จารึกที่ 23 : เงาอดีตที่หวนคืน : การเจรจาบนคมมีด
แรงกดดันิญญาอันมหาศาลหนักอึ้งราวกับขุนเขานับพันลูกทลายลงมาทับถมกลางอก ทำให้อากาศภายในโรงรับจำนำิญญาหยุดนิ่งจนน่าขนลุก ควันกำยานที่เคยลอยอ้อยอิ่งกลับถูกตรึงค้างอยู่กลางอากาศบรรยากาศเงียบสงัดวังเวงจนได้ยินเสียงหัวใจของอาเจียที่เต้นระรัวดุจกลองศึก
อาเจียพยายามจะก้าวขาหนี แต่ขาทั้งสองข้างกลับหนักอึ้งราวกับถูกเททับด้วยตะกั่วร้อน เขาเหลือบมองหลินชิงเสวี่ยที่ยืนหน้าซีดเผือด นางกำด้ามกระบี่แน่นจนข้อนิ้วขาวโพลน แต่ไม่อาจชักกระบี่ออกจากฝักได้
เสียงฝีเท้าแ่เบาแต่หนักแน่นดังลงมาจากบันไดไม้สักทอง ตึก... ตึก... ทุกย่างก้าวบีบคั้นหัวใจให้เต้นช้าลง
ร่างของบุรุษผู้หนึ่งค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้นภายใต้แสงตะเกียงสลัว เขาสวมชุดคลุมสีม่วงเข้มปักลวดลายกะโหลกเงิน ใบหน้าหล่อเหลาแต่ซีดเซียวราวกับกระดาษ ริมฝีปากบางเฉียบเหยียดยิ้มเ็า และในมือถือพัดจีบที่ทำจากกระดูกนิ้วมืุ์
[หนี!] เสียง มู่เฉิน กรีดร้องลั่นในห้วงจิติญญาด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน [อาเจีย! หนีไป! นั่นคือ 'โม๋หยา (魔牙 - เขี้ยวมายา)'... รองเ้าสำนักหัตถ์มาร! ...มันคือคนที่ทำลายกายหยาบของข้าเมื่อพันปีก่อน!]
"พันปีก่อน?" อาเจียตาเหลือกลาน "ทำไมมันยังไม่ตายอีกฟะ! กินยาอายุวัฒนะยี่ห้อไหนเนี่ย!"
"โอ้... ไม่ได้เจอกันนานนะ กลิ่นอายแบบนี้..." โม๋หยาเดินลงมาหยุดที่หน้าเคาน์เตอร์ สายตาคมกริบจ้องมองทะลุผ่านอาเจียไปที่พู่กันนิรันดร์ "เ้าเฒ่ามู่เฉิน... ยังไม่ไปผุดไปเกิดอีกหรือ? ซ่อนตัวอยู่ในพู่กันไม้ผุๆ นั่นคงสุขสบายดีสินะ?"
อาเจียกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ พยายามรวบรวมสติ (และความงก) กลับคืนมา "เอ่อ... ท่านาุโรู้จักกับ... เอ้ย! ข้าไม่รู้ว่าท่านพูดเื่อะไร ข้าเป็แค่พ่อค้าธรรมดาที่ผ่านมาขายของเก่า!"
"พ่อค้า?" โม๋หยาหุบพัดดัง พับ! แรงอัดอากาศกระแทกจนถ้วยชาบนโต๊ะแตกละเอียด "งั้นเรามาคุยธุรกิจกัน... ส่ง 'เนตรอสูรา' ชิ้นนั้นมา แล้วข้าจะมอบความตายที่รวดเร็วให้เ้าเป็รางวัล"
"โห... ข้อเสนอขาดทุนย่อยยับเลยนะนั่น" อาเจียฝืนยิ้มใจดีสู้เสือ เขาค่อยๆ หยิบชิ้นส่วนดวงตาออกมาถือไว้แน่น "ท่านาุโ... ของชิ้นนี้เปราะบางมากนะขอรับ ถ้าข้าเผลอทำตกแตก หรือมือลั่นปล่อยพลังปราณใส่มันแรงไป... ตูม!ภูมิปัญญาข้างในหายวับไปกับตานะเออ"
"เ้าขู่ข้า?" โม๋หยาหรี่ตาลง บรรยากาศรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยวเป็รูปเงาปีศาจ "คิดว่ามดปลวกอย่างเ้าจะทำลายสมบัติระดับาได้รึ?"
"ทำลายไม่ได้... แต่ทำให้ 'เสียราคา' ได้นะ!"
อาเจียตวัด พู่กันนิรันดร์ อย่างรวดเร็ว วาด อักขระหลิง (零) ลงไปบนผิวเนตรอสูร!
"วิชาลับ... ผนึกสินค้าชำรุด!"
อักขระสีดำซึมหายวูบเข้าไปในดวงตา ทันใดนั้น แสงสีแดงที่เคยสว่างไสวก็ดับวูบลง กลายเป็ก้อนหินด้านๆ ไร้ราคา
"ข้าปิดผนึก ชีพจรศัสตรา ของมันไว้แล้ว!" อาเจียะโเสียงหลง "ถ้าข้าตาย ผนึกนี้จะกลายเป็ 'หลุมดำ' ดูดกลืนความทรงจำข้างในจนเกลี้ยง! มีแค่ข้าคนเดียวที่คลายมันได้! จะเอาของเสีย หรือจะเอาของดี... เลือกเอา!"
โม๋หยาชะงัก สีหน้าเรียบเฉยเริ่มปรากฏรอยร้าวแห่งความโกรธ "เ้าเด็กเล่ห์จัด..."
"การค้าขายต้องมีความเสี่ยงจริงไหม?" อาเจียยักคิ้วกวนประสาท ทั้งที่ขาเริ่มสั่นพั่บๆ "เอาอย่างนี้... ปล่อยพวกข้าไป แล้วข้าจะทิ้งวิธีแก้ผนึกไว้ให้ที่หน้าประตูเมือง... ยุติธรรม ทั้งสองฝ่าย!"
"หึหึหึ..." โม๋หยาหัวเราะเสียงต่ำจนพื้นไม้สั่นะเื "น่าสนใจ... นานแล้วที่ไม่มีใครกล้าต่อรองกับข้าเช่นนี้ แต่เ้าลืมไปอย่างหนึ่ง... ที่นี่คือ 'โรงรับจำนำิญญา' ของข้า... ทุกอย่างในร้านนี้ฟังคำสั่งข้า!"
สิ้นเสียงโม๋หยา ของมีค่าทุกชิ้นในร้านก็เริ่มสั่นไหว! ดาบโบราณบนผนังลอยเคว้งคว้าง หุ่นเชิดิญญา เริ่มขยับแขนขา กรงขังิญญาสัตว์อสูรส่งเสียงกรีดร้องระงม!
"แย่แล้ว! แม่นางหลิน!" อาเจียหน้าซีด "อุบายสำรอง! ใช้อุบายสำรอง!"
"อุบายสำรองคืออะไร?" หลินชิงเสวี่ยะโถามขณะปัดป้องแจกันลายครามที่พุ่งเข้าใส่
"อุบายสำรองก็คือ... บึ้ม ไงเล่า!"
อาเจียควัก "ยันต์ะเิเพลิง" ที่เหลืออยู่ปึกสุดท้ายออกมา แต่คราวนี้เขาไม่ได้ปาใส่โม๋หยา... เขาปาใส่ "ชั้นวางตะเกียงน้ำมันหอมระเหย" ที่อยู่ข้างผนัง!
เพล้ง! ตูมมมม!!!
เปลวเพลิงลุกโชนขึ้นทันทีเมื่อน้ำมันหอมระเหยติดไฟ ควันไฟคละคลุ้งไปทั่วร้าน บดบังวิสัยทัศน์จนมืดมิด
"ไปเร็ว! ตอนที่มันยังมองไม่เห็น!" อาเจียคว้ามือหลินชิงเสวี่ย พุ่งชนหน้าต่างไม้แกะสลักจนแตกกระจาย โครม! ะโลอยตัวออกสู่ความวุ่นวายของตลาดราตรีเบื้องล่าง
"จับมัน!" เสียงโม๋หยาคำรามลั่นมาจากกองเพลิง "จับเป็! ข้าจะเลาะกระดูกมันออกมาทำพู่กัน!"
อาเจียและหลินชิงเสวี่ยร่วงลงสู่หลังคาผ้าใบของร้านขายยาข้างล่าง แล้วกลิ้งหลุนๆ ลงมาบนถนนดิน ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเหล่าพ่อค้าและนักเที่ยวราตรี
"แฮก... แฮก... เกือบไปแล้ว..." อาเจียลุกขึ้นปัดฝุ่น สำรวจเนตรอสูรในมือที่ยังปลอดภัย "เห็นไหม? บอกแล้วว่าข้าเจรจาเก่ง!"
"เก่งกับผีน่ะสิ!" หลินชิงเสวี่ยหอบหายใจ ชี้ไปข้างหลัง "ดูนั่น!"
ฝูงชนในตลาดเริ่มแตกฮือ เมื่อร่างของ โม๋หยา ลอยตัวออกมาจากกองเพลิงอย่างสง่างาม ไร้รอยขีดข่วน พร้อมกับเงาดำทมึนด้านหลังที่ก่อตัวเป็รูป "อสูรเงาแมงมุม" ขนาดั์ เตรียมจะไล่ล่าพวกเขาทุกฝีก้าว!
"วิ่งสิครับรออะไร!" อาเจีย โกยแน่บหนีตาย ทันที "ใครขวางทางพ่อชนแหลก! หลบไป! มัจจุราชไล่หลังมาแล้ว!"