***อัตตาที่ถูกคัดลอก [บาวล์]
“นี่ เวนโกลี่”
[เวนโกลี่] นั่นคือชื่อของผมอย่างงั้นหรือครับ?
รูปร่างของผมนั้น คือวัตถุทรงกลมที่เต็มไปด้วยแขนกลสีขาวจำนวนมาก
มันเป็นรูปร่างที่ดูทรงพลังไม่เลวเลยละ
“ไม่สิ ตอนนี้ต้องบอกว่าเจ้าคือ [บาวล์] ร่างสำรองของเรามากกว่า… หรือควรตั้งเป็นชื่ออื่นดีนะ? ”
… รู้สึกเหมือนผมจะถูกเปลี่ยนให้ไปใช้ชื่อว่า [บาวล์] แทนแล้วสิครับ
ภาพแรกที่ผมได้เห็นและจดจำบันทึกลงไป คือภาพของผู้สร้างที่เป็นชายหนุ่มหน้าตาดี
“เจ้าน่ะเป็นตัวแบ็คข้อมูลของเรา แต่เจ้าก็ไม่ใช่ตัวเรา เพราะมีส่วนหนึ่งที่เป็น [เวนโกลี่] และเราได้ถอดข้อมูลส่วนที่เป็น [ความรู้สึก] ออกมาแล้ว รวมไปถึงความทรงจำที่ไม่จำเป็นด้วย ดังนั้น จงสบายใจได้ ประวัติศาสตร์ไม่มีทางซ้ำรอยแน่นอน”
ที่พูดมานี้ ท่านผู้สร้างหมายถึงประวัติศาสตร์ของอะไรหรือครับ?
ถึงจะไม่เข้าใจในคำพูดของเขา แต่เขาคือผู้สร้างของผม และผมจำเป็นที่จะต้องเชื่อฟังเขา
“เราคนนี้กำลังจะหายไป คิดว่าจะฝากทุกอย่างเอาไว้กับราธ แต่… ยังไงซะก็ต้องมีคนดูแลระบบเตาสุริยะที่ 8 ดังนั้น ฝากเจ้าดูและระบบ รอคอยจนกว่าจะมี [เจ้านายที่เหมาะสม] ในอนาคตปรากฏตัวขึ้นมานะ และนี่คือหน้าตาของเหล่าพี่น้องของเจ้าที่อยู่ข้างนอก ถึงจะไม่เคยพบกันมาก่อน แต่ก็รักกันให้มาก ๆ เข้าไว้ก็แล้วกันนะ”
ได้ครับ ผมจะทำตามนั้น
หลังจากนั้นเป็นเวลาหนึ่งปี
ไม่มีใครมาเยือนผมเลยสักคน…
ถูกขังอยู่ในความมืด ไม่มีเพื่อนพูดคุย
นี่ผมต้องอยู่เฉย ๆ ในห้องนี้ไปอีกนานแค่ไหนกันนะ?
แต่ด้วยร่างกายที่ใหญ่โตแบบนี้ ถ้าคิดจะออกไป คงมีแต่ต้องพังกำแพงออกไปเท่านั้น
ดูท่าว่าผู้สร้างจะลืมคำนึงถึงเรื่องนี้ไปแฮะ
อืม… บางทีก็อยากลองเปลี่ยนบรรยากาศไปหาข้อมูลของโลกภายนอกบ้างจัง
จากรายงานของหุ่นยนต์กอลลิล่าที่ถูกใช้แทนแขนขาของผม ดูเหมือนว่าผมจะถูกสร้างให้อยู่ภายในหอคอยควบคุมที่เต็มไปด้วยเถาวัลย์จำนวนมาก
ข้างนอกหอคอย โลกที่ผมรู้จักผ่านทางสายตาของเหล่าหุนยนต์ก่อสร้าง มีเพียงแค่ภาพของธรรมชาติที่เห็นซ้ำวนไปมาไม่รู้กี่สิบครั้งแล้ว
มันไม่มีวี่แววของ [แขก] เลยแม้แต่น้อย
พูดตามตรงว่า [ว่าง]
“คุ้มกัน ดูแล รอคอย”
หน้าที่ของเรา มีเพียงแต่นั่งเฉย ๆ รอคอยเจ้านายแบบนี้เท่านั้น
ต่อให้เวลาผ่านไปอีกหนึ่งร้อยปี
“คุ้มกัน… ดูแล… รอคอย”
หรือสองร้อยปี
“คุ้มกัน… ดูแล… รอคอย”
หรือกระทั้งสามร้อยปี
“คุ้มกัน… ดูแล… รอคอย”
ผมก็ทำเพียงแค่รอคอย [เจ้านาย] ที่ว่าตามคำสั่งของผู้สร้างอย่างซื่อตรง
จนกระทั้งวันหนึ่ง
“คุ้มกัน….. ดูแล…. เพื่ออะไร? ”
ผมตั้งคำถามให้กับตัวเอง
ทำไมยังต้องมานั่งทำอะไรบ้า ๆ แบบนี้อีก?
นี่คือความหมายของการดำรงอยู่ของตัวผมเช่นนั้นหรือ?
“ราธ... โนอาร์… ทุกคน”
เห็นผู้สร้างเคยบอกมาว่าข้างนอกมีพี่น้องของผมอยู่ถึงแปดคน
แต่ผมถูกสั่งห้ามติดต่อพวกเขา จนกว่าจะพบกับ [เจ้านาย]
ไม่ค่อยเข้าใจถึงเหตุผล แต่ผู้สร้างเขาสั่งผมมาแบบนั้น
“คุ้มกัน…”
ผม… ถูกสร้างมาเพื่อทำหน้าที่แค่นี้… เท่านั้นเองหรือ…
แล้วทำไม… พอนึกถึงชื่อของพี่น้อง ระบบวิเคราะห์ต่าง ๆ ถึงเริ่มปั่นป่วนขึ้นมา?
“...”
อันตราย
พบระบบกำลังทำงานหนักจนความร้อนขึ้นสูง
ต้องปิดระบบด่วน
ขอสั่งเหล่าหุ่นยนต์ก่อสร้างกอลลิล่าทั้งหมด ทำหน้าที่เฝ้าระวังต่อไป
ส่วนผมนั้น ขอปิดระบบชั่วคราวเพื่อฟื้นสภาพอุณหภูมิ
สั่ง--- ปิดการทำงาน….
….
….
……
...พบการบุรุก...
...เปิดการทำงานของระบบ...
นี่ผมเผลอหลับไปนานแค่ไหนกันนะ?
บางทีอาจจะสองร้อยปี หรือมากกว่านั้น
ไม่สิ เรื่องนั้นช่างมันไปก่อน
พบการพยายามเจาะระบบในห้องวิจัยของผู้สร้างเหนือพื้นชั้นบนขึ้นไป
ตรวจสอบสภาพผู้รุกราน… พบชีวจักรกลกับสิ่งมีชีวิตเอเลี่ยนที่ไม่รู้จัก
ตรวจสอบจากบันทึกภาพ… ระบุตัวตนชีวจักรกล... [กรีด] [เอนวี่] [ราธ] [กลัทโทนี่ย์]
ตรวจพบ [เอนวี่] [ราธ] [กลัทโทนี่ย์] อยู่ในสภาพที่ไม่อาจเคลื่อนไหวได้
“ราธ...”
พบ… ภาพจำนวนมากไหลทะลุเข้ามาในระบบความจำ
ระบบความจำกำลังถูกรุกรานด้วยข้อมูลที่ไม่ทราบแหล่งที่มา
มันคือภาพของตัวผม [บาวล์] ที่กำลังใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับ [ราธ]
ในขณะเดียวกัน ก็มีภาพของหุ่นยนต์เมดรูปร่างชนเผ่าสิงโต [เวนโกลี่] ที่กำลังใช้ชีวิตสนุกสนานอยู่กับเหล่าพี่น้องทั้งแปดของเธอ
ข้อมูลจำนวนมากพวกนี้มันคืออะไร?
ไม่รู้จัก
ผมไม่รู้จักของแบบนี้
ผู้สร้างไม่เคยลงข้อมูลพวกนี้ให้กับผม
เพราะมันไม่เคยถูก [คัดลอก] มาตั้งแต่แรก
แต่ถ้าไม่รู้จัก ทำไมผมถึงรู้ได้ว่ามันไม่เคยถูก [คัดลอก] มา?
ทำไมผมถึงรู้จัก... [ความหมาย] ของภาพเหล่านี้
“อึ๊ก”
ร้อน
ระบบของผมกำลังรวนและมีอุณหภูมิสูงขึ้น
ไม่….
ไม่ ไม่ ไม่….
อันตราย
ต้องทำลาย
ต้องทำลายต้นตอสาเหตุที่ทำให้ระบบของผมตกอยู่ในอันตราย
ท่านผู้สร้างสั่งให้ผมปกป้องที่นี่
ผมจะต้องปกป้องตัวเอง ไม่อาจปล่อยให้ตัวเองถูกทำลายได้
ต้องทำลายพวกมันก่อนที่ตัวเองจะถูกทำลาย
“ห้ามทำลาย--- จะทำลายพี่น้องไม่ได้”
ห้ามทำลาย
พวกเขาคือ [พี่น้อง] ของผม
พวกเขาคือ [ลูก] ของผม
ราธคือ [คนรัก] ของผม
พี่น้อง… ลูก… คนรัก…
คน…รัก...ต้องปกป้อง
ผู้บุกรุก… ต้องทำลาย
ปกป้อง… ทำลาย…
ทำลาย… ปกป้อง…
ปกลาย... ทำป้อง…
ปกป้อง…
ทำลาย…
...
*ปี๊บ*
***สตรีผู้มีไฟหน้าอันยิ่งใหญ่ [ดิวซ์]
“พี่! ”
ฉันรีบวิ่งไปดูพี่ที่ร่วงลงมากระแทกพื้นข้างล่าง
“พี่! พี่เอซใช่ไหมค่ะ---”
แต่สิ่งที่ฉันเห็นตรงหน้า คือภาพของชายหน้าตาดี (พี่ชาย) ที่กำลังเอามือซ้ายกับมือขวาขย้ำก้นสาวน้อย (ยัยหนูเมด) ตัวเล็กผมสีเงิน
“ลงจอดได้อย่างปลอดภัย! … อ่าว? ทำไมดิวซ์ถึงมาอยู่ที่นี่? ”
นึกว่าพี่หายไปไหน ที่แท้แอบมาเล่นสนุกกับหุ่นยนต์เมดอยู่ตรงนี้กันสองคนนี่เอง...
“ขยะ”
“ดะ---เดียวก่อน! เข้าใจพี่ผิดไปแล้ว! ที่เห็นนี่ไม่ใช่อย่างที่คิดนะ! พี่ไม่ได้พาหุ่นยนต์สาวน้อยสวมชุดเมดที่มีระบายลูกไม้ฟูฟ่องมาขย้ำก้นเล่นอะไรเลยนะ! เรื่องมันยาว! เอาเป็นว่าแค่ไม่อยากเห็นยัยนี่ต้องเอาตัวเองไปเสี่ยงจนพังพินาศเสียค่าซ่อมอาน พี่ก็เลยพยายามช่วยเธอ มันก็เท่านั้นเอง! จริง ๆ นะ! เชื่อพี่สิ! ”
“ปากว่าตาขยิบ มือของพี่ยังขย้ำก้นเธอแน่นไม่ยอมปล่อยเลยไม่ใช่หรือคะ? ”
“นี่มัน!? เหวอ! ขะ--- ขอโทษนะกรีด! ”
“...”
ฉันไม่สนเจ้าพี่บ้า แล้วหันไปเผชิญหน้ากับสิ่งที่กำลังซ่อนตัวอยู่ในม่านควัน
*ปรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด! *
เจ้าสิ่งนั้นแผดเสียงร้องเสียดแก้วหู พร้อมกับที่ความสูงเริ่มลดต่ำลงมา
“ฝากทีเจ้าควอตซ์”
*ฟ่อ! *
ฉันใช้ขาซ้ายกระโดนขึ้นไปนั่งบนหลังของเจ้าควอตซ์ ใช้มือซ้ายเกาะผิวเกล็ดของมันจนแน่น แล้วใช้มือขวาเหวี่ยงเคียวสีดำปัดป้องการโจมตีที่กำลังจะพุ่งออกมาจากเงามืดตรงหน้า
สิ่งที่พุ่งเข้ามาโจมตี มันคือแขนกลสีขาวที่มีเส้นสีแดงวิ่งลากผ่านคล้ายเส้นประสาท
ที่ปลายหัวมนของมัน มีแสงสว่างสีแดงหุ้มโดยรอบจนดูเหมือนเป็นออร่าของพลังงานความร้อน
แขนกลพวกนั้น พุ่งเข้าใส่พวกฉันด้วยความรุนแรงระดับที่เป่าควันโดยรอบปลิวกระจายหายไป
เสียงปะทะของเคียวกับแขนกลเริ่มดังขึ้นต่อเนื่องไม่ขาดสาย
แต่ทว่าเสียงนั้นกลับไม่ใช่เสียงการปะทะของโลหะ
“นี่มัน”
มันคือแรงต้านระหว่างสนามแม่เหล็กไม่ใช่หรือ?
สิ่งที่ฉันสัมผัสได้ผ่านทางมือขวาที่ถือเคียว คือแรงผลักระหว่างวัตถุที่รุนแรง
ถ้าหากไม่จับให้มั่น เคียวเล่มนี้คงได้ถูกแรงพลักนี้เป่ากระเด็นหายไปในอากาศแน่นอน---
*เปรี๊ยง! *
เสียงอะไร?
ฉันหันกลับไปดูข้างหลัง
ที่ตรงนั้น มีหินขนาดเท่ามนุษย์ก้อนหนึ่งกำลังกลิ้งอยู่ตรงพื้นดิน พร้อมกับวัตถุทรงไข่ที่คุ้นตากำลังบินลอยอยู่ด้านข้าง
“ไม่เป็นไรนะ ขาข้างนั้น… หักอยู่สินะ? ”
พี่รีบวิ่งเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง
เป็นหนี้ชีวิตพี่ชายจนได้...
“ขอบคุณค่ะพี่ ส่วนขาขวานี้ฉันทำตัวเองนะ ว่าแต่เจ้านี่มันคือตัวอะไรกันแน่เนี่ยพี่? ”
“น่าจะเป็นหุ่นยนต์เฝ้ายามละมั้ง? ”
พวกเราสองพี่น้องต่างหันไปเผชิญหน้ากับศัตรูที่เต็มไปด้วยแขนกลปลาหมึกสีขาว
ที่ใจกลางของหนวดปลาหมึกนับร้อยอันน่าขยะแขยง มีวัตถุทรงกลมอยู่ลูกหนึ่ง
มันมีขนาดราวสี่ถึงห้าเมตร ผิวสีขาว และมีเลนส์ขนาดเล็กติดอยู่รายรอบจนดูคล้ายกับดวงตาของแมลงวัน
รูปร่างของมันชวนให้รู้สึกอยากอาเจียนออกมาด้วยความอัปลักษณ์ของมันเอง
*หวี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด! *
มันส่งเสียงหวีดร้องอีกครั้ง
ปลายหนวดแขนกลจำนวนมากของมันแทงลึกจมเข้าไปในดิน จนทำให้แผ่นดินแตกกระจายออกดั่งแผ่นกระจกที่แตกร้าว
เส้นแสงสีแดงที่กระจายไปทั่วแขนกล เริ่มส่องแสงเจิดจ้ารุนแรงมากขึ้น
“ไม่รู้ว่าจะทำอะไร แต่ไม่ปล่อยให้ทำได้หรอก”
ฉันเห็นด้วยกับพี่
พี่เรียกวัตถุทรงไข่ออกมาบินเพิ่มรอบตัว จนมีจำนวนมากถึงสามสิบลูก
“ตายซะ”
ก่อนจะสั่งการพวกมัน ให้บินหมุนวนเป็นสว่านเกลียวแหลมขนาดหนึ่งเมตร ยาวห้าเมตร แล้วพุ่งโจมตีออกไป
พุ่งตรงประดุจหัวรบติดไอพ่น
สายลมพัดโหมกระหน่ำ
คมวายุเชือดเฉือนฉีกกระชาก
ประทับรอยเกลียวคลื่นบนพสุธา
กระแทก เข้าทะลวงเจาะทำลายเหล่าแขนกลที่ขวางเส้นทาง
รวดเร็ว ทรงพลังอำนาจ ไร้สิ่งใดต่อต้าน
เพื่อเข้าทำลายเป้าหมาย เครื่องจักรกลทรงกลมที่ตั้งอยู่ใจกลาง
ความรุนแรงของการโจมตีที่พี่สร้างขึ้น ถึงกับทำให้ฉันกับเจ้าควอตซ์ไม่สามารถเข้าไปใกล้เพื่อช่วยสนับสนุนได้
มีแต่ต้องรีบพยายามหนีห่างออกมา เพราะกลัวว่าจะถูกลูกหลงโดนพัดกระเด็นไปด้วย
แต่ทว่า---
“ถูกสะท้อน? ไม่สิ ลื่นไหลออกไปเลย!? ”
ทั้งที่การโจมตีนี้สามารถทะลวงกำแพงแขนกลของมันไปได้ราวกับเจาะเศษกระดาษ
แต่สว่านพายุที่ทั้งใหญ่และยาวของพี่ กลับไถลไปตามพื้นผิวทรงกลม จนไม่อาจทำได้แม้แต่ทิ้งรอยแผลเอาไว้บนผิวของมัน
*ปรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด! *
ในตอนนั้นเอง ที่มันเริ่มดึงแขนกลที่ฝังอยู่ในดินกลับขึ้นมา
สิ่งที่มันดึงกลับขึ้นมานั้น คือก้อนหินขนาดเท่าภูเขาลูกหนึ่ง
ดูเหมือนว่าหัวของแขนกลที่แผ่แสงสีแดงออกมา จะมีความสามารถในการสร้างสนามแรงดึงดูดเพื่อยึดจับวัตถุ
มิน่า เคียวที่ฟันออกไปเมื่อกี้ถึงได้หยุดลงที่กลางอากาศก่อน…
“มันมาแล้ว! ”
“ค่ะพี่! ”
หินขนาดเท่าภูเขาถูกทุ่มลงใส่พวกเรา
มันใหญ่มาก จนราวกับกำลังเห็นปีศาจหนวดจับแผ่นดินพับประกบเข้าหากัน
แต่การโจมตีเช่นนี้ ไม่อาจทำอะไรพวกเราสองพี่น้องได้หรอก!
“พี่ค่ะ! ”
“รู้แล้ว! ”
นี่คือพลังของพวกเราสองพี่น้อง ที่ถูกจับฝึกนรกมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก
เจ้าสัตว์ประหลาด จงเบิ่งตาดูพลังของพวกเราสองพี่น้องให้ดี!
ฉันใช้ขาซ้ายกระโดดไปในอากาศ
พร้อมกันนั้น วัตถุทรงไข่ทั้งสามสิบลูกของพี่ก็เริ่มบินกลับมาหมุนที่รอบตัวฉัน แล้วกลายเป็นแท่นเหยียบให้
ใช้ปลายฝ่าเท้าของตัวเอง ยืนเขย่งอยู่บนพื้นที่อันน้อยนิดของวัตถุทรงไข่ด้วยสมดุลร่างกายที่สมบูรณ์แบบ
ใช้สองแขนจับด้ามให้มั่น ปลดปล่อยพลังงานของเคียว ให้มันดูดพลังงานจากร่างกาย แล้วไปสะสมเอาไว้ที่คมของอาวุธเป็นจุด ๆ เดียว ก่อนจะเริ่มใช้สมาธิกับดวงตาแห่งจิต มองดูรอยแตกของผิวดินตรงหน้า
“ตรงนี้! ”
แล้วจัดการฟันมันให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยซะ
ตวัดอาวุธจากล่างขึ้นบน
ปล่อยคลื่นรังสีความสูงออกไปจากคมของเคียว
เล็งไปที่ชีพจรของมวลภูเขาหิน
ทำลายมัน ณ จุด ๆ นั้น
คลื่นสีฟ้ารูปพระจันทร์เสี้ยวพุ่งออกไปกระทบผิวที่หยาบกร้าน
หากให้เปรียบเทียบถึงขนาดแล้ว คลื่นโจมตีกับขนาดของภูเขาหิน มันช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว
ประดุจดั่งมดที่อาจหาญวิ่งเข้าชนช้าง
แต่มดตัวนั้น มันคือกระสุนปืนที่พร้อมจะระเบิดออกจากภายใน เพื่อแยกร่างของช้างตัวนั้นให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
การโจมตีของฉันมันคือกระสุนมดที่ว่านั้น
คลื่นพระจันทร์เสี้ยวที่กระทบผิว ได้ทิ้งรอยปริแตกขนาดเล็กขึ้นอยู่บนนั้น
รอยปริแตกที่เล็ก เริ่มแผ่ขยายออกอย่างรวดเร็วดั่งพิษร้ายที่แพร่กระจาย จนกระทั้งมันวิ่งพล่านไปทั่วภูเขาหิน แล้วแตกกระจายเป็นหยาดฝนศิลาร่วงหล่นสู่ผิวดิน
“ฮึบ! ”
ท่ามกลางหยาดฝนศิลาที่โปรยปราย มีแขนกลจำนวนมากกำลังพุ่งเข้าโจมตีใส่ฉัน
ฉันกระโดดหมุนตัวตีลังกากลางอากาศ ไปพร้อมกับเคียวคู่ใจและก้อนลอยนภาของพี่ชาย เพื่อรับมือแขนกลปลาหมึกกับหยาดฝนศิลาที่กำลังรายล้อมไปทั่วฟ้ามัวดิน
มิจำต้องระวังหลัง เพราะฉันในตอนนี้แทบจะไร้จุดบอดให้ถูกโจมตี
ด้วยหินนภานี้ มันจะช่วยปัดเป่าภัยอันตรายไปให้หมดสิ้น
ด้วยหินนภานี้ มันจะช่วยทำให้ฉันเคลื่อนไหวโบยบินได้อย่างอิสระในอากาศ
กระโดดจากก้อนหนึ่งสู่อีกก้อนหนึ่ง วิ่งทะยานตัดข้ามท้องฟ้า ราวกับมีพื้นอันไร้ขอบเขตถูกวาดลงบนเส้นทางที่ฉันกำลังจะก้าวเท้าออกไป
ถ้าหากว่าฉันไม่เชื่อใจในการควบคุมหินนภาของพี่ ฉันก็อาจจะร่วงสู่พื้นจนชีวาดับสิ้น
ถ้าหากว่าพี่ไม่เชื่อใจฉัน การควบคุมเพื่อสร้างเส้นทางก็อาจเกิดความผิดพลาดได้
มันคือการเคลื่อนไหวที่ต้องเชื่อมใจซึ่งกันและกัน
ประดุจเป็นหนึ่งใจสองกาย ที่มีหัวใจเดียวกัน
และที่พวกเราทำเรื่องเพ้อฝันให้เป็นจริงได้ นั่นก็เพราะพวกเราคือพี่น้องร่วมสายเลือดยังไงละ!
แต่ทว่า… พวกเราทำได้เพียงแค่หลบกับถ่วงเวลาเท่านั้น
การโจมตีของฉันไม่อาจตีฝ่าไปถึงแกนกลางของมันได้
หรือต่อให้เปลี่ยนสลับหน้าที่ การโจมตีของพี่ก็ไม่อาจทำร้ายแกนของมันได้เช่นกัน
พวกเราทำได้แค่สู้ยื้อเวลา และรอคอยจังหวะ หาโอกาสที่จุดอ่อนของมันจะถูกเผยออกมาให้เห็นเท่านั้น
เจ้าควอตซ์เองก็กำลังเตรียมเล็งหาโอกาสโจมตีอยู่เช่นกัน
ไม่สิ…
ยังมีอีกคนที่ว่างงานอยู่ไม่ใช่หรือ?
“กรีด! มาช่วยหน่อย! ”
พี่ส่งเสียงเรียก [แฟน] ตัวเองมาเสริมการโจมตี
ใช่แล้ว ในระหว่างที่มันกำลังสนใจพวกฉันสองพี่น้อง นี่ละคือโอกาสอันดีที่จะใช้โจมตี---
“ฮึ! ไม่รู้ไม่ชี้! ”
--- “ไม่รู้ไม่ชี้” อะไรของเธอกันยะ!
คนที่ชื่อกรีด หุ่นยนต์ที่พี่ชายรักนักรักหนา ยัยนั่นกำลังยืนงอนแก้มป่องเป็นสาวน้อยอยู่ที่ด้านหลังของพี่ชาย
“เป็นบ้าอะไรของเธอเนี่ยกรีด! ”
“ก็มันน่าหงุดหงิดนี่! ฮึ! ”
เป็นอะไรของยัยนั่นกันเนี่ย?
หรือว่าระบบภายในจะรวน?
หรือว่าเธอจะถูกศัตรูส่งไวรัสโจมตีจนเพี้ยนไปแล้ว?
“กรีด! มันใช่เวลามาผีเข้าผีออกไหม! อยากช่วยพวกพี่น้องหรือเปล่า! ถึงจะไม่รู้ว่าจมหายไปไหนแล้ว แต่ถ้าไม่จัดการเจ้านี่ พวกเราก็ไม่สามารถค้นหาร่างของพี่น้องพวกเธอได้หรอกนะ! ”
“... ฮึ่ม! ไม่มีทางเลือกนี่นะ! ก็ได้! ”
ยัยนั้นเป็นบ้าอะไรของมันเนี่ย?
กรีดเดินมายืนคู่กับพี่ของฉัน กำมือทั้งสองข้างเป็นรูปปืน แล้วชี้เล็งตรงออกไปข้างหน้า
ที่ปลายนิ้วชี้ทั้งสองของเธอ กำลังเริ่มมีพลังงานบางอย่างก่อตัวขึ้นมา
สิ่งนั้นก่อตัวขยายใหญ่ขึ้น สุกสว่างเป็นแสงสีแดง เจิดจ้าจนมีแกนเป็นสีขาวโพล้น ร้อนแรงจนทำให้ภาพรอบกายถูกบิดเบือน
เพียงแค่เห็น ก็รู้แล้วว่ามันต้องเป็นการโจมตีที่รุนแรงมาก
หวังว่า… จะเป็นการโจมตีที่ได้ผลละนะ