บทที่เก้า วงล้อมอันแ่า
สิ้นเสียงหัวหมู่ทองคำพลันมีเสียงหัวร่อยาวนานห่างออกไปทางทิศตะวันออกหลายสิบวาเข้ามาใกล้ ทั้งหมดจดจำได้ดีว่าเป็เสียงกอเข่อผู้ยิ่งใหญ่แห่งเขาห้าลูก
เสียงหัวหมู่ขวัญตวาดซ้ำคำไป ร่างสูงผอมนั้นพลันยืดขยายออกในท่วงท่าพร้อมเต็มที่ดีดร่างออกไปในเวลาไล่เลี่ยกันกับหัวหมู่ทองคำ ที่น่าประหลาดก็คือทั้งสองกลับพุ่งร่างไปทางเสียงเ้าเขาห้าลูกนั้นเอง
หลงน้อยและขอนที่กำลังตัดสินใจว่าจะมุ่งหน้าไปทางใด เมื่อได้ยินคำสั่งแม้เกิดความลังเลใจ แต่ในพริบตานั้นกลับรู้สึกถึงความเชื่อมั่นจากความเยือกเย็นที่ระบาดเข้าใส่จากทหารหาญทั้งสอง เปลี่ยนเป็ะโติดตามไปไม่ลังเล
ใน่เวลาแห่งความเป็ตายนั้นเอง ด้วยประสบการณ์ในการต่อสู้อันช่ำชองยาวนานหัวหมู่ทองคำและหัวหมู่ขวัญคล้ายปลาคืนน้ำเสือคืนถิ่น พระที่เพิ่งสละจีวรกลับคืนสู่สภาพทหารในสนามรบอีกครั้ง
หัวหมู่ทองคำเป็บุคคลแรกที่กระโจนถึงตัวเ้าเขาห้าลูก หมัดขวาตรงต่อยใส่เข้ากลางหน้าอกอย่างหักโหม แม้แต่หลงน้อยที่กระโจนตามมายังรู้สึกได้ถึงความรุนแรงของท่าร่าง
เ้าเขาห้าลูกหัวร่อฮาๆ ต้านรับด้วยฝ่ามือข้างซ้าย เสียงปะทะกันดังสะท้านทั่วบริเวณ หัวหมู่ทองคำรู้สึกชาตึงทั้งท่อนแขน ในขณะที่กอเข่อหยุดเสียงหัวร่อไปมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาในทันที หัวหมู่ทองคำร้องท้าทาย
“จากกันหลายปี นึกไม่ถึงท่านยังมีความร้ายกาจดุจเดิม” คำกล่าวชื่นชมในน้ำเสียงเย้ยหยัน บ่งบอกเป็นัยว่าครั้งเป็ขุนโจรหมู่ห้าร้อยจวบจนเ้าเขาห้าลูกไม่มีการพัฒนาใดๆในด้านเชิงยุทธ
กอเข่อร้องคำเฮอะออกมา ไม่มีเวลาตอบคำอีกฝ่ามือหนึ่งต้านรับส้นเท้าหัวหมู่ขวัญที่แหวกอากาศมาราวกับมีดดาบทั้งแหลมคมและรุนแรง เสียงดังแสบแก้วหูจากการปะทะกันเป็ครั้งที่สองดังสะท้อนไปทั่วบริเวณ
พริบตาเดียวการต่อสู้ดำเนินไปสองกระบวนท่า ในด้านซ้ายของกอเข่อปรากฏเงาสูงใหญ่ของขอนขึ้น ขอนที่ตามมาเป็อันดับสามวางส้นเท้าในตำแหน่งยืนอันถนัด ภายในปากอมหินพลังนภา ทั่วทั้งร่างกายรวมเป็ก้อนพลังหนึ่งหมุนตัวอัดหมัดขวาสุดแรงเกิดเข้าบริเวณใต้ชายโครงของเ้าเขาห้าลูก
กอเข่อกัดฟันกรอด ดีดมือขวาและซ้ายผลักกำปั้นหัวหมู่ทองคำและเท้าหัวหมู่ขวัญบิดเบือนไปอีกทาง รั้งฝ่ามือขวาแนบตัวแล้วใช้มือซ้ายเข้าต้านรับหมัดที่รวบรวมกำลังทั้งชีวิตของขอนไว้ เสียงปงดังสนั่นแม้ไม่หนักหน่วงเท่าการปะทะในสองครั้งแรก แต่ถึงกับทำให้กอเข่อต้องถอยกายไปสองก้าว นี่ไม่ใช่เพราะระดับการโจมตีของขอนเหนือกว่าหัวหมู่ทั้งสอง แต่เป็เพราะเ้าเขาห้าลูกต้านทานรับหนึ่งหมัดหนึ่งเท้าที่รุนแรงเต็มที่มาก่อน กำลังไม่ฟื้นตัวทั้งหมดการถอยเพื่อสลายพลังของขอนจึงเป็หนทางที่ดีกว่า หากแม้นต้านรับอย่างหักโหมแล้วเปิดช่องว่างให้หัวหมู่ขวัญและหัวหมูทองคำโจมตีซ้ำอย่างนั้นมันคงผิดพลาดแล้ว
หัวหมู่ทองคำลอบร้องเสียดายในใจ หากแม้กอเข่อถือดีที่เป็อาจารย์ผู้สอนวิชาให้กับขอนมาก่อน กระแทกทำร้ายขอนกลับย่อมเปิดช่องว่างให้ฉกฉวยโอกาส ก่อนที่หัวหมู่ขวํญหรือหัวหมู่ทองคำจะเข้าต่อกรอีกครั้ง เงาร่างโปร่งของหลงน้อยพุ่งโค้งเป็สายปรากฏแทรกขึ้นมาด้านซ้ายของกอเข่ออีกครา แทรกระหว่างกอเข่อและขอนไว้พอดี
หลงน้อยที่เดิมอยู่ด้านขวามือของกอเข่อแท้ๆ แม้ในระยะที่ห่างออกไป เห็นการจู่โจมที่เกิดขึ้นทั้งหมด เปลี่ยนทิศทางกลางคันอ้อมเป็วงผ่านด้านหลังของหัวหมูขวํญและหัวหมู่ทองคำจวบจนแทรกตรงกลางระหว่างขอนและกอเข่อ ทั้งหมดนี้เป็ไปด้วยความเร็วอันน่าแตกตื่น ตระเตรียมเข้าจู่โจมทำร้ายในทิศทางเดียวกับขอน
กอเข่อนั้นลอบคร่ำครวญในใจ มันเมื่อปรากฏกายดีดลูกคิดรางแก้ว หวังให้ทั้งหมดแตกตื่นขวัญหนีดีฝ่อ หนีไปด้านตรงข้ามของมัน อย่างนั้นศัตรูคู่แค้นจะได้พบกับหน่วยจู่โจมที่ประสานกำลังอย่างแ่า ผสานกับกับดักที่เตรียมไว้ไม่มีทางหนีรอดไปได้สักคน พร้อมทั้งด้านนี้เป็แมกไม้แน่นขนัดมีเพียงหนทางด้านหลังที่เพียงพอให้คนสองคนลอดผ่านได้ จะอย่างไรมันย่อมต้านขวางศัตรูขบวนนี้มิให้หลบหนีไม่ยากเย็น แต่ครั้นเมื่อมันหัวร่อขู่ขวัญออกไป สองหัวหมู่กลับตัดสินใจจู่โจมมาทางตนอย่างเหนือความคาดหมาย มันแม้มั่นใจว่าสามารถสยบคนทั้งหมดได้ด้วยความเหนือกว่าในด้านฝีมือการต่อสู้หลายชั้น แต่ทั้งหมดทะยอยกันเข้าโจมตีต่อเนื่องราวกับนัดหมายเอาไว้สุดที่มันจะคาดเดาได้ สุดท้ายยังมีเด็กผอมดำที่มันไม่เคยรู้จักมาก่อนเมื่อสักครู่อยู่ทางด้านขวาของมัน ทำให้มันตระเตรียมรับการโจมตีในด้านนั้นเอาไว้ก่อน คิดไม่ถึงเด็กน้อยนี้อ้อมเป็วงด้วยความเร็วยากติดตามวนมาโจมตีมันทางด้านซ้ายซ้ำอีกครา
กระบวนท่านี้นับเป็การซ้ำเติมสภาวะเดิมที่เกิดขึ้นแล้วอย่างแท้จริง หลงน้อยยังอาศัยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเป็ลำดับระหว่างเหวียงตัวผ่านตำแหน่งหัวหมู่ทองคำ ขอน และกอเข่อ สะสมเป็กำลังชนิดหนึ่งวาดทั้งหน้าแข้งจู่โจมในตำแหน่งเดิมที่ขอนทำไว้ เสียงเผียะดังขึ้นถนัดถนี่
กอเข่อลอบร้องเสียดายในใจฃ หากเด็กผอมดำเลือกจู่โจมด้านซ้ายมันมีโอกาสอาศัยพลังหยิมยืมจู่โจมทำร้ายขอน กำจัดผู้รู้ความลับที่ซ่อนสมบัติพรานไพรล่องหนไป นับจากนี้มันค่อยๆออกค้นหายังแน่ใจได้ว่ามีเพียงมันที่มีสิทธิ ดังนั้นไม่ได้เตรียมตัวเพื่อรับมือต่อเนื่องจากทิศทางเดิมแต่อย่างใด ได้แต่ฝืนใจยกแขนขวาที่รับมือกับขอนมาก่อนหน้านี้
หลงน้อยเดิมทะยานติดตามหัวหมู่ทั้งสองอย่างงุนงง แต่เพียงชั่วอึดใจหนึ่งความเคลื่อนไหวทั้งหมดปรากฏชัดแก่สายตา และการที่รั้งอยู่ท้ายทำให้หลงน้อยได้ยินเสียงแหวกหญ้าพงด้านหลังในระยะสิบวาห่างออกไป กระจ่างใจในบัดดลถึงสาเหตุที่หัวหมู่ทั้งสองกระโจนเข้าปะทะกับเ้าเขาห้าลูกแทนที่จะหลบหนี เ้าเขาห้าลูกแม้เป็ด่านยากผ่านไปได้กลับเป็ด้านที่มีเพียงมันหยัดยืนเพียงผู้เดียว ส่วนด้านหลังของหลงน้อยและพวกกลับเป็ด้านที่มีเหล่าลิ่วล้อของมันซุ่มรออยู่ หากแม้ทั้งหมดร้อนรนหลบหนีไปในทิศทางด้านตะวันตกซึ่งเป็ด้านหลังได้แต่พบแนวจู่โจมล้อมไว้สุดท้ายต้องถูกกอเข่อกำจัดทีละคนไป ขณะที่ชื่นชมการตัดสินใจของอาทั้งสองผู้มีประสบการณ์หลงน้อยวาดแข้งขวาออกไปเต็มแรง
เสียงฉาดฉาดดังขึ้นสองครา แม้เสียงไม่สะท้านเท่าการปะทะสามครั้งแรก แต่ทว่าปรากฏขึ้นถึงสองคราในเวลาพริบตาเดียว
กอเข่อกัดฟันต้านรับอีกครา จนใจที่ไม่อาจฟาดทำร้ายกลับไปให้สมใจ หลังจากการจู่โจมของเ้าเด็กขอนที่ตนสอนวิชาหมัดมวยมา สภาวะร่างกายลอยไปด้านข้าง กลับถูกซ้ำเติมด้วยเด็กน้อยผอมดำผู้ที่วันวานตนฟาดทำร้ายจนลอยลิ่วไปแท้ๆ วันนี้มันคล้ายกลายเป็อีกคนที่มีความเร็วยากติดตาม เห็นเด็กน้อยวาดหน้าแข้งมาแต่ไกลคาดหมายว่าหากรับมือแล้ว ตั้งหลักสักนิดหนึ่งมันจะจัดการทั้งหมดให้สาสม ที่เหนือความคาดหมายคือท่าเตะนี้เป็ท่าเตะซ้อนสองครารุนแรงไม่มากมายแต่หากมีวิชายุทธอ่อนกว่านี้ยังผลให้เสียหลักได้แต่รับการจู่โจมต่อเนื่องแต่ถ่ายเดียว
ท่าเตะซ้อนนี้กระแทกเ้าเขาห้าลูกถอยไปด้านหลังจนเปิดทางออก หลงน้อยกลับถูกกระแทกลอยกลับไปด้านตรงข้ามกัน
หัวหมู่ทองคำยื่นมือออกคว้าหัวไหล่หลงน้อยเอาไว้ ฝืนสภาวะแรงเอาไว้ลากหลงน้อยแล้วเหวี่ยงมันไปข้างหน้าในทิศทางของช่องลอดแนวไม้นั้น ร้องคำ
“พวกเราไป”
ทั้งหมดทะยานผ่านทางที่เคยถูกปิดกั้นไว้สำเร็จในที่สุด
ขอนติดตามอยู่ด้านหลังหัวหมู่ขวัญไม่ห่างนัก แขนขวาทั้งท่อนรู้สึกชาด้านราวกับไร้เืเนื้อจนต้องยกมือซ้ายลูบคลำให้แน่ใจว่าแขนข้างนั้นยังอยู่ครบถ้าน
มันแม้ไม่ได้เหลียวมองด้านหลังแต่แน่ใจว่ากองกำลังของเ้าเขาห้าลูกเร่งติดตามมา เพียงรุ้สึกโล่งอกเล็กน้อยที่เส้นทางนี้เป็เส้นทางคับแคบ ศัตรูได้แต่ไล่ติดตามจากด้านหลังไม่อาจตีวงล้อมโอบพวกตนได้ แต่หากให้เหตุการณ์ดำเนินไปต่อไป พวกตนอาจเสียทีได้ คิดดังนั้นล้วงในอกเสื้อคว้าหินวายุเข้าในปาก รู้สึกกำลังสายหนึ่งแล่นวูบที่ปลายเท้าไปทั่วสรรพางค์กาย รู้สึกใจชื้นด้วยความรู้สึกที่คุ้นเคยนี้ รีบทะยานกายผ่านหัวหมู่ขวัญขึ้นไป จนล้ำหน้าหัวหมู่ทองคำและหลงน้อยไปเล็กน้อย
“ตามข้าพเ้ามา”
หัวหมู่ทองคำและหลงน้อยรีบติดตามไปไม่ลังเล ขอนที่ทั่วทั้งร่างเปี่ยมด้วยความรู้สึกเบาประหลาดะโเข้าพงไม้ไปทางขวามือ ทั้งหมดแม้ขมวดคิ้วสงสัยว่าใยมันจึงสละง่ายเลือกหนทางยากแต่ไม่รีรอลังเลที่จะติดตามไป จากนั้นจึงเข้าใจเมื่อติดตามเข้าไปปรากฏเป็ทางสายหนึ่งกว้างพอหนึ่งคนลอดผ่าน รอบข้างเป็ต้นไม้สูงใหญ่เป็ช่องยาวคดเคี้ยวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งหมดจึงเกิดความนับถือการตัดสินใจของขอน หากแม้มุ่งหน้าต่อไปเส้นทางนี้ย่อมปลอดภัยกว่า ฝ่ายศัตรูสามารถติดตามมาได้เป็แถวยาวหากจำเป็สกัดต้านเพียงหนึ่งยังเท่ากับต้านทานไว้ได้ทั้งหมด
หัวหมู่ทั้งสองรับทราบมาก่อนว่าหลงน้อยถูกสั่งสอนโดยปานสายลมอุดรย่อมมีความเร็วอันน่าแตกตื่น เพียงไม่ทราบว่าเด็กร่างใหญ่ขอนก็มีความเร็วเหลือเชื่อทีเดียวหากเทียบกับร่างอันใหญหนานั่น
ทั้งหมดสบายใจได้ไม่เท่าไหร่ พลันมีเสียงกู่ก้องจากด้านหลัง แม้ห่างออกไปแต่ช่างน่าหวาดหวั่น นั่นเป็เสียงกอเข่อเ้าเขาห้าลูก อันที่จริงเส้นทางหลบหนีนี้เกือบสมบูรณ์ทีเดียว เพียงแต่คนผู้ตามล่าพวกตนกลับเป็อดีตขุนโจรหมู่ห้าร้อยผู้มีความสามารถไล่หลังพรานไพรล่องหน อย่าว่าแต่แม้มันไล่ตามทันเื่สกัดเอาไว้ยังไม่ต้องกล่าวถึง ผู้ที่รั้งหลังสมควรกังวลเื่เอาชีวิตรอดมากกว่า
หัวหมู่ขวัญกัดกรามกรอด นึกเสียดายนาทีสำคัญที่หลงน้อยซ้ำเติมเ้าเขาห้าลูกได้สำเร็จ ตอนนั้นตนลังเลใจครู่หนึ่งว่าสมควรจู๋โจมต่อสักหมัดสองหมัดอาจมีโอกาสทำร้ายมันาเ็ได้ แต่ตนละความคิดนั้นเสียเพราะหากเป็เช่นนั้นด้วยกำลังที่น้อยกว่าคงสุดท้ายได้แต่จบสิ้น ณ ที่แห่งนั้นกันถ้วนหน้า ในใจรุ่มร้อนขึ้นมาทราบว่าในไม่ช้ากอเข่อต้องติดตามพวกตนทันในที่สุด ร้องออกมา
“ขอนเ้าหาเส้นทางอื่นได้หรือไม่”
ขอนะโตอบ แม้ไม่เหลียวหน้ากลับมาดูทราบว่าสถานการณ์คับขัน
“หากเฉพาะข้าพเ้าย่อมไม่มีปัญหา แต่พวกท่านเกรงว่าไม่อาจติดตามได้”
หลงน้อยรีบกล่าว
“หากเ้าหมายถึง ให้เ้าเข้าป่าขนัดไปเ้าจะผ่านไปได้เร็วกว่าพวกเรา อย่างนั้นก็จงไปเถิด”
ขอนแย้งว่า
“หากให้ข้าเอาตัวรอดไปผู้เดียว ทำไม่ได้เด็ดขาด”
“พวกเ้าต้องไป หลงน้อยเราดูออกว่าเ้ายังมีความเร็วมากกว่านี้ สมควรสลัดหลุดการไล่ล่าได้” หัวหมู่ทองคำกล่าว
หลงน้อยที่ติดตามหลังขอนร้องว่า “เื่นี้ทำไม่ได้ ข้าพเ้าจะปล่อยให้พวกท่านเผชิญหน้ากับเ้าเขาห้าลูกเพียงลำพังได้อย่างไร”
หัวหมู่ขวัญตวาดขึ้น ไม่้าให้เด็กทั้งสองพะวักพะวงกับพวกตน
“หลงน้อยเ้าช่างดูแคลน พวกเราไปแล้ว คิดว่าทหารกล้าผ่านศึกน้อยใหญ่นับไม่ถ้วนอย่างพวกเรายังต้องให้เด็กน้อยไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างพวกเ้าคอยดูแลหรืออย่างไร”
“ท่านอาขวัญ” เป็ขอนร้องออกมา
หัวหมู่ทองคำรีบกล่าว
“อย่าได้พิรี้พิไร พวกเราจะอย่างไรเคยมีชัยเหนือหมู่โจรห้าร้อยมาก่อน สมควรไม่มีปัญหาในการหลบหนีอีกครา”
หัวหมู่ขวัญสำทับ
“หากไม่ใช่มีพวกเ้า พวกเราไม่มีห่วงพะวักพะวงใดๆ ไม่แน่ว่าได้ปลิดชีพโจรกอเข่อไปเสียแต่แรกแล้ว พวกเ้าช่างวุ่นวายเป็อิสตรีไปแล้ว”
หัวหมู่ขวัญทั้งร้อนใจทั้งกังวล หากแม้เด็กน้อยทั้งสองมีอันตรายใด ต่อไปหากพบหน้านายและสหายเก่าในปรโลก จะมีคำใดว่ากล่าว
หลงน้อยคืนสู่ความเยือกเย็นอีกครั้ง ทบทวนจนหมดสิ้น แม้ว่าหัวหมู่ทั้งสองจะกล่าวเกินจริงเื่จัดการกับกอเข่อ แต่จากการปะทะเมื่อสักครู่พวกมันนับว่าเป็ตัวถ่วงจริงๆ
“ข้าพเ้าเข้าใจแล้ว ขอนเ้าลองกำหนดจุดที่พวกเราจะพบได้มา”
ขอนพยักหน้ารับทั้งที่มีสีหน้ากังวล ทบทวนดูเห็นจะมีจุดนัดพบในอีกไม่เกินครึ่งชั่วยามจึงบอกกล่าวคร่าวๆไป ทั้งยังมีหนทางข้างหน้าที่แยกกันได้ถึงสามสาย ดังนั้นทั้งหมดโลดแล่นไปพลางกำหนดเป็แผนการขึ้น
หัวหมู่ขวัญและหัวหมู่ทองคำหลังจากที่ซักซ้อมทุกอย่างอีกหนึ่งรอบตามคำระบุของขอน จึงว่า “เช่นนั้นพวกเราสมควรแยกกันในอีกทางแยกหน้าแล้ว
หลงน้อยและขอน กล่าวคำอำลา
“ท่านอาทั้งสอง พวกท่านไปพบพวกเราให้ได้”
“แน่นอน” หัวหมู่ทองคำอวยพรให้บุตรชายสหายสนิทอีกหลายคำ เมื่อตบไหล่ขอนอีกครั้ง ร่างใหญ่หนานั้นะโขึ้นคาคบไม้ ด้วยความเคลื่อนไหวราวลิงั์นั้นะโขึ้นลงสองสามคราพลันหายลับไป
หลงน้อยเหลียวมามองมันไม่กล้ากล่าวคำอำลาใดๆ ในใจเกิดความรู้สึกอัปมงคลขึ้นมาโดยไม่อาจห้ามได้
หัวหมู่ทั้งสองพยักหน้าให้มันรีบติดตามไป
“พวกเราถือคติตามหลวงพ่อฟูท่าน ตนเป็ที่พึ่งแห่งตน เ้าไปเถอะไม่ต้องห่วง”
หัวหมู่ทองคำกล่าวเสียงกลั้วเสียงหัวเราะ หัวหมู่ขวัญพูดบ้าง
“พบกันที่เมืองหลวง”
หลงน้อยพยักหน้ารับคำ จากนั้นเร่งความเร็วถึงขีดสุดหายลับไปบ้าง
ในความเร็วนั้นสุดที่สองหัวหมู่จะไล่ตามทัน ในความทรงจำของทั้งคู่เคยได้พบเห็นเงาหลังอันปราดเปรียวนี้เมื่อครั้งติดตาม ปาน สายลมอุดร สู่สนามรบ บัดนี้ได้ถูกท่ายถอดให้แก่ยุวชนรุ่นหลังแล้ว และเมื่อสักครู่ขอนได้แสดงให้เห็นความคล่องแคล่วอันหายากยิ่งในแบบของพรานไพรล่องหน
สองหัวหมู่หันมามองตากัน ต่างฝ่ายต่างพบเห็นความในใจของอีกฝ่าย หัวร่อฮาฮาออกมาพร้อมกัน
ราวกับนัดกันไว้ทั้งคู่หยุดฝีเท้าลง หัวหมู่ทองคำพูดขึ้นก่อน
“หากความเร็วเป็ปาน ความคล่องแคล่วเป็เขิง พวกเราที่ไม่พ่ายแพ้สองคนนั่นคือความห้าวหาญดุด้น”
หัวหมู่ขวัญยิ้มแย้มราวกับกำลังเกิดเื่สนุกสนานน่าสนใจ
“ถูกแล้ว ไม่ว่าทัพใดล้วนเป็พวกเรานำหน้า กับพวกลิ่วล้อนี่ไม่นับเป็อย่างไรได้”
ทั้งสองสบตากันอีกครา ก่อนโจนทะยานกลับไปทิศทางเดิมอย่างหึกหาญ
เ้าเขาห้าลูกก่อเข่อที่วิ่งนำลูกน้องมาแต่ไกลเมื่อมองเห็นสองหัวหมู่เปล่งเสียงหัวร่อยาวเหยียดออกมาในระยะที่ห่างออกไปหลายสิบวา
หลงน้อยที่วิ่งโลดลิ่วเป็ระยะทางนับรวมกันหนึ่งโยชน์ ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่ไหลซึมออกมา ด้วยเวลาที่ตนวิ่งสุดกำลังมาเป็ระยะชั่วธูปไหม้ ไม่ทราบหัวหมู่ทั้งสองขณะนี้จะเป็ประการใด ตนทราบดีว่าไม่ว่าหัวหมู่ทองคำและหัวหมู่ขวัญจะกล่าวอย่างไร แต่ทั้งหมดเพียงเพื่อให้พวกตนหลบหนีมาเท่านั้น สิ่งที่เป็ไปได้ที่สุดคือทั้งสองจะหันหลังกลับไปเสี่ยงชีวิตกับเ้าเขาห้าลูกและพวกเพื่อให้พวกตนหลบหนี
ที่ระหว่างทางมีทางสี่แพร่งตามที่ขอนระบุไว้ หลงน้อยเลือกทางแยกด้านซ้าย ขณะนั้นอดเหม่อมองไปด้านหลังไม่ได้ เพียงหวังในใจที่จะได้เห็นเงาร่างหัวหมู่ทั้งสองติดตามมา
หลงน้อยชะลอฝีเท้าที่นั่นเพียงอึดใจ ทราบดีว่าไม่อาจชักช้าหากตนไม่สามารถเอาชีวิตรอดไปได้กลับทำให้ความพยายามของหัวหมู่ทั้งสองสูญเปล่า จากนั้นจึงมุ่งหน้าต่อไปไม่หยุดยั้งรั้งรอ ห่างไปอีกราวหนึ่งส่วนสี่โยชน์ที่ข้างหน้าเหนือเงาไม้ทั้งหลายเป็ต้นไม้สนใหญ่ห้าต้นโผล่พ้นป่ารกขนัดข้างล่างสูงเสียดฟ้าขึ้นไป ขอนเรียกมันว่าสนโบราณทั้งห้าด้วยความที่มีอายุหลายร้อยปี หลงน้อยรีบมุ่งหน้าตรงไป ที่ตรงนั้นเป็ลานดินกว้างอยู่ตรงกลางระหว่างสนทั้งห้าต้น มีบ่อน้ำน้อยอยู่ที่นั่น ข้างๆบ่อเป็รอดำปื้นที่พื้นลานดิน ที่แท้ที่ตรงนี้เป็จุดพักสำหรับนักเดินทางทั้งหลาย
พลันมีเสียงสวบสาบปรากฏขึ้นในพงไม้ด้านหลัง หลงน้อยรีบะโไปด้านตรงข้ามหันหน้ามาพร้อมรับมือ
“ข้าเอง” เสียงของดังลอยมาพร้อมกับลูกกลมขนาดใหญ่หมุนออกมาจากพุ่มไม้ ที่กลางอากาศลูกกลมนั้นเหยียดยาวขึ้น ปรากฏเป็ร่างของขอนที่ขดตัวกลมจนกลายเป็ก้อนกลมใหญ่และยืดกายออก หมุนตัวกลางอากาศก่อนลงสู่พื้นบนเท้าทั้งสอง
หลงน้อยอดทึ่งในความสามารถในการคำนวณของขอนไม่ได้
“เ้าลองบอกข้าที ว่าเ้าคำนวณได้กระนั้นหรือว่าข้าจะมาถึงที่นี่พร้อมเ้า”
ขอนกล่าวราวกับไม่มีอะไรสำคัญ
“หากเ้าเพียรคำนวณเวลาสัตว์ป่าแต่ละชนิดเคลื่อนไหวอยู่ตลอด เ้าย่อมทำได้เช่นกัน”
ก่อนเปลี่ยนเื่ว่า
“เ้าว่าท่านอาขวัญและอาทองคำหลบหนีไปตามเส้นทางที่พวกเรานัดไว้ได้หรือไม่”
ขอนกล่าวเสียงกังวล หลงน้อยทำหน้ายุ่งยากใจจนขอนถามอีกครั้ง
“เ้ามีเื่อันใด ใยไม่พูดจา”
“ขอน ท่านอาทั้งสองอาจไม่สามารถหลบหนีได้”
ขอนร้องออกมา
“เ้าหมายความว่าอย่างไร หากด้วยการคาดคำนวณของข้า เ้าเขาห้าลูกสามารถไล่ติดตามทันพวกเราได้เพียงหนึ่งเดียว หากเป็เช่นพวกเราที่เหลือสามารถย้อนกลับไปช่วยได้ มันไม่สังหารพวกเราแน่นอน”
หลงน้อยก้มหน้าลง กล่าวด้วยน้ำเสียงคับแค้นใจ
“เพราะเป็อย่างนั้น พวกท่านจึงไม่อาจปล่อยให้เกิดขึ้น”
ขอนรีบถาม
“เป็เ้าคาดการณ์เอง หรือพวกท่านบอก”
“เป็ข้าเอง แต่การณ์แท้จริงมิได้แตกต่างกัน เพียงฟังเสียงอันฮึกหาญของพวกท่านข้าก็ทราบได้ แต่หากพวกเราย้อนไปไม่ต่างอะไรกับการเอาส่งกระต่ายสองต้วไปช่วยเสือสังหารสิงโต”
หลงน้อยกัดฟันด้วยความรันทดใจ ขอนยอมรับทั้งที่ไม่ยินยอมพร้อมใจ
“เ้าพูดถูก อาศัยพวกเราเพียงไม่กี่กระบวนท่าต้องสังเวยชีวิตคามือมัน ที่มันพลาดพลั้งไปเพราะไม่ได้คำนวณถึงความสามารถของเ้า และหินสีของข้า”
ขอนที่อ่อนไหวกว่าหลั่งน้ำตาออกมา
หลงน้อยจับไหล่สหายไว้เป็เชิงปลอบโยน กล่าวเสียงเข้มชัดเจนว่า
“แต่เ้าไม่ต้องรันทดไป พวกเราไม่ได้พ้นไปจากหมากกระดานนี้เสียทีเดียว เ้าบอกให้ข้าวิ่งสลับการะโบนหินต่างๆทั้งใช้ต้นไม้เป็ที่เหยียบยืนในบางครั้ง”
ขอนเงยหน้าขึ้น ก่อนที่หลงน้อยจะกล่าวต่อว่า
“แต่ข้าไม่ได้ทำ”
ขอนอ้าปากค้าง หลงน้อยยิ้มกล่าวต่อ
“ถูกแล้ว เพราะฉะนั้น พวกลิ่วล้อของกอเข่อย่อมติดตามพวกเรามาได้”
ขอนยิ้มมุมปาก
“้ต้องเป็เช่นนี้ ถึงจะสมใจ หากเป็มันพวกนั้นเราจะลองสู้กับมันสักครา หากเห็นเื่ราวไม่ดีให้เ้าติดตามข้าอย่าไดัลังเลใจ ข้าก็มีเื่ที่เ้าคาดไม่ถึงเช่นกัน”
หลงน้อยเงยมองสหายผู้สูงกว่าอย่างประหลาดใจ ยิ่งนับวันที่คบหากันเป็เพื่อนยิ่งมีตัวตนที่หลงน้อยไม่เคยรู้จักและไม่คาดคิดมาก่อนว่าขอนจะเป็
ขอนที่ครั้งหนึ่งหลงน้อยเคยมองว่าเป็คนตื้นเขิน รู้จักแต่ใช้กำลังหวังไปเป็ใหญ่ในท้องถิ่น กลับมีตัวตนอีกภาคหนึ่งที่ตนมองไม่เห็น ความสามารถที่ขอนมีให้เห็นในวันนี้ล้วนมาจากความมุมานะขยันฝึกฝน ทั้งการไปเรียนวิชาต่อสู้กับกอเข่อ ทั้งฝึกด้วยตนเอง ทั้งในความเปิดเผยไร้เล่ห์เหลี่ยมที่แท้มิใช่ความขลาดเขลาไร้การวางแผนแต่อย่างใด หลงน้อยเกิดความเชื่อมั่นในการหาทางออกของขอนขึ้นมาเต็มเปี่ยม กล่าวว่า
“ตกลง พวกเรารอสักครู่หากรับมือไม่ได้ ขอเพียงเ้าเคลื่อนไหวข้าย่อมปฏิบัติตาม”
ทั้งสองััมือกันเป็ความหมายร่วมเป็ร่วมตาย
พลันที่ทั้งสองสิ้นเสียง เงาร่างสายหนึ่งะโจากป่าพงฝั่งที่ขอนเพิ่งออกมาสักครู่ บุคคลที่ปรากฏขึ้นเป็ผู้ที่ทั้งสองคาดไม่ถึงที่สุด
ที่แท้ กอเข่อ เ้าเขาห้าลูกมาถึงแล้ว
หัวหมู่ขวัญและหัวหมู่ทองคำ สู้พลางถอยพลางอยู่บนทางสายแคบนั้น หากแม้รุดไปข้างหน้ายังต้องระวังหลังอยู่เสมอ ข้อได้เปรียบคือฝ่ายศัตรูสามารถรุกเข้ามาได้ทีละคนสองคน แต่ที่น่าเสียดายคือทางสายแคบนี้ไม่สะดวกต่อการสลับกันจู่โจมด้วยยุทธวิธีที่ถนัด ดังนั้นแม้ไม่อยู่ในสถานการณ์คับขันแต่ยังขวางมือขวางเท้าอยู่มาก
หัวหมู่ทองคำร่ำร้องออกมา
“ท่านรีบรุดไปหาหลงน้อยและเด็กขอน ให้เราอยู่ขวางพวกมันไว้ที่นี่”
น้ำเสียงอันเด็ดเดี่ยวของหัวหมู่ทองคำสร้างความฮึกหาญให้แก่หัวหมู่ขวัญะโปราดออกไปควงแขวนต่อยใส่ข้อศอกคนผู้หนึ่งที่กำลังเงื้อดาบอยู่ จากนั้นกระโดคว้าจับดาบปลายเท้าดีดออกเข้ายอดอกคนผู้นั้นจนกระเด็นกระดอนไปด้านหลัง ขัดขวางกองกำลังของพวกม้นเองเอาไว้ครู่หนึ่ง จากนั้นโยนดาบให้แก่หัวหมู่ทองคำ
“ท่านออมกำลังไว้ ข้าจะกลับมา”
กล่าวจบสูดลมหายใจเข้าวิ่งตะบึงไปด้านหน้า ทิศทางสนโบราณห้าต้น
หัวหมู่ทองคำคว้าดาบไว้ยิ้มกว้าง ร้องท้าทาย
“เข้ามา พวกทรชนทั้งหลาย บิดาจะสั่งสอนให้หลาบจำ”
กล่าวจบฟาดดาบลงใส่ศีรษะคนผู้นำหน้าเต็มแรง
ที่แท้ในขณะเผชิญหน้าเ้าเขาห้าลูกพลันลอยทะยานขึ้นอาศัยกำลังมหาศาลเหยียบกิ่งก้านไม้หายลับเข้าพุ่มไม้ไป ปล่อยให้หัวหมู่ทั้งสองยืนตะลึงงันต่างคอยระแวดระวังรอบด้านเกรงว่ากอเข่อจะปรากฏออกมาทางใดเพื่อจู่โจม เมื่อรอคอยจนถึงปลายดาบแรกของลิ่วล้อเ้าเขาห้าลูกมาถึง ยังไม่มีเงากอเข่อปรากฏหัวหมู่ทั้งสองจึงทราบว่า เป้าหมายของกอเข่อไม่ใช่พวกตนก็สายไปเสียแล้ว ได้แต่พยายามล่าถอยไปในทิศทางสนโบราณห้าต้นเพื่อไปช่วยเด็กทั้งสอง
หลงน้อยสมเป็บุตรชายพระยาพิทักษ์ประจิม เมื่อสถานการณ์คับขันไม่สั่นเทาตื่นกลัว วางท่วงท่าอยู่ในท่าเตรียมพร้อมร่างกายกำลังปรับสภาพให้มีความเร่งทีละน้อยตามแบบฉบับของสายลมอุดร
ขอนที่ตัวสั่นเทาในตอนแรก ไม่มีผู้ใดทราบความร้ายกาจของกอเข่อยิ่งกว่าขอน ด้วยเหตุที่ร่ำเรียนวิชากับมันมานาน รู้เห็นความร้ายกาจของฝ่ามือที่มีกำลังขนาดป่นศิลาได้นั้นเป็อย่างดี
ในทางกลับกัน กอเข่อ ผุ้สอนวิชาการต่อสู้ให้ขอนทราบจุดเด่นของเด็กชายร่างใหญ่นี้ดีในด้านพละกำลังที่อาจเทียบได้แม้ตนเอง หลายปีที่ผ่านมามันเพียง้าลายแทงขุมทรัพย์ดังนั้นแม้ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้แก่ขอนกลับก็บงำวิชาและเคล็ดบางประการเอาไว้เสมอ สำหรับเด็กร่างใหญ่นี้กอเข่อจึงไม่รู้สึกหนักใจเพียงใด เพียงแต่เด็กน้อยผิวดำผู้นี้จะอย่างไรไม่เคยปรากฏชื่อเสียงเรียงนามมาก่อน กลับซ่อนวิชาการต่อสู้เอาไว้อย่างแเี ตนหวนนึกดูเมื่อครั้งประลองกับหลวงพ่อฟูกลับถูกหลอกลวงเสียสนิท ตอนนั้นคิดไปเองว่าเ้าอาวาสสำแดงฝีมือหยุดร่างลอยคว้างของเด็กน้อยนี้ไว้ ที่แท้เป็เด็กน้อยนี้มีวิชาของตนอยู่แล้ว ครุ่นคิดไปหลวงพ่อฟูคล้ายไม่มีวิชาต่อสู้จริงๆ
หลังน้อยกล่าวในที่สุด
“อาทั้งสองของพวกเรา เป็อย่างไรแล้ว”
กอเข่อแหงนหน้าหัวร่อ
“ข้าอยู่ที่นี่แล้ว เ้าคิดว่าอย่างไร”
หลงน้อยร้องเฮอะ
“ต่อให้เ้ามีความสามารถกว่านี้อีกเท่าตัว ยังไม่สามารถพิชิตท่านอาทั้งสองในเวลาอันสั้นเพียงนี้”
เมื่อพูดจบหลงน้อยจึงบังเกิดความคิดแปลกประหลาดประการหนึ่ง เข้าใจในที่สุดว่า สำหรับกอเข่อไม่มีสิ่งใดสำคัญกว่าขุมทรัพย์ที่เคยเป็ของมัน ขุมทรัพย์นั้นเพียงพอให้มันขยายอำนาจออกไป ทั้งยังสร้างกองกำลังอันยิ่งใหญ่สมใจ กอเข่อที่แท้อาจคิดการณ์ใหญ่กว่าเป็เพียงเ้าเขาห้าลูกในถิ่นห่างไกลนี้
กอเช่อยกมือไพล่หลังไว้ ยิ้มแย้มราวกับผู้ใหญ่ใจดี
“พวกเ้าใยต้องวุ่นวายไป ท่านอาพวกเ้าเป็นักโทษทางการ สมควรถูกจับกุมตัว อย่าว่าแต่พวกมันมีค่าหัวให้ส่งตัวไปอย่างปลอดภัย ข้าไม่มีความจำเป็อันใดต้องสังหารคน”
มันหยุดเล็กน้อยเลิกคิ้วขึ้น ผายมือกว้าง
“ขอนเ้าก็รู้ข้าเป็คนอย่างไร ลูกน้องข้าทุกคน ข้าเลี้ยงดูอุ้มชูอย่างดี เ้าเป็หนึ่งในคนที่ข้าวางใจที่สุด ในอนาคตอย่าว่าแต่เป็รองหัวหน้ากลุ่ม แม้เป็หัวหน้ากลุ่มแทนที่ข้าก็ย่อมได้”
ขอนคิดในใจว่า เ้าเป็อย่างไรไฉนเราจะไม่ทราบจนซึ้งแก่ใจ
“เห็นเ้าวิ่งวุ่นวาย ข้าอดเป็ห่วงไม่ได้ เ้ามันคนซื่อไม่ทันใครอาจถูกหลอกลวงได้” กล่าวจบ กอเข่อปรายตามองไปยังหลงน้อย
กอเข่อล้วงสิ่งของในอกเสื้อออกมา เป็ถุงหนังใบหนึ่งขอนจำมันได้เพราะตนบรรจุบันทีกห้าเล่มของพรานไพรล่องหนฉบัยปลอมไว้ภายใน
“นี่บันทึกพ่อเ้า มารับไปสิ ข้าเอามันมาเก็บไว้ เห็นมีโจรร้ายในที่อยู่ของเ้า เ้าเองไม่ทราบหายไปที่ใดรู้สึกอดเป็ห่วงไม่ได้ ข้าไม่โทษเ้าหรอกที่เก็บเื่บันทึกนี้เป็ความลับเอาไว้ เป็ผู้ใดย่อมต้องเก็บบันทึกนี้ไว้ไม่บอกไปอย่าว่าแต่เป็ของดูต่างหน้าบิดาเ้า”
กอเข่อเห็นเด็กน้อยทั้งสองยืนนิ่งไม่ไหวติง ไม่ทราบคิดเื่ราวใด มันประเมินว่าหากล่อใจขอนผู้มักใหญ่ใฝ่สูงด้วยตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มในอนาคต ขอนต้องใจอ่อนลงเป็แน่ มันเพียงไม่ทราบว่าขอนในวันนี้แตกต่างกับขอนเมื่อวันวานอย่างไร
ขอนมีสีหน้าหวั่นไหวใจปรากฏขึ้นขณะกอเข่อเอ่ยถึงเื่ตำแหน่งในก่องกำลัง หลงน้อยปรายตามองด้วยสีหน้ากังวล ทำให้กอเข่อรู้สึกกระหยิ่มใจนัก
“เอ้า เ้าเข้ามาเอาไปสิ” กอเช่อร้องซ้ำ
มันดีดลูกคิดรางแก้ว หากแม้ขอนมีท่าทีอ่อนลง มันจะรีบพิชิตเด็กผิวดำที่มีความไวเป็เลิศไว้ก่อน หลังจากนั้นค่อยสอบถามขอนให้แน่ว่ายังมีผู้ใดล่วงรู้ลายแทงนี้อีกหรือไม่ ทั้งหมดที่มัน้าคือให้แน่ใจว่า นอกจากคนทั้งสี่แล้วไม่มีผู้อื่นที่สามารถเข้าถึงขุมทรัพย์ได้อีก หากแม้ขอนประพฤติตัวดีในโอวาส สำหรับมันย่อมเป็ผลดี เพราะเด็กน้อยนี้อาจมีความจำเป็ต่อมันในการถอดรหัสเข้าถึงขุมทรัพย์ได้ หากแม้ขอนไม่ยินยอมทำตามมันถึงตอนนั้นค่อยกำจัดทิ้งยังไม่สาย หาไม่เช่นนั้นแล้วมันคงสังหารทั้งคู่เสียแต่แรกไม่เสียเวลาเจรจาอยู่เป็นาน
ขอนเผยอยิ้มออกมาอย่างโง่งม กล่าวงึมงำเสียงแ่เบาขณะ ยื่นมือไปข้างหน้าเพื่อรับบันทึกห้าเล่มนั้น
กอเข่อผู้ลิงโลดใจนั้น เงี่ยหูฟังขอนที่กล่าวแ่เบาราวแมงหวี่กระพือปีก ขณะจะถามว่ากล่าวอะไร ขนแขนในร่างกายลุกชันขึ้นมาเป็ปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายที่ได้ยินเสียงแหวกฝ่าอากาศ
กอเข่อมองเยื้องไปทางซ้ายมือ เห็นเด็กผิวดำกระโจนมาข้างหน้าด้วยความเร็วสูงสุด เด็กน้อยนั้นดีดฝ่าเท้าออกมา แต่ทว่าเป้าหมายมิใช่ตนเองกลับเป็ถุงหนังในมือของมัน
กอเข่อรีบหดมือกลับไป อันเป็การตอบสนองตามธรรมชาติ หากแม้มันวาดฝ่ามือเข้าใส่หลงน้อย ไม่แน่ว่าเด็กน้อยนี้คงสิ้นชีพอยู่ที่นี่ แต่กอเข่อผู้หวงแหนลายแทงนั้นย่อมรู้สึกทนไม่ได้ที่บันทึกห้าเล่มจะเกิดการเสียหาย ดังนี้นทั้งที่ใช่ว่าบันทึกห้าเล่มจะเสียหายจริงยังมีปฏิกิริยาที่ปกป้องเอาไว้
เมื่อกอเข่อรั้งมือกลับ ปล่ายเท้านั้นของหลงน้อยจึงพลาดเป้าไป
การจู่โจมหลงน้อยได้สะกิดความดุร้ายของมันขึ้นมา บัดนี้กอเข่อเปลี่ยนใจจาก้าสยบเด็กผิวดำเอาไว้เปลี่ยนเป็้ากำจัดให้สิ้นไปให้จงได้ หากกล่าวถึงฝีมือแล้วเด็กน้อยนี้อีกสิบคนมันยังไม่ใส่ใจ แต่ในด้านความเร็วแล้ว หากให้เด็กนี้หลบหนีมันไปไม่ทราบเมื่อใดจะติดตามได้อีก มันจึงง้างฝ่ามือซ้ายชึ้นอย่างรวดเร็ว
ในขณะนั้นเองเื่ที่กอเข่อคาดไม่ถึงอุบัติขึ้น
หมัดหนาหนักข้างหนึ่งวิ่งมาในทิดทางด้านขวาของมันที่ถือประคองบันทึกห้าเล่มอยู่
กอเข่อเหลือบสายตามองดู เห็นขอนที่ดูเซื่องซึมคล้อยตามเมื่อสักครู่กลับมีประกายตาเป็ประกายสุกใส หมัดซ้ายที่รวบรวมกำลังทั่วร่างวิ่งเลียบต่ำกว่าเอวเล็กน้อยเสียบเสยขึ้นมาในระยะประชิด
กอเข่อตวาดคำสบถออกมาก้อง หากให้ใช้ฝ่ามือที่ง้างขึ้นจู่โจมใส่หลงน้อย เปลี่ยนเป็รั้งกลับมารับมือย่อมทำไม่ได้ ดังนั้นได้แต่ปล่อยบันทึกห้าเล่มร่วงลงพื้น ใช้ฝ่ามือขวาต้านรับเอาไว้อย่างหักโหม
กอเข่อจะอย่างไรเสีย แม้ดูผ่อนคลายทว่าไม่ทิ้งลายเสือร้ายเดิม ประเมินฝ่ายตรงข้ามไม่หยุดยั้ง มีความระแวดระวังตลอดเวลา ดังนั้นแม้เผลอไผลเข้าใจผิดไปยังไม่ถึงกับสิ้นท่าเสียที ในสิบส่วนแล้วยังระมัดระวังขอนอยู่สามส่วน เนื่องจากขอนมีเื่เล็กน้อยประการหนึ่งรบกวนจิตใจมัน เมื่อเห็นหมัดในจังหวะเผลอของขอนมันจึงเข้าใจทะลุปรุโปร่ง ที่แท้เื่ที่รบกวนจิตใจมาตลอดคือขอนที่ดูโง่งมกลับตบตาเื่บันทึกห้าเล่มในหลายปีที่ผ่านมา ไม่เคยแพร่งพรายออกและไม่เคยใช้ออกด้วยความรู้ใดในบันทึกเ่าั้ แต่กลับนำทางคนทั้งสี่มาได้ถึงเพียงนี้ ดังนั้นตัวโง่งมนี้คงมิใช่ตัวโง่งมโดยแท้แต่อย่างใด
เสียงหมัดปะทะฝ่ามืออย่างหนักหน่วง เื่ที่ไม่ควรเกิดกลับบังเกิดขึ้น เ้าเขาห้าลูกกลับเสียหลักไปด้านหลังสองก้าว ข้อมือที่แข็งแรงขนาดป่นศิลานั้นเกิดชาด้านขึ้นมา กอเข่อรู้สึกประหลาดใจระคนตื่นตระหนกจนหน้าเปลี่ยนสี ในใจคิดถึงบันทึกห้าเล่ม
หรือว่ามียอดวิชาใดซ่อนอยู่เด็กน้อยนี้จึงมีกำลังถึงเพียงนั้น
กอเข่อไม่ทราบว่า ขณะมันแหงนเงยหน้าหัวร่อในทีแรก ขอนแสร้งยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนใบหน้า แต่ลอบป้อนหินสีนภาแห่งกำลังเข้าปาก ผลลัพธ์ของหินสีกำลังบังเกิดผลอันรุนแรงกว่าการใช้ในครั้งแรก ขอนรู้สึกราวกับเมื่อครั้งใช้หินสีวายุเมื่อครั้งประลองความเร็วกับหลงน้อยที่ทำให้รู้สึกตัวเบาจนเหนือจริง ในครั้งนี้ก็เช่นกันที่รู้สึกมีกำลังจนแทบต่อยศิลาเป็ผุยผงและปรากฏขึ้นเพียงชั่วขณะเท่านั้น จึงมีเพียงหนึ่งหมัดนี้หมัดเดียวที่ทำให้กอเข่อถึงกับแตกตื่นจนหน้าถอดสี
ในเวลาเดียวกันหลงน้อยหมุนตัวอีกครา เป้าหมายยังเป็บันทึกห้าเล่มนั้นอยู่ คราวนี้เมื่อไม่มีกอเข่อขัดขวางจึงเตะถูกถุงหนังใบนั้นุถนัดุถนี่ ถุงหนังนั้นลอยละลิ่วปลิวไปในพงไม้ด้านตะวันตก
“ขอน พวกเราไป ไม่ต้องสนใจบันทึกนั่นแล้ว เอาชีวิตรอดก่อน”
หลงน้อยะโ สีหน้าเคร่งเครียดแต่ทว่าในใจนึกหัวร่อที่ตนกล่าวอธิบายจนชัดเจนเพื่อให้กอเข่อมิสงสัยในบันทึกห้าเล่มที่มัน
กอเช่อแยกเขี้ยวคำรามออกมา เบิกตาดูถุงหนังที่ลอยไปลืมเลือนเื่ข้อมือด้านชาไปชั่วขณะ เกิดความรู้สึกอย่ากทุบตีเด็กผิวดำนี้ไห้สาสม เห็นขอนออกตัววิ่งไปในทิศตะวันออกซึ่งเป็ตำแหน่งที่มีบ่อน้ำอยู่ ตามติดด้วยเด็กผิวดำที่มันเกลียดชังนัก
ในที่สุดกอเข่อเลือกติดตามถุงหนังใบนั้น ทิ้งโอกาสทำร้ายเด็กทั้งสองจากด้านหลังไป มันเลือกที่จะแน่ใจว่าตนได้ลายแทงขุมทรัพย์ไว้ หากแม้จัดการเด็กทั้งสองแล้วทำบันทึกห้าเล่มสูญหายคงเสียใจเป็ที่สุดแล้ว
เมื่อมันะโคว้าถุงหนังไว้ได้ หันไปเหลียวดูเห็นเพียงเงาหลังของเด็กผิวดำที่ผลุบหล่นหายไปในบ่อน้ำนั้น
กอเข่อซุกถุงหนังนั้นไว้ในอกเสื้อ วิ่งไปที่ขอบบ่อน้ำนั้นมองไปมองไม่เห็นก้นบ่อ ได้ยิ่นเสียงสิ่งของหล่นในน้ำสองครา นั่นย่อมเป็เสียงเด็กน้อยทั้งสองทะยอยหล่นลงสู่ผิวน้ำ
มันลังเลใจครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจะโติดตามลงไป