ตอนที่ข้าเคลิ้ม ๆ พี่ใหญ่ก็ลุกออกจากห้องมา ข้าจึงสะกิดอาเหวินให้มาด้วยกัน” หลินจิ้งหนิงหันไปมองบุตรชายคนโต เขาหันหน้าไปทางอื่นหลบสายตานางโดยเร็ว
เ้าเล่ห์นักนะ
“ท่านแม่ ข้าอยากดูด้วย”
“ขึ้นมาดูสิ”
ทั้งครอบครัวไม่รวมเซียวอวี้หานขึ้นมานั่งกองอยู่บนเตียงเดียวกัน หลินจิ้งหนิงกลัวว่าพวกเขาจะตระหนกกับของข้างในกล่องจนตกเตียง จึงเอาเก้าอี้มานั่งข้างหลังกันเอาไว้อีกที
ปิ่นทอง สองแท่ง กำไลข้อมือทองอีก หนึ่งวง กำไลหยกมีถึง สี่ วง ตั๋วเงิน ห้าสิบตำลึง ห้าใบ ก้อนเงินอีกประมาณ สิบห้าก้อน บ้านนางมีเงินเยอะถึงเพียงนี้
เหตุใดถึงได้เข้ามาปล้นบ้านนางกัน?
“ท่านยายร้ายเหลือเกิน” อาเหวินพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าโกรธแค้น เขานิ่งเงียบกว่าพี่น้องทุกคนในบ้าน ทว่านางก็ดูออกว่าเขาฉลาดกว่าใคร
“เราจะทำอย่างไรกับของพวกนี้กันขอรับ”
“ขาย”
หลินจิ้งหนิงพูดเสียงเรียบไม่มีความลังเลใด ๆ ทั้งนั้นพวกเขาต่างมีสีหน้าใ ไม่เคยเห็นแม่เป็อย่างนี้มาก่อน
ดูโลภ…อ่า..แข็งแกร่งได้อย่างไม่น่าเชื่อ
“จะดีหรือขอรับ” หลินจิ้งหนิงพยักหน้ายืนยัน นางไม่ขายในโลกนี้ทั้งหมด แต่จะเอาไปประมูลในระบบแทน ยังไงตอนนี้ก็ไม่มีร้านค้าไหนเปิดหรอก
“ท่านไม่สงสัยหรือว่าทำไมท่านยายถึงไม่นำไปด้วย?” อาเจาถามด้วยความสงสัย ของแพง ๆ พวกนี้เป็ไปไม่ได้เลยที่จะไม่นำไปด้วย
“คงจะมีเหตุผลอะไรสักอย่างที่เอาติดตัวไปด้วยไม่ได้ หรืออาจจะฝังเอาไว้เผื่อว่าได้กลับมาอีกครั้ง”
อีกกรณีหนึ่งที่นางคิดเอาไว้คือ ของพวกนี้ไม่ใช่ของใสสะอาดอะไรนัก ดังนั้นจึงไม่สามารถเอาไปขายที่ไหนได้ เพราะตัวก้อนเงินหากดูดี ๆ แล้วมันสลักตราอะไรบางอย่างเล็ก ๆ เอาไว้ด้วย
ไม่ใช่แค่หลินจิ้งหนิงเท่านั้นที่สังเกตเห็น อาซือกับอาเหวินก็เห็นเช่นกัน พวกเขาจึงวางแผนเอาไว้ว่าจะแอบคุยกับท่านแม่ทีหลัง
เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะนำภัยมาสู่ตัวก็เป็ได้!!