“เฮ้ยๆนั่นมันนักบวชที่เราเอาของให้เมื่อเช้ารึเปล่าวะ?”
ครีทสะกิดถามเวนไฮร์กับบ็อบ
“น่าจะใช่”
เวนไฮร์เอ่ยขึ้นพร้อมกับทำสีหน้าครุ่นคิด
“ไม่น่าเชื่อว่าจะเก่งขนาดนี้การโจมตีเมื่อครู่ก็รุนแรงสุดๆไปเลย”
“โห่! ถ้ารู้งี้แต่แรกข้าหอบเงินมาแทงหลวงพี่คงดี”
บ็อบบ่นด้วยสีหน้าเซ็งพลางใช้มือกำป๊อบคอร์นยัดเข้าปาก
“แล้วใครจะไปรู้ว่ามันเก่งวะ?รอบที่แล้วก็ไม่ได้แสดงพลังโดดเด่นอะไร”
การปรากฏขึ้นของกำไลเทพอัคคีนั้นมิได้สร้างความแปลกใจให้กับเหล่าผู้ชมทั่วไปเท่าใดนัก พวกเขาสนใจเพียงการต่อสู้อันดุเดือดที่เริ่มขึ้นภายในการแข่งขันรอบนี้เสียมากกว่าตรงกันข้ามกับเหล่าผู้ทรงเกียรติที่มองการแข่งขันจากโซนที่นั่งพิเศษ พวกเขาทั้งตื่นตะลึงปนแปลกใจที่จู่ๆสมบัติจักรพรรดิเทพก็ปรากฏขึ้นอย่างเหนือความคาดหมายจากข้อมูลที่ทางจักรวรรดิมี หลายปีก่อนสร้อยคอเทพนภาได้เลือกลูเซียสให้เป็นผู้ถือครองสองปีก่อนได้รับข้อมูลว่าพบผู้ครองคัมภีร์เทพเหมันต์ ซึ่งเป็นหญิงสาวคนหนึ่งและเธอมีความสัมพันธ์อันดีกับค่ายเจ็ดดาวหากแต่กำไลเทพอัคคีนั้น นับตั้งแต่ ‘อะโพลอน’เทพสงครามรุ่นที่แล้วสิ้นชีพ มันก็ได้หายสาบสูญไปด้วย นับเป็นเวลาหลายร้อยปีแล้วที่สมบัติชั้นนี้ไม่ปรากฏออกมาที่แท้มันถูกเก็บรักษาไว้โดยวัดแชงกีล่านี่เอง วัดแห่งนี้นอกจะเป็นศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนตะวันออกแล้วมันยังเป็นสุดยอดสถานที่เพราะบ่มผู้ฝึกพลังอันมีชื่อเสียงของจักรวรรดิเทียบเท่าค่ายเจ็ดดาวอีกด้วยขุนพลผู้เก่งกาจหลายคนเคยบวชเรียนเป็นศิษย์ของที่นี่ ยกตัวอย่างเช่น มาคัสผู้นำสภาแห่งกลอเซนเป็นต้น ความรุ่งเรืองของวัดแชงกีล่าเป็นที่รู้กันทั่วทั้งทวีป และอดีตเจ้าอาวาสหลายองค์ของวัดแห่งนี้ยังเคยดำรงตำแหน่งเป็นถึงปราชญ์ศักดิ์อีกด้วย
กำไลจักรเทพอัคคีวงนี้ผู้ถือครองคนปัจจุบันคือ ซารัส ศิษย์เอกของเจ้าอาวาสวัดแชงกีล่า นับได้ว่าเป็นสมบัติแห่งเทพที่มีจุดแข็งเป็นเอกเทศเฉพาะตัวแตกต่างจากสมบัติชิ้นอื่นๆคัมภีร์เทพเหมันต์ของเอเลน่าโดดเด่นในเรื่องการสนับสนุน เปล่งอานุภาพได้สูงสุดเมื่อต่อสู้ร่วมกับผู้อื่นหากแต่เมื่อเปลี่ยนรูปแบบอาวุธจะมีความจำเพาะของพลังมากขึ้นสามารถปลดปล่อยศักยภาพสูงสุดออกมาได้แม้จะต่อสู้เพียงตัวคนเดียว สร้อยคอเทพนภาของลูกเซียสโดดเด่นเรื่องการควบคุมสัตว์จำแลงที่หลากหลายไม่อาจเดาทางได้ หากแต่เมื่อเปลี่ยนรูปแบบเป็นเกราะเทพนภาความสามารถด้านการป้องกันจะเปล่งอานุภาพออกมาจนถึงขีดสุด และกำไลเทพอัคคีของซารัสจุดแข็งอันโดดเด่นของมันคือพลังทำลาย!เมื่อเปลี่ยนรูปแบบ ความสามารถของมันก็ยิ่งเหมือนการปลดปล่อยพลังทำลายให้เพิ่มมากขึ้นถือว่าเป็นอาวุธที่มีพลังทำลายล้างสูงที่สุดในบรรดาสมบัติจักรพรรดิเทพทั้งสี่ชิ้นส่วนสมบัติชิ้นสุดท้าย แหวนเทพนภา ผู้ถือครองคือแอริส เทพสงครามคนปัจจุบัน แต่เขาก็ได้ส่งต่อสมบัติชิ้นนี้ให้ผู้อื่นไปแล้วและแหวนเทพนภาก็ยังยอมรับคนผู้นั้นให้เป็นนายใหม่ของมันโดยทันทีอีกด้วย นี่เองที่เป็นนัยยะบ่งบอกว่าแอริสได้เลือกให้คนผู้นั้นเป็นผู้สืบทอดของเขาผู้ที่จะเป็นเทพสงครามคนต่อไป
ในอดีตที่ผ่านมาทุกคนที่ได้รับตำแหน่งเทพสงคราม สมญานามซึ่งเป็นจุดสูงสุดของเผ่ามนุษย์ล้วนแต่เป็นผู้ถือครองสมบัติจักรพรรดิเทพทั้งสิ้น! เหตุเพราะคนเหล่านี้มากด้วยพรสวรรค์ มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นนายและถือครองอาวุธแห่งเทพได้รวมถึงได้รับพลังพิเศษส่งเสริมให้มีพัฒนาการก้าวหน้าอย่างรวดเร็วทำให้มีโอกาสทะลวงผ่านขึ้นมาถึงคลาส 12ระดับสูงสุดของเผ่ามนุษย์และเป็นเงื่อนไขหนึ่งในการรับตำแหน่งเทพสงคราม ดังนั้นหากเทพสงครามจะหาผู้สืบทอดตำแหน่งของตนเขาก็จะเสาะหาคนที่ครองสมบัติจักรพรรดิเทพแล้วรับมาเป็นศิษย์ หรือไม่ก็ตามหาผู้มีคุณสมบัติพอที่จะรับสมบัติต่อจากตนได้ซึ่งหากจะกล่าวแล้ว อะโพลอน เทพสงครามรุ่นก่อน กับแอริส เทพสงครามรุ่นปัจจุบัน ทั้งสองมีอาจารย์คนเดียวกันนั่นคืออาเธน่า อดีตผู้ถือครองคัมภีร์เทพเหมันต์และยังเป็นเทพสงครามในขณะนั้นเมื่ออาเธน่าหมดอายุขัย อะโพลอนก็ได้รับสืบทอดตำแหน่งต่อ แต่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านในครั้งนั้นเองความสัมพันธ์ของเผ่ามนุษย์กับเผ่าออร์คที่ระหองระแหงกันอยู่แล้วได้ถึงจุดพังทลายลงเกิดเป็นสงครามระหว่างเผ่าครั้งใหญ่ที่เรียกขานว่า ‘สงครามร้อยปี’ผลจากสงครามทำให้ทั้งสองฝ่ายสูญเสียอย่างมากมายมหาศาลและในการยกพลปะทะกันครั้งสุดท้ายเทพสงครามอะโพลอนรวมถึงราชันต์ออร์คแอสลาสได้สิ้นชีพกลางสมรภูมินั้นด้วย เป็นผลให้เผ่าต่างๆที่ดูเชิงอยู่ห่างๆเริ่มเข้ามาแทรกแซงเพราะกำลังรบของมนุษย์กับออร์คลดลงไปมาก แต่ในขณะนั้นเอง แอริส เทพสงครามคนใหม่และมาเอสโตร ราชันต์ออร์คคนใหม่ได้ร่วมกันยุติสงครามร้อยปี และสานความสัมพันธ์กันใหม่เพื่อยุติความเสียหายตลอดร้อยปีที่สั่งสมมานัยหนึ่งเพื่อป้องกันการแทรกแซงจากเผ่าอื่นที่อาจใช้โอกาสนี่เข้าแทงข้างหลังพวกเขาด้วย
“ออร่าพลังเทพ?”
ไครอสเอ่ยขึ้นพลางมองไปยังทิศที่เขาสัมผัสพลังได้ความร้อนระอุที่แผ่ซ่านมาถึงที่นี่ทำให้ไครอสรู้ได้ทันทีจากความทรงจำที่ฝังมาในหัวว่านั่นคือพลังจากสมบัติจักรพรรดิเทพอัคคี
“มองไปทางไหนกัน?”
ปึ้งงงงงง!!!
เดรกในร่างกึ่งจระเข้ใช้หมัดซัดเข้าเต็มแก้มไครอสในขณะที่หันไปทางอื่นแรงกระแทกนั้นส่งให้ตัวของชายหนุ่มปลิวไปหลายสิบเมตร พร้อมกับรอยสองเท้าที่ลากพื้นเป็นทางยาว
ปึ้งงงงงง!!!
อั๊กกกก!
ไครอสที่ปลิวไปไม่เพียงไม่ล้มลงหากแต่เขายังพุ่งตัวเข้ามาประชิดพร้อมกับซัดกำปั้นเข้าเต็มท้องของเดรกร่างกึ่งจระเข้สีแดงกระเด็นลอยขึ้นกระแทกอาคารและหลังคาบ้านเรือนแถวนั้นพังเสียหายไปหลายหลัง
ครืนนนนน!!!
เสียงสั่นสะเทือนและหักพังของอิฐหินดังขึ้นเดรกเดินออกมาในร่างมนุษย์พร้อมกับมือที่กุมหน้าท้องอยู่ การต่อสู้ของพวกเขาที่ผ่านมาไครอสเป็นฝ่ายเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัดทั้งในด้านฝีมือ ทักษะ และพลัง แม้เดรกจะแข็งแกร่งมากเมื่อเทียบกับผู้เข้าแข่งขันรายอื่นแต่เมื่อนำมาเปรียบกับไครอสแล้ว เขานั้นดูด้อยกว่าทุกด้าน
“สะใจจริงๆนี่สิที่ข้าตามหา”
เดรกเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูยินดีแต่แฝงไปด้วยความเกรี้ยวกราดอย่างน่ากลัวบรรยากาศโดยรอบเปลี่ยนไป จู่ๆพลันเกิดลมกรรโชกพัดพาเศษซากบ้านเรือนที่พังเสียหายก่อนหน้านี้จนกระจัดกระจายเดรกเดินมาในร่างของมนุษย์ก็จริง แต่นัยน์ตาของเขาตอนนี้หาใช่ของมนุษย์ มันแดงก่ำสะท้อนแสงวูบวาบชั่วอึดใจกล้ามเนื้อทั่วร่างของเขาพลันขยายขึ้น แขนทั้งสองข้างเริ่มเปลี่ยนรูปร่างหางขนาดใหญ่งอกออกมาและสะบัดฟาดลงจนพื้นดินสั่นสะเทือน แม้การผสานร่างนี้จะดูครึ่งๆกลางๆเพราะผสานได้แค่แขนและมีหางงอกออกมา หากแต่พลังที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่มตอนนี้ทรงพลังยิ่งกว่าร่างผสานทุกร่างที่เขาเคยใช้และทันทีที่เดรกใช้ร่างนี้ สภาพอากาศทั่วทั้งสนามแปรเปลี่ยนเป็นมืดครึ้มลมกรรโชกดั่งมรสุมใหญ่พัดผ่าน
“มังกร! ผสานร่างกับมังกร? บ้าไปแล้ว!!!”
“ผู้นำสภาแห่งไบรเซนเทรียลุกขึ้นและอุทานออกมาอย่างลืมตัวเขาที่ชีวิตนี้ผ่านประสบการณ์มามากมายรู้ชัดแจ้งอยู่แล้วว่ามังกรคือตัวตนเช่นไรในโลกใบนี้พวกมันนับว่าเป็นเผ่าพันธุ์สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุด แม้จะเป็นลูกผสมมีสายเลือดมังกรแค่ครึ่งเดียวก็มีระดับถึงสัตว์อสูรสายเลือดเทวะ หมายความว่ามังกรโตเต็มวัยที่อ่อนแอที่สุดอย่างน้อยๆก็แข็งแกร่งพอๆกับเผ่ามนุษย์ที่เป็นผู้ฝึกพลังคลาส 9 ซึ่งถือว่าเป็นผู้ฝึกพลังระดับแนวหน้าของเผ่ามนุษย์แล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึงมังกรสายเลือดบริสุทธิ์ ระดับของพวกมันทุกตัวคือสัตว์อสูรเทวะ ตัวตนที่อยู่บนห่วงโซ่สูงสุดของสัตว์อสูรที่แม้แต่คลาส10 ขั้นสุดยอดก็เอาไม่อยู่ ซึ่งตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นพลังรวมถึงกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างของเดรกล้วนแต่บอกว่า นี่คือพลังของมังกรสายเลือดบริสุทธิ์!
“ข้าก็นึกว่ามันหายหัวไปไหนตั้งร้อยกว่าปีที่แท้ก็ถูกมนุษย์ดองไว้ใช้งานนี่เอง”
คำพูดที่เหมือนจะเอ่ยขึ้นลอยๆของมังกรฟองสบู่พลันทำให้บรรดาผู้ยิ่งใหญ่ไม่เว้นแม้กระทั่งองค์จักรพรรดิเสียวสันหลังวาบ ซึ่งทุกคนก็พอเดาได้ว่าการที่ผู้อาวุโสแห่งเผ่ามังกรมาเห็นลูกหลานของตนที่ถูกสังหารและนำมาใช้งานเช่นนี้จะรู้สึกอย่างไร
“ช่างเถอะข้าไม่โทษพวกเจ้าหรอก ก็มันแส่หาเรื่องเอง”
มังกรฟองสบู่เอ่ยขึ้นอีกครั้งอย่างไม่แยแสทำให้องค์จักรพรรดิและเหล่าเชื้อพระวงศ์รู้สึกโล่งอกขึ้นมาหน่อย
“มังกรเมฆาสะบัดหาง”
ตู้มมมมมมมมมมมมมมมม!!!
เดรกใช้หางฟาดลงพื้นดินอย่างรุนแรงส่งผลให้เกิดแผ่นดินไหวและฝุ่นตลบทั่วทั้งพื้นที่ บ้านเรือน อาคารป้อมทหารในรัศมีร้อยเมตรพังทลายลง
ปึ้งงงงงงงงงงง!!!
แขนมังกรของเดรกตะบันเข้าเต็มหน้าไครอสร่างของชายหนุ่มกระเด็นไปไกลด้วยแรงชกอันมหาศาล
“มาเริ่มยกสองกันหึหึ”
โครมมมมมมมม!!!
อีกด้านซารัสเดินมาเจอร้านขายเบเกอรี่ ด้านในมีขนมปังหลายสิบก้อนวางอยู่ในตะกร้า เขาเปิดประตูเข้าไปหยิบขนมปังก้อนหนึ่งขึ้นมาแต่ยังไม่ทันจะได้เอาเข้าปากก็พลันเกิดแผ่นดินไหวขึ้นมาเสียก่อนมันรุนแรงเสียจนอาคารทั้งหลังพังถล่มลงมาฝังร่างของเขาไว้ใต้ซากอิฐซากหินอีกครั้งนักบวชหนุ่มถึงกับร่ำไห้ในความซวยของตนพร้อมกับท้องที่ส่งเสียงโครกคราก เมื่อวานเขาหลงทางจนเลยเวลาเพลก็ว่าแย่แล้วตอนเช้าออกไปบิณฑบาตยังเจอขี้เมาเอาเหล้าเทใส่บาตรจนอดฉันอีก ถึงตอนนี้ก็เกิน 24 ชั่วโมงแล้วที่ไม่มีอะไรตกถึงท้องลงสนามมาจะแหกศีลกินแอปเปิลหน่อยก็ดันมีคนมาขวาง จะกินขนมปังร้านก็ดันพังทับ
“ฝีมือไอ้หน้าโง่ที่ไหนอีก?”
ซารัสเอ่ยขึ้นอย่างลืมตัวอีกครั้ง