เย่หยุนซีหาได้สนใจความแตกตื่นของดรุณีน้อยไม่ หลังจากกางค่ายกลจนเสร็จ เขาก็พลันพุ่งทะยานไปด้านหน้าโดยไม่ลังเลใจ มือทั้งสองข้างกลายเป็นกรงเล็บมังกรเงินทอประกายแสงงดงาม บริเวณด้านหลังยังปรากฏกระบี่น้ำแข็งหลายสิบเล่มแผ่ไอเย็นสุดขั่วต่อต้านความร้อนของเปลวเพลิงแท้จริงรูปแบบลาวา
“แม่นางน้อย เจ้าโจมตีทางด้านขวา ส่วนข้าจะโจมตีทางด้านซ้ายมือของมัน!!” บุรุษแผดเสียงตะโกนออกคำสั่ง
ร่างของจิ่วซวงกระตุกเล็กน้อย จากนั้นเร่งพลังปราณและพลังสายเลือดของตนเองและพุ่งทะยานตามหลังเย่หยุนซีไปโดยไม่รอช้า เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา! การต่อสู้ระหว่างพวกเขากับร่างจำแลงของเปลวเพลิงแท้จริงจึงได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
จิ่วซวงรัวหมัดซึ่งอัดแน่นไปด้วยพลังปราณห้าธาตุและพลังมืดใส่ร่างยักษ์อย่างบ้าคลั่ง ทางฝั่งเย่หยุนซีมิได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน กระบี่น้ำแข็งของเขาถูกบังคับให้ซัดโหมกระหน่ำโจมตีเป้าหมายราวกับพายุก็ไม่ปาน
แต่ด้วยความที่ร่างจำแลงเปลวเพลิงมีพลังถึงระดับมหาจักรพรรดิขั้นที่ 5 ตัวมันจึงหาได้สะทกสะท้านไม่
“ปั้ง”
“อึก! พลังป้องกันของมันแข็งแกร่งเกินไป!!” หลังจากใช้ออกด้วยทักษะ ทลายสวรรค์ ธิดามารจิ่วซวงพลันถูกพลังสะท้อนกลับจนต้องถอยร่นไปหลายสิบก้าว ใบหน้าเริ่มซีดขาวเพราะพลังระดับจักรพรรดิขั้น 1 ถูกเรียกใช้อย่างเต็มที่ในเวลาอันสั้น
แลเห็นภาพนี้ บุรุษหนุ่มรีบกระโจนถอยหลัง จากนั้นเอ่ยว่าด้วยน้ำเสียงรีบนิ่งไม่ทุกข์ร้อนอะไร “เปลวเพลิงนี้เกิดจากการหลอมรวมกันของธาตุ ไฟ น้ำ ทอง และดิน ไม่แปลกเลยที่มันจะมีพลังป้องกันสูงมาก........แต่ถ้าลองสังเกตุดูสักนิดจะเห็นว่าการเคลื่อนไหวของมันก็ช้ามากเช่นกัน แถมยังโจมตีตามสัญชาตญาณอีกต่างหาก ดังนั้นสิ่งที่พวกเราต้องทำก็คือโจมตีจุดเดิมซ้ำๆไปเรื่อยๆจนกว่าเกราะของมันจะแตกสลาย”
“แต่เกราะนั่นมันอยู่ระดับมหาจักรพรรดิขั้น 5 เลยนะ พี่ชาย” จิ่วซวงไม่ค่อยมั่นใจในพลังของตนเองเท่าไหร่ เพราะอีกฝ่ายมีพลังเหนือกว่านางถึง 1 ระดับกับอีก 4 ขั้น แถมแต่ละขั้นยังห่างชั้นราวก้นหุบเหวกับยอดขุนเขา
“อืม ถ้างั้นเปลี่ยนแผน เจ้าโจมตีสุดแรงไปบริเวณหน้าอกของมัน 1 ครั้ง ส่วนที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้า” จบคำ! เย่หยุนซีพลันหลับตาตั้งสมาธิรวบรวมพลัง
ส่วนทางฝั่งดรุณนีน้อยคนงามเมื่อได้สดับวาจานั้น ก็เร่งพลังปราณ 5 ธาตุและพลังมืดอย่างสุดขีดจนลวดลายอักขระตามตัวแปรเปลี่ยนจากสีดำเป็นสีแดงฉานราวกับโลหิตก็ไม่ปาน ที่ด้านบนศีรษะปรากฏเขาปีศาจเล็กๆ 2 เขา
“หนึ่งหมัดดับสวรรค์!!”
นางเอ่ยปากกล่าว ลมปราณ 5 ธาตุหมุนวนเป็นเกลียวราวกับพายุ 5 สี ก่อนที่จะหลอมรวมกลายเป็นลูกแก้วพลังงานขนาดเท่ากำปั้น
ธิดามารจิ่วซวงหลอมรวมพลังมืดต่อยสุดแรงไปยังลูกแก้วพลังงานดวงนั้น ลำแสง 5 สีสันต์พุ่งตรงเข้าใส่ใจกลางหน้าอกของร่างจำแลงยักษ์เปลวเพลิง ส่งผลให้เกราะของมันเกิดรอยแตกร้าวเล็กๆขึ้นมา
“ตอนนี้แหละพี่ชาย!”
“อ่า เจ้าวางใจได้”
เย่หยุนซีเคลื่อนกายมาอยู่เบื้องหน้าของผู้เป็นธิดามาร ทั่วทั้งร่างกายของเขาบัดนี้ปรากฏชุดเกาะสีดำลวดลายสีทองอร่าม ออร่าพลังปราณดุดันและแกร่งกล้ากว่าเดิมหลายร้อยเท่า
เขาสะบัดกรงเล็บเบาๆ ส่งผลให้ร่างจำแลงยักษ์ลาวาถูกแบ่งเป็นห้าส่วนอย่างง่ายดาย แถมทักษะนี้ยังไม่วายทำลายกำแพงสุสานจนพินาศไปบางส่วน
“นะ นี่มัน!..........” จิ่วซวงถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า
“มัวทำอะไรอยู่ รีบไปหลอมรวมกับเปลวเพลิงแท้จริงสิ” เย่หยุนซีพูดเรียกสตินางกลับคืนมา ดรุณีน้อยจึงรีบบินเข้าไปหลอมรวมกับเปลวเพลิงแท้จริงที่นางต้องการในทันที
ส่วนทางด้านเย่หยุนซี หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น เขาก็รีบปลดชุดเกาะออกโดยไม่รอช้า จากนั้นกลืนกินเม็ดยาฟื้นฟูลมปราณจำนวนมากเข้าไป
“แห๊กๆ เพียงแค่สิบลมหายใจ พลังปราณก็หายไปเกือบครึ่ง! แถมพลังกายลดลงเป็นอย่างมาก เกราะทองคงกระพันช่างใช้งานลำบากยิ่งนัก ต่อไปข้าควรคิดให้ดีก่อนใช้”
พูดจบ! บุรุษหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองเปลวเพลิงแท้จริงที่เหลืออยู่หลายสิบชนิดในทันใด ก่อนจะหลับตาพาตัวเองเข้าไปในทะเลจิตวิญญาณ ยกมือขึ้นแตะหอคอยหยินหยางพร้อมทั้งบอกจุดประสงค์ของตนเองออกไป
“หอคอยหยินหยาง ข้าอยากจะเก็บเปลวเพลิงแท้จริงเหล่านี้ไปเผื่อทุกคน เจ้าพอจะช่วยเหลือข้าได้หรือไม่?”
“โฮก!”
ราวกับล่วงรู้ความต้องการของผู้เป็นนาย มังกรสีขาวทางฝั่งหยางที่โอบล้อมหอคอยเอาไว้พลันร้องคำราม แสงสีขาวซึ่งเต็มไปด้วยพลังหยางฉาบย้อมไปทั่วทั้งทะเลจิตวิญญาณในเสี้ยวพริบตา ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ได้ฉาบย้อมเพียงทะเลจิตวิญญาณเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
เนื่องจากร่างกายของเย่หยุนซีในเวลานี้พลันเปร่งแสงสีขาวออกมาปกคลุมทั่วทั้งห้องโถงเอาไว้ เปลวเพลิงแท้จริงจำนวนหลายสิบชนิดค่อยๆหายไป เหลือไว้เพียงเปลวเพลิงรูปลักษณ์ลาวาที่ธิดามารจิ่วซวงกำลังหลอมรวมอยู่เพียงเท่านั้น
และทันที่เย่หยุนซีลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ใบหน้าของเขาก็ประดับไปด้วยรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจ เปลวเพลิงแท้จริงจำนวนหลายสิบชนิดไม่ได้หายไปไหนไกล แต่ถูกพลังหยางของหอคอยหยินหยางห่อหุ่มเอาไว้และถูกส่งไปในมิติเก็บของไร้ขีดจำกัด
“สมแล้วที่เป็นสมบัติที่มีระดับเหนือกว่าเทวะ อำนาจในการสะกดข่มช่างน่าอัศจรรย์” เขากล่าวออกมาเช่นนั้น ในใจอยากไปจะถึงระดับเซียนเร็วๆเพราะอยากรู้ความสามารถของหอคอยหยินหยางมากกว่านี้
# เปลวเพลิงแท้จริง ถ้าเก็บไปเฉยๆมันจะไม่พยศนะครับ ต้องอยู่ในกระบวนการหลอมรวมเท่านั้นถึงจะสำแดงร่างจำแลงและเกิดการพยศ(ในที่นี้ไม่นับรวมเปลวเพลิงแท้จริงที่แข็งแกร่งมากๆจนเบิกสติปัญญา รายนั้นแค่เข้าใกล้ก็อาจจะโดนฆ่าได้ในทันที)